🔵 LEVEL 2: MECHANICS | บทเรียนที่ 4 จาก 14

🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะ

  • ชี้ได้ว่า Pip และ Pipette อยู่ตำแหน่งไหนของราคา ทั้งคู่เงินทั่วไปและคู่ที่มีเยน
  • คำนวณ Pip Value ได้ทั้ง 3 กรณี และเข้าใจว่าทำไมมันไม่คงที่
  • รู้ว่า Lot กับ Contract Size สัมพันธ์กันอย่างไร และหาค่าจริงได้จากที่ไหน
  • คำนวณ ต้นทุนรวมต่อ 1 ไม้ ได้ครบทุกองค์ประกอบ
  • เข้าใจว่า Spread, Commission, Swap, Slippage ต่างกันอย่างไร
  • คำนวณได้ว่า ต้นทุนทำให้ Win Rate ที่ต้องมีเพิ่มขึ้นเท่าไร
  • รู้ว่าทำไม ต้นทุนเป็นตัวตัดสินว่ากลยุทธ์ไหนใช้ได้จริง

ทำไมบทนี้ต้องมาก่อนบทเรื่อง Leverage และ Risk Management

เพราะสูตรคำนวณขนาด Position ในบทเรียนที่ 7 ใช้ Pip Value เป็นตัวหาร

ถ้าคุณคำนวณ Pip Value ผิด ทุกอย่างที่ตามมาจะผิดตามเป็นทอด ๆ — ความเสี่ยงที่คิดว่า 1% อาจกลายเป็น 10% โดยไม่รู้ตัว


🎉 คุณเรียนจบ LEVEL 1 แล้ว — รู้แล้วว่าเทรดอะไร ผ่านใคร และอ่านกราฟออก

LEVEL 2 ตอบคำถามถัดไป: “แล้วมันทำงานอย่างไร?”

บทนี้จะเปลี่ยนสิ่งที่คุณเห็นบนกราฟให้กลายเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ — ราคาขยับ 1 จุดเท่ากับเงินเท่าไร เปิด 1 Lot เสี่ยงแค่ไหน และในแต่ละไม้คุณจ่ายอะไรบ้างที่มองไม่เห็น

Pip คืออะไร?

Pip เป็นหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาคู่เงิน

Pip และ Pipette อยู่ตรงไหน?

EUR/USD · 1.10005

Pip = 0.0001 (ทศนิยมที่ 4)
Pipette = 0.00001 (ทศนิยมที่ 5)
เมื่อ Point = 0.00001: 12 points = 1.2 pips

USD/JPY · 150.123

Pip = 0.01 (ทศนิยมที่ 2)
Pipette = 0.001 (ทศนิยมที่ 3)
เมื่อ Point = 0.001: 12 points = 1.2 pips

ตัวอย่างราคา 5 และ 3 ทศนิยมตามลำดับ ต้องอ่านหน่วยของช่องและ Point ของ Symbol ก่อนแปลง เลข Spread 12 เพียงอย่างเดียวไม่บอกว่าเป็น 12 points หรือ 12 pips

ประเภท 1 Pip อยู่ตำแหน่ง ตัวอย่าง
คู่เงินทั่วไป ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 (0.0001) 1.1000 → 1.1001 = 1 pip
คู่ที่ลงท้ายด้วย JPY ทศนิยมตำแหน่งที่ 2 (0.01) 150.12 → 150.13 = 1 pip
ทองคำ / ดัชนี ต่างกันตาม Broker ต้องดูจาก Contract Specification

Pipette — ทศนิยมตัวสุดท้ายที่ทำให้คนสับสน

แพลตฟอร์มสมัยใหม่แสดงราคาละเอียดกว่า Pip หนึ่งตำแหน่ง เรียกว่า Pipette ซึ่งเท่ากับ 1/10 ของ 1 pip

⚠️ ความเข้าใจผิดที่ทำให้คำนวณพลาด 10 เท่า

เมื่อช่อง Spread ใช้ points และ EUR/USD มี Point 0.00001 เลข 12 จึงเท่ากับ 1.2 pips หากเป็น Point 0.0001 หรือช่องแสดง pips ผลจะต่างกัน ต้องตรวจหน่วยก่อน

มือใหม่ที่อ่านผิดจะคิดว่าต้นทุนสูงกว่าความจริง 10 เท่า — หรือแย่กว่านั้น คือคำนวณ Stop Loss ผิดไป 10 เท่าในทิศทางตรงข้าม

📖 อ่านเพิ่มเติม: Pip คืออะไร? นับอย่างไรให้ถูกทุกคู่เงิน · Pipette คืออะไร? แยก Pip, Point และ Tick Size ให้ถูก

Point ไม่เท่ากับ Pipette เสมอ: EUR/USD 5 ทศนิยมมี 1 point = 0.1 pip แต่ 4 ทศนิยมมี 1 point = 1 pip ส่วน Tick Size เป็นช่วงราคาที่เปลี่ยนได้และอาจมากกว่า Point ตรวจจากข้อมูลสัญลักษณ์และคู่มือโปรแกรมที่ใช้

Lot และ Contract Size

Lot คือหน่วยที่ใช้ระบุขนาด Position ส่วน Contract Size คือจำนวนหน่วยจริงที่ 1 Lot เท่ากับ

ขนาด Lot หน่วยสกุลเงิน มูลค่า 1 pip (EUR/USD)
Standard 1.00 100,000 $10
Mini 0.10 10,000 $1
Micro 0.01 1,000 $0.10

⚠️ อย่าใช้ Contract Size 100,000 กับทุกบัญชีและสินทรัพย์

ทองคำ ดัชนี น้ำมัน และคริปโท มี Contract Size คนละแบบ และต่างกันตาม Broker เช่นทองคำมักใช้ 100 ออนซ์ต่อ 1 Lot แต่บาง Broker ใช้ 10 ออนซ์

การจำตัวเลข 100,000 แล้วเอาไปใช้กับทองคือสาเหตุที่คนเปิดออเดอร์ทองใหญ่เกินตั้งใจหลายเท่า

เปิด Contract Specification ของสินทรัพย์นั้นทุกครั้ง — วิธีดูอยู่ใน บทความนี้

รายการ โบรกเกอร์ A โบรกเกอร์ B
Contract Size 100 ออนซ์ 10 ออนซ์
เปิด 1.00 Lot เท่ากัน ถือ 100 ออนซ์ ถือ 10 ออนซ์
ราคาทองขยับ $1.00 $100 $10
ราคาสวน $20 −$2,000 −$200

ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนรู้ · ใส่ 1.00 Lot เหมือนกัน แต่ความเสี่ยงต่างกัน 10 เท่า

📖 อ่านเพิ่มเติม: Lot และ Contract Size คืออะไร? อ่านขนาดสัญญาให้ถูก

ตาราง Lot ข้างต้นสมมติขนาดสัญญา 100,000 หน่วยต่อ Lot และบัญชี USD บัญชี Micro/Cent อาจกำหนดขนาดต่างกัน ส่วนความเสี่ยงจากราคาไม่ได้ขึ้นกับ Lot อย่างเดียว แต่รวมระยะออก ต้นทุนและเงื่อนไขสัญญา

Pip Value — และทำไมมันไม่คงที่

นี่คือหัวใจของบทเรียนนี้ เพราะ Pip Value คือตัวแปลง “ระยะราคา” ให้เป็น “เงิน”

สูตรพื้นฐาน

Pip Value = ขนาด Pip × Contract Size × จำนวน Lot

ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ในหน่วย Quote Currency (สกุลเงินด้านหลัง) — ถ้าไม่ใช่สกุลเงินบัญชีของคุณ ต้องแปลงอีกขั้น

กรณีที่ 1 — Quote Currency เป็น USD (ง่ายที่สุด)

ตัวอย่าง: EUR/USD 1 Standard Lot

Pip Value = 0.0001 × 100,000
          = 10 USD ต่อ 1 pip

คู่เงินกลุ่มนี้ (EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD, NZD/USD) มี Pip Value $10 ต่อ 1 Lot เมื่อขนาดสัญญา 100,000 หน่วยและบัญชี USD ไม่ว่าราคาคู่นั้นจะอยู่ที่เท่าไรภายใต้สมมติฐานนี้

กรณีที่ 2 — Base Currency เป็น USD (ต้องหารด้วยราคา)

ตัวอย่าง: USD/JPY 1 Standard Lot ที่ราคา 150.00

Pip Value (JPY) = 0.01 × 100,000 = 1,000 JPY

แปลงเป็น USD  = 1,000 ÷ 150.00
              = 6.67 USD ต่อ 1 pip

นี่คือเหตุผลที่ Pip Value “ไม่คงที่”

ถ้า USD/JPY ขยับจาก 150.00 ไป 160.00 → Pip Value เปลี่ยนจาก $6.67 เป็น $6.25

แปลว่าถ้าคุณคำนวณความเสี่ยงไว้เมื่อ 3 เดือนก่อนแล้วใช้ตัวเลขเดิม ความเสี่ยงจริงของคุณเปลี่ยนไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

กรณีที่ 3 — Cross Pair ไม่มี USD เลย (คำนวณใน Quote แล้วแปลงสกุล)

ตัวอย่าง: EUR/GBP 1 Standard Lot โดยบัญชีเป็น USD และ GBP/USD = 1.2700

Pip Value (GBP) = 0.0001 × 100,000 = 10 GBP

แปลงเป็น USD    = 10 × 1.2700
                = 12.70 USD ต่อ 1 pip

สังเกตว่า Pip Value ของ EUR/GBP สูงกว่า EUR/USD ถึง 27% ทั้งที่เปิด Lot เท่ากัน — ถ้าเปิด 1 Lot เหมือนกันโดยไม่คำนวณใหม่ คุณกำลังเสี่ยงมากกว่าที่คิด

📖 อ่านเพิ่มเติม: Pip Value คำนวณอย่างไร? แปลงเป็นเงินให้ตรงกับบัญชี

ต้นทุนการเทรดมีอะไรบ้าง?

ต้นทุน จ่ายเมื่อไร รู้ล่วงหน้าไหม
Spread สะท้อนผ่านราคาเข้า–ออก ✅ เห็นบนหน้าจอ
Commission ตามประเภทบัญชี คิดต่อ Lot ✅ ตรวจ Specification และตารางค่าธรรมเนียม
Swap เมื่อถือข้ามคืน ✅ ดูได้ แต่เปลี่ยนได้
Slippage อาจเกิดทุกช่วง โดยเฉพาะเมื่อราคาเปลี่ยนเร็ว ❌ ไม่รู้ล่วงหน้า

Spread

ส่วนต่างระหว่าง Bid กับ Ask เมื่อ Spread เป็นบวกและราคายังไม่เปลี่ยน ผลจากราคาหลังเปิดมักติดลบประมาณ Spread แต่ไม่ใช่กฎทุกกรณี และไม่ใช่รายการหักเงินแยกที่ต้องหักซ้ำจากราคา Fill

Spread แบ่งเป็น 2 แบบ: Fixed (คงที่แต่มักมี Markup บวกไว้แล้ว) และ Floating (อาจแคบในภาวะปกติและกว้างขึ้นได้มากในช่วงข่าว ตลาดใกล้ปิด และช่วง Rollover)

Commission

บัญชีประเภท Raw/ECN มักมี Spread แคบมากแต่คิด Commission แยก โดยทั่วไปคิดเป็นจำนวนต่อ Lot ซึ่งอาจแจ้งเป็น ต่อข้าง หรือ ไป-กลับ (Round Turn) — ต้องอ่านให้ชัดว่าเป็นแบบไหน

Swap

ต้นทุน (หรือรายได้) จากการถือ Position ข้ามคืน เกิดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสองสกุลเงิน บวกกับส่วนที่ Broker กำหนดเอง

ข้อควรรู้: โดยทั่วไปในตลาด Forex จะมีวันหนึ่งของสัปดาห์ที่คิด Swap เป็น 3 เท่า (มักเป็นวันพุธ) เพื่อชดเชยวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่วันที่คิดสามเท่าอาจต่างกันตามสินทรัพย์และ Broker — ดูจาก Contract Specification

Slippage

ส่วนต่างระหว่างราคาอ้างอิงที่กำหนดกับราคาที่ได้จริง อาจเป็นผลดีหรือผลเสีย ทราบค่าจริงหลัง Fill ส่วน Spread และ Swap ในอนาคตก็ไม่แน่นอน จึงต้องเผื่อไว้ในแผน ไม่ใช่ตกใจเมื่อเจอ

📖 อ่านเพิ่มเติม: Spread คืออะไร? อ่าน Bid/Ask และคำนวณต้นทุน · Commission Forex คิดอย่างไร? แยกต่อข้างและไป–กลับ · Swap Forex คืออะไร? คำนวณค่าถือข้ามคืนและวันสามเท่า · Slippage คืออะไร

คำนวณต้นทุนรวมต่อ 1 ไม้ — ตัวอย่าง 4 กรณี

ตัวอย่างนี้ประมาณต้นทุนจากฐานราคาที่ยังไม่รวมค่าใช้จ่าย สมมติ Spread คงเดิม และไม่มี Slippage หากคำนวณผลจาก Fill จริง Spread/Slippage สะท้อนในราคาแล้ว ห้ามนำมาหักซ้ำ การเทียบบัญชีต้องใช้ขนาดสัญญา Lot และเวลาเดียวกัน

ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้ ให้ใส่ตัวเลขจริงจาก Broker ของคุณแทน

กรณีที่ 1 — บัญชี Standard, EUR/USD, 1 Lot, ปิดในวัน

Spread      1.6 pips × $10  =  $16.00
Commission                  =  $ 0.00
Swap (ไม่ถือข้ามคืน)         =  $ 0.00
─────────────────────────────────────
ต้นทุนรวม                    =  $16.00

กรณีที่ 2 — บัญชี Raw, EUR/USD, 1 Lot, ปิดในวัน

Spread      0.2 pips × $10  =  $ 2.00
Commission  (ไป-กลับ)        =  $ 7.00
Swap                        =  $ 0.00
─────────────────────────────────────
ต้นทุนรวม                    =  $ 9.00

กรณีที่ 3 — บัญชี Raw, EUR/USD, 1 Lot, ข้าม 3 cutoff ปกติ

Spread      0.2 pips × $10  =  $ 2.00
Commission                  =  $ 7.00
Swap        $4.50 × 3 หน่วยวัน = $13.50
─────────────────────────────────────
ต้นทุนรวม                    =  $22.50

สังเกตกรณีที่ 3 — กรณีที่ 3 มีต้นทุนสูงกว่ากรณีที่ 1 เพราะใช้ระยะเวลาถือต่างกัน จึงยังใช้สรุปว่าบัญชี Raw แพงกว่า Standard ไม่ได้

“บัญชีไหนถูกกว่า” ไม่มีคำตอบเดียว มันต้องเทียบสินทรัพย์ Lot เวลาเข้า–ออก และจำนวนหน่วยวันที่คิด Swap เดียวกัน — สูตรจุดคุ้มทุนอยู่ใน บทเรียนที่ 2

กรณีที่ 3 สมมติทั้งสาม cutoff มีตัวคูณ 1 ถ้ามีหนึ่งวันคิดสามเท่าจะรวมเป็น 5 หน่วยวัน: Swap $22.50 และต้นทุนรวม $31.50 ไม่ใช่ $22.50 ต้องตรวจปฏิทินของสินทรัพย์

กรณีที่ 4 — ทองคำ XAU/USD (คำนวณคนละแบบ)

ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่โบรกเกอร์รายย่อยเปิดให้เทรดกันแพร่หลาย แต่ต้องใช้หน่วยราคาและขนาดสัญญาต่างจากคู่เงิน แต่ยังใช้หลักระยะราคา × ขนาดสถานะสำหรับสัญญาเชิงเส้น

XAU/USD  Contract Size 100 ออนซ์  เปิด 0.10 Lot

จำนวนออนซ์ที่ถือ = 100 x 0.10 = 10 ออนซ์

Spread สมมติ $0.30
ต้นทุน Spread   = 10 x $0.30 = $3.00

ราคาทองขยับ $1.00  ->  10 x $1.00 = $10

สังเกตว่าไม่มีคำว่า pip อยู่ในการคำนวณเลย

คู่เงินคิดจาก ระยะเป็น pip × Pip Value
ทองคำคิดจาก จำนวนออนซ์ × การขยับเป็นดอลลาร์

การนำ Pip 0.0001 หรือ Contract Size 100,000 ของคู่เงินไปแทนทองโดยไม่ตรวจจึงทำให้ผิด — และเนื่องจาก Contract Size ของทองต่างกันได้ระหว่างโบรกเกอร์ การจำตัวเลขจากบทความจึงเสี่ยงเป็นพิเศษ

📖 เจาะลึกทั้งหมดใน บทเรียนที่ 12: Gold / XAU/USD

ต้นทุนทำให้ Win Rate ที่ต้องมีเพิ่มขึ้นเท่าไร?

สมมติระยะชนะและแพ้ก่อนต้นทุนเท่ากันบนฐานราคาเดียวกัน Lot คงที่ และต้นทุนต่อไม้เท่ากัน ยังไม่รวมในระยะนั้น สูตรนี้ไม่ใช้หักต้นทุนซ้ำจาก TP/SL ที่วัดจาก Fill หรือกำไรสุทธิอยู่แล้ว และไม่ได้รับรอง Win Rate ของระบบจริง

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดของบทเรียนนี้ เพราะช่วยตรวจได้ว่าต้นทุนเปลี่ยนจุดคุ้มทุนของแบบจำลองอย่างไร

สมมติกลยุทธ์ของคุณมี Risk/Reward = 1:1 — ในโลกที่ไม่มีต้นทุน คุณต้องชนะเกิน 50% ถึงจะกำไร

แต่ในโลกจริง กำไรถูกหักด้วยต้นทุน และขาดทุนถูกบวกด้วยต้นทุน

กรณี A — Swing Trade: SL/TP = 20 pips, ต้นทุน 1.5 pips

ชนะจริง = 20 - 1.5 = 18.5 pips
แพ้จริง = 20 + 1.5 = 21.5 pips

หา Win Rate ที่ทำให้เท่าทุน:
   WR × 18.5 = (1 - WR) × 21.5
   40 × WR   = 21.5
   WR        = 53.75%

กรณี B — Scalping: SL/TP = 5 pips, ต้นทุน 1.5 pips

ชนะจริง = 5 - 1.5 = 3.5 pips
แพ้จริง = 5 + 1.5 = 6.5 pips

   WR × 3.5 = (1 - WR) × 6.5
   10 × WR  = 6.5
   WR       = 65%
สไตล์ SL/TP Win Rate ที่ต้องมี เพิ่มจาก 50%
ไม่มีต้นทุน 50%
Swing 20 pips 53.75% +3.75%
Day Trade 10 pips 57.5% +7.5%
Scalping 5 pips 65% +15%

สูตรที่ใช้ได้กับกลยุทธ์ของคุณเอง (กรณี RR = 1:1)

Win Rate ที่ต้องมี = (ระยะ + ต้นทุน) ÷ (ระยะ × 2)

ตรวจสอบด้วยกรณี Scalping: (5 + 1.5) ÷ (5 × 2) = 6.5 ÷ 10 = 65% ✓

ตัวเลขนี้อธิบายสิ่งที่บทเรียนที่ 3 พูดถึงในเชิงกราฟ — เมื่อเป้ากำไรสั้นลงแต่ต้นทุนเท่าเดิม สัดส่วนต้นทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม Timeframe เพียงอย่างเดียวไม่ได้กำหนด Win Rate หรือความยาก ต้องดูทั้งกฎ ระยะออก และสภาวะตลาด

ถ้ากำไรก่อนต้นทุน = W, ขาดทุนก่อนต้นทุน = L และต้นทุน = C ในหน่วยเดียวกัน จุดคุ้มทุนทั่วไปคือ (L+C) ÷ (W+L) ถ้าผลแต่ละไม้ต่างกันให้ใช้กำไรขาดทุนสุทธิเฉลี่ยและ Expectancy ประกอบ การเพิ่มเป้าไม่ได้รับรองว่าผลสุทธิจะดีขึ้น

ต้นทุนสะสมที่มองไม่เห็น

ต้นทุน $16 ต่อไม้ฟังดูไม่มาก จนกระทั่งคูณด้วยความถี่

ความถี่ ไม้ต่อเดือน ต้นทุนต่อเดือน
(1 Lot, $16/ไม้)
วันละ 1 ไม้ 20 $320
วันละ 5 ไม้ 100 $1,600
วันละ 20 ไม้ 400 $6,400

ถ้าพอร์ตคุณมี $10,000 การเทรดวันละ 20 ไม้ที่ 1 Lot หมายความว่า กลยุทธ์ต้องทำกำไรได้ 64% ของพอร์ตต่อเดือนเพียงเพื่อจ่ายค่าต้นทุน ก่อนที่คุณจะได้กำไรแม้แต่บาทเดียว

นี่คือเหตุผลว่าทำไมกลยุทธ์ที่ทดสอบย้อนหลังแล้วกำไรสวย มักขาดทุนเมื่อใช้จริง

การทดสอบที่ไม่จำลอง Spread, Commission, Swap และ Slippage ให้เหมาะสมอาจประเมินผลดีเกินจริง ไม่ควรเหมารวมว่าการทดสอบส่วนใหญ่ละรายการเหล่านี้ — เรื่องนี้จะกลับมาอีกครั้งใน บทเรียนที่ 14

⛔ บทเรียนนี้ไม่ครอบคลุมอะไร

หัวข้อ อยู่ที่
Margin ที่ต้องวาง, Margin Call, Stop Out บทเรียนที่ 5
การส่งคำสั่งและตั้ง Stop Loss บทเรียนที่ 6
การคำนวณ Lot จาก % ความเสี่ยง บทเรียนที่ 7
Contract Size และ Pip ของทองคำโดยเฉพาะ บทเรียนที่ 12

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1 pip เท่ากับกี่บาท?
ขึ้นกับขนาด Lot คู่เงิน และอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ณ ขณะนั้น เช่น 1 Standard Lot EUR/USD = $10 ต่อ pip ถ้า USD/THB = 35 ก็ประมาณ 350 บาทต่อ pip ให้คำนวณใหม่ทุกครั้งเพราะค่าเงินบาทเปลี่ยนตลอด

ทำไม Spread ที่เห็นตอนเปิดออเดอร์กว้างกว่าที่โฆษณา?
ตัวเลขที่โฆษณามักเป็นค่าขั้นต่ำตามเงื่อนไขที่โฆษณา ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย ให้เปิด Demo แล้วสังเกต Spread ในช่วงเวลาที่คุณจะเทรดจริง

บัญชี Raw ดีกว่า Standard เสมอไหม?
ไม่ ขึ้นกับความถี่และระยะเวลาถือ ดูกรณีที่ 3 ในบทนี้ — ตัวอย่างที่ถือคนละระยะเวลาใช้ตัดสินบัญชีไม่ได้ ต้องเทียบค่าใช้จ่ายบนเงื่อนไขเดียวกัน

Swap เก็บทุกวันหรือเปล่า?
เก็บเมื่อถือ Position ข้ามช่วง Rollover เท่านั้น แม้เปิดและปิดวันปฏิทินเดียวกันก็อาจข้าม cutoff ได้ ให้ดูเวลาที่คิด Swap ของบัญชี

Positive Swap เทรดเก็บดอกได้จริงไหม?
ได้ในทางทฤษฎี แต่ความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวของราคามักใหญ่กว่า Swap ที่ได้รับหลายเท่า และ Broker เปลี่ยนอัตรา Swap ได้ตลอดเวลา ดูรายละเอียดใน Positive Swap และ Carry Trade: รายได้และความเสี่ยงที่ต้องแยก

สรุปบทเรียนที่ 4

Pip คือหน่วยวัดระยะ Lot คือหน่วยวัดขนาด และ Pip Value คือตัวแปลงทั้งสองอย่างให้กลายเป็นเงิน

สิ่งที่ต้องติดตัวไปจากบทนี้มี 3 ข้อ

1. Pip Value ขึ้นกับหน่วย Lot และสกุลบัญชี บางกรณีคงที่ บางกรณีเปลี่ยนตามอัตราแปลงเงิน

2. Contract Size ต้องดูจาก Broker — ไม่ใช่ตัวเลข 100,000 ที่จำมาใช้กับทุกสินทรัพย์

3. ต้นทุนลดผลสุทธิและเพิ่มจุดคุ้มทุนตามสมมติฐาน — ค่า 65% เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่กฎของ Scalping ทุกระบบ

📌 Checklist ก่อนไปบทเรียนถัดไป

  • ชี้ได้ว่า Pip อยู่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 และคู่ JPY อยู่ตำแหน่งที่ 2
  • ตรวจได้ว่า Spread = 12 ใช้หน่วยใด ก่อนแปลงเป็น pips
  • คำนวณ Pip Value ของ USD/JPY ได้ด้วยตัวเอง
  • เข้าใจว่าทำไม Pip Value ของ EUR/GBP ในตัวอย่างสูงกว่า EUR/USD และค่าอาจเปลี่ยนได้
  • รู้ว่า Contract Size ของทองไม่ใช่ 100,000 และหาค่าจริงได้จากไหน
  • แยกออกว่า Spread, Commission, Swap, Slippage ต่างกันอย่างไร
  • คำนวณ ต้นทุนรวมต่อ 1 ไม้ ของบัญชีตัวเองได้
  • คำนวณ Win Rate ที่ต้องมีหลังหักต้นทุน ได้

📚 หมายเหตุเรื่องแหล่งอ้างอิงและตัวเลข

MetaQuotes: Contract Specification, Commission และ Swap · MetaQuotes: Point, Tick Size และวิธีคำนวณกำไร

สูตรคำนวณทั้งหมดในบทเรียนนี้เป็นเลขคณิตมาตรฐานที่ตรวจสอบซ้ำได้ด้วยตัวเอง ส่วนตัวเลข Spread, Commission, Swap และ Contract Size ที่ใช้ในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้เท่านั้น ไม่ได้อ้างอิงจาก Broker รายใด ค่าจริงของคุณต้องดูจากเอกสาร Contract Specification และ Terms & Conditions บนเว็บไซต์ทางการของ Broker ที่คุณใช้บริการ ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

🛑 คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง

การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกราย การใช้ Leverage อาจทำให้ขาดทุนเกินกว่าเงินลงทุนเริ่มต้น การคำนวณต้นทุนและ Win Rate ในบทเรียนนี้เป็นเครื่องมือประเมินเชิงคณิตศาสตร์ ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในการเทรดจริง ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต เนื้อหาในบทเรียนนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน

📚 บทความทั้งหมดในบทเรียนนี้

บทเรียนนี้มีบทความเจาะลึก 12 เรื่อง อ่านตามลำดับหรือเลือกเฉพาะหัวข้อที่สนใจได้

  1. Pip คืออะไร? นับอย่างไรให้ถูกทุกคู่เงิน
  2. Pipette คืออะไร? แยก Pip, Point และ Tick Size ให้ถูก
  3. Pip Value คำนวณอย่างไร? แปลงเป็นเงินให้ตรงกับบัญชี
  4. Lot และ Contract Size คืออะไร? อ่านขนาดสัญญาให้ถูก
  5. Spread คืออะไร? อ่าน Bid/Ask และคำนวณต้นทุน
  6. Fixed กับ Floating Spread ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบต้นทุนและข้อจำกัด
  7. Commission Forex คิดอย่างไร? แยกต่อข้างและไป–กลับ
  8. Swap Forex คืออะไร? คำนวณค่าถือข้ามคืนและวันสามเท่า
  9. Positive Swap และ Carry Trade: รายได้และความเสี่ยงที่ต้องแยก
  10. Rollover คืออะไร? ตรวจเวลา Swap และความเสี่ยงจาก Spread
  11. ต้นทุนแฝง Forex: รวมค่าใช้จ่ายโดยไม่หักซ้ำ
  12. ต้นทุน Scalping คุ้มหรือไม่? คำนวณจุดคุ้มทุนก่อนทดสอบ

หลังอ่านบทเจาะลึก: เรียนต่อเรื่อง Leverage และ Margin

บทเรียนที่ 5: Leverage และ Margin ทำงานอย่างไร

ตอนนี้คุณคำนวณได้แล้วว่า 1 Lot เคลื่อนไหว 1 pip เท่ากับเงินเท่าไร — คำถามถัดไปคือ “แล้วต้องมีเงินเท่าไรถึงจะเปิด 1 Lot ได้?”

บทเรียนที่ 5 จะอธิบายกลไก Leverage และ Margin ตั้งแต่ Balance, Equity, Free Margin, Margin Level ไปจนถึง Margin Call และ Stop Out พร้อมตัวอย่างเปรียบเทียบบัญชี $100 / $1,000 / $10,000

📚 บทความถัดไป

Pip คืออะไร? นับอย่างไรให้ถูกทุกคู่เงิน

คุณเห็นภาพรวมของหน่วยราคา ขนาดสถานะ และต้นทุนแล้ว

เริ่มบทเจาะลึกจากการนับ Pip แล้วอ่านตามลำดับจนถึงการประเมินต้นทุน Scalping ก่อนเข้าสู่บทเรียนที่ 5

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

โบนัสเทรดฟรี ไม่ต้องฝากเงิน

ตรวจสิทธิ์และเงื่อนไขก่อนรับโบนัส การถอนกำไรขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของข้อเสนอและบัญชี ไม่ใช่ทุกคนจะมีสิทธิ์รับโบนัส

บทความที่เกี่ยวข้อง