🔵 LEVEL 2: MECHANICS | บทเรียนที่ 4 จาก 14
อัปเดตล่าสุด: 25 สิงหาคม 2569

🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะ

  • ชี้ได้ว่า Pip และ Pipette อยู่ตำแหน่งไหนของราคา ทั้งคู่เงินทั่วไปและคู่ที่มีเยน
  • คำนวณ Pip Value ได้ทั้ง 3 กรณี และเข้าใจว่าทำไมมันไม่คงที่
  • รู้ว่า Lot กับ Contract Size สัมพันธ์กันอย่างไร และหาค่าจริงได้จากที่ไหน
  • คำนวณ ต้นทุนรวมต่อ 1 ไม้ ได้ครบทุกองค์ประกอบ
  • เข้าใจว่า Spread, Commission, Swap, Slippage ต่างกันอย่างไร
  • คำนวณได้ว่า ต้นทุนทำให้ Win Rate ที่ต้องมีเพิ่มขึ้นเท่าไร
  • รู้ว่าทำไม ต้นทุนเป็นตัวตัดสินว่ากลยุทธ์ไหนใช้ได้จริง

ทำไมบทนี้ต้องมาก่อนบทเรื่อง Leverage และ Risk Management

เพราะสูตรคำนวณขนาด Position ในบทเรียนที่ 7 ใช้ Pip Value เป็นตัวหาร

ถ้าคุณคำนวณ Pip Value ผิด ทุกอย่างที่ตามมาจะผิดตามเป็นทอด ๆ — ความเสี่ยงที่คิดว่า 1% อาจกลายเป็น 10% โดยไม่รู้ตัว


🎉 คุณเรียนจบ LEVEL 1 แล้ว — รู้แล้วว่าเทรดอะไร ผ่านใคร และอ่านกราฟออก

LEVEL 2 ตอบคำถามถัดไป: “แล้วมันทำงานอย่างไร?”

บทนี้จะเปลี่ยนสิ่งที่คุณเห็นบนกราฟให้กลายเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ — ราคาขยับ 1 จุดเท่ากับเงินเท่าไร เปิด 1 Lot เสี่ยงแค่ไหน และในแต่ละไม้คุณจ่ายอะไรบ้างที่มองไม่เห็น

Pip คืออะไร?

Pip เป็นหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาคู่เงิน

แผนภาพแสดงตำแหน่ง Pip และ Pipette ในราคา EURUSD และ USDJPY
ประเภท 1 Pip อยู่ตำแหน่ง ตัวอย่าง
คู่เงินทั่วไป ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 (0.0001) 1.1000 → 1.1001 = 1 pip
คู่ที่มี JPY ทศนิยมตำแหน่งที่ 2 (0.01) 150.12 → 150.13 = 1 pip
ทองคำ / ดัชนี ต่างกันตาม Broker ต้องดูจาก Contract Specification

Pipette — ทศนิยมตัวสุดท้ายที่ทำให้คนสับสน

แพลตฟอร์มสมัยใหม่แสดงราคาละเอียดกว่า Pip หนึ่งตำแหน่ง เรียกว่า Pipette ซึ่งเท่ากับ 1/10 ของ 1 pip

⚠️ ความเข้าใจผิดที่ทำให้คำนวณพลาด 10 เท่า

เมื่อ Broker แจ้งว่า Spread = 12 โดยทั่วไปหมายถึง 12 pipettes = 1.2 pips ไม่ใช่ 12 pips

มือใหม่ที่อ่านผิดจะคิดว่าต้นทุนสูงกว่าความจริง 10 เท่า — หรือแย่กว่านั้น คือคำนวณ Stop Loss ผิดไป 10 เท่าในทิศทางตรงข้าม

📖 อ่านเพิ่มเติม: Pip คืออะไร นับอย่างไร · Pipette คืออะไร

Lot และ Contract Size

Lot คือหน่วยที่ใช้ระบุขนาด Position ส่วน Contract Size คือจำนวนหน่วยจริงที่ 1 Lot เท่ากับ

ขนาด Lot หน่วยสกุลเงิน มูลค่า 1 pip (EUR/USD)
Standard 1.00 100,000 $10
Mini 0.10 10,000 $1
Micro 0.01 1,000 $0.10
⚠️ ตัวเลข 100,000 ใช้ได้กับคู่เงินเท่านั้น

ทองคำ ดัชนี น้ำมัน และคริปโท มี Contract Size คนละแบบ และต่างกันตาม Broker เช่นทองคำมักใช้ 100 ออนซ์ต่อ 1 Lot แต่บาง Broker ใช้ 10 ออนซ์

การจำตัวเลข 100,000 แล้วเอาไปใช้กับทองคือสาเหตุที่คนเปิดออเดอร์ทองใหญ่เกินตั้งใจหลายเท่า

เปิด Contract Specification ของสินทรัพย์นั้นทุกครั้ง — วิธีดูอยู่ใน บทความนี้

📖 อ่านเพิ่มเติม: Lot และ Contract Size คืออะไร

Pip Value — และทำไมมันไม่คงที่

นี่คือหัวใจของบทเรียนนี้ เพราะ Pip Value คือตัวแปลง “ระยะราคา” ให้เป็น “เงิน”

สูตรพื้นฐาน

Pip Value = ขนาด Pip × Contract Size

ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ในหน่วย Quote Currency (สกุลเงินด้านหลัง) — ถ้าไม่ใช่สกุลเงินบัญชีของคุณ ต้องแปลงอีกขั้น

กรณีที่ 1 — Quote Currency เป็น USD (ง่ายที่สุด)

ตัวอย่าง: EUR/USD 1 Standard Lot

Pip Value = 0.0001 × 100,000
          = 10 USD ต่อ 1 pip

คู่เงินกลุ่มนี้ (EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD, NZD/USD) Pip Value คงที่ที่ $10 เสมอ ไม่ว่าราคาจะอยู่ที่เท่าไร

กรณีที่ 2 — Base Currency เป็น USD (ต้องหารด้วยราคา)

ตัวอย่าง: USD/JPY 1 Standard Lot ที่ราคา 150.00

Pip Value (JPY) = 0.01 × 100,000 = 1,000 JPY

แปลงเป็น USD  = 1,000 ÷ 150.00
              = 6.67 USD ต่อ 1 pip
นี่คือเหตุผลที่ Pip Value “ไม่คงที่”

ถ้า USD/JPY ขยับจาก 150.00 ไป 160.00 → Pip Value เปลี่ยนจาก $6.67 เป็น $6.25

แปลว่าถ้าคุณคำนวณความเสี่ยงไว้เมื่อ 3 เดือนก่อนแล้วใช้ตัวเลขเดิม ความเสี่ยงจริงของคุณเปลี่ยนไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

กรณีที่ 3 — Cross Pair ไม่มี USD เลย (ต้องแปลง 2 ขั้น)

ตัวอย่าง: EUR/GBP 1 Standard Lot โดยบัญชีเป็น USD และ GBP/USD = 1.2700

Pip Value (GBP) = 0.0001 × 100,000 = 10 GBP

แปลงเป็น USD    = 10 × 1.2700
                = 12.70 USD ต่อ 1 pip

สังเกตว่า Pip Value ของ EUR/GBP สูงกว่า EUR/USD ถึง 27% ทั้งที่เปิด Lot เท่ากัน — ถ้าเปิด 1 Lot เหมือนกันโดยไม่คำนวณใหม่ คุณกำลังเสี่ยงมากกว่าที่คิด

📖 อ่านเพิ่มเติม: Pip Value คำนวณอย่างไร

ต้นทุนการเทรดมีอะไรบ้าง?

ต้นทุน จ่ายเมื่อไร รู้ล่วงหน้าไหม
Spread ทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ ✅ เห็นบนหน้าจอ
Commission ตามประเภทบัญชี คิดต่อ Lot ✅ ระบุใน Contract Spec
Swap เมื่อถือข้ามคืน ✅ ดูได้ แต่เปลี่ยนได้
Slippage ช่วงข่าว/สภาพคล่องต่ำ ❌ ไม่รู้ล่วงหน้า

Spread

ส่วนต่างระหว่าง Bid กับ Ask ที่คุณจ่ายทันทีที่เปิดออเดอร์ — ทุก Position จึงเริ่มต้นด้วยสถานะติดลบเท่ากับ Spread เสมอ

Spread แบ่งเป็น 2 แบบ: Fixed (คงที่แต่มักมี Markup บวกไว้แล้ว) และ Floating (แคบกว่าในภาวะปกติ แต่กว้างขึ้นได้มากในช่วงข่าว ตลาดใกล้ปิด และช่วง Rollover)

Commission

บัญชีประเภท Raw/ECN มักมี Spread แคบมากแต่คิด Commission แยก โดยทั่วไปคิดเป็นจำนวนต่อ Lot ซึ่งอาจแจ้งเป็น ต่อข้าง หรือ ไป-กลับ (Round Turn) — ต้องอ่านให้ชัดว่าเป็นแบบไหน

Swap

ต้นทุน (หรือรายได้) จากการถือ Position ข้ามคืน เกิดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสองสกุลเงิน บวกกับส่วนที่ Broker กำหนดเอง

ข้อควรรู้: โดยทั่วไปในตลาด Forex จะมีวันหนึ่งของสัปดาห์ที่คิด Swap เป็น 3 เท่า (มักเป็นวันพุธ) เพื่อชดเชยวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่วันที่คิดสามเท่าอาจต่างกันตามสินทรัพย์และ Broker — ดูจาก Contract Specification

Slippage

ส่วนต่างระหว่างราคาที่คาดว่าจะได้กับราคาที่ได้จริง เป็นต้นทุนเดียวในสี่ข้อที่ คำนวณล่วงหน้าไม่ได้ จึงต้องเผื่อไว้ในแผน ไม่ใช่ตกใจเมื่อเจอ

📖 อ่านเพิ่มเติม: Spread คืออะไร · Commission คิดอย่างไร · Swap คืออะไร · Slippage คืออะไร

คำนวณต้นทุนรวมต่อ 1 ไม้ — ตัวอย่างเต็ม 3 กรณี

ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้ ให้ใส่ตัวเลขจริงจาก Broker ของคุณแทน

กรณีที่ 1 — บัญชี Standard, EUR/USD, 1 Lot, ปิดในวัน

Spread      1.6 pips × $10  =  $16.00
Commission                  =  $ 0.00
Swap (ไม่ถือข้ามคืน)         =  $ 0.00
─────────────────────────────────────
ต้นทุนรวม                    =  $16.00

กรณีที่ 2 — บัญชี Raw, EUR/USD, 1 Lot, ปิดในวัน

Spread      0.2 pips × $10  =  $ 2.00
Commission  (ไป-กลับ)        =  $ 7.00
Swap                        =  $ 0.00
─────────────────────────────────────
ต้นทุนรวม                    =  $ 9.00

กรณีที่ 3 — บัญชี Raw, EUR/USD, 1 Lot, ถือ 3 คืน

Spread      0.2 pips × $10  =  $ 2.00
Commission                  =  $ 7.00
Swap        -$4.50 × 3 คืน   =  $13.50
─────────────────────────────────────
ต้นทุนรวม                    =  $22.50
สังเกตกรณีที่ 3 — บัญชี Raw ที่ถูกกว่าในกรณีที่ 2 กลับแพงกว่าบัญชี Standard ที่ปิดในวัน

“บัญชีไหนถูกกว่า” ไม่มีคำตอบเดียว มันขึ้นกับว่าคุณเทรดสไตล์ไหน — สูตรจุดคุ้มทุนอยู่ใน บทเรียนที่ 2

⭐ ต้นทุนทำให้ Win Rate ที่ต้องมีเพิ่มขึ้นเท่าไร?

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดของบทเรียนนี้ และแทบไม่มีบทความไทยคำนวณให้ดู

สมมติกลยุทธ์ของคุณมี Risk/Reward = 1:1 — ในโลกที่ไม่มีต้นทุน คุณต้องชนะเกิน 50% ถึงจะกำไร

แต่ในโลกจริง กำไรถูกหักด้วยต้นทุน และขาดทุนถูกบวกด้วยต้นทุน

กรณี A — Swing Trade: SL/TP = 20 pips, ต้นทุน 1.5 pips

ชนะจริง = 20 - 1.5 = 18.5 pips
แพ้จริง = 20 + 1.5 = 21.5 pips

หา Win Rate ที่ทำให้เท่าทุน:
   WR × 18.5 = (1 - WR) × 21.5
   40 × WR   = 21.5
   WR        = 53.75%

กรณี B — Scalping: SL/TP = 5 pips, ต้นทุน 1.5 pips

ชนะจริง = 5 - 1.5 = 3.5 pips
แพ้จริง = 5 + 1.5 = 6.5 pips

   WR × 3.5 = (1 - WR) × 6.5
   10 × WR  = 6.5
   WR       = 65%
สไตล์ SL/TP Win Rate ที่ต้องมี เพิ่มจาก 50%
ไม่มีต้นทุน 50%
Swing 20 pips 53.75% +3.75%
Day Trade 10 pips 57.5% +7.5%
Scalping 5 pips 65% +15%
สูตรที่ใช้ได้กับกลยุทธ์ของคุณเอง (กรณี RR = 1:1)

Win Rate ที่ต้องมี = (ระยะ + ต้นทุน) ÷ (ระยะ × 2)

ตรวจสอบด้วยกรณี Scalping: (5 + 1.5) ÷ (5 × 2) = 6.5 ÷ 10 = 65%

ตัวเลขนี้อธิบายสิ่งที่บทเรียนที่ 3 พูดถึงในเชิงกราฟ — Timeframe เล็กไม่ได้ยากเพราะราคาผันผวน แต่ยากเพราะโครงสร้างต้นทุนบังคับให้คุณต้องแม่นกว่าคนอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

ต้นทุนสะสมที่มองไม่เห็น

ต้นทุน $16 ต่อไม้ฟังดูไม่มาก จนกระทั่งคูณด้วยความถี่

ความถี่ ไม้ต่อเดือน ต้นทุนต่อเดือน
(1 Lot, $16/ไม้)
วันละ 1 ไม้ 20 $320
วันละ 5 ไม้ 100 $1,600
วันละ 20 ไม้ 400 $6,400

ถ้าพอร์ตคุณมี $10,000 การเทรดวันละ 20 ไม้ที่ 1 Lot หมายความว่า กลยุทธ์ต้องทำกำไรได้ 64% ของพอร์ตต่อเดือนเพียงเพื่อจ่ายค่าต้นทุน ก่อนที่คุณจะได้กำไรแม้แต่บาทเดียว

นี่คือเหตุผลว่าทำไมกลยุทธ์ที่ทดสอบย้อนหลังแล้วกำไรสวย มักขาดทุนเมื่อใช้จริง

เพราะการทดสอบส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่ Spread, Commission, Swap และ Slippage เข้าไปด้วย — เรื่องนี้จะกลับมาอีกครั้งใน บทเรียนที่ 14

⛔ บทเรียนนี้ไม่ครอบคลุมอะไร

หัวข้อ อยู่ที่
Margin ที่ต้องวาง, Margin Call, Stop Out บทเรียนที่ 5
การส่งคำสั่งและตั้ง Stop Loss บทเรียนที่ 6
การคำนวณ Lot จาก % ความเสี่ยง บทเรียนที่ 7
Contract Size และ Pip ของทองคำโดยเฉพาะ บทเรียนที่ 12

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1 pip เท่ากับกี่บาท?
ขึ้นกับขนาด Lot คู่เงิน และอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ณ ขณะนั้น เช่น 1 Standard Lot EUR/USD = $10 ต่อ pip ถ้า USD/THB = 35 ก็ประมาณ 350 บาทต่อ pip ให้คำนวณใหม่ทุกครั้งเพราะค่าเงินบาทเปลี่ยนตลอด

ทำไม Spread ที่เห็นตอนเปิดออเดอร์กว้างกว่าที่โฆษณา?
ตัวเลขที่โฆษณามักเป็นค่าต่ำสุดที่เคยเกิดขึ้นในช่วงสภาพคล่องสูงสุด ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย ให้เปิด Demo แล้วสังเกต Spread ในช่วงเวลาที่คุณจะเทรดจริง

บัญชี Raw ดีกว่า Standard เสมอไหม?
ไม่ ขึ้นกับความถี่และระยะเวลาถือ ดูกรณีที่ 3 ในบทนี้ — Raw ที่ถือข้ามคืนอาจแพงกว่า Standard ที่ปิดในวัน

Swap เก็บทุกวันหรือเปล่า?
เก็บเมื่อถือ Position ข้ามช่วง Rollover เท่านั้น ถ้าเปิดและปิดภายในวันเดียวกันจะไม่มี Swap

Positive Swap เทรดเก็บดอกได้จริงไหม?
ได้ในทางทฤษฎี แต่ความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวของราคามักใหญ่กว่า Swap ที่ได้รับหลายเท่า และ Broker เปลี่ยนอัตรา Swap ได้ตลอดเวลา ดูรายละเอียดใน บทความนี้

สรุปบทเรียนที่ 4

Pip คือหน่วยวัดระยะ Lot คือหน่วยวัดขนาด และ Pip Value คือตัวแปลงทั้งสองอย่างให้กลายเป็นเงิน

สิ่งที่ต้องติดตัวไปจากบทนี้มี 3 ข้อ

1. Pip Value ไม่คงที่ — เปลี่ยนตามคู่เงินและตามราคาปัจจุบัน ต้องคำนวณใหม่เสมอ

2. Contract Size ต้องดูจาก Broker — ไม่ใช่ตัวเลข 100,000 ที่จำมาใช้กับทุกสินทรัพย์

3. ต้นทุนไม่ได้ลดกำไร แต่ยกระดับมาตรฐานที่คุณต้องทำให้ได้ — จาก Win Rate 50% เป็น 65% ในกรณี Scalping

📌 Checklist ก่อนไปบทเรียนถัดไป

  • ชี้ได้ว่า Pip อยู่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 และคู่ JPY อยู่ตำแหน่งที่ 2
  • รู้ว่า Spread = 12 หมายถึง 1.2 pips ไม่ใช่ 12 pips
  • คำนวณ Pip Value ของ USD/JPY ได้ด้วยตัวเอง
  • เข้าใจว่าทำไม Pip Value ของ EUR/GBP สูงกว่า EUR/USD
  • รู้ว่า Contract Size ของทองไม่ใช่ 100,000 และหาค่าจริงได้จากไหน
  • แยกออกว่า Spread, Commission, Swap, Slippage ต่างกันอย่างไร
  • คำนวณ ต้นทุนรวมต่อ 1 ไม้ ของบัญชีตัวเองได้
  • คำนวณ Win Rate ที่ต้องมีหลังหักต้นทุน ได้

📚 หมายเหตุเรื่องแหล่งอ้างอิงและตัวเลข

สูตรคำนวณทั้งหมดในบทเรียนนี้เป็นเลขคณิตมาตรฐานที่ตรวจสอบซ้ำได้ด้วยตัวเอง ส่วนตัวเลข Spread, Commission, Swap และ Contract Size ที่ใช้ในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้เท่านั้น ไม่ได้อ้างอิงจาก Broker รายใด ค่าจริงของคุณต้องดูจากเอกสาร Contract Specification และ Terms & Conditions บนเว็บไซต์ทางการของ Broker ที่คุณใช้บริการ ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

🛑 คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง

การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกราย การใช้ Leverage อาจทำให้ขาดทุนเกินกว่าเงินลงทุนเริ่มต้น การคำนวณต้นทุนและ Win Rate ในบทเรียนนี้เป็นเครื่องมือประเมินเชิงคณิตศาสตร์ ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในการเทรดจริง ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต เนื้อหาในบทเรียนนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน

📚 บทความทั้งหมดในบทเรียนนี้

บทเรียนนี้มีบทความเจาะลึก 12 เรื่อง อ่านตามลำดับหรือเลือกเฉพาะหัวข้อที่สนใจได้

📚 บทเรียนถัดไป — LEVEL 2

บทเรียนที่ 5: Leverage และ Margin ทำงานอย่างไร

ตอนนี้คุณคำนวณได้แล้วว่า 1 Lot เคลื่อนไหว 1 pip เท่ากับเงินเท่าไร — คำถามถัดไปคือ “แล้วต้องมีเงินเท่าไรถึงจะเปิด 1 Lot ได้?”

บทเรียนที่ 5 จะอธิบายกลไก Leverage และ Margin ตั้งแต่ Balance, Equity, Free Margin, Margin Level ไปจนถึง Margin Call และ Stop Out พร้อมตัวอย่างเปรียบเทียบบัญชี $100 / $1,000 / $10,000

Share This Story, Choose Your Platform!

โบนัสเทรดฟรี ไม่ต้องฝากเงิน

จะดีกว่าไหมหากได้เงินทุนมาเทรดฟรี ๆ กำไรก็สามารถถอนออกมาได้

บทความที่เกี่ยวข้อง