🔵 LEVEL 2: MECHANICS | บทเรียนที่ 6 จาก 14
🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะ
- รู้ความต่างระหว่าง Market Order กับ Pending Order และเลือกใช้ได้ถูกสถานการณ์
- วาง Pending Order ทั้ง 4 แบบ ได้ถูกตำแหน่ง — Buy Limit, Buy Stop, Sell Limit, Sell Stop
- ตั้ง Stop Loss ตามกฎออกและคำนวณร่วมกับวงเงินเสี่ยง
- ตั้ง Take Profit และเข้าใจข้อจำกัดของ Trailing Stop
- เปิด แก้ไข และปิดออเดอร์บน MT5 ได้ทุกขั้นตอน
- เข้าใจว่า Stop Loss ไม่ใช่การรับประกันราคาปิด และเพราะอะไร
ทำไมบทนี้ปิดท้าย LEVEL 2
เพราะการส่งคำสั่งต้องใช้ทุกอย่างที่เรียนมา — ขนาด Lot และต้นทุน จากบทที่ 4 และ Margin จากบทที่ 5
และเป็นเครื่องมือที่ทำให้คุณควบคุมความเสียหายเองก่อนที่ระบบจะเข้ามาบังคับปิดแทน
ในบทเรียนที่ 5 เราเห็นแล้วว่า Stop Out คือการที่ระบบบังคับปิดสถานะเพราะเงินไม่พอ
บทนี้อธิบายเครื่องมือที่ช่วยออกจากสถานะตามแผน แต่ไม่รับประกันว่าจะป้องกัน Stop Out ได้ทุกเหตุการณ์
Market Order กับ Pending Order
| หัวข้อ | Market Order | Pending Order |
|---|---|---|
| ทำงานเมื่อ | ส่งคำขอทันที ต้องรอผลดำเนินการ | เมื่อราคาถึงระดับที่ตั้งไว้ |
| ได้เข้าแน่ไหม | ไม่รับประกัน อาจถูกปฏิเสธหรือ Fill ไม่ครบ | ไม่แน่ ราคาอาจไม่ถึง |
| ราคาที่ได้ | ไม่แน่ อาจมี Slippage | Limit มีเงื่อนไขราคา ส่วน Stop อาจ Fill คลาดเคลื่อน |
| ต้องเฝ้าจอไหม | ไม่ต้องเฝ้าตลอดหากมีกฎจัดการสถานะ | ไม่ต้องรอกดเอง แต่ต้องตรวจคำสั่งค้าง |
| เหมาะกับ | Breakout · จังหวะที่ต้องเข้าทันที | คนมีงานประจำ · วางแผนล่วงหน้า |
ทั้ง Market และ Pending ควรมีแผนก่อนส่ง Pending ช่วยให้เซิร์ฟเวอร์รอราคาในเวลาที่ Symbol เปิด แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะตัดสินใจดีขึ้นหรือหลีกเลี่ยงช่วง Spread ถ่างได้
การนั่งเฝ้าจอเพื่อรอกดเองมักนำไปสู่การเข้าออเดอร์นอกแผน — ซึ่งเป็นปัญหาที่เราจะเจาะลึกใน บทเรียนที่ 8
⭐ Pending Order พื้นฐาน 4 แบบ
เริ่มจากภาพตำแหน่งคำสั่งสำหรับ Forex/CFD แบบ OTC: Buy เทียบ Ask และ Sell เทียบ Bid ก่อนดูเงื่อนไขของแต่ละแบบ

| คำสั่ง | วางที่ | ใช้เมื่อคิดว่า |
|---|---|---|
| Buy Limit | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | ราคาจะย่อลงมาก่อน แล้วค่อยขึ้น |
| Buy Stop | สูงกว่าราคาปัจจุบัน | ราคาต้องทะลุขึ้นไปก่อนจึงจะไปต่อ |
| Sell Limit | สูงกว่าราคาปัจจุบัน | ราคาจะขึ้นไปก่อน แล้วค่อยลง |
| Sell Stop | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | ราคาต้องทะลุลงไปก่อนจึงจะลงต่อ |
LIMIT = รอราคาที่ดีกว่าปัจจุบัน (ซื้อถูกลง / ขายแพงขึ้น)
STOP = รอราคาทะลุไปทางนั้นก่อน แล้วค่อยตาม
พอเข้าใจสองคำนี้ คุณไม่ต้องจำทั้ง 4 คำสั่งแยกกันเลย
Limit กับ Stop สะท้อนความเชื่อคนละแบบ
ความต่างไม่ได้อยู่แค่ตำแหน่ง แต่อยู่ที่สมมติฐานเบื้องหลัง
- Limit เชื่อว่าราคาจะกลับตัวจากระดับนั้น — เป็นการเดิมพันกับแนวรับหรือแนวต้าน
- Stop เชื่อว่าราคาจะไปต่อหลังทะลุ — เป็นการเดิมพันกับโมเมนตัม
หากใช้ทั้งสองแบบ ให้ระบุเงื่อนไขแต่ละแบบและบันทึกผลแยก การแตะระดับ Stop ไม่ได้ยืนยันว่าราคาจะไปต่อ และ Limit ไม่ยืนยันการกลับตัว
MT5 ยังรองรับ Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit ตาม Symbol เมื่อถึงเงื่อนไข Stop จะวาง Limit ต่อ ซึ่งอาจไม่ได้ Fill ภาพและตารางนี้แสดงเพียง 4 แบบพื้นฐาน Pending บางกรณีอาจสำรอง Margin ตั้งแต่วางคำสั่ง จึงต้องตรวจบัญชีจริงและความเสี่ยงเมื่อหลายคำสั่งทำงานพร้อมกัน
📖 เจาะลึกแต่ละคำสั่ง: Buy Limit · Buy Stop · Sell Limit และ Sell Stop
Stop Loss — คำสั่งที่สำคัญที่สุด
Stop Loss (SL) คือคำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อราคาไปถึงระดับที่คุณกำหนด เพื่อจำกัดการขาดทุน
Stop Loss ต้องสัมพันธ์กับกฎออกและวงเงินเสี่ยงร่วมกัน ตัวอย่างนี้ใช้โครงสร้างราคา แต่ระบบระยะคงที่หรือความผันผวนก็ต้องมีกฎและผ่านการทดสอบ
ถ้าวิเคราะห์ว่าราคาจะขึ้นเพราะยืนเหนือแนวรับได้ — SL ควรอยู่ใต้แนวรับนั้น
หากกฎของแผนกำหนดให้ระดับนั้นเป็นจุดออก ควรทำตามและประเมินผลภายหลัง ไม่สรุปจากการแตะครั้งเดียวว่าการวิเคราะห์ผิดทั้งหมด
ลำดับวางแผนเมื่อใช้โครงสร้างราคา
- หาจุดที่แผนผิด — ระดับราคาที่ถ้าไปถึงแล้วสมมติฐานของคุณใช้ไม่ได้
- วาง SL เลยจุดนั้นออกไป พร้อมเผื่อ Spread และความผันผวน
- วัดระยะ SL เป็น pips
- คำนวณ Lot จากระยะนั้น ให้ความเสี่ยงเป็นเงินอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้
เลือก Lot ที่อยากเปิดก่อน → แล้วย่อ SL ให้พอดีกับความเสี่ยงที่รับได้
อาจทำให้ SL ไม่ตรงกับเงื่อนไขระบบ ควรตรวจข้อมูลหลายครั้งก่อนเปลี่ยนกฎ หาก Lot ขั้นต่ำเสี่ยงเกินงบ ให้พิจารณาข้ามการเทรดนั้น
Lot เดิมกับ SL ใกล้ขึ้นลดขาดทุนตามระดับก่อนต้นทุน แต่ไม่ได้รับประกันผลรวมที่ดีขึ้น เพราะจุดออกและโอกาสถูกปิดเปลี่ยนไป
สูตรคำนวณ Lot จากระยะ SL อยู่ใน บทเรียนที่ 7
⚠️ Stop Loss ไม่ใช่การรับประกันราคาปิด
เมื่อราคาแตะระดับ SL คำสั่งจะกลายเป็น Market Order ทันที ซึ่งหมายความว่าราคาปิดจริงขึ้นอยู่กับสภาพตลาดในวินาทีนั้น
ในภาวะปกติส่วนต่างจะเล็กมาก แต่ในช่วงข่าวหรือเมื่อเกิด Gap ราคาปิดอาจแย่กว่าที่ตั้งไว้อย่างมีนัยสำคัญ
SL ที่เซิร์ฟเวอร์รับแล้วจะถูกดำเนินการตามเงื่อนไขเมื่อ Trigger แต่ไม่รับประกันราคา Fill หรือการปิดทันทีทุกภาวะ
📖 อ่านต่อ: Stop Loss คืออะไร? ตั้งระดับและคำนวณความเสี่ยง
Take Profit
Take Profit (TP) คือคำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อราคาไปถึงเป้าหมายกำไรที่กำหนด
| ✅ ตั้ง TP จาก | ❌ ไม่ควรตั้งจาก |
|---|---|
| แนวต้านหรือแนวรับถัดไป | จำนวนเงินที่อยากได้ |
| โครงสร้างราคาที่มีอยู่จริง | ตัวเลข เช่น 100 pips ที่เลือกโดยไม่มีกฎหรือผลทดสอบ |
| อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่สมจริง | ความรู้สึกว่า “น่าจะไปได้อีก” |
เมื่อราคาใกล้ถึง TP แล้วเลื่อนออกไปอีกเพราะรู้สึกว่ายังไปได้
ยังวัดผลจริงและ Expectancy ได้หากบันทึกครบ แต่ผลไม่ใช่ของกฎ TP เดิมเพียงอย่างเดียว ต้องแยกเหตุผลการเปลี่ยนและทดสอบเงื่อนไขใหม่
ถ้าคิดว่าเป้าหมายควรไกลกว่านี้ — แก้ที่กฎของกลยุทธ์ ไม่ใช่แก้ระหว่างที่ออเดอร์ยังเปิดอยู่
📖 อ่านต่อ: Take Profit ตั้งอย่างไร
Trailing Stop และการจัดการสถานะ
Trailing Stop มาตรฐานของ MT5 เริ่มขยับ SL เมื่อกำไรด้านราคาถึงระยะที่กำหนดเป็น points จากนั้นจึงเลื่อนตามเมื่อราคาไปทางกำไร ไม่ได้สร้าง SL ป้องกันทันทีตั้งแต่เปิดสถานะ
1. บน MT5 แบบมาตรฐาน Trailing Stop ทำงานเฉพาะตอนที่โปรแกรมเปิดอยู่ — ถ้าปิดโปรแกรมหรือเน็ตหลุด มันหยุดทำงาน
2. ในตลาดที่แกว่งแรง มันมักตัดกำไรเร็วเกินไป — เพราะการย่อตัวปกติก็ทำให้ถูกปิดได้
SL ล่าสุดที่เซิร์ฟเวอร์รับยังคงอยู่แม้ปิดโปรแกรม ไม่ว่าจะตั้งเองหรือถูก Trailing เลื่อนมา แต่ถ้ายังไม่เริ่ม Trailing และไม่เคยตั้ง SL เริ่มต้นไว้ก็อาจไม่มี SL ป้องกัน
เครื่องมือจัดการสถานะอื่น
- Break-even Stop — เลื่อน SL มาที่จุดเข้าเมื่อกำไรถึงระดับหนึ่ง แต่ยังมีต้นทุนและ Slippage จึงไม่ใช่เสมอตัวสุทธิหรือความเสี่ยงศูนย์
- Partial Close — ปิดบางส่วนเพื่อรับกำไร แล้วปล่อยส่วนที่เหลือวิ่งต่อ
- Expiration — ตั้งวันหมดอายุให้ Pending Order เพื่อไม่ให้ค้างอยู่จนสภาพตลาดเปลี่ยนไปแล้ว
📖 อ่านต่อ: Trailing Stop ใช้อย่างไร
Stop Level — ข้อจำกัดที่ต้องเช็กก่อนวางแผน
โบรกเกอร์บางรายกำหนด ระยะขั้นต่ำจากราคาปัจจุบัน ที่คุณตั้ง SL หรือ TP ได้ เรียกว่า Stop Level
ถ้าค่านี้กว้าง คุณจะตั้ง SL ชิดไม่ได้เลย ซึ่งทำให้กลยุทธ์ที่ต้องใช้ SL แคบใช้ไม่ได้กับโบรกเกอร์รายนั้น
ควรตรวจสอบก่อนวางแผนกลยุทธ์ ไม่ใช่ค้นพบตอนที่กดคำสั่งไม่ผ่าน — ดูวิธีอ่าน Contract Specification
วิธีส่งคำสั่งบน MT5
ตรวจว่าใช้บัญชี Demo แล้วเปิด New Order บน MT5 คอมพิวเตอร์ดูควบคู่กับขั้นตอนด้านล่าง
วิธีเปิด: กด F9 หรือคลิกขวาบนกราฟแล้วเลือก Trading จากนั้นเลือก New Order
ช่องที่ต้องหาให้เจอ: Volume · Stop Loss · Take Profit · Type
ข้อควรระวัง: ให้ดูอย่างเดียวก่อน อย่าเพิ่งกดส่งคำสั่งจนกว่าจะอ่านหัวข้อถัดไปจบ
- เปิดหน้าต่าง New Order — กด F9 หรือคลิกขวาบนกราฟ
- ตรวจสอบ Symbol ให้ตรงกับที่ตั้งใจ
- ใส่ Volume ที่คำนวณไว้แล้ว ไม่ใช่ตัวเลขที่พิมพ์สุ่ม
- ใส่ Stop Loss และ Take Profit ก่อนกดส่ง
- เลือกประเภท — คำสั่งตลาดตามโหมดของ Symbol หรือ Pending ที่ต้องการ
- ตรวจทาน: ตลาดใช้ Buy/Sell ส่วน Pending กำหนดราคาและอายุแล้วกด Place จากนั้นตรวจผลและ Ticket ใน Trade/History
แก้ไขออเดอร์ที่เปิดอยู่: คลิกขวาที่รายการในแท็บ Trade → Modify or Delete Order
ปิดบางส่วน: ใช้ Close Position ของ Ticket ที่ต้องการ แล้วระบุ Volume โดยตรวจจำนวนขั้นต่ำ/Step และจำนวนคงเหลือ ปุ่มกากบาทปิดเฉพาะแถวนั้น ไม่ใช่ทุกสถานะ
ตรวจหน่วย SL/TP ว่าตั้งเป็นระดับราคาหรือระยะ points ตามการตั้งค่า MT5 อย่าสับสน points กับ pips หลังส่งต้องตรวจว่าคำสั่งสำเร็จ ราคา Fill และ S/L–T/P ตรงกับแผน ไม่กดซ้ำโดยไม่อ่านผลตอบรับ
📖 ขั้นตอนพร้อมภาพ: วิธีเปิดออเดอร์บน MT5 ทีละขั้นตอน
ความผิดพลาดที่พบบ่อย
| ความผิดพลาด | ผลที่ตามมา |
|---|---|
| ไม่ตั้ง SL ตั้งแต่แรก | ไม่มี SL ช่วยออกตามแผน และ Stop Out ไม่ใช่วงเงินเสี่ยงต่อครั้ง |
| เลื่อน SL หนีเมื่อราคาใกล้ถึง | เพิ่มขาดทุนตามระดับที่ยอมรับ หากไม่ประเมินขนาดสถานะและวงเงินใหม่ |
| สับสน Limit กับ Stop | คำสั่งทำงานตรงข้ามกับที่ตั้งใจโดยสิ้นเชิง |
| ใส่ Volume ผิดหลัก | เช่น 0.10 แทน 0.01 Lot เพิ่มกำไรขาดทุนจากราคา 10 เท่าเมื่อเงื่อนไขอื่นเท่ากัน |
| ลืม Pending Order ที่ตั้งค้างไว้ | ทำงานในสภาพตลาดที่เปลี่ยนไปแล้ว — ควรตั้ง Expiration |
| ตั้ง SL/TP ไม่เผื่อ Spread | สำหรับสถานะ Sell ราคาปิดใช้ Ask ซึ่งสูงกว่าที่เห็นบนกราฟ |
⛔ บทเรียนนี้ไม่ครอบคลุมอะไร
| หัวข้อ | อยู่ที่ |
|---|---|
| สูตรคำนวณ Lot จากระยะ SL | บทเรียนที่ 7 |
| ควรวาง SL ตรงไหนตามหลักการวิเคราะห์ | บทเรียนที่ 9 |
| การใช้ ATR กำหนดระยะ SL | บทเรียนที่ 10 |
| Scaling In / Scaling Out เชิงกลยุทธ์ | บทเรียนที่ 13 |
คำถามที่พบบ่อย
จำเป็นต้องตั้ง Stop Loss ทุกครั้งไหม?
สำหรับการฝึกให้กำหนด SL ตามแผนและตรวจว่าบันทึกแล้ว การไม่มี SL ต้องมีวิธีออกและจัดการความเสี่ยงอื่นที่ชัดเจน ไม่ควรใช้ Stop Out แทนแผน และ SL เองก็ไม่รับประกันขาดทุนสูงสุด
ตั้ง SL แล้วโดนชนบ่อยมาก ควรทำอย่างไร?
ตรวจ Bid/Ask, Spread และผลทดสอบก่อน หากข้อมูลสนับสนุนระยะที่กว้างขึ้นให้ลด Lot ตามวงเงินก่อนเข้าใหม่ ไม่ขยาย SL ของสถานะขาดทุนโดยอัตโนมัติ
Pending Order ค้างได้นานแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า Expiration และนโยบายของโบรกเกอร์ บางรายลบคำสั่งที่ค้างเกินระยะเวลาหนึ่งโดยอัตโนมัติ ควรตรวจสอบจากเงื่อนไขบัญชีของคุณ
ทำไมตั้ง SL แล้วระบบไม่รับ?
มักเป็นเพราะระยะที่ตั้งใกล้ราคาปัจจุบันเกินกว่า Stop Level ที่โบรกเกอร์กำหนด
ปิดออเดอร์เองกับปล่อยให้ TP ทำงาน อันไหนดีกว่า?
การปล่อยให้แผนทำงานทำให้คุณเก็บข้อมูลได้ว่ากลยุทธ์มีผลอย่างไรจริง ๆ ส่วนการปิดเองต้องบันทึกและแยกจากผลของกฎเดิม — เว้นแต่การปิดเองนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกฎที่เขียนไว้ล่วงหน้า
สรุปบทเรียนที่ 6
2. Stop Loss ต้องสัมพันธ์กับกฎออกและวงเงินเสี่ยง
3. หา SL ก่อน แล้วคำนวณ Lot ทีหลัง — ไม่ใช่กลับกัน
4. Stop Loss ไม่รับประกันราคา Fill หรือปิดทันทีทุกภาวะ
5. Trailing Stop แบบมาตรฐานทำงานเฉพาะตอนเปิดโปรแกรม
📌 Checklist ก่อนไปบทเรียนถัดไป
- ☐ วาง Pending Order ทั้ง 4 แบบได้ถูกตำแหน่งโดยไม่ต้องดูตาราง
- ☐ อธิบายได้ว่า Limit กับ Stop สะท้อนความเชื่อคนละแบบ
- ☐ รู้ว่า SL ต้องหาก่อน แล้วคำนวณ Lot ทีหลัง
- ☐ เข้าใจว่า SL ไม่ใช่การรับประกันราคาปิด
- ☐ รู้ค่า Stop Level ของโบรกเกอร์ตัวเอง
- ☐ เปิด แก้ไข และปิดออเดอร์บน MT5 ได้คล่อง
📚 หมายเหตุเรื่องแหล่งอ้างอิง
ประเภทคำสั่งและพฤติกรรมของแต่ละคำสั่งเป็นไปตามการทำงานของแพลตฟอร์มและเงื่อนไขที่โบรกเกอร์กำหนด ค่า Stop Level, ประเภท Execution และการรองรับ Pending Order แต่ละแบบ แตกต่างกันตามผู้ให้บริการ ให้ตรวจสอบจากเอกสาร Contract Specification และคู่มือแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์ที่คุณใช้บริการ
- MetaQuotes: Basic Principles และ Order Types — MetaTrader 5 Platform Documentation: Order Types — metatrader5.com
- Commodity Futures Trading Commission (CFTC) — Customer Advisory: Eight Things You Should Know Before Trading Forex — cftc.gov
🛑 คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง
📚 บทความทั้งหมดในบทเรียนนี้
บทเรียนนี้มีบทความเจาะลึก 9 เรื่อง อ่านตามลำดับหรือเลือกเฉพาะหัวข้อที่สนใจได้
📚 หลังอ่านบทความย่อยครบ — ไป LEVEL 3
บทเรียนที่ 7: Risk Management และ Position Sizing
เมื่ออ่านบทความย่อยทั้ง 9 เรื่องและฝึกบน Demo ครบ คุณจะได้ทบทวนต้นทุน Margin และการส่งคำสั่งก่อนเข้าสู่ LEVEL 3
⛔ ด่านสำคัญ
อย่าเพิ่งเปิดบัญชีเงินจริงจนกว่าจะผ่าน LEVEL 3
สิ่งที่คุณเรียนมาทั้งหมดบอกว่าตลาดทำงานอย่างไร — แต่ยังไม่ได้บอกว่าควรเปิดกี่ Lot ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของความเสี่ยงร่วมกับกฎเข้าออก ต้นทุน และสถานะอื่นในบัญชี
LEVEL 3 ตอบคำถาม: “ฉันจะไม่ทำลายเงินตัวเองได้อย่างไร?”
📚 บทความถัดไป
Market Order กับ Pending Order ต่างกันอย่างไร
เริ่มอ่านบทความย่อยเพื่อทบทวนวิธีเลือกคำสั่ง ก่อนฝึกตามคู่มือ MT5 บน Demo
อ่านต่อเนื่องผ่านบท Gap แล้วปุ่มถัดไปจะพาไปบทเรียนที่ 7
Share This Story, Choose Your Platform!
โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์
ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส
โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ
บทความในหมวด บทเรียนที่ 4: Pip, Lot, Spread 🎯 เมื่อเรีย […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 5: Leverage และ Margin 🎯 เมื่อเ […]


