บทความที่ 11 / 16 ในบทนี้

เหลืออีก 5 บทความ

Contract Specification คือเอกสารที่ระบุเงื่อนไขจริงของสินทรัพย์แต่ละตัวในบัญชีของคุณ ตั้งแต่ขนาดสัญญา Margin ที่ต้องวาง ค่า Swap ไปจนถึงเวลาซื้อขาย

ควรเปิดดูให้เป็นก่อนส่งคำสั่ง เพราะการคำนวณมูลค่าสถานะและความเสี่ยงต้องใช้เงื่อนไขของสัญลักษณ์จริง การนำตัวเลขตัวอย่างไปใช้กับบัญชีที่มีขนาดสัญญาต่างกันอาจทำให้เปิดออเดอร์ใหญ่กว่าที่ตั้งใจ

หาเอกสารนี้ได้จากไหน?

ช่องทาง วิธีเข้าถึง
บนแพลตฟอร์ม MT5 คลิกขวาที่สัญลักษณ์ใน Market Watch → เลือก Specification
บนเว็บไซต์โบรกเกอร์ หน้า Trading Conditions หรือ Contract Specifications
ในเอกสารสัญญา มักแนบเป็นภาคผนวกของ Terms & Conditions
ใช้ตัวเลขจากแพลตฟอร์มของคุณเองเป็นหลัก

เพราะเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเภทบัญชีและนิติบุคคลที่คุณอยู่ภายใต้ ตัวเลขบนหน้าเว็บอาจเป็นของบัญชีคนละประเภทกับที่คุณเปิด

🔎 เปิดดูของจริงบนแพลตฟอร์มของคุณ

เปิดหน้าต่าง Specification ของ EURUSD ขึ้นมาดูควบคู่ไปกับการอ่านหัวข้อถัดไป

วิธีเปิดบน MT5: คลิกขวาที่ EURUSD ในหน้าต่าง Market Watch แล้วเลือก Specification

บรรทัดที่ต้องหาให้เจอ: Contract Size · Margin · Swap Long และ Swap Short · Stop Level

ทำไมต้องเปิดของจริง: ตัวเลขเหล่านี้ต่างกันตามโบรกเกอร์และประเภทบัญชี การอ่านจากบทความอย่างเดียวจึงไม่พอ

8 ช่องที่ต้องดูทุกครั้ง

แผนภาพแสดง 8 ช่องใน Contract Specification ที่ต้องตรวจสอบ

1. Contract Size — ตัวเลขที่สำคัญที่สุด

ระบุว่า 1 Lot เท่ากับกี่หน่วยของสินทรัพย์นั้น เป็นตัวเลขที่ใช้คำนวณ Pip Value และมูลค่า Position

⚠️ 100,000 เป็นขนาด Standard Lot ที่พบบ่อยใน Forex ไม่ใช่ค่าของทุกบัญชีหรือทุกสัญลักษณ์

ทองคำ ดัชนี น้ำมัน และคริปโท มี Contract Size คนละแบบ และต่างกันได้ระหว่างโบรกเกอร์

ตัวอย่าง: ทองคำมัก 100 ออนซ์ต่อ Lot แต่บางรายใช้ 10 ออนซ์ — ต่างกัน 10 เท่า ถ้าคำนวณจากตัวเลขผิด มูลค่ากำไรขาดทุนต่อระยะราคาเดียวกันอาจต่างไป 10 เท่าเมื่อใช้ Lot เท่ากัน

📖 ชุดบทเรียนทองคำ / XAU/USD

2. Minimum / Maximum Lot และ Lot Step

ขนาดเล็กที่สุดและใหญ่ที่สุดที่เปิดได้ และขั้นการปรับ (เช่น ปรับได้ทีละ 0.01)

มีความหมายมากกว่าที่คิด: ถ้าคำนวณ Position Size ตามความเสี่ยงแล้วได้ค่าที่เล็กกว่าขั้นต่ำ แปลว่าขนาดขั้นต่ำไม่ตรงกับวงเงินเสี่ยงและระยะ SL ของแผนนั้น — ไม่ใช่ให้ปัดขึ้นเป็นขั้นต่ำ

3. Margin Requirement

เงินที่ต้องวางจริงเพื่อเปิด Position — อ่านวิธีคำนวณ

⚠️ โบรกเกอร์บางรายปรับ Margin Requirement ขึ้นในช่วงข่าวสำคัญหรือช่วงสุดสัปดาห์ ให้ดูว่ามีหมายเหตุเรื่องนี้หรือไม่

4. Swap Long / Swap Short

ต้นทุนหรือรายได้จากการถือข้ามคืน แสดงแยกสำหรับฝั่ง Buy และ Sell

ให้ดูด้วยว่าวันไหนคิดสามเท่า — โดยทั่วไปในตลาด Forex มักเป็นวันพุธ แต่ต่างกันได้ตามสินทรัพย์และโบรกเกอร์

5. Trading Hours

เวลาเปิด-ปิดของสินทรัพย์นั้นตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งอาจต่างจากเวลาไทย ต้องตรวจเขตเวลาและการเปลี่ยนเวลาออมแสง

สินทรัพย์ที่ไม่ใช่คู่เงิน เช่นดัชนีและสินค้าโภคภัณฑ์ มักมีช่วงพักระหว่างวันและวันหยุดที่ต่างจากคู่เงิน

6. Stop Level (หรือ Limit & Stop Levels)

ข้อจำกัดระยะคำสั่งที่กระทบแผนโดยตรง

ระบุข้อจำกัดระยะของ Stop และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยอาจเป็น points ต้องตรวจฝั่ง Bid/Ask และกติกาตามชนิดคำสั่ง

ถ้า Stop Level กว้าง คุณจะตั้ง SL ชิดไม่ได้เลย ซึ่งทำให้กลยุทธ์ที่ใช้ SL แคบอาจใช้ไม่ได้กับสัญลักษณ์และบัญชีนั้นในเงื่อนไขปัจจุบัน — ควรตรวจก่อนวางแผน ไม่ใช่ค้นพบตอนกดออเดอร์ไม่ผ่าน

7. Tick Size และ Tick Value

ระบุว่าราคาขยับขั้นต่ำเท่าไร และการขยับนั้นมีมูลค่าเท่าไร — มีประโยชน์มากกับสินทรัพย์ที่ไม่ใช่คู่เงิน ซึ่งการนับ pip ไม่ชัดเจน

8. Execution Type และ Commission

ตรวจโหมด Execution ที่แสดง ซึ่งอาจมีมากกว่า Market และ Instant ส่วน Commission อาจอยู่ในตารางค่าธรรมเนียมแยก ไม่ได้แสดงครบใน Specification ทุกระบบ

อ่าน Tick Value ให้ครบ: ตรวจว่าเป็นมูลค่าต่อ Tick สำหรับปริมาณเท่าไรและสกุลเงินใด ค่านี้อาจเปลี่ยนเมื่อมีการแปลงสกุลเงิน ส่วน Initial/Maintenance Margin และวิธีคำนวณอาจต่างกันตามผลิตภัณฑ์ ค่า Margin เป็นศูนย์ในช่องหนึ่งไม่ได้แปลว่าไม่ต้องวาง Margin เสมอ

ตัวอย่างการอ่าน 3 สินทรัพย์

ตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้ — ให้ใช้ตัวเลขจริงจากแพลตฟอร์มของคุณ

ช่อง EURUSD XAUUSD ดัชนีหุ้น
Contract Size 100,000 EUR 100 ออนซ์ แล้วแต่ดัชนี
ตัวอย่างระยะราคาที่ใช้คำนวณ 0.0001 = 1 pip $0.01 1 จุดดัชนี
Trading Hours ส่วนใหญ่วันทำการ แต่ตรวจช่วงพักและวันหยุด มีช่วงพักรายวัน ตรวจชั่วโมง CFD ของบริษัท ไม่จำเป็นต้องตรงตลาดหุ้นทุกช่วง
การเปรียบเทียบความผันผวน ต้องกำหนดช่วงเวลาและหน่วยเปรียบเทียบ ไม่จัดอันดับตายตัวจากชื่อสินทรัพย์ ตรวจข้อมูลในช่วงเดียวกัน
บทสรุปจากตารางนี้

สินทรัพย์เหล่านี้อาจใช้หลักการมูลค่าสัญญาคล้ายกัน แต่ขนาดสัญญา Tick และวิธีแปลงสกุลเงินต่างกัน

การเปิด 0.1 Lot เหมือนกันทั้งสามตัวจึงหมายถึงความเสี่ยงเป็นเงินที่ต่างกันมาก — ต้องคำนวณใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนสินทรัพย์

ขั้นตอนที่ควรทำก่อนเทรดสินทรัพย์ใหม่

  1. เปิด Contract Specification ของสินทรัพย์นั้น บนแพลตฟอร์มของคุณเอง
  2. จด Contract Size, Tick Value, Stop Level, Swap ลงในบันทึก
  3. คำนวณมูลค่าตามระยะราคาที่กำหนด เช่น 1 pip หรือ 1 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ว่าเป็นเงินเท่าไรสำหรับ Lot ที่ตั้งใจใช้
  4. ทดสอบการคำนวณด้วยบัญชี Demo หรือเครื่องคำนวณของผู้ให้บริการก่อน โดยตรวจว่า Specification ตรงกับบัญชีเป้าหมาย ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเงินจริงเพียงเพื่อทดสอบ
  5. เก็บตารางไว้ใช้ซ้ำ และทบทวนเป็นระยะ เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงได้

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Contract Size ของโบรกเกอร์แต่ละเจ้าไม่เท่ากัน?
สำหรับ CFD นอกตลาดกลาง ผู้ให้บริการกำหนดขนาดสัญญาและเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ จึงอาจต่างกันระหว่างบริษัทหรือบัญชี ส่วนสัญญาที่ซื้อขายในตลาดกลางใช้ข้อกำหนดของตลาดนั้น ไม่ควรเหมารวมว่าสินทรัพย์ทุกชนิดบนแพลตฟอร์มเป็น CFD

เงื่อนไขใน Contract Specification เปลี่ยนได้ไหม?
ได้ โบรกเกอร์มักสงวนสิทธิ์ในการปรับเงื่อนไข โดยเฉพาะ Swap และ Margin Requirement ในภาวะตลาดผิดปกติ ให้ตรวจสอบเป็นระยะโดยเฉพาะก่อนเหตุการณ์สำคัญ

ทำไมค่าที่แสดงบนแพลตฟอร์มไม่ตรงกับหน้าเว็บ?
มักเป็นเพราะเป็นคนละประเภทบัญชีหรือคนละนิติบุคคล ให้เทียบชื่อบัญชี สัญลักษณ์ บริษัท และวันที่ของข้อมูล หากยังไม่ตรงให้ขอคำยืนยันก่อนส่งคำสั่ง ไม่ควรละเลยความขัดแย้งระหว่างสัญญากับหน้าจอ

Stop Level เป็น 0 แปลว่าอะไร?
อาจหมายถึงไม่มีค่าระยะขั้นต่ำที่แสดง แต่บางระบบโดยเฉพาะ MT4 อาจควบคุมระยะแบบเปลี่ยนแปลงฝั่งเซิร์ฟเวอร์ได้ จึงอาจเจอ Invalid Stops แม้ค่าเป็นศูนย์ และยังต้องตรวจ Tick Size, Freeze Level และฝั่งราคา

สรุป

1. Contract Size คือตัวเลขที่สำคัญที่สุด — และไม่ใช่ 100,000 สำหรับทุกสินทรัพย์

2. Stop Level กำหนดว่าคุณตั้ง SL ชิดได้แค่ไหน — ตรวจก่อนวางแผนกลยุทธ์

3. ใช้ตัวเลขจากแพลตฟอร์มของคุณเอง ไม่ใช่จากบทความหรือหน้าเว็บทั่วไป

4. ต้องเปิดดูใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนสินทรัพย์

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

หมายเหตุและข้อจำกัด

เอกสาร Contract Specification และ Terms & Conditions ของโบรกเกอร์ที่คุณใช้บริการ — เป็นแหล่งอ้างอิงหลักสำหรับตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้

📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 2: Forex Broker และ Trading Platform

คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกราย ตัวเลขที่ใช้ในบทความเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้ ให้ตรวจสอบค่าจริงจากแพลตฟอร์มและเอกสารของโบรกเกอร์ที่คุณใช้บริการ เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น

บทถัดไปจะเปรียบเทียบ MT4 และ MT5 เพื่อเลือกแพลตฟอร์มที่ตรงกับบัญชีและเครื่องมือที่ต้องใช้

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี

เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้

ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

รู้จักแต่ละโบรกเกอร์

อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ

ดูรีวิวโบรกเกอร์ →

เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน

เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ →

บทความที่เกี่ยวข้อง