📘 บทความเจาะลึกใน บทเรียนที่ 2: Forex Broker
🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะ
- เปิด Specification ของบัญชีและสัญลักษณ์ที่ใช้จริงได้
- อ่านช่องหลักทั้ง 8 กลุ่มพร้อมหน่วยวัดและข้อจำกัด
- ตรวจความต่างของคู่เงิน ทอง และดัชนีโดยไม่ใช้ Lot เท่ากันแทนความเสี่ยงเท่ากัน
- เทียบข้อมูลกับเอกสารและทดลองคำนวณก่อนใช้เงินจริง
Contract Specification คือเอกสารที่ระบุเงื่อนไขจริงของสินทรัพย์แต่ละตัวในบัญชีของคุณ ตั้งแต่ขนาดสัญญา Margin ที่ต้องวาง ค่า Swap ไปจนถึงเวลาซื้อขาย
เป็นข้อมูลที่ควรเปิดดูให้เป็นก่อนส่งคำสั่ง ทั้งที่ทุกการคำนวณความเสี่ยงต้องใช้ตัวเลขจากเอกสารนี้ — การจำตัวเลขจากบทความแล้วเอาไปใช้กับบัญชีตัวเองคือสาเหตุที่คนเปิดออเดอร์ใหญ่เกินตั้งใจหลายเท่า
หาเอกสารนี้ได้จากไหน?
| ช่องทาง | วิธีเข้าถึง |
|---|---|
| บนแพลตฟอร์ม MT5 | คลิกขวาที่สัญลักษณ์ใน Market Watch → เลือก Specification |
| บนเว็บไซต์โบรกเกอร์ | หน้า Trading Conditions หรือ Contract Specifications |
| ในเอกสารสัญญา | มักแนบเป็นภาคผนวกของ Terms & Conditions |
เพราะเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเภทบัญชีและนิติบุคคลที่คุณอยู่ภายใต้ ตัวเลขบนหน้าเว็บอาจเป็นของบัญชีคนละประเภทกับที่คุณเปิด
เปิดหน้าต่าง Specification ของ EURUSD ขึ้นมาดูควบคู่ไปกับการอ่านหัวข้อถัดไป
วิธีเปิดบน MT5: คลิกขวาที่ EURUSD ในหน้าต่าง Market Watch แล้วเลือก Specification
บรรทัดที่ต้องหาให้เจอ: Contract Size · Margin · Swap Long และ Swap Short · Stop Level
ทำไมต้องเปิดของจริง: ตัวเลขเหล่านี้ต่างกันตามโบรกเกอร์และประเภทบัญชี การอ่านจากบทความอย่างเดียวจึงไม่พอ
8 ช่องที่ต้องดูทุกครั้ง

1. Contract Size — ตัวเลขที่สำคัญที่สุด
ระบุว่า 1 Lot เท่ากับกี่หน่วยของสินทรัพย์นั้น เป็นตัวเลขที่ใช้คำนวณ Pip Value และมูลค่า Position
ทองคำ ดัชนี น้ำมัน และคริปโท มี Contract Size คนละแบบ และต่างกันได้ระหว่างโบรกเกอร์
ตัวอย่าง: ทองคำมัก 100 ออนซ์ต่อ Lot แต่บางรายใช้ 10 ออนซ์ — ต่างกัน 10 เท่า ถ้าคำนวณจากตัวเลขผิด ความเสี่ยงจริงของคุณผิดไป 10 เท่าทันที
2. Minimum / Maximum Lot และ Lot Step
ขนาดเล็กที่สุดและใหญ่ที่สุดที่เปิดได้ และขั้นการปรับ (เช่น ปรับได้ทีละ 0.01)
มีความหมายมากกว่าที่คิด: ถ้าคำนวณ Position Size ตามความเสี่ยงแล้วได้ค่าที่เล็กกว่าขั้นต่ำ แปลว่าขนาดขั้นต่ำไม่ตรงกับวงเงินเสี่ยงและระยะ SL ของแผนนั้น — ไม่ใช่ให้ปัดขึ้นเป็นขั้นต่ำ
3. Margin Requirement
เงินที่ต้องวางจริงเพื่อเปิด Position — อ่านวิธีคำนวณ
⚠️ โบรกเกอร์บางรายปรับ Margin Requirement ขึ้นในช่วงข่าวสำคัญหรือช่วงสุดสัปดาห์ ให้ดูว่ามีหมายเหตุเรื่องนี้หรือไม่
4. Swap Long / Swap Short
ต้นทุนหรือรายได้จากการถือข้ามคืน แสดงแยกสำหรับฝั่ง Buy และ Sell
ให้ดูด้วยว่าวันไหนคิดสามเท่า — โดยทั่วไปในตลาด Forex มักเป็นวันพุธ แต่ต่างกันได้ตามสินทรัพย์และโบรกเกอร์
5. Trading Hours
เวลาเปิด-ปิดของสินทรัพย์นั้นตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งอาจต่างจากเวลาไทย ต้องตรวจเขตเวลาและการเปลี่ยนเวลาออมแสง
สินทรัพย์ที่ไม่ใช่คู่เงิน เช่นดัชนีและสินค้าโภคภัณฑ์ มักมีช่วงพักระหว่างวันและวันหยุดที่ต่างจากคู่เงิน
6. Stop Level (หรือ Limit & Stop Levels)
ระบุข้อจำกัดระยะของ Stop และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยอาจเป็น points ต้องตรวจฝั่ง Bid/Ask และกติกาตามชนิดคำสั่ง
ถ้า Stop Level กว้าง คุณจะตั้ง SL ชิดไม่ได้เลย ซึ่งทำให้กลยุทธ์ที่ใช้ SL แคบใช้ไม่ได้กับโบรกเกอร์รายนั้น — ควรตรวจก่อนวางแผน ไม่ใช่ค้นพบตอนกดออเดอร์ไม่ผ่าน
7. Tick Size และ Tick Value
ระบุว่าราคาขยับขั้นต่ำเท่าไร และการขยับนั้นมีมูลค่าเท่าไร — มีประโยชน์มากกับสินทรัพย์ที่ไม่ใช่คู่เงิน ซึ่งการนับ pip ไม่ชัดเจน
8. Execution Type และ Commission
ตรวจโหมด Execution ที่แสดง ซึ่งอาจมีมากกว่า Market และ Instant ส่วน Commission อาจอยู่ในตารางค่าธรรมเนียมแยก ไม่ได้แสดงครบใน Specification ทุกระบบ
อ่าน Tick Value ให้ครบ: ตรวจว่าเป็นมูลค่าต่อ Tick สำหรับปริมาณเท่าไรและสกุลเงินใด ค่านี้อาจเปลี่ยนเมื่อมีการแปลงสกุลเงิน ส่วน Initial/Maintenance Margin และวิธีคำนวณอาจต่างกันตามผลิตภัณฑ์ ค่า Margin เป็นศูนย์ในช่องหนึ่งไม่ได้แปลว่าไม่ต้องวาง Margin เสมอ
ตัวอย่างการอ่าน 3 สินทรัพย์
ตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้ — ให้ใช้ตัวเลขจริงจากแพลตฟอร์มของคุณ
| ช่อง | EURUSD | XAUUSD | ดัชนีหุ้น |
|---|---|---|---|
| Contract Size | 100,000 EUR | 100 ออนซ์ | แล้วแต่ดัชนี |
| ราคาขยับ 1 หน่วย | 0.0001 = 1 pip | $0.01 | 1 จุดดัชนี |
| Trading Hours | ส่วนใหญ่วันทำการ แต่ตรวจช่วงพักและวันหยุด | มีช่วงพักรายวัน | ตรวจชั่วโมง CFD ของบริษัท ไม่จำเป็นต้องตรงตลาดหุ้นทุกช่วง |
| การเปรียบเทียบความผันผวน | ต้องกำหนดช่วงเวลาและหน่วยเปรียบเทียบ | ไม่จัดอันดับตายตัวจากชื่อสินทรัพย์ | ตรวจข้อมูลในช่วงเดียวกัน |
สินทรัพย์เหล่านี้อาจใช้หลักการมูลค่าสัญญาคล้ายกัน แต่ขนาดสัญญา Tick และวิธีแปลงสกุลเงินต่างกัน
การเปิด 0.1 Lot เหมือนกันทั้งสามตัวจึงหมายถึงความเสี่ยงเป็นเงินที่ต่างกันมาก — ต้องคำนวณใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนสินทรัพย์
ขั้นตอนที่ควรทำก่อนเทรดสินทรัพย์ใหม่
- เปิด Contract Specification ของสินทรัพย์นั้น บนแพลตฟอร์มของคุณเอง
- จด Contract Size, Tick Value, Stop Level, Swap ลงในบันทึก
- คำนวณว่าราคาขยับ 1 หน่วย = เงินเท่าไร ที่ Lot ขนาดที่คุณตั้งใจ
- ทดสอบการคำนวณด้วยบัญชี Demo หรือเครื่องคำนวณของผู้ให้บริการก่อน โดยตรวจว่า Specification ตรงกับบัญชีเป้าหมาย ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเงินจริงเพียงเพื่อทดสอบ
- เก็บตารางไว้ใช้ซ้ำ และทบทวนเป็นระยะ เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงได้
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Contract Size ของโบรกเกอร์แต่ละเจ้าไม่เท่ากัน?
เพราะรายย่อยเทรดผ่าน CFD ซึ่งเป็นสัญญาที่โบรกเกอร์ออกแบบเอง ไม่ใช่สัญญามาตรฐานของตลาดกลาง โบรกเกอร์จึงกำหนดขนาดสัญญาได้เอง
เงื่อนไขใน Contract Specification เปลี่ยนได้ไหม?
ได้ โบรกเกอร์มักสงวนสิทธิ์ในการปรับเงื่อนไข โดยเฉพาะ Swap และ Margin Requirement ในภาวะตลาดผิดปกติ ให้ตรวจสอบเป็นระยะโดยเฉพาะก่อนเหตุการณ์สำคัญ
ทำไมค่าที่แสดงบนแพลตฟอร์มไม่ตรงกับหน้าเว็บ?
มักเป็นเพราะเป็นคนละประเภทบัญชีหรือคนละนิติบุคคล ให้เทียบชื่อบัญชี สัญลักษณ์ บริษัท และวันที่ของข้อมูล หากยังไม่ตรงให้ขอคำยืนยันก่อนส่งคำสั่ง ไม่ควรละเลยความขัดแย้งระหว่างสัญญากับหน้าจอ
Stop Level เป็น 0 แปลว่าอะไร?
อาจหมายถึงไม่มีค่าระยะขั้นต่ำที่แสดง แต่บางระบบโดยเฉพาะ MT4 อาจควบคุมระยะแบบเปลี่ยนแปลงฝั่งเซิร์ฟเวอร์ได้ จึงอาจเจอ Invalid Stops แม้ค่าเป็นศูนย์ และยังต้องตรวจ Tick Size, Freeze Level และฝั่งราคา
สรุป
2. Stop Level กำหนดว่าคุณตั้ง SL ชิดได้แค่ไหน — ตรวจก่อนวางแผนกลยุทธ์
3. ใช้ตัวเลขจากแพลตฟอร์มของคุณเอง ไม่ใช่จากบทความหรือหน้าเว็บทั่วไป
4. ต้องเปิดดูใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนสินทรัพย์
อ่านต่อ
แหล่งอ้างอิง
- MetaQuotes: Market Watch และ Specification
- MQL4: Stop Level, Freeze Level และคุณสมบัติสัญลักษณ์
- Commodity Futures Trading Commission (CFTC) — Customer Advisory: Eight Things You Should Know Before Trading Forex — cftc.gov
หมายเหตุและข้อจำกัด
เอกสาร Contract Specification และ Terms & Conditions ของโบรกเกอร์ที่คุณใช้บริการ — เป็นแหล่งอ้างอิงหลักสำหรับตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้
📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 2: Forex Broker และ Trading Platform
📚 บทความถัดไป
MT4 vs MT5 ต่างกันอย่างไร? ควรใช้ตัวไหน
คุณทราบแล้วว่าค่าของสัญลักษณ์ใดต้องใช้ในการคำนวณและตรวจเงื่อนไขก่อนส่งคำสั่ง
บทถัดไปจะเปรียบเทียบ MT4 และ MT5 เพื่อเลือกแพลตฟอร์มที่ตรงกับบัญชีและเครื่องมือที่ต้องใช้
Share This Story, Choose Your Platform!
โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์
ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส
โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ
📘 บทความเจาะลึกใน บทเรียนที่ 2: Forex Broker 🎯 เมื่อเรี […]
🔵 LEVEL 2: MECHANICS | บทเรียนที่ 4 จาก 14 🎯 เมื่อเรียน […]
📘 บทความเจาะลึกใน บทเรียนที่ 2: Forex Broker 🎯 เมื่อเรี […]
📘 บทความเจาะลึกใน บทเรียนที่ 2: Forex Broker 🎯 เมื่อเรี […]


