เหลืออีก 7 บทความ
บทนี้ช่วยให้คุณ
Deliverable Spot FX คือการแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่มีการส่งมอบตามวันชำระราคา ส่วน CFD (Contract for Difference) คือสัญญาที่วัดเฉพาะส่วนต่างของราคาโดยไม่มีการส่งมอบสกุลเงินจริง
บัญชีที่ใช้คำว่า Forex อาจเสนอ CFD, Rolling Spot FX หรือการแลกเปลี่ยนเงินตราแบบส่งมอบ ขึ้นกับผลิตภัณฑ์และเขตกฎหมาย จึงต้องตรวจข้อตกลง ไม่สรุปจากการเป็นโบรกเกอร์ต่างประเทศ
บทความนี้จะอธิบายว่าสองอย่างนี้ต่างกันอย่างไร ส่งผลต่อความเสี่ยงของคุณอย่างไร และวิธีตรวจสอบว่าบัญชีของคุณเป็นแบบไหน
Spot FX คืออะไร
Spot FX คือธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราที่ตกลงกันที่ราคาปัจจุบัน และมีการส่งมอบเงินจริงระหว่างสองฝ่ายภายในระยะเวลาสั้น ๆ หลังทำรายการ
ผู้เกี่ยวข้องมีทั้งธนาคาร สถาบันการเงิน กองทุน และธุรกิจที่แลกเงินเพื่อการค้าและการลงทุน ส่วนบุคคลก็เข้าถึงบริการแลกเงินแบบส่งมอบผ่านผู้ให้บริการได้
ตัวอย่าง: ธนาคาร A ตกลงซื้อ 10 ล้านยูโรจากธนาคาร B ที่ราคา 1.1000 — เมื่อถึงวันชำระราคา ธนาคาร B ส่งมอบยูโร และธนาคาร A ส่งมอบดอลลาร์ตามจำนวนที่ตกลง
CFD คืออะไร
CFD (Contract for Difference) คือสัญญาระหว่างคุณกับโบรกเกอร์ ที่ตกลงกันว่าจะชำระส่วนต่างของราคาระหว่างจุดที่เปิดกับจุดที่ปิดสัญญา
ไม่มีการส่งมอบสกุลเงินอ้างอิงตามขนาดสถานะ มีเพียงการโอนกำไรหรือขาดทุนเป็นสกุลเงินบัญชีของคุณ
ตัวอย่าง: คุณเปิด Buy EUR/USD ที่ 1.1000 แล้วปิดที่ 1.1050 — การเปิดสัญญานี้ไม่ได้ทำให้คุณได้รับยูโรตามขนาดสถานะ กำไรขั้นต้นคิดจาก 0.0050 USD ต่อ EUR × จำนวน EUR ตามสัญญา เช่น 100,000 EUR ได้ $500 ก่อนต้นทุน หากเขียนเป็น 50 pips ต้องคูณด้วยมูลค่าต่อ pip ซึ่งตัวอย่างนี้คือ $10 จึงได้ $500 เท่ากัน
CFD อ้างอิงได้มากกว่าคู่เงิน และไม่ได้ทำให้เป็นเจ้าของสินทรัพย์
CFD เป็นตราสารอนุพันธ์ที่อ้างอิงราคาของสินทรัพย์ เช่น คู่เงิน หุ้น ดัชนี หรือทองคำ การซื้อ CFD หุ้นไม่ได้ทำให้คุณเป็นผู้ถือหุ้น และการซื้อ CFD ทองคำไม่ได้ทำให้คุณได้รับทองคำจริง สิทธิที่ได้เป็นสิทธิตามสัญญากับผู้ให้บริการ เช่น การชำระส่วนต่างราคา หรือรายการปรับเงินตามเงื่อนไขสัญญา
Forex กับ CFD จึงไม่ใช่คำตรงข้ามกัน: Forex หมายถึงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา ส่วน CFD บอกประเภทสัญญาที่ใช้ซื้อขาย บัญชี Forex จึงอาจใช้ CFD อ้างอิงคู่เงินได้
ฝั่ง Buy และ Sell คำนวณกำไรขาดทุนอย่างไร
Buy ได้กำไรเมื่อราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด ส่วน Sell ได้กำไรเมื่อราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด หากราคาไปในทางตรงข้ามจะขาดทุน ตัวอย่าง Sell EUR/USD ขนาด 100,000 EUR ที่ 1.1000 แล้วปิดที่ 1.0950 ได้กำไรขั้นต้น $500 แต่หากปิดที่ 1.1050 จะขาดทุนขั้นต้น $500 ทั้งสองกรณียังไม่หักต้นทุนและยังไม่รวมผลจากการแปลงสกุลเงินบัญชี
จำนวนเงินที่ฝากไม่ใช่ขนาดสถานะ ต้องดูจำนวนหน่วยอ้างอิงจาก Lot และ Contract Size ของสัญลักษณ์นั้น อ่านวิธีแปลงเพิ่มเติมใน Lot คืออะไร และ วิธีอ่านรายละเอียดสัญญา
ขอบเขตคำว่า Spot ในบทนี้: ตารางใช้ Deliverable Spot FX เปรียบเทียบกับ CFD นอกตลาดจัดตั้งสำหรับลูกค้ารายย่อย (Retail OTC CFD) ส่วน Rolling Spot FX โดยทั่วไปหมายถึงสถานะที่ต่ออายุหรือเลื่อนการชำระราคาไป ไม่ได้รับเงินตราตามขนาดสถานะเหมือนการแลกเงินแบบส่งมอบ ต้องอ่านวิธีต่ออายุและสิทธิตามข้อตกลง ตัวอย่าง FCA จัด Rolling Spot FX ไว้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ CFD ที่กำกับ ไม่ได้แปลว่าชื่อและสิทธิทางกฎหมายเหมือนกันทุกประเทศ
ตารางเปรียบเทียบ 8 มิติ
| หัวข้อ | Spot FX | CFD |
|---|---|---|
| ความเป็นเจ้าของ | ได้รับสกุลเงินจริง | ไม่มีกรรมสิทธิ์ในสกุลเงินอ้างอิง แต่มีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญา |
| คู่สัญญา | ธนาคาร ผู้ให้บริการ หรือคู่ค้าตามข้อตกลง | โบรกเกอร์ของคุณ |
| ผู้เล่นหลัก | สถาบันการเงินขนาดใหญ่ | นักลงทุนรายย่อย |
| ขนาดขั้นต่ำ | ตามผู้ให้บริการและธุรกรรม ไม่จำเป็นต้องมีขั้นต่ำระดับสถาบันทุกบริการ | ขั้นต่ำตามสัญญา เช่น 0.01 Lot ในบางบัญชี ไม่ใช่มาตรฐานทุกแห่ง |
| Leverage | ธุรกรรมส่งมอบที่จ่ายเต็มไม่ใช้เลเวอเรจ แต่สินเชื่อและบัญชี leveraged FX ต้องพิจารณาแยก | ขึ้นกับบัญชี ข้อจำกัดกฎหมาย และการจัดประเภทลูกค้า |
| Contract Size | จำนวนเงินและวันส่งมอบตกลงตามธุรกรรม | โบรกเกอร์กำหนดเอง |
| Sell ก่อนได้ไหม | ต้องมีเงินสกุลนั้นหรือกู้ยืม | ไม่ต้องถือสกุลเงินอ้างอิง แต่ต้องมี Margin และผ่านเงื่อนไขส่งคำสั่ง |
| ความเสี่ยงเพิ่มเติม | ราคา คู่สัญญา และการชำระราคา/ส่งมอบ | ราคา + Counterparty Risk |
⚠️ ผลกระทบที่สำคัญที่สุด: ใครคือคู่สัญญาของคุณ
นั่นแปลว่าความสามารถในการจ่ายเงินคืนให้คุณ ขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินและความน่าเชื่อถือของบริษัทนั้นโดยตรง
Retail OTC CFD โดยทั่วไปเป็นสัญญากับบริษัทที่ระบุในข้อตกลง ไม่ได้มีสำนักหักบัญชีที่เป็นคู่สัญญากลาง (CCP) คุ้มครองโดยอัตโนมัติ ส่วนระบบ CCP ช่วยลดความเสี่ยงแต่ไม่ใช่ประกันเงินคืนทุกกรณี และ Spot FX แบบส่งมอบเองก็มีความเสี่ยงคู่สัญญาและความเสี่ยงในการชำระราคา/ส่งมอบ (Settlement Risk)
นี่คือเหตุผลที่การตรวจสอบใบอนุญาต การแยกบัญชีเงินลูกค้า และประวัติการถอนเงินของโบรกเกอร์ สำคัญกว่าการหา Spread ที่แคบที่สุด 0.1 pip
📖 อ่านต่อ: Counterparty Risk ใน Forex คืออะไร
ผลกระทบอื่นที่ต้องรู้
1. Contract Size ไม่ใช่มาตรฐานสากล
เพราะ CFD เป็นสัญญาที่โบรกเกอร์ออกแบบเอง ขนาดสัญญาของสินทรัพย์เดียวกันอาจต่างกันระหว่างโบรกเกอร์ โดยเฉพาะทองคำ ดัชนี และน้ำมัน
การจำตัวเลขจากบทความแล้วเอาไปใช้กับบัญชีตัวเองจึงเสี่ยง — ต้องดูจาก Contract Specification ทุกครั้ง
2. เวลาซื้อขายกำหนดโดยโบรกเกอร์
สินทรัพย์เดียวกันอาจเปิด-ปิดไม่ตรงกันระหว่างโบรกเกอร์ และบางเจ้ามีช่วงพักระหว่างวัน
3. ต้องตรวจวิธีคิด Swap ของบัญชี
ค่าถือข้ามคืนหรือ Swap อาจรวมส่วนต่างดอกเบี้ย ต้นทุนและส่วนเพิ่มของผู้ให้บริการ วิธีคิดและอัตราเปลี่ยนได้ตามเงื่อนไข จึงต้องตรวจฝั่ง Buy/Sell และวันที่เรียกเก็บ
4. เขตกำกับดูแลจำกัด CFD ต่างกัน
การเข้าถึง CFD แตกต่างตามประเทศ เช่น บริการ OTC CFD แบบที่กล่าวถึงไม่ได้เสนอแก่ลูกค้ารายย่อยสหรัฐฯ ในลักษณะเดียวกับ UK ขณะที่กฎ UK สำหรับลูกค้ารายย่อยที่อยู่ในขอบเขตกำหนดข้อจำกัดเลเวอเรจและการคุ้มครองยอดติดลบ (Negative Balance Protection หรือ NBP) และ EU ใช้มาตรการที่เกี่ยวข้องตามเขตอำนาจ กฎเหล่านี้ไม่ครอบคลุมลูกค้าไทยทุกบัญชีอัตโนมัติ
📖 รายละเอียดใน บทเรียนที่ 2: Forex Broker
5. Margin เป็นหลักประกัน ไม่ใช่ขาดทุนสูงสุด
Leverage ทำให้ใช้เงินหลักประกันน้อยกว่ามูลค่าสถานะ ตัวอย่างสมมติ สถานะมูลค่า $10,000 ใช้ Margin 10% หรือ $1,000 หากราคาเคลื่อนไหวสวนทาง 1% จะขาดทุนขั้นต้นประมาณ $100 หรือ 10% ของหลักประกันนั้น สำหรับสัญญาที่มูลค่าเปลี่ยนตามราคาเป็นเส้นตรงและยังไม่รวมต้นทุน
หากขนาดสถานะเท่าเดิม การเพิ่ม Leverage ไม่ได้ลดกำไรหรือขาดทุนจากราคา แต่ลดเงินที่ต้องวางเป็นหลักประกัน จึงทำให้เปิดสถานะใหญ่เกินเงินทุนได้ง่ายขึ้น Margin ไม่ใช่เพดานขาดทุน และระบบอาจบังคับปิดสถานะเมื่อหลักประกันไม่พอตามเกณฑ์ของบัญชี โดยไม่รับประกันว่าจะมีเวลาฝากเงินเพิ่มหลังได้รับคำเตือน
อ่านวิธีคำนวณแยกใน Leverage, Margin, Margin Call และ Stop Out
6. กำไรจากส่วนต่างราคายังต้องหักต้นทุน
ต้นทุนที่อาจพบ ได้แก่ Spread หรือส่วนต่าง Bid/Ask, Commission, ค่าถือข้ามคืนหรือค่าจัดหาเงินทุน และค่าการแปลงสกุลเงิน ทั้งนี้ขึ้นกับสัญญาและบัญชี บัญชีไม่มี Commission จึงไม่ได้แปลว่าเทรดฟรี และบัญชี Swap-Free อาจยังมีค่าธรรมเนียมหรือข้อจำกัดอื่น
อ่านรายละเอียดใน Spread, Commission, Swap และ บัญชี Swap-Free
7. Stop Loss และการคุ้มครองยอดติดลบคุ้มครองคนละเรื่อง
ช่วงราคากระโดดหรือสภาพคล่องต่ำ คำสั่งอาจถูกดำเนินการที่ราคาต่างจากที่ต้องการ Stop Loss ทั่วไปจึงไม่รับประกันราคาปิด ส่วน Negative Balance Protection จำกัดภาระยอดติดลบตามขอบเขตที่ใช้กับบัญชีนั้น ไม่ได้ป้องกันการขาดทุนของเงินที่ฝากหรือรับประกันว่าบริษัทจะจ่ายเงินคืนเมื่อมีปัญหา
สิทธิขึ้นกับบริษัทคู่สัญญา ประเทศที่กำกับ และการจัดประเภทลูกค้า การเห็นใบอนุญาตต่างประเทศบนเว็บไม่ได้ยืนยันว่าบัญชีไทยได้รับความคุ้มครองเหมือนกัน อ่านต่อเรื่อง Slippage, Stop Loss และ การกำกับดูแลโบรกเกอร์
วิธีตรวจสอบว่าบัญชีของคุณเป็นแบบไหน
- เปิดเอกสาร Client Agreement หรือ Terms & Conditions ที่คุณกดยอมรับตอนสมัคร
- ค้นหาคำว่า “CFD” หรือ “Contract for Difference” — จากนั้นตรวจว่าข้อนั้นใช้กับสัญลักษณ์และบัญชีของคุณจริงหรือไม่ เอกสารหนึ่งชุดอาจครอบคลุมหลายผลิตภัณฑ์ และควรค้นคำว่า Rolling Spot หรือ Deliverable FX เพิ่มด้วย
- ดูหน้ารายละเอียดผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์โบรกเกอร์ ว่าระบุประเภทสัญญาไว้อย่างไร
- ดูคำเตือนความเสี่ยงท้ายเว็บ — เช่น ภายใต้กฎ FCA สำหรับบริการที่อยู่ในขอบเขต ต้องมีคำเตือนความเสี่ยงมาตรฐานและข้อมูลบัญชีรายย่อยที่ขาดทุน แต่คำเตือนอย่างเดียวไม่ยืนยันว่าบัญชีของคุณอยู่ภายใต้กฎนั้น
จดคำตอบให้ครบก่อนใช้บัญชีจริง
- บริษัทที่เป็นคู่สัญญาชื่ออะไร อยู่ภายใต้หน่วยงานใด และคุณถูกจัดเป็นลูกค้าประเภทใด
- สัญลักษณ์ที่จะเทรดเป็นสัญญาประเภทใด ส่งมอบสินทรัพย์จริงหรือชำระส่วนต่าง
- หนึ่ง Lot เท่ากับกี่หน่วย ขั้นต่ำเท่าไร และใช้ Margin เท่าไร
- คิด Spread, Commission, ค่าถือข้ามคืน และค่าแปลงสกุลเงินอย่างไร
- บังคับปิดเมื่อใด และมีการคุ้มครองยอดติดลบที่ใช้กับบัญชีนี้หรือไม่
ตัวเลขเฉพาะบัญชีไม่สามารถใช้ค่ากลางแทนทุกบริษัทได้ หากเอกสารไม่ชัด ให้ผู้ให้บริการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนฝากเงิน เพื่อให้รู้สิทธิและภาระของบัญชีที่จะใช้จริง
CFD แย่กว่า Spot FX หรือเปล่า?
ควรเทียบตามวัตถุประสงค์ สิทธิ ต้นทุน และความเสี่ยงของบริการที่เข้าถึงได้ ไม่จัดอันดับว่าประเภทหนึ่งดีกว่าเสมอ
ตลาดระหว่างธนาคารมีข้อจำกัดการเข้าถึง แต่บุคคลและธุรกิจสามารถแลกเงินจริงผ่านผู้ให้บริการที่รองรับได้ ส่วนการเก็งกำไรมีผลิตภัณฑ์หลายแบบ รวมถึง FX Futures ที่กฎและขนาดสัญญาต่างจาก CFD ไม่จำเป็นต้องเลือก CFD เพียงทางเดียว
คนที่รู้ว่าตัวเองถือสัญญากับโบรกเกอร์ จะให้ความสำคัญกับการตรวจสอบโบรกเกอร์อย่างจริงจัง
ส่วนคนที่คิดว่าตัวเองกำลัง “ซื้อเงินยูโร” จะประเมินความเสี่ยงพลาดตั้งแต่ข้อแรก
หากต้องการรับและถือเงินตราจริง เช่น เก็บไว้จ่ายค่าสินค้าหรือใช้เดินทาง บริการแลกเงินแบบส่งมอบตรงกับวัตถุประสงค์มากกว่า CFD ส่วน CFD เป็นทางเลือกสำหรับรับความเสี่ยงจากส่วนต่างราคา โดยต้องยอมรับต้นทุน หลักประกัน และความเสี่ยงคู่สัญญา ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการรักษาเงินต้นหรือยังไม่เข้าใจการบังคับปิดสถานะ
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าไม่ได้เป็นเจ้าของเงินจริง แล้วกำไรมาจากไหน?
มาจากการชำระส่วนต่างตามสัญญา โบรกเกอร์จ่ายให้เมื่อคุณกำไร และหักจากบัญชีเมื่อคุณขาดทุน ตามราคาซื้อขายและวิธีคำนวณที่ระบุในข้อตกลง รวมต้นทุนที่เกี่ยวข้อง
ทำไม Sell ได้ทั้งที่ไม่มีเงินสกุลนั้น?
เพราะไม่มีการส่งมอบเงินจริง คุณเปิดสถานะฝั่งขายตามสัญญาและวางหลักประกัน แล้วคำนวณผลจากส่วนต่างราคาตามเงื่อนไขบัญชี
ราคาที่เห็นเป็นราคาตลาดจริงไหม?
ราคาอ้างอิงและวิธีสร้าง Bid/Ask ขึ้นกับนโยบายของบริษัทและสัญญา ไม่จำเป็นต้องเป็นราคาจากผู้ให้สภาพคล่อง (LP) บวกส่วนต่างทุกบัญชี ให้ตรวจนโยบายราคาและส่งคำสั่งเมื่อเปรียบเทียบ
เรื่องภาษีต่างกันไหม?
เรื่องภาษีขึ้นอยู่กับกฎหมายและสถานะของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เว็บไซต์นี้ไม่ให้คำแนะนำด้านภาษี
มีทางเทรด Spot FX จริงสำหรับรายย่อยไหม?
มีบริการแลกเปลี่ยนเงินตราแบบส่งมอบสำหรับบุคคลและธุรกิจตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการ แต่บัญชีเก็งกำไรที่เรียก Spot อาจเป็น Rolling Spot หรือ leveraged FX ซึ่งไม่ได้ส่งมอบแบบเดียวกัน ต้องอ่านสิทธิการถือเงินและวิธีชำระราคา
ฝากเท่ากับ Margin แล้วขาดทุนได้แค่นั้นไหม?
ไม่ใช่ Margin เป็นหลักประกัน ระบบอาจบังคับปิดก่อนเงินหมด แต่ราคากระโดดอาจทำให้ขาดทุนเกินระดับที่คาด หากไม่มีการคุ้มครองยอดติดลบที่ใช้กับบัญชี อาจมีภาระเกินเงินฝากได้
ซื้อ CFD หุ้นแล้วมีสิทธิออกเสียงเหมือนผู้ถือหุ้นไหม?
ไม่มีกรรมสิทธิ์ในหุ้นอ้างอิงจากการถือ CFD จึงไม่ได้สิทธิออกเสียงในฐานะผู้ถือหุ้น ส่วนรายการปรับเงินที่เกี่ยวกับเงินปันผลเป็นไปตามสัญญา ไม่ได้ทำให้เป็นเจ้าของหุ้น
สรุป
CFD = สัญญาวัดส่วนต่างราคา ไม่มีการส่งมอบ คู่สัญญาคือโบรกเกอร์
ผลที่ตามมาสำหรับคุณ:
• คุณมี Counterparty Risk เพิ่มจากความเสี่ยงตลาด
• Contract Size และเงื่อนไขกำหนดโดยโบรกเกอร์ ไม่ใช่มาตรฐานสากล
• การตรวจสอบโบรกเกอร์สำคัญกว่าการเทียบ Spread
ก่อนตัดสินใจ ให้แยกสามเรื่องออกจากกัน: คุณได้ถือสินทรัพย์จริงหรือถือสัญญา ขนาดสถานะที่เสี่ยงมีมูลค่าเท่าไร และใครมีหน้าที่ชำระเงินตามสัญญา แล้วจึงพิจารณาต้นทุนกับความคุ้มครองของบัญชีนั้น
อ่านต่อ
- OTC Market คืออะไร? ทำไม Forex ไม่มีตลาดกลางเดียว
- Counterparty Risk ใน Forex คืออะไร
- Forex กับหุ้นต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบสิทธิ ต้นทุน และความเสี่ยง
- วิธีอ่าน Contract Specification
แหล่งอ้างอิง
- Financial Conduct Authority (FCA) — PS19/18: Restricting contract for difference products sold to retail clients — fca.org.uk
- European Securities and Markets Authority (ESMA) — FAQ — มาตรการแทรกแซงผลิตภัณฑ์สำหรับ CFD และ Binary Options ที่เสนอขายแก่ผู้ลงทุนรายย่อย — esma.europa.eu
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับส่วนที่รวมจากบทความ CFD: ASIC MoneySmart — Contracts for difference (CFDs) และ FCA — Contracts for difference
หมายเหตุและข้อจำกัด
เงื่อนไขของ CFD เช่น Contract Size, Leverage และค่าธรรมเนียม ต่างกันตามโบรกเกอร์และเขตกำกับดูแล ให้ตรวจสอบจากเอกสารของผู้ให้บริการที่คุณใช้
📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Forex คืออะไร? เข้าใจตลาด คู่เงิน และความเสี่ยงก่อนเริ่มเทรด
Share This Story, Choose Your Platform!
โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์
ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส
โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ
ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี
เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้
ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ
รู้จักแต่ละโบรกเกอร์
อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ
เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน
เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
Forex AcademyLEVEL 1 · Foundationบทที่ 2 จาก 13 โบรกเกอ […]
Forex AcademyLEVEL 1 · Foundationบทที่ 2 จาก 13 โบรกเกอ […]
Forex AcademyLEVEL 1 · Foundationบทที่ 3 จาก 13 แท่งเที […]
Forex AcademyLEVEL 1 · Foundationบทที่ 1 จาก 13 รู้จักต […]

