🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะเข้าใจ:

  • Margin ใน Forex คืออะไร
  • ทำไม Broker จึงต้องกันเงินบางส่วนไว้เมื่อเราเปิด Position
  • Margin แตกต่างจาก Balance อย่างไร
  • Equity คืออะไร
  • Used Margin คืออะไร
  • Free Margin คืออะไร
  • Margin Level คืออะไร
  • Leverage ส่งผลต่อ Required Margin อย่างไร
  • Lot Size ส่งผลต่อ Margin อย่างไร
  • ทำไม Position ที่ใหญ่ขึ้นจึงใช้ Margin มากขึ้น
  • ทำไม Leverage สูงจึงทำให้ใช้ Margin น้อยลงสำหรับ Position เดิม
  • Margin Call คืออะไร
  • Stop Out คืออะไร
  • Free Margin ลดลงได้อย่างไร
  • Floating Profit/Loss ส่งผลต่อ Equity และ Margin Level อย่างไร
  • ทำไมการใช้ Margin จนเกือบเต็มบัญชีจึงมีความเสี่ยงสูง
  • วิธีมอง Margin ใน MT4/MT5
  • ทำไม Margin ไม่ใช่ “เงินที่เสียไป” เมื่อเปิดออเดอร์

Margin คืออะไร?

จากบทเรียนที่ 8 เราเรียนรู้ว่า Leverage ช่วยให้ Trader สามารถควบคุม Position ที่มีมูลค่ามากกว่าเงินที่นำมาเป็นหลักประกันได้

คำถามต่อไปคือ

แล้วเงินที่ Broker ต้องกันไว้เพื่อรองรับ Position ที่เราเปิด เรียกว่าอะไร?

คำตอบคือ

Margin

Margin คือจำนวนเงินที่ถูกกันไว้ในบัญชีเพื่อรองรับ Position ที่เปิดอยู่ ตามข้อกำหนดของ Broker และผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ

Margin ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม

และ

Margin ไม่ใช่เงินที่ Broker ยึดไปทันที

แต่เป็นเงินที่ถูกนำมาใช้เป็นหลักประกันสำหรับ Position ที่เปิดอยู่


ลองนึกภาพง่าย ๆ

สมมติคุณมีเงินในบัญชี

$1,000

และต้องการเปิด Position มูลค่า

$100,000

หากบัญชีมี Leverage

1:100

Required Margin ในตัวอย่างง่าย ๆ จะอยู่ที่ประมาณ

$1,000

ดังนั้น

Account
$1,000
   ↓
ใช้เป็น Margin
$1,000
   ↓
เปิด Position
$100,000

แต่ต้องระวังว่าในสถานการณ์จริง Margin อาจขึ้นอยู่กับ

  • Symbol
  • Contract Size
  • Leverage
  • Current Price
  • Account Currency
  • Broker Conditions
  • Margin Requirements

ดังนั้นตัวเลขจริงควรตรวจสอบจาก Specification ของ Broker


Margin ไม่ใช่เงินที่หายไป

นี่เป็นความเข้าใจผิดที่มือใหม่พบได้บ่อย

สมมติคุณมี

$1,000

และเปิด Position ที่ใช้ Margin

$200

ไม่ได้หมายความว่า

“ผมเสียเงินไป $200 แล้ว”

ไม่ใช่ครับ

เงิน $200 ถูก กันไว้เป็น Margin

ส่วนที่เหลืออาจกลายเป็น

Free Margin

ตามวิธีคำนวณของ Broker

ดังนั้นแนวคิดง่าย ๆ คือ

Margin = เงินที่ถูกกันไว้รองรับ Position

ไม่ใช่

Margin = ค่าใช้จ่าย


Balance คืออะไร?

ก่อนเข้าใจ Margin เราต้องรู้จัก Balance

Balance คือยอดคงเหลือของบัญชีที่สะท้อนผลของธุรกรรมที่ปิดแล้วและรายการทางบัญชีอื่น ๆ ตามระบบของ Broker

ตัวอย่าง:

คุณฝากเงิน

$1,000

ยังไม่มี Position

Balance:

$1,000

สมมติคุณปิด Trade ได้กำไร

+$50

Balance จะกลายเป็น

$1,050

แต่หากมี Position เปิดอยู่และกำลังมีกำไร/ขาดทุนที่ยังไม่ปิด ผลดังกล่าวจะสะท้อนใน Equity ไม่ใช่ Balance โดยตรง


Equity คืออะไร?

Equity คือมูลค่าปัจจุบันของบัญชีเมื่อรวมผลกำไรหรือขาดทุนของ Position ที่ยังเปิดอยู่

ในรูปแบบง่าย ๆ:

Equity = Balance + Floating Profit/Loss

ตัวอย่าง:

Balance:

$1,000

Position กำลังมีกำไร:

+$100

ดังนั้น Equity:

$1,100

แต่ถ้า Position กำลังขาดทุน:

-$100

Equity จะเป็น

$900


Balance กับ Equity ต่างกันอย่างไร?

สมมติคุณมี:

Balance = $1,000

เปิด Position แล้วตอนนี้กำลังขาดทุน

-$150

ดังนั้น:

Equity = $850

แต่ Balance ยังคงเป็น

$1,000

จนกว่า Position จะถูกปิดหรือมีรายการทางบัญชีอื่นที่ทำให้ Balance เปลี่ยน

ดังนั้น

Balance = ผลทางบัญชีที่เกิดขึ้นแล้ว

ในขณะที่

Equity = มูลค่าบัญชี ณ ขณะนั้น รวม Floating P/L

นี่เป็นสิ่งสำคัญมากในการติดตามความเสี่ยง


Used Margin คืออะไร?

Used Margin คือจำนวน Margin ที่ถูกใช้หรือกันไว้สำหรับ Position ที่เปิดอยู่

สมมติ:

Balance = $1,000

เปิด Position หนึ่งรายการ

Required Margin = $200

ดังนั้น

Used Margin = $200

หากคุณเปิด Position เพิ่มและต้องใช้ Margin อีก

$100

Used Margin รวมอาจกลายเป็น

$300

ทั้งนี้รายละเอียดการคำนวณจริงอาจแตกต่างตาม Broker และประเภทผลิตภัณฑ์


Free Margin คืออะไร?

Free Margin คือ Margin ที่ยังเหลืออยู่หลังจากหัก Used Margin ตามวิธีคำนวณของ Broker

ในรูปแบบง่าย:

Free Margin = Equity − Used Margin

ตัวอย่าง:

Equity = $1,000

Used Margin = $200

ดังนั้น

Free Margin:

$1,000 − $200 = $800

หมายความว่าบัญชียังมี Margin ที่เหลืออยู่สำหรับรองรับ Position เพิ่มหรือรองรับการเปลี่ยนแปลงของ Equity ตามเงื่อนไขของ Broker


Margin Level คืออะไร?

อีกหนึ่งคำสำคัญคือ

Margin Level

โดยทั่วไปคำนวณจาก:

Margin Level = (Equity ÷ Used Margin) × 100

สมมติ:

Equity = $1,000

Used Margin = $200

ดังนั้น

($1,000 ÷ $200) × 100 = 500%

Margin Level =

500%

ตัวเลขนี้ช่วยให้ Trader เห็นภาพว่าบัญชีมี Equity เมื่อเทียบกับ Margin ที่ถูกใช้อยู่มากน้อยแค่ไหน


ทำไม Margin Level จึงสำคัญ?

เพราะ Broker สามารถกำหนดระดับที่เกี่ยวข้องกับ

Margin Call

และ

Stop Out

เอาไว้

หาก Margin Level ลดลงมากเนื่องจาก Position ขาดทุนหรือมี Margin ถูกใช้มากเกินไป บัญชีอาจเข้าใกล้เกณฑ์ดังกล่าว

ดังนั้น Margin Level จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญของ Margin Health


ตัวอย่าง Margin แบบง่าย

สมมติ:

Balance = $1,000

เปิด Position

Used Margin = $200

ตอนเปิด Position ยังไม่มี Floating P/L

ดังนั้น:

Equity = $1,000

และ

Free Margin = $800

Margin Level:

$1,000 ÷ $200 × 100

= 500%


แล้วถ้า Trade ขาดทุน $300 ล่ะ?

สมมติ Position ยังเปิดอยู่

Balance:

$1,000

Floating Loss:

-$300

ดังนั้น Equity:

$700

Used Margin:

$200

Free Margin:

$700 − $200 = $500

Margin Level:

$700 ÷ $200 × 100

= 350%

สังเกตว่า

Balance ยังเป็น $1,000

แต่

Equity ลดลงเหลือ $700

และ

Margin Level ลดลงจาก 500% → 350%

นี่คือเหตุผลว่าทำไม Floating Loss จึงมีความสำคัญมาก


แล้วถ้าขาดทุนเพิ่มอีก?

สมมติ Floating Loss เพิ่มเป็น

-$700

Balance:

$1,000

Equity:

$300

Used Margin:

$200

Free Margin:

$100

Margin Level:

$300 ÷ $200 × 100

= 150%

จะเห็นว่า Margin Level ลดลงอย่างมาก

หากขาดทุนเพิ่มอีก บัญชีก็จะเข้าใกล้ระดับที่ Broker กำหนดสำหรับ Margin Call หรือ Stop Out


Margin Call คืออะไร?

Margin Call คือสถานะที่บัญชีมี Margin Level ลดลงจนถึงเกณฑ์ที่ Broker กำหนด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณให้ Trader ต้องเพิ่มเงินทุน ลด Position หรือจัดการ Position ที่เปิดอยู่

แต่ต้องระวังว่า

Margin Call Level ไม่เหมือนกันทุก Broker

ดังนั้นไม่ควรจำตัวเลขเดียวแล้วนำไปใช้กับทุกบัญชี

ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของ Broker โดยตรง


Stop Out คืออะไร?

Stop Out คือกลไกที่ Broker สามารถเริ่มปิด Position อัตโนมัติเมื่อ Margin Level หรือเงื่อนไขด้าน Margin ของบัญชีถึงระดับที่กำหนด

ตัวอย่างเชิงแนวคิด:

หาก Broker กำหนด Stop Out ที่ระดับหนึ่ง และ Margin Level ของคุณลดลงจนถึงระดับดังกล่าว ระบบอาจเริ่มปิด Position เพื่อจำกัดความเสี่ยง

บาง Broker อาจเริ่มปิด Position ที่ขาดทุนมากที่สุดก่อน ขณะที่บางระบบอาจใช้ลำดับอื่น

ดังนั้นต้องอ่านเงื่อนไขของ Broker ที่ใช้งานจริง


Margin Call กับ Stop Out ต่างกันอย่างไร?

จำง่าย ๆ:

Margin Call

“บัญชีกำลังเข้าใกล้ปัญหา Margin”

Stop Out

“ระบบเริ่มปิด Position ตามเกณฑ์ที่กำหนด”

สองคำนี้เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน


Leverage มีผลต่อ Margin อย่างไร?

จากบทเรียนที่ 8 เราเรียนว่า

Required Margin ≈ Position Value ÷ Leverage

สมมติ Position:

$100,000

Leverage 1:100

Margin ≈

$1,000

Leverage 1:500

Margin ≈

$200

ดังนั้น

Leverage สูงขึ้น → Required Margin ของ Position เดิมลดลง

แต่ Position ยังคงมีมูลค่า

$100,000

ดังนั้นความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวของราคายังคงขึ้นอยู่กับ Position Size


Lot มีผลต่อ Margin อย่างไร?

สมมติคู่เงินเดียวกันและเงื่อนไขเดียวกัน

1.00 Lot

Position ใหญ่

→ Margin สูงกว่า

0.10 Lot

Position เล็กลง

→ Margin ต่ำกว่า

0.01 Lot

Position เล็กลงอีก

→ Margin ต่ำกว่า

ดังนั้น

Lot ใหญ่ขึ้น → Required Margin โดยทั่วไปเพิ่มขึ้น


Margin ไม่ได้บอกว่าเรากำลังเสี่ยงเท่าไร

นี่เป็นจุดสำคัญมาก

สมมติ Trade A:

Used Margin = $100

Trade B:

Used Margin = $500

ไม่ได้หมายความว่า Trade B เสี่ยงมากกว่า Trade A ถึง 5 เท่าเสมอ

เพราะ Risk จริงต้องดู

  • Position Size
  • Stop Loss
  • Pip Value
  • Market Volatility
  • Account Size

ดังนั้น

Margin ≠ Risk

นี่เป็นหนึ่งในแนวคิดที่สำคัญที่สุดของบทเรียนนี้


ตัวอย่าง Margin กับ Risk

สมมติ:

Account = $1,000

Trade A:

Used Margin = $100

Stop Loss = 20 Pips

Trade B:

Used Margin = $100

Stop Loss = 100 Pips

แม้ Used Margin จะเท่ากัน

แต่ Risk ของสอง Trade อาจแตกต่างกันมาก

เพราะ Stop Loss แตกต่างกัน

ดังนั้นอย่าประเมินความเสี่ยงจาก Used Margin เพียงอย่างเดียว


Margin กับ Free Margin

ลองดูสถานการณ์:

เริ่มต้น

Equity = $1,000

Used Margin = $200

Free Margin = $800

จากนั้นตลาดวิ่งสวนทาง

Floating Loss = -$300

Equity = $700

Free Margin:

$700 − $200 = $500

จากนั้นขาดทุนเพิ่ม

Floating Loss = -$700

Equity = $300

Free Margin:

$300 − $200 = $100

จะเห็นว่า

Floating Loss ลด Free Margin

แม้ Used Margin จะยังเท่าเดิม


แล้วถ้าเปิด Position เพิ่ม?

สมมติคุณมี

Equity = $1,000

Used Margin = $200

Free Margin = $800

ถ้าคุณเปิด Position เพิ่มและต้องใช้ Margin อีก

$300

Used Margin ใหม่:

$500

Free Margin:

$1,000 − $500 = $500

ดังนั้นการเปิดหลาย Position พร้อมกันสามารถทำให้ Free Margin ลดลงอย่างรวดเร็ว


ทำไมไม่ควรใช้ Margin จนเต็ม?

เพราะเมื่อ Free Margin เหลือน้อย

คุณมี Buffer สำหรับรองรับการเคลื่อนไหวของตลาดน้อยลง

สมมติ:

Equity = $1,000

Used Margin = $900

Free Margin = $100

หากตลาดเคลื่อนไหวสวนทางเพียงเล็กน้อย

Equity สามารถลดลงอย่างรวดเร็ว

และ Margin Level จะลดลงตาม

นี่คือสถานการณ์ที่ Trader ควรหลีกเลี่ยง


Margin กับ Overtrading

Overtrading ไม่ได้หมายถึงเพียง “เปิดออเดอร์เยอะ”

แต่ยังรวมถึงการเปิด Position ที่มี Exposure รวมสูงเกินไป

ตัวอย่าง:

คุณเปิด

EUR/USD

GBP/USD

AUD/USD

USD/JPY

EUR/JPY

พร้อมกัน

แม้แต่ละ Position จะดูเหมือนไม่ใหญ่ แต่เมื่อรวมกันแล้วอาจใช้ Margin และมีความเสี่ยงรวมสูงมาก

นอกจากนี้หลายคู่เงินยังอาจมีความสัมพันธ์กัน

ดังนั้นต้องดู

Total Portfolio Exposure

ไม่ใช่ดูแต่ละออเดอร์แยกกัน


Correlation กับ Margin

สมมติคุณเปิด:

Buy EUR/USD

และ

Buy GBP/USD

แม้จะเป็นคนละคู่เงิน แต่ทั้งสองมี USD เป็น Quote Currency และอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยร่วมบางอย่าง

ดังนั้นการเปิดสอง Position ไม่ได้หมายความว่าคุณกระจายความเสี่ยงเป็นสองส่วนเสมอไป

นี่เป็นเรื่องที่เราจะลงรายละเอียดในบทเรียนเกี่ยวกับ Portfolio Risk และ Correlation ต่อไป


Margin Level ที่ดีควรเป็นเท่าไร?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน

แต่หลักการสำคัญคือ

อย่าให้บัญชีเข้าใกล้ Margin Call หรือ Stop Out

Trader ที่มี Risk Management ดีมักพยายามรักษา Margin Buffer ให้เพียงพอ

โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมี Volatility สูง

ดังนั้นอย่าคิดว่า

“Broker ให้ผมใช้ Margin ได้ถึงระดับนี้ แปลว่าผมควรใช้จนถึงระดับนั้น”

ไม่ใช่ครับ

Maximum Capacity ≠ Recommended Usage


Margin กับ Leverage สูง

ลองเปรียบเทียบ:

คุณมีเงิน

$1,000

Broker A:

Leverage 1:100

Broker B:

Leverage 1:500

สมมติทั้งคู่ให้คุณเปิด Position เดียวกันที่มีมูลค่า

$50,000

Margin อาจประมาณ:

Broker A:

$500

Broker B:

$100

ดังนั้น Broker B ใช้ Margin น้อยกว่า

แต่หาก Position เคลื่อนไหวสวนทาง

Dollar Loss จาก Position เดิมไม่ได้ลดลงเพียงเพราะใช้ Leverage สูงกว่า

นี่เป็นเหตุผลสำคัญว่า

Leverage เปลี่ยน Margin Requirement แต่ไม่ได้เปลี่ยน Price Risk ของ Position เดิม


Margin กับ Equity สำคัญกว่า Balance อย่างไร?

มือใหม่มักดูเพียง

Balance = $1,000

แล้วคิดว่า

“ฉันยังมีเงิน $1,000”

แต่ถ้ามี Position ที่กำลังขาดทุน

-$500

Equity อาจเหลือเพียง

$500

ดังนั้นการประเมินสถานะบัญชีควรดู Equity ด้วย

ไม่ใช่ดู Balance เพียงอย่างเดียว


ตัวอย่างบัญชีแบบเต็มภาพ

สมมติ:

Balance = $1,000

เปิด Position

Used Margin = $200

สถานการณ์ที่ 1: ไม่มี Floating P/L

Equity = $1,000

Free Margin = $800

Margin Level = 500%


สถานการณ์ที่ 2: ขาดทุน $200

Equity = $800

Free Margin = $600

Margin Level = 400%


สถานการณ์ที่ 3: ขาดทุน $500

Equity = $500

Free Margin = $300

Margin Level = 250%


สถานการณ์ที่ 4: ขาดทุน $700

Equity = $300

Free Margin = $100

Margin Level = 150%


จะเห็นว่า

Floating Loss เพิ่มขึ้น → Equity ลดลง → Free Margin ลดลง → Margin Level ลดลง

นี่คือความสัมพันธ์ที่มือใหม่ควรจำให้ได้


Margin กับ Stop Loss

การใช้ Stop Loss ช่วยจำกัดความเสี่ยงของ Position ได้

สมมติคุณมี:

Balance = $1,000

Risk = 1%

Maximum Risk = $10

และกำหนด Stop Loss

50 Pips

คุณสามารถคำนวณ Lot ให้เหมาะกับ Risk

ผลคือแม้ Trade จะผิดทางและ Stop Loss ทำงาน คุณพยายามจำกัดความเสียหายให้อยู่ใกล้ระดับที่กำหนด

วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ Position ใหญ่จนทำให้ Equity ลดลงอย่างรุนแรง


Margin กับ Stop Loss ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

Margin

บอกว่า

ต้องกันเงินเท่าไรเพื่อรองรับ Position

Stop Loss

บอกว่า

เราจะออกจาก Position เมื่อราคาเคลื่อนไหวถึงจุดที่กำหนด

ดังนั้น

Margin ไม่ใช่ Risk Limit

และ

Stop Loss ไม่ใช่ Margin Requirement

แต่ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันในการบริหาร Position


ทำไมมือใหม่ควรรู้ Margin ก่อนเทรดจริง?

เพราะหากไม่เข้าใจ Margin คุณอาจเห็นตัวเลข

Free Margin

Margin Level

Used Margin

แล้วไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร

และเมื่อเปิด Position หลายรายการ คุณอาจไม่รู้ว่าทำไม

Free Margin ลดลง

หรือ

Margin Level ลดลง

การเข้าใจ Margin จะช่วยให้คุณรู้ว่าบัญชีอยู่ในสภาพไหน และมี Buffer เหลือเท่าไร


สิ่งที่มือใหม่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Margin

❌ “Margin คือค่าธรรมเนียม”

ไม่ใช่

Margin เป็นเงินที่ถูกกันไว้เพื่อรองรับ Position


❌ “Margin $200 หมายถึงเสีย $200”

ไม่ใช่

Margin เป็นหลักประกันที่ถูกกันไว้ ไม่ใช่ต้นทุนการเทรดโดยตัวมันเอง


❌ “Margin สูง = Risk สูงเสมอ”

ไม่เสมอไป

ต้องดู Position Size และ Stop Loss


❌ “Free Margin คือกำไรที่เหลือ”

ไม่ใช่

Free Margin คือส่วนของ Equity ที่ไม่ได้ถูกใช้เป็น Margin ตามวิธีคำนวณของ Broker


❌ “Balance $1,000 หมายความว่ายังมี $1,000 ให้เสียได้”

ไม่เสมอไป

หากมี Floating Loss Equity อาจต่ำกว่า Balance มาก


❌ “Leverage สูงทำให้ Risk ลดลง”

ไม่ใช่

Leverage สูงลด Margin Requirement สำหรับ Position เดิม แต่ไม่ได้ลด Price Risk ของ Position เดิม


8 สิ่งที่ควรจำเกี่ยวกับ Margin

1. Margin

เงินที่ถูกกันไว้เพื่อรองรับ Position

2. Balance

ยอดบัญชีจากรายการที่เกิดขึ้นแล้ว

3. Equity

Balance รวม Floating P/L

4. Used Margin

Margin ที่กำลังถูกใช้โดย Position

5. Free Margin

Equity − Used Margin ในรูปแบบพื้นฐาน

6. Margin Level

Equity ÷ Used Margin × 100

7. Margin Call

ระดับที่บัญชีเข้าใกล้ปัญหา Margin ตามเกณฑ์ Broker

8. Stop Out

ระบบที่สามารถปิด Position ตามเกณฑ์ Margin ที่ Broker กำหนด


สรุป Margin คืออะไร?

Margin คือเงินที่ถูกกันไว้เพื่อรองรับ Position ที่เปิดอยู่ตามข้อกำหนดของ Broker

Margin มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ

Leverage

Lot Size

Equity

และ

Free Margin

สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออย่าสับสนว่า

Margin = Risk

เพราะไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

Margin บอกว่า

“ต้องใช้หลักประกันเท่าไรเพื่อเปิด Position”

แต่ Risk Management ต้องตอบว่า

“ถ้า Trade ผิดทาง เราจะเสียเงินเท่าไร?”

คำตอบของ Risk ต้องดู

Account Size + Risk % + Stop Loss + Position Size + Pip Value

ดังนั้น Trader ที่มีระบบจะไม่ใช้ Margin จนเกือบเต็มบัญชีเพียงเพราะ Broker อนุญาต

แต่จะรักษา Margin Buffer และควบคุม Position Size ให้เหมาะสมกับเงินทุน

เมื่อเข้าใจ Margin แล้ว คุณจะสามารถมองหน้าจอ MT4/MT5 ได้ดีขึ้น และเข้าใจความหมายของ

Balance → Equity → Used Margin → Free Margin → Margin Level

ได้อย่างเป็นระบบ


❓ FAQ: Margin Forex

Margin ใน Forex คืออะไร?

Margin คือเงินที่ถูกกันไว้เพื่อรองรับ Position ที่เปิดอยู่ตามเงื่อนไขของ Broker

Margin กับ Leverage เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

Leverage สูงขึ้น โดยทั่วไปทำให้ Required Margin สำหรับ Position เดิมลดลง

Margin คือเงินที่เสียไปหรือไม่?

ไม่ใช่ Margin เป็นหลักประกันที่ถูกกันไว้ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม

Equity คืออะไร?

Equity คือ Balance รวม Floating Profit/Loss

Free Margin คืออะไร?

โดยทั่วไปคือ Equity หักด้วย Used Margin

Margin Level คืออะไร?

โดยทั่วไปคำนวณจาก Equity ÷ Used Margin × 100

Margin Call คืออะไร?

เป็นระดับหรือสถานะที่ Margin ของบัญชีลดลงจนถึงเกณฑ์ที่ Broker กำหนด

Stop Out คืออะไร?

เป็นกลไกที่ Broker อาจใช้ปิด Position อัตโนมัติเมื่อบัญชีถึงเกณฑ์ Margin ที่กำหนด


📚 บทเรียนถัดไป

บทเรียนที่ 10: Margin Call และ Stop Out คืออะไร? ทำไมบัญชี Forex จึงถูกบังคับปิดออเดอร์

บทเรียนถัดไปเราจะเจาะเรื่องที่ Trader ทุกคนควรรู้ก่อนเทรดเงินจริง:

Margin Call เกิดขึ้นเมื่อไร?

Stop Out ทำงานอย่างไร?

ทำไมออเดอร์ถึงถูกปิดเองทั้งที่เราไม่ได้กด Close?

และที่สำคัญที่สุด:

เราจะบริหาร Position อย่างไรเพื่อไม่ให้บัญชีเข้าใกล้ Margin Call และ Stop Out?

นี่จะเป็นบทเรียนที่เชื่อม Leverage + Margin + Lot + Risk Management เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ครับ.

Share This Story, Choose Your Platform!

โบนัสเทรดฟรี ไม่ต้องฝากเงิน

จะดีกว่าไหมหากได้เงินทุนมาเทรดฟรี ๆ กำไรก็สามารถถอนออกมาได้

บทความที่เกี่ยวข้อง