🟢 LEVEL 1 — Forex Foundation
🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะเข้าใจ:
- Bid คืออะไร และใช้ในกรณีไหน
- Ask คืออะไร และใช้ในกรณีไหน
- Bid กับ Ask แตกต่างกันอย่างไร
- ทำไมราคาที่ Buy และ Sell ได้จึงไม่เท่ากัน
- Point คืออะไร
- Point ต่างจาก Pip อย่างไร
- Tick คืออะไร
- Tick Price และ Tick Size คืออะไร
- Bid, Ask, Spread, Pip และ Point เชื่อมโยงกันอย่างไร
- ทำไม Position จึงติดลบทันทีหลังเปิดออเดอร์
- ราคาที่เห็นบนกราฟเกี่ยวข้องกับ Bid/Ask อย่างไร
- วิธีดูข้อมูลเหล่านี้บน MT4/MT5
- ทำไม Trader ต้องเข้าใจคำศัพท์เหล่านี้ก่อนเริ่มวิเคราะห์กราฟ
Bid และ Ask คืออะไร?
หากคุณเคยเปิด MT4 หรือ MT5 คุณอาจเห็นราคาคู่เงิน เช่น
EUR/USD
แสดงประมาณว่า
Bid: 1.10000
Ask: 1.10020
คำถามคือ
ทำไมมีราคาสองราคา?
คำตอบคือ เพราะในตลาด Forex มีราคาสำหรับ ฝั่งขาย และ ฝั่งซื้อ ที่แตกต่างกัน
สองราคานี้เรียกว่า
Bid
และ
Ask
และความแตกต่างระหว่างสองราคานี้ก็คือ
Spread
ซึ่งเราเรียนไปแล้วในบทเรียนที่ 7
Bid คืออะไร?
Bid Price คือราคาที่ตลาดหรือผู้ให้บริการสภาพคล่องเสนอเพื่อ ซื้อ สินทรัพย์จากคุณ
ในมุมมองของ Trader:
Bid คือราคาที่คุณสามารถ Sell ได้ในขณะนั้น
ตัวอย่าง:
EUR/USD
Bid = 1.10000
หากคุณกด
Sell
คำสั่งจะอ้างอิงกับราคา Bid ภายใต้เงื่อนไขการ Execute ของ Broker
ดังนั้นจำง่าย ๆ:
Sell → Bid
Ask คืออะไร?
Ask Price คือราคาที่ตลาดหรือผู้ให้บริการเสนอเพื่อ ขาย สินทรัพย์ให้คุณ
ในมุมมองของ Trader:
Ask คือราคาที่คุณสามารถ Buy ได้ในขณะนั้น
ตัวอย่าง:
EUR/USD
Ask = 1.10020
หากคุณกด
Buy
คำสั่งจะอ้างอิงกับราคา Ask ภายใต้เงื่อนไขการ Execute ของ Broker
ดังนั้นจำง่าย ๆ:
Buy → Ask
Bid กับ Ask ต่างกันอย่างไร?
สมมติ:
EUR/USD
Bid:
1.10000
Ask:
1.10020
ดังนั้น
Ask − Bid
=
1.10020 − 1.10000
=
0.00020
ส่วนต่างนี้คือ
Spread
ในตัวอย่างนี้ หากใช้การนับแบบมาตรฐานของคู่เงินที่มี 5 ตำแหน่งทศนิยม จะเท่ากับ 2 Pips
จำง่ายที่สุด
ผมแนะนำให้มือใหม่จำเพียงสองประโยคนี้ก่อน:
🟢 Buy → Ask
🔴 Sell → Bid
จากนั้นค่อยจำว่า
Spread = Ask − Bid
เมื่อเข้าใจสามประโยคนี้แล้ว การอ่านราคา Forex จะง่ายขึ้นมาก
ทำไม Buy ต้องใช้ Ask?
ลองคิดจากมุมมองง่าย ๆ
คุณต้องการ ซื้อ
คุณจึงต้องซื้อจากราคาที่ผู้ขายเสนอ
ราคานั้นคือ
Ask
ดังนั้น
Buy → Ask
ทำไม Sell ต้องใช้ Bid?
เมื่อคุณต้องการ ขาย
คุณต้องขายให้กับราคาที่ตลาดเสนอรับซื้อ
ราคานั้นคือ
Bid
ดังนั้น
Sell → Bid
ตัวอย่างจริงแบบง่าย
สมมติ EUR/USD:
| ราคา | Value |
|---|---|
| Bid | 1.10000 |
| Ask | 1.10020 |
| Spread | 0.00020 |
ถ้าคุณ:
Buy
คุณเปิดที่ประมาณ
1.10020
Sell
คุณเปิดที่ประมาณ
1.10000
นี่คือเหตุผลที่ Buy และ Sell ไม่ได้เริ่มต้นจากราคาเดียวกัน
ทำไมเปิด Buy แล้วติดลบทันที?
นี่เป็นคำถามที่มือใหม่ถามบ่อยมาก
สมมติ:
Bid = 1.10000
Ask = 1.10020
คุณกด
Buy
คุณจะเปิดที่
1.10020
แต่หากคุณต้องการปิด Buy ทันที
ราคาที่ใช้ในการปิดคือ
Bid = 1.10000
ดังนั้นคุณมีส่วนต่าง
0.00020
หรือประมาณ
2 Pips
นี่คือผลกระทบจาก Spread
ดังนั้น Position อาจแสดง Floating Loss ทันทีหลังเปิด
แม้ว่าราคาตลาดจะยังไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ
แล้ว Sell ล่ะ?
สมมติ:
Bid = 1.10000
Ask = 1.10020
คุณเปิด
Sell
คุณเปิดที่
1.10000
ถ้าต้องการปิด Sell ทันที
คุณต้องซื้อกลับที่
Ask = 1.10020
ดังนั้นก็ได้รับผลกระทบจาก Spread เช่นกัน
จำ:
Buy: Ask → Bid
Sell: Bid → Ask
Bid/Ask กับกราฟ Forex
อีกเรื่องที่มือใหม่มักสับสนคือ
“ทำไมราคาบนกราฟไม่ตรงกับราคาที่ผม Buy?”
เหตุผลหนึ่งคือกราฟและแพลตฟอร์มอาจแสดงราคาหลักเป็น Bid โดยมี Ask Line แยกออกมาตามการตั้งค่าของแพลตฟอร์ม
ดังนั้นหากคุณดูกราฟ EUR/USD แล้วเห็น
1.10000
แต่เมื่อกด Buy กลับได้ราคาประมาณ
1.10020
ไม่ได้หมายความว่าระบบผิดปกติ
แต่เป็นเพราะ
Bid ≠ Ask
Ask Line คืออะไร?
บน MT4/MT5 คุณสามารถเปิดการแสดง Ask Line บนกราฟได้ในบางการตั้งค่า
เมื่อเปิดแล้ว คุณจะเห็นราคาฝั่ง Ask เพิ่มขึ้นมา
ตัวอย่าง:
Ask ───────── 1.10020
Bid ───────── 1.10000
ช่องว่างระหว่างสองเส้นคือ
Spread
การเปิด Ask Line มีประโยชน์มากสำหรับ Trader เพราะช่วยให้เห็นว่าคำสั่ง Buy และ Sell อยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับราคาในกราฟ
Point คืออะไร?
ต่อไปเราจะมารู้จักคำว่า
Point
คำนี้ทำให้มือใหม่สับสนกับ Pip มาก
โดยทั่วไปในแพลตฟอร์ม Forex ที่ใช้การแสดงราคาแบบ fractional pip:
1 Pip = 10 Points
ตัวอย่าง EUR/USD:
1.10000 → 1.10010
การเปลี่ยนแปลงคือ
1 Pip
แต่
1.10000 → 1.10001
คือ
1 Point
ดังนั้น:
10 Points = 1 Pip
ในตัวอย่างนี้
ตัวอย่าง Point กับ Pip
สมมติ EUR/USD:
จาก
1.10000
เป็น
1.10050
ราคาเคลื่อนที่:
50 Points
หรือ
5 Pips
เพราะ
50 ÷ 10 = 5 Pips
ทำไมบางแพลตฟอร์มใช้ Point?
MT4/MT5 และระบบซื้อขายบางประเภทใช้ Point เป็นหน่วยการเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำของ Symbol
ดังนั้นเวลาเราตั้งค่า เช่น
Stop Loss
หรือ
Take Profit
อาจพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Points
Trader จึงควรรู้ว่า Point ไม่ได้แปลว่า Pip เสมอไป
Point กับ Pip ต่างกันอย่างไร?
Pip
เป็นหน่วยมาตรฐานที่ Trader Forex นิยมใช้พูดถึงการเคลื่อนไหวของราคา
Point
เป็นหน่วยการเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำตามจำนวน Decimal ที่ Symbol แสดง/ใช้ในการซื้อขาย
ดังนั้นจำนวน Point ต่อ Pip ขึ้นอยู่กับ Digits / Pricing Format ของ Symbol
สำหรับคู่เงินที่แสดง 5 Digits โดยทั่วไป:
1 Pip = 10 Points
แต่ไม่ควรนำกฎนี้ไปใช้กับทุกสินทรัพย์โดยไม่ตรวจสอบ Specification
แล้ว XAU/USD ล่ะ?
นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่าทำไมเราไม่ควรจำว่า
“1 Pip ต้องเท่ากับ 10 Points เสมอ”
เพราะ Forex และ Gold อาจมี Digits, Tick Size และ Contract Specification แตกต่างกันตาม Broker
ดังนั้นเมื่อเทรด
XAU/USD
ควรตรวจสอบ
- Digits
- Tick Size
- Tick Value
- Contract Size
- Point
- Swap
จาก Symbol Specification ของ Broker
Tick คืออะไร?
คำว่า
Tick
มีความหมายกว้างกว่า Pip และ Point
ในตลาดการเงิน Tick มักใช้เพื่ออธิบาย การเปลี่ยนแปลงของราคา หรือการอัปเดตราคาที่เกิดขึ้นในตลาด
แต่รายละเอียดของ Tick อาจแตกต่างกันตาม
- ตลาด
- Broker
- Symbol
- Trading Platform
- Contract Specification
ดังนั้น Trader ต้องแยกคำว่า
Tick
ออกจาก
Pip
และ
Point
Tick Price คืออะไร?
Tick Price โดยทั่วไปหมายถึงราคาที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือราคาของ Tick ล่าสุดที่ระบบได้รับ
ตัวอย่างเชิงแนวคิด:
ราคาขยับ:
1.10000
→
1.10001
→
1.10003
→
1.10002
แต่ละการอัปเดตของราคาอาจถูกมองเป็น Tick ในบริบทของข้อมูลตลาด
อย่างไรก็ตาม Tick ไม่ได้หมายความว่า
“ราคาต้องขยับ 1 Pip”
หรือ
“ราคาต้องขยับ 1 Point”
เสมอไป
Tick Size คืออะไร?
Tick Size คือขนาดการเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำที่สามารถเกิดขึ้นได้ตาม Specification ของ Symbol
ตัวอย่างสมมติ:
Tick Size:
0.01
หมายความว่าราคาอาจเปลี่ยนแปลงเป็นขั้น ๆ ตามขนาดที่กำหนด
แต่ Tick Size จริงของแต่ละ Symbol ต้องดูจาก Specification
Pip, Point และ Tick ต่างกันอย่างไร?
ลองดูภาพรวม:
| คำศัพท์ | ความหมาย |
|---|---|
| Pip | หน่วยการเคลื่อนไหวของราคาแบบมาตรฐานที่นิยมใช้ใน Forex |
| Point | หน่วยราคาขั้นย่อยตาม Digits/ระบบของแพลตฟอร์ม |
| Tick | การเปลี่ยนแปลง/อัปเดตราคาตามโครงสร้างข้อมูลหรือ Specification ของตลาด |
| Bid | ราคาที่ Trader สามารถ Sell ได้โดยทั่วไป |
| Ask | ราคาที่ Trader สามารถ Buy ได้โดยทั่วไป |
| Spread | ส่วนต่างระหว่าง Bid และ Ask |
ความสัมพันธ์ของ Bid, Ask และ Spread
เราสามารถเขียนได้ว่า:
Spread = Ask − Bid
ตัวอย่าง:
Bid:
1.10000
Ask:
1.10020
Spread:
0.00020
ถ้าเป็น EUR/USD 5 Digits:
0.00020 = 2 Pips
หรือ
20 Points
ดังนั้น:
2 Pips = 20 Points
ภาพรวมทั้งหมด
ลองมองเป็นเส้นเดียว:
Bid Ask
│ │
1.10000 ───────────────── 1.10020
← Spread →
จากนั้น:
Buy
→ ใช้ Ask
Sell
→ ใช้ Bid
ส่วน
Ask − Bid
→ Spread
และการเปลี่ยนแปลงของราคาสามารถวัดใน
Pip / Point
ขณะที่ข้อมูลราคาในตลาดเกิดการอัปเดตเป็น
Ticks
ตัวอย่างการเคลื่อนไหวของราคา
สมมติ:
Bid:
1.10000
Ask:
1.10020
ต่อมา:
Bid:
1.10100
Ask:
1.10120
Bid เพิ่มขึ้น:
100 Points
หรือ
10 Pips
ถ้าเป็น EUR/USD 5 Digits
ดังนั้นหากคุณเปิด Buy ที่ Ask เดิม:
1.10020
แล้วปิดที่ Bid ใหม่:
1.10100
Price Difference:
0.00080
หรือ
8 Pips
ก่อนหักต้นทุนอื่น ๆ
ทำไม Bid/Ask จึงสำคัญกับ Stop Loss?
สมมติคุณเปิด:
Buy EUR/USD
Entry:
1.10020
และตั้ง Stop Loss:
1.09520
คุณอาจคิดว่า Stop Loss ห่าง:
50 Pips
แต่การ Trigger และการ Execute ต้องพิจารณาว่า Position ฝั่ง Buy ปิดด้วย Bid
ดังนั้นราคาที่ใช้ในการตรวจสอบเงื่อนไข Stop Loss ของ Buy จึงเกี่ยวข้องกับ Bid
ในทางกลับกัน Position Sell จะปิดด้วย Ask
นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางครั้ง Trader รู้สึกว่า
“ราคาบนกราฟยังไม่ถึง Stop Loss แต่ทำไมโดนปิด?”
หนึ่งในสาเหตุที่ต้องตรวจสอบคือ
Bid/Ask และ Spread
Buy กับ Stop Loss
จำง่าย ๆ:
Buy Position
เปิดด้วย:
Ask
ปิดด้วย:
Bid
ดังนั้น Stop Loss ของ Buy จะเกี่ยวข้องกับ Bid
Sell กับ Stop Loss
Sell Position
เปิดด้วย:
Bid
ปิดด้วย:
Ask
ดังนั้น Stop Loss ของ Sell จะเกี่ยวข้องกับ Ask
จำ:
Buy → Ask เข้า → Bid ออก
Sell → Bid เข้า → Ask ออก
Bid/Ask กับ Take Profit
หลักการเดียวกัน
Buy
Take Profit จะถูก Trigger จากราคาที่ใช้ปิด Position ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Bid
Sell
Take Profit จะเกี่ยวข้องกับ Ask
ดังนั้น Bid/Ask มีผลทั้งกับ
Entry
Stop Loss
และ
Take Profit
ทำไม Spread จึงสำคัญตอนข่าว?
ช่วงข่าวสำคัญ Spread อาจขยายตัว
ตัวอย่างปกติ:
Bid:
1.10000
Ask:
1.10020
Spread:
2 Pips
แต่ช่วงตลาดผันผวน:
Bid:
1.10000
Ask:
1.10080
Spread:
8 Pips
Spread เพิ่มจาก
2 → 8 Pips
หากคุณเปิด Position ในช่วงดังกล่าว ต้นทุนเริ่มต้นจะสูงขึ้น
และ Bid/Ask ที่ห่างกันมากขึ้นยังสามารถส่งผลต่อการ Trigger ของ Stop Loss/Take Profit ได้ด้วย
Bid/Ask กับ Slippage
นอกจาก Spread แล้ว ยังมี
Slippage
สมมติคุณเห็น Ask:
1.10020
แล้วกด Buy
แต่ตลาดกำลังเคลื่อนไหวเร็วมาก
คำสั่งอาจถูก Execute ที่ราคาอื่นตาม Liquidity และเงื่อนไขของ Broker
เช่น
1.10025
ส่วนต่างนี้อาจเกิดจาก Slippage
ดังนั้น Trader ต้องแยก:
Spread
ออกจาก
Slippage
เพราะเป็นคนละเรื่องกัน
วิธีดู Bid และ Ask บน MT5
บน MT5 คุณสามารถเปิด Market Watch
แล้วดู Symbol ที่ต้องการ
เช่น:
EURUSD
โดยแพลตฟอร์มจะแสดงราคาที่เกี่ยวข้องกับ Bid/Ask ตามรูปแบบของ Broker
หากต้องการวิเคราะห์กราฟอย่างละเอียด คุณสามารถเปิดการแสดง Ask Line บนกราฟได้
วิธีนี้ช่วยให้เห็นว่า
ราคาที่ Buy ได้อยู่ตรงไหน เมื่อเทียบกับราคาบนกราฟ
วิธีดู Point และ Tick
หากต้องการข้อมูลที่แม่นยำที่สุดของ Symbol ให้เปิด:
Symbol → Specification
แล้วตรวจสอบข้อมูล เช่น
- Digits
- Spread
- Contract Size
- Tick Size
- Tick Value
- Stops Level
- Swap
- Trade Mode
ข้อมูลเหล่านี้สำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อคุณเริ่มเทรดสินทรัพย์นอกเหนือจาก Major Forex Pairs
ทำไม Trader มือใหม่ควรเรียนเรื่องนี้ก่อนอ่านกราฟ?
เพราะหากไม่เข้าใจ Bid และ Ask คุณอาจไม่เข้าใจว่า
ทำไมเปิด Buy แล้วติดลบ
หากไม่เข้าใจ Point และ Pip คุณอาจคำนวณ
Stop Loss
หรือ
Take Profit
ผิด
หากไม่เข้าใจ Tick คุณอาจตีความข้อมูลราคาบนแพลตฟอร์มผิด
ดังนั้นคำศัพท์เหล่านี้เป็นเหมือน
“ภาษาพื้นฐานของแพลตฟอร์มเทรด”
ก่อนที่เราจะไปอ่านกราฟจริง ๆ
สิ่งที่มือใหม่มักเข้าใจผิด
❌ “Bid คือราคาที่ผม Buy”
ไม่ใช่
โดยทั่วไป:
Buy → Ask
❌ “Ask คือราคาที่ผม Sell”
ไม่ใช่
โดยทั่วไป:
Sell → Bid
❌ “Pip กับ Point คืออย่างเดียวกัน”
ไม่ใช่
ในระบบ 5 Digits โดยทั่วไป:
1 Pip = 10 Points
แต่ต้องตรวจสอบ Digits ของ Symbol
❌ “1 Point = 1 Pip ทุกตลาด”
ไม่ใช่
ขึ้นอยู่กับ Pricing Format และ Specification ของ Symbol
❌ “Tick = Pip”
ไม่ใช่
Tick เป็นแนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง/อัปเดตราคาตามโครงสร้างตลาดหรือข้อมูล
❌ “กราฟแสดงราคาที่ผม Buy ได้”
ไม่เสมอไป
กราฟอาจแสดง Bid เป็นหลัก ขณะที่ Buy ใช้ Ask
❌ “Spread คงที่ตลอดเวลา”
ไม่จำเป็น
Spread สามารถเปลี่ยนแปลงตามสภาพตลาด Liquidity และเงื่อนไขของ Broker
🧠 สรุปจำง่ายใน 30 วินาที
ถ้าคุณเพิ่งเริ่ม Forex ให้จำ 7 ข้อนี้:
1. Buy → Ask
2. Sell → Bid
3. Spread = Ask − Bid
4. Buy ปิดด้วย Bid
5. Sell ปิดด้วย Ask
6. Pip ≠ Point
7. Tick ≠ Pip
และจำภาพนี้:
SPREAD
┌────────────────────┐
Bid ────┤ ├──── Ask
│ │
SELL BUY
เมื่อเข้าใจภาพนี้ คุณจะเริ่มเข้าใจว่าราคาบน MT4/MT5 ทำงานอย่างไรจริง ๆ
📌 สรุปบทเรียนที่ 11
Bid คือราคาที่ Trader สามารถ Sell ได้โดยทั่วไป
Ask คือราคาที่ Trader สามารถ Buy ได้โดยทั่วไป
ส่วนต่างระหว่างทั้งสองเรียกว่า
Spread
สำหรับ Position:
Buy → Ask เข้า → Bid ออก
Sell → Bid เข้า → Ask ออก
ส่วน
Pip
เป็นหน่วยการเคลื่อนไหวของราคาที่นิยมใช้ใน Forex
ในขณะที่
Point
เป็นหน่วยย่อยของราคาตาม Digits/ระบบของ Symbol
และ
Tick
เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงหรือการอัปเดตราคาตามโครงสร้างของตลาดและระบบข้อมูล
สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าพยายามจำเพียงคำศัพท์แยกกัน แต่ให้เข้าใจความสัมพันธ์:
Bid + Ask → Spread
Price Movement → Pip / Point
Market Price Updates → Tick
เมื่อเข้าใจทั้งหมดนี้แล้ว คุณจะพร้อมเข้าสู่ Level 2 ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญมาก เพราะเราจะเริ่มเปลี่ยนจาก
“รู้ว่า Forex คืออะไร”
ไปสู่
“อ่านกราฟ Forex เป็น”
❓ FAQ: Bid, Ask, Point และ Tick
Bid คืออะไร?
Bid คือราคาที่ตลาดเสนอรับซื้อ และในมุมมองของ Trader เป็นราคาที่ใช้สำหรับการ Sell/ปิด Buy โดยทั่วไป
Ask คืออะไร?
Ask คือราคาที่ตลาดเสนอขาย และในมุมมองของ Trader เป็นราคาที่ใช้สำหรับการ Buy/ปิด Sell โดยทั่วไป
Bid กับ Ask ต่างกันอย่างไร?
Bid และ Ask เป็นราคาคนละฝั่ง โดยส่วนต่างระหว่างทั้งสองคือ Spread
Point กับ Pip ต่างกันอย่างไร?
Pip เป็นหน่วยการเคลื่อนไหวของราคาที่นิยมใช้ใน Forex ส่วน Point เป็นหน่วยย่อยตามระบบราคาและ Digits ของ Symbol
1 Pip เท่ากับกี่ Point?
สำหรับคู่เงินที่ใช้ 5 Digits โดยทั่วไป 1 Pip = 10 Points แต่ควรตรวจสอบ Specification ของ Symbol
Tick คืออะไร?
Tick โดยทั่วไปหมายถึงการเปลี่ยนแปลงหรือการอัปเดตราคาที่เกิดขึ้นในข้อมูลตลาด โดยรายละเอียดขึ้นอยู่กับตลาดและ Symbol
ทำไมเปิด Buy แล้วติดลบทันที?
เพราะ Buy เปิดที่ Ask แต่การปิด Buy ใช้ Bid ทำให้เกิดส่วนต่างจาก Spread
ทำไม Stop Loss ถึงถูก Trigger ทั้งที่กราฟดูเหมือนราคายังไม่ถึง?
ต้องตรวจสอบ Bid/Ask เพราะ Position Buy และ Sell ใช้ราคาคนละฝั่งในการปิด Position
🏁 จบ LEVEL 1 — Forex Foundation
หลังจากเรียนครบ 11 บทเรียน ใน Level 1 คุณจะมีพื้นฐานสำคัญตั้งแต่:
Forex คืออะไร
→ Forex ทำงานอย่างไร
→ Currency Pair
→ Pip
→ Lot
→ Spread
→ Leverage
→ Margin
→ Swap
→ Bid / Ask / Point / Tick
จากนี้เราจะเข้าสู่ระดับที่สำคัญมากสำหรับคนที่ต้องการ อ่านกราฟ Forex ให้เป็น
🔵 LEVEL 2 — เริ่มอ่านตลาด Forex
📚 บทเรียนที่ 12
กราฟ Forex คืออะไร? วิธีอ่านกราฟสำหรับมือใหม่
บทเรียนถัดไปจะเริ่มจากศูนย์จริง ๆ โดยไม่สมมติว่าคนอ่านเคยดูกราฟมาก่อน และจะอธิบายว่า กราฟราคาแสดงอะไร, แกน X/Y คืออะไร, ราคาเปิด-ปิดหมายถึงอะไร และควรเริ่มอ่านกราฟ Forex จากตรงไหน ครับ
Share This Story, Choose Your Platform!
🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะเข้าใจ: Pip ใน Forex คืออ […]
🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะเข้าใจ: Margin ใน Forex ค […]
🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะเข้าใจ: Swap ใน Forex คือ […]
🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะเข้าใจ: Leverage ใน Forex […]



