🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะเข้าใจ:

  • Leverage ใน Forex คืออะไร
  • ทำไมเงินทุนจำนวนไม่มากจึงสามารถควบคุม Position ที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินทุนได้
  • Leverage เช่น 1:10, 1:100 และ 1:500 หมายความว่าอย่างไร
  • ความสัมพันธ์ระหว่าง Leverage, Lot และ Margin
  • Leverage มีผลต่อเงินที่ต้องใช้ในการเปิด Position อย่างไร
  • Leverage มีผลต่อกำไรและขาดทุนจริงหรือไม่
  • ทำไม Leverage สูงไม่ได้หมายความว่าจะทำกำไรได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ
  • ทำไมการใช้ Leverage สูงเกินไปจึงเพิ่มความเสี่ยงต่อพอร์ต
  • ความแตกต่างระหว่าง Leverage กับ Position Size
  • ทำไม Trader สองคนใช้ Leverage เท่ากัน แต่ความเสี่ยงไม่เท่ากัน
  • ทำไมการเลือก Lot สำคัญกว่าเพียงการเลือก Leverage
  • Leverage เกี่ยวข้องกับ Margin Call และ Stop Out อย่างไร
  • มือใหม่ควรคิดเรื่อง Leverage อย่างไร
  • วิธีใช้ Leverage โดยให้ความสำคัญกับ Risk Management เป็นอันดับแรก

Leverage คืออะไร?

จากบทเรียนที่ผ่านมา เรารู้แล้วว่า

Lot = ขนาดของ Position

และ

Spread = หนึ่งในต้นทุนของการเทรด

แต่มีคำถามสำคัญว่า

ถ้าเรามีเงินในบัญชีเพียง $1,000 แล้วเราจะเปิด Position ที่มีมูลค่า $100,000 ได้อย่างไร?

คำตอบหนึ่งคือ

Leverage

Leverage หรือ อัตราทด เป็นกลไกที่ช่วยให้ Trader สามารถควบคุม Position ที่มีมูลค่าใหญ่กว่าเงินทุนที่นำมาวางเป็น Margin ได้ ตามเงื่อนไขของ Broker และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเช่น หากบัญชีมี Leverage

1:100

ในเชิงแนวคิด เงินทุน $1 สามารถรองรับ Position มูลค่า $100 ได้ในด้าน Notional Exposure ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

แต่ต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า

Leverage ไม่ได้ทำให้เงิน $1 กลายเป็น $100

และไม่ได้ทำให้เรามีเงินเพิ่มขึ้นจริง

มันเป็นเพียงกลไกที่ทำให้เราสามารถเปิด Position ที่มีมูลค่ามากกว่าเงินที่นำมาวางเป็นหลักประกันได้


Leverage 1:100 หมายความว่าอย่างไร?

สมมติ Broker กำหนด Leverage:

1:100

ความหมายในเชิงแนวคิดคือ

เงินทุน $1

สามารถรองรับ

Position มูลค่า $100

ได้ตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์

ดังนั้นถ้าคุณต้องการเปิด Position ที่มีมูลค่า

$100,000

Margin ที่ต้องใช้ในกรณีที่ใช้ Leverage 1:100 จะอยู่ที่ประมาณ

$1,000

โดยยังไม่รวมข้อกำหนดหรือปัจจัยอื่นของ Broker

ลองดูเป็นภาพ:

Leverage 1:100

เงินที่ใช้เป็น Margin
$1,000
     ↓
ควบคุม Position
$100,000

นี่คือแนวคิดพื้นฐานของ Leverage


แล้ว Leverage 1:500 ล่ะ?

สมมติ Broker ให้ Leverage:

1:500

Position มูลค่า

$100,000

อาจต้องใช้ Margin ประมาณ

$200

ในเชิงคำนวณพื้นฐาน:

$100,000 ÷ 500 = $200

เมื่อเปรียบเทียบกับ Leverage 1:100:

$100,000 ÷ 100 = $1,000

จะเห็นว่า

Leverage สูงขึ้น → Margin ที่ต้องใช้สำหรับ Position เดิมลดลง

แต่ตรงนี้มีสิ่งที่สำคัญมากที่มือใหม่ต้องระวัง

Margin ที่ลดลง ไม่ได้หมายความว่า Risk ของ Position ลดลง


Leverage กับ Margin คือคนละเรื่องกัน

นี่เป็นจุดที่สำคัญมาก

Leverage

บอกว่า

เราสามารถควบคุม Position ใหญ่กว่าเงินที่วางเป็นหลักประกันได้มากแค่ไหน

ส่วน

Margin

คือเงินที่ถูกกันไว้เพื่อรองรับ Position ตามเงื่อนไขของ Broker

ดังนั้น

Leverage เป็นอัตราทด

และ

Margin เป็นเงินที่ต้องใช้/ถูกกันไว้สำหรับ Position

สองสิ่งนี้สัมพันธ์กัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน


สูตรพื้นฐานของ Leverage

ในกรณีง่าย ๆ สามารถมองได้ว่า

Required Margin = Position Value ÷ Leverage

ตัวอย่าง:

Position = $100,000

Leverage = 1:100

ดังนั้น

$100,000 ÷ 100 = $1,000

Required Margin โดยประมาณ = $1,000

ถ้า Leverage เป็น

1:500

จะได้

$100,000 ÷ 500 = $200

ดังนั้น Position เดิมใช้ Margin น้อยลง


แล้วทำไม Broker จึงให้ Leverage สูง?

เพราะ Forex Trading เป็นตลาดที่ใช้ Margin และมีการกำหนด Position Size ที่สามารถควบคุมได้มากกว่าเงินสดที่วางไว้

Leverage ช่วยให้ Trader สามารถเข้าถึง Position ที่ใหญ่ขึ้นโดยใช้เงินทุนเป็น Margin น้อยลง

สำหรับ Trader สิ่งนี้มีประโยชน์ในด้าน

  • Capital Efficiency
  • ใช้เงินทุนได้ยืดหยุ่นขึ้น
  • สามารถควบคุม Position ที่เหมาะสมกับ Strategy ได้

แต่ Leverage ก็ทำให้เกิดความเสี่ยงสำคัญ:

Trader สามารถเปิด Position ใหญ่เกินกว่าที่เงินทุนจะรองรับได้ง่ายขึ้น


Leverage สูง = กำไรสูงจริงหรือ?

ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ

นี่คือความเข้าใจผิดที่อันตรายมาก

สมมติ Trader A:

Leverage = 1:100

Trader B:

Leverage = 1:500

แต่ทั้งคู่เปิด

0.10 Lot

ในคู่เงินเดียวกัน

ถ้าทั้งคู่มี Position Size เท่ากัน การเคลื่อนไหวของราคา 1 Pip จะมีผลต่อกำไร/ขาดทุนจาก Position ใกล้เคียงกัน ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน

เพราะสิ่งที่กำหนด Dollar Exposure หลัก ๆ คือ

Position Size

ไม่ใช่เพียงตัวเลข Leverage ที่ Broker ให้


ตัวอย่างที่สำคัญมาก

สมมติ Trader สองคนมีเงิน

$1,000

Trader A

Leverage = 1:100

เปิด = 0.10 Lot

Trader B

Leverage = 1:500

เปิด = 0.10 Lot

ทั้งสองคนเปิด Position ขนาดเท่ากัน

ดังนั้นหากราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน

กำไรหรือขาดทุนจากการเคลื่อนไหวของราคาจะขึ้นอยู่กับ Position Size และ Pip Value ไม่ใช่เพียงว่า Trader B ใช้ Leverage สูงกว่า

ดังนั้น

Leverage สูงไม่ได้ทำให้ Trade มีความเสี่ยงสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ

แต่…

Leverage สูงทำให้ Trader สามารถเปิด Position ใหญ่ขึ้นโดยใช้ Margin น้อยลง

และตรงนี้เองที่สามารถทำให้เกิด Overleveraging


Overleveraging คืออะไร?

Overleveraging หมายถึงการใช้ Leverage/Position Exposure มากเกินกว่าที่เงินทุนและ Risk Management ของเราสามารถรองรับได้

ตัวอย่าง:

คุณมีเงิน

$1,000

แต่เปิด Position ขนาดใหญ่มากจนราคาเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ขาดทุนจำนวนมากเมื่อเทียบกับบัญชี

นี่คือปัญหา

ไม่ใช่เพราะ

“Leverage 1:500 ไม่ดี”

แต่เป็นเพราะ

Trader ใช้ความสามารถในการเปิด Position ใหญ่เกินความเหมาะสม


Leverage สูงอันตรายอย่างไร?

ลองสมมติว่าคุณมีเงิน

$1,000

และเปิด Position ที่ทำให้

1 Pip = $10

หากตลาดเคลื่อนไหวสวนทาง

100 Pips

คุณจะขาดทุนประมาณ

$1,000

นั่นคือ

100% ของเงินทุน

นี่แสดงให้เห็นว่า

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Leverage 1:100 หรือ 1:500 เพียงอย่างเดียว

แต่ปัญหาคือ

Position Size ใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับ Account Size


Leverage กับ Lot ต่างกันอย่างไร?

จำง่าย ๆ:

Leverage

บอกว่า

“ผมสามารถควบคุม Position ใหญ่กว่าหลักประกันได้มากแค่ไหน”

Lot

บอกว่า

“ผมเปิด Position ใหญ่แค่ไหน”

ดังนั้น

Leverage = ความสามารถในการทด

Lot = ขนาด Position จริง

นี่เป็นความแตกต่างที่มือใหม่ต้องเข้าใจให้ชัด


Leverage กับ Pip ต่างกันอย่างไร?

จากบทเรียนที่ 5:

Pip = การเคลื่อนไหวของราคา

จากบทเรียนที่ 6:

Lot = ขนาด Position

และตอนนี้:

Leverage = อัตราทด

ทั้งสามสิ่งทำงานร่วมกัน แต่มีหน้าที่แตกต่างกัน

Price Movement
      ↓
     Pip
      ↓
Position Size
      ↓
     Lot
      ↓
Leverage / Margin
      ↓
Capital Requirement

แต่กำไรหรือขาดทุนจริงยังต้องดู

Position Size + Price Movement + Pip Value + Trading Costs


Leverage กับ Risk Management

นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดของบทเรียนนี้

สมมติคุณมี

$1,000

และกำหนด Risk ต่อ Trade:

1%

คุณยอมเสียได้:

$10

สมมติ Stop Loss:

50 Pips

สิ่งที่คุณควรทำคือ

คำนวณ Position Size ที่ทำให้ Stop Loss 50 Pips = ความเสี่ยงประมาณ $10

ไม่ใช่ถามว่า

“Broker ให้ Leverage 1:500 ผมควรเปิดกี่ Lot?”

นี่คือความแตกต่างระหว่าง

Risk-Based Trading

กับ

Leverage-Based Trading


Leverage ไม่ควรเป็นตัวกำหนด Lot

แนวคิดที่ถูกต้องคือ:

Account Balance

Risk %

Maximum Risk

Stop Loss

Pip Value

Lot Size

ตรวจสอบ Margin Requirement

ส่วน Leverage เป็นข้อจำกัด/ความสามารถของบัญชีว่าคุณสามารถรองรับ Position นั้นได้หรือไม่

ดังนั้น

Leverage ควรเป็นเครื่องมือด้าน Capital Efficiency ไม่ใช่เครื่องมือกำหนดความเสี่ยง


ตัวอย่างที่เห็นภาพที่สุด

สมมติคุณมี

$1,000

Risk = 1%

ดังนั้น

Maximum Risk = $10

Strategy A

Stop Loss = 20 Pips

คุณสามารถใช้ Position Size ที่เหมาะสมกับความเสี่ยง $10 ได้

Strategy B

Stop Loss = 100 Pips

คุณต้องลด Position Size ลง

แม้ทั้งสอง Strategy จะใช้

Leverage 1:500

เท่ากัน

นี่แสดงว่า

Leverage ไม่ได้กำหนดว่าเราควรเปิด Lot เท่าไร

แต่

Risk Management เป็นตัวกำหนด Position Size


Leverage สูงทำให้ Margin ต่ำลง

สมมติ Position:

$100,000

Leverage Margin โดยประมาณ
1:10 $10,000
1:50 $2,000
1:100 $1,000
1:200 $500
1:500 $200

จะเห็นว่า

Leverage สูงขึ้น → Required Margin ลดลง

แต่ Position ยังคงเป็น

$100,000

ดังนั้นหาก Position เคลื่อนไหวสวนทาง

Dollar Gain/Loss จาก Position ยังคงขึ้นอยู่กับขนาด Position และราคาที่เคลื่อนไหว


แล้ว Leverage สูงมีข้อดีอะไร?

Leverage ไม่ใช่สิ่งที่ “ไม่ดี”

หากใช้ถูกต้อง มันมีประโยชน์

1. ใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่ต้องกันเงินจำนวนมากไว้เป็น Margin สำหรับ Position เดียว

2. เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการ Position

สามารถเปิด Position ที่เหมาะสมกับ Strategy โดยไม่ถูกจำกัดด้วย Margin มากเกินไป

3. สามารถแบ่งเงินทุนไปบริหารส่วนอื่น

เช่นกันเงินทุนไว้เป็น Free Margin เพื่อรองรับความผันผวน

แต่ทั้งหมดนี้ต้องอยู่ภายใต้ Risk Management


แล้วข้อเสียของ Leverage สูงคืออะไร?

ข้อเสียที่สำคัญคือ

มันทำให้ Overtrading และ Overleveraging ทำได้ง่ายขึ้น

สมมติ Broker ให้คุณ

1:500

และคุณมีเงิน

$1,000

คุณอาจสามารถเปิด Position ที่มี Notional Exposure สูงมาก

แต่ไม่ได้หมายความว่า

คุณควรเปิด Position ขนาดนั้น

นี่คือความแตกต่างระหว่าง

“สามารถเปิดได้”

กับ

“ควรเปิด”

สองอย่างนี้ไม่เหมือนกันเลย


Margin Call คืออะไร?

Margin Call คือสถานการณ์ที่ระดับ Equity/Margin ของบัญชีลดลงจนเข้าใกล้ระดับที่ Broker กำหนดให้ต้องเพิ่มเงินทุนหรือจัดการ Position ตามเงื่อนไขของบัญชี

รายละเอียดของ Margin Call แตกต่างกันไปตาม Broker และผลิตภัณฑ์

แต่แนวคิดง่าย ๆ คือ

เมื่อเงินทุนที่เหลือไม่เพียงพอที่จะรองรับ Position ตามข้อกำหนดของ Broker ความเสี่ยงในการถูกบังคับจัดการ Position จะเพิ่มขึ้น


Stop Out คืออะไร?

Stop Out คือกลไกที่ Broker ใช้ปิด Position บางส่วนหรือทั้งหมดโดยอัตโนมัติเมื่อระดับ Margin ของบัญชีถึงเกณฑ์ที่กำหนด

จุดประสงค์คือเพื่อควบคุมความเสี่ยงของบัญชีภายใต้เงื่อนไขของ Broker

ตัวอย่างเช่น หากบัญชีมี

Margin Level

ลดลงจนถึงระดับ Stop Out ที่ Broker กำหนด

ระบบอาจเริ่มปิด Position

แต่ต้องเข้าใจว่า

Stop Out Level ไม่เหมือนกันทุก Broker

จึงต้องอ่าน Product Specification และ Terms ของ Broker ที่ใช้งานจริง


Leverage สูงทำให้โดน Stop Out ง่ายขึ้นหรือไม่?

ไม่ใช่โดยตรง

นี่เป็นจุดที่ต้องอธิบายให้แม่น

หาก Trader สองคนเปิด Position ขนาดเท่ากัน

การที่คนหนึ่งมี Leverage สูงกว่าไม่ได้ทำให้ Position นั้นขาดทุนมากกว่าเมื่อราคาเคลื่อนไหวเท่ากัน

แต่ Leverage สูงทำให้ใช้ Margin น้อยลง

จึงสามารถเปิด Position ที่ใหญ่ขึ้นได้ง่าย

และถ้า Trader ใช้ความสามารถนั้นเปิด Position ใหญ่เกินไป

ก็สามารถทำให้บัญชีเข้าใกล้ Margin Call หรือ Stop Out ได้เร็วขึ้น

ดังนั้นปัญหาคือ

Overexposure

ไม่ใช่เพียงตัวเลข Leverage


Leverage ที่ดีที่สุดคือเท่าไร?

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน

บางคนอาจใช้

1:30

บางคน

1:100

บางคน

1:500

แต่สิ่งสำคัญกว่าคือ

คุณใช้ Position Size เท่าไรเมื่อเทียบกับ Account Size?

Trader ที่มี Leverage 1:500 แต่ใช้ Position Size เล็กและ Risk เพียง 0.5% ต่อ Trade อาจมีความเสี่ยงต่ำกว่า Trader ที่มี Leverage 1:30 แต่ใช้ Margin และ Position Exposure จนเกือบเต็มบัญชี

ดังนั้น

อย่าตัดสิน Risk จาก Leverage เพียงตัวเดียว


Leverage สำหรับมือใหม่ควรคิดอย่างไร?

ผมแนะนำให้มือใหม่เปลี่ยนวิธีคิดจาก

❌ “Leverage สูงทำกำไรได้มากกว่า”

เป็น

✅ “Leverage ทำให้ฉันมีความยืดหยุ่นในการใช้ Margin มากขึ้น แต่ฉันจะกำหนดความเสี่ยงจาก Position Size”

และจาก

❌ “Broker ให้ 1:500 ฉันต้องใช้ให้คุ้ม”

เป็น

✅ “Broker ให้ฉันเปิดได้มาก แต่ฉันจะเปิดเท่าที่ Risk Management อนุญาต”

นี่คือ Mindset ที่สำคัญมาก


ตัวอย่าง Leverage ที่ผิดและถูก

❌ วิธีคิดที่ผิด

ทุน:

$1,000

Broker:

Leverage 1:500

Trader คิด:

“ฉันสามารถเปิดใหญ่ได้ งั้นเปิด 1 Lot”

หากตลาดวิ่งสวนทางเพียงไม่กี่สิบหรือไม่กี่ร้อย Pip ความเสียหายอาจรุนแรงมาก


✅ วิธีคิดที่ถูก

ทุน:

$1,000

Risk:

1%

Maximum Risk:

$10

Stop Loss:

50 Pips

จากนั้นคำนวณ

Lot Size

ให้ความเสี่ยงอยู่ใกล้ $10

แล้วตรวจสอบว่า Margin Requirement ภายใต้ Leverage ที่มีเพียงพอหรือไม่

นี่คือวิธีคิดแบบ Risk First


Leverage กับ Free Margin

อีกคำหนึ่งที่คุณจะเริ่มพบคือ

Free Margin

โดยทั่วไปหมายถึง Margin ที่ยังเหลืออยู่สำหรับรองรับ Position ใหม่หรือการเคลื่อนไหวของ Position ตามวิธีคำนวณของ Broker

ถ้าคุณเปิด Position ใหญ่เกินไป

Free Margin จะลดลง

และหากตลาดเคลื่อนไหวสวนทาง

Equity ก็ลดลง

ทำให้ Margin Level ลดลงตาม

หากถึงเกณฑ์ที่ Broker กำหนด อาจนำไปสู่ Margin Call หรือ Stop Out

ดังนั้น Trader ควรหลีกเลี่ยงการใช้ Margin จนเกือบเต็มบัญชี


Leverage กับ Account Survival

ถ้าเป้าหมายของคุณคือการเป็น Trader ระยะยาว

สิ่งสำคัญไม่ใช่

“ฉันเปิดได้ใหญ่แค่ไหน?”

แต่คือ

“ฉันสามารถอยู่รอดในตลาดได้นานแค่ไหน?”

Trader ที่ใช้ Risk ต่อ Trade ต่ำและควบคุม Position Size สามารถผ่าน Losing Streak ได้ง่ายกว่า Trader ที่ใช้ Position ใหญ่

นี่คือเหตุผลที่ Risk Management สำคัญกว่า Leverage


สิ่งที่มือใหม่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Leverage

❌ “Leverage 1:500 ทำให้กำไร 500 เท่า”

ไม่จริง

1:500 หมายถึงอัตราส่วนระหว่าง Position Exposure กับ Margin ในเชิงแนวคิด ไม่ได้หมายความว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 500 เท่า


❌ “Leverage สูงทำให้ขาดทุนเร็วเสมอ”

ไม่เสมอไป

ความเร็วของกำไร/ขาดทุนขึ้นกับ Position Size และการเคลื่อนไหวของราคาเป็นหลัก


❌ “Leverage ต่ำ = ปลอดภัยเสมอ”

ไม่เสมอไป

หาก Trader เปิด Position ใหญ่เมื่อเทียบกับบัญชี ความเสี่ยงก็ยังสูงได้


❌ “มี Leverage 1:500 ต้องใช้ให้เต็ม”

ไม่ควรคิดแบบนั้น

Leverage เป็นความสามารถสูงสุด ไม่ใช่เป้าหมายในการใช้งาน


❌ “Margin ต่ำ = Risk ต่ำ”

ไม่จริง

Margin ที่ใช้ต่ำไม่ได้หมายความว่า Position มี Exposure ต่ำ


7 สิ่งที่อยากให้จำเกี่ยวกับ Leverage

1. Leverage คืออัตราทด

ช่วยให้ควบคุม Position ที่มีมูลค่าสูงกว่า Margin ที่ใช้

2. Leverage ไม่ใช่เงินฟรี

คุณไม่ได้รับเงินเพิ่มจาก Broker

3. Leverage สูงช่วยลด Margin Requirement

สำหรับ Position เดิม ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน

4. Position Size เป็นตัวกำหนด Dollar Exposure

Lot ใหญ่ = ผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของราคามากขึ้น

5. Leverage สูงช่วยให้ Overleveraging ทำได้ง่ายขึ้น

เพราะ Margin ที่ต้องใช้ต่ำลง

6. Risk ต้องกำหนดจาก Account Size

ไม่ใช่จาก Leverage ที่ Broker เสนอ

7. เป้าหมายของ Trader คืออยู่รอด

ไม่ใช่ใช้ Leverage ให้สูงที่สุด


สรุป Leverage คืออะไร?

Leverage คืออัตราทดที่ช่วยให้ Trader สามารถควบคุม Position ที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินที่นำมาเป็น Margin ได้

ตัวอย่างเช่น

1:100

หมายความว่าในเชิงแนวคิด Position มูลค่า $100,000 อาจต้องใช้ Margin ประมาณ $1,000

ขณะที่

1:500

อาจใช้ Margin ประมาณ $200 สำหรับ Position เดิม

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ

Leverage ที่สูงขึ้นไม่ได้ทำให้ Position มีกำไรหรือขาดทุนมากขึ้นโดยอัตโนมัติ

สิ่งที่กำหนดผลกระทบของราคาต่อบัญชีคือ Position Size

Leverage เพียงทำให้คุณสามารถเปิด Position ขนาดใหญ่ขึ้นด้วย Margin ที่น้อยลง

และนี่คือเหตุผลที่ Leverage เป็นทั้ง

เครื่องมือเพิ่ม Capital Efficiency

และ

เครื่องมือที่อาจเพิ่มความเสี่ยงจาก Overleveraging

หากใช้อย่างไม่มีวินัย

ดังนั้นหลักการที่สำคัญที่สุดคือ

อย่าเลือก Lot จาก Leverage ที่ Broker ให้

แต่ให้กำหนด

Account Size → Risk % → Stop Loss → Pip Value → Position Size

ก่อน

จากนั้นจึงตรวจสอบว่า Leverage และ Margin เพียงพอสำหรับ Position นั้นหรือไม่

นี่คือวิธีคิดแบบ Risk First


❓ FAQ: Leverage Forex

Leverage Forex คืออะไร?

Leverage คืออัตราทดที่ช่วยให้ Trader สามารถควบคุม Position ที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินที่นำมาเป็น Margin ตามเงื่อนไขของ Broker

Leverage 1:100 หมายความว่าอะไร?

หมายถึงในเชิงแนวคิด Position มูลค่า $100 สามารถใช้ Margin $1 ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

Leverage 1:500 ดีหรือไม่?

ไม่ได้ดีหรือแย่โดยตัวมันเอง ต้องดูว่า Trader ใช้ Position Size และ Risk Management อย่างไร

Leverage สูงทำให้กำไรมากขึ้นหรือไม่?

ไม่โดยอัตโนมัติ กำไรและขาดทุนจาก Position ขึ้นอยู่กับขนาด Position และการเคลื่อนไหวของราคาเป็นหลัก

Leverage สูงทำให้ความเสี่ยงสูงขึ้นหรือไม่?

Leverage สูงไม่ได้เพิ่ม Dollar Risk ของ Position ขนาดเดียวกันโดยตรง แต่ช่วยให้ Trader สามารถเปิด Position ใหญ่ขึ้นด้วย Margin น้อยลง จึงเพิ่มโอกาสเกิด Overleveraging

Leverage กับ Lot ต่างกันอย่างไร?

Leverage คืออัตราทด ส่วน Lot คือขนาดของ Position

Leverage กับ Margin ต่างกันอย่างไร?

Leverage กำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง Position Size กับ Margin ส่วน Margin คือเงินที่ถูกใช้/กันไว้เพื่อรองรับ Position ตามเงื่อนไขของ Broker


📚 บทเรียนถัดไป

บทเรียนที่ 9: Margin คืออะไร? ความสัมพันธ์ระหว่าง Margin, Leverage และ Position

ในบทเรียนถัดไป เราจะเจาะลึกคำว่า Margin ซึ่งเป็นเรื่องที่มือใหม่มักสับสนมากที่สุดเรื่องหนึ่ง

เราจะทำให้เห็นภาพตั้งแต่:

Balance

Equity

Used Margin

Free Margin

Margin Level

Margin Call

Stop Out

และที่สำคัญ เราจะเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกันว่า

ถ้าคุณมีเงิน $1,000 เปิด Position ขนาดหนึ่ง Lot แล้วตลาดเคลื่อนไหวสวนทาง จะเกิดอะไรขึ้นกับ Margin และบัญชีของคุณ?

นี่จะเป็นบทเรียนสำคัญก่อนที่เราจะไปต่อเรื่อง Margin Call, Stop Out และ Risk Management ครับ.

Share This Story, Choose Your Platform!

โบนัสเทรดฟรี ไม่ต้องฝากเงิน

จะดีกว่าไหมหากได้เงินทุนมาเทรดฟรี ๆ กำไรก็สามารถถอนออกมาได้