บทความที่ 1 / 10 ในบทนี้

เหลืออีก 9 บทความ

บทนี้ช่วยให้คุณ

คู่เงิน Forex (Currency Pair) คือการจับคู่สกุลเงินสองสกุลเพื่อแสดงว่าเงินสกุลหนึ่งมีมูลค่าเท่าไรเมื่อเทียบกับอีกสกุลหนึ่ง ในบทนี้ใช้การแบ่งที่พบทั่วไปเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Major Pairs, Minor Pairs และ Exotic Pairs

บทความนี้จะพาไปดูว่าแต่ละกลุ่มมีคู่ไหนบ้าง ต่างกันอย่างไรในเชิงต้นทุนและความผันผวน และคู่ไหนเหมาะกับมือใหม่

คู่เงิน Forex แบ่งเป็นกี่กลุ่ม?

แผนภาพเปรียบเทียบคู่เงิน Forex Major, Cross และ Exotic พร้อมตัวอย่าง สภาพคล่อง Spread และข้อควรระวัง
ภาพประกอบ: สรุปประเภทคู่เงิน Forex สภาพคล่อง Spread และข้อควรระวังก่อนเลือกเทรด
กลุ่ม นิยาม สภาพคล่อง Spread
Major มี USD อยู่ในคู่ และเป็นสกุลเงินหลักของโลก มักสูงในคู่หลัก แต่ขึ้นกับคู่และเวลา มักแคบกว่าในบัญชีและเวลาที่เทียบกัน
Minor / Cross ไม่มี USD แต่เป็นสกุลเงินหลักทั้งคู่ แตกต่างกันมากระหว่างคู่ อาจกว้างกว่า Major บางคู่
Exotic สกุลหลักกับสกุลที่ซื้อขายน้อยกว่าในบริการนั้น นิยามแตกต่างกันได้ อาจบางกว่าคู่หลัก โดยเฉพาะนอกเวลาตลาดท้องถิ่น อาจกว้าง ต้องตรวจอัตราจริง

Major Pairs — 7 คู่หลักที่ต้องรู้จัก

โดยทั่วไป Major Pairs ใช้เรียกเจ็ดคู่ด้านล่าง ซึ่งมี USD จับกับสกุลเงินหลัก ไม่ใช่ทุกคู่ที่มี USD จะเป็น Major

คู่เงิน ชื่อเล่นในตลาด ประกอบด้วย
EUR/USD Fiber ยูโร / ดอลลาร์สหรัฐ
GBP/USD Cable ปอนด์ / ดอลลาร์สหรัฐ
USD/JPY Gopher ดอลลาร์สหรัฐ / เยนญี่ปุ่น
USD/CHF Swissy ดอลลาร์สหรัฐ / ฟรังก์สวิส
AUD/USD Aussie ดอลลาร์ออสเตรเลีย / ดอลลาร์สหรัฐ
USD/CAD Loonie ดอลลาร์สหรัฐ / ดอลลาร์แคนาดา
NZD/USD Kiwi ดอลลาร์นิวซีแลนด์ / ดอลลาร์สหรัฐ
สังเกตว่า USD อยู่ข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง

ไม่ได้สุ่ม — เป็นธรรมเนียมการเสนอราคา ในเจ็ดคู่ที่แสดง EUR, GBP, AUD และ NZD อยู่หน้า USD ส่วน JPY, CHF และ CAD อยู่หลัง ไม่ใช่การจัดอันดับความสำคัญ และผู้ให้บริการบางระบบอาจเสนออัตรากลับด้าน

ลำดับนี้มีผลต่อการอ่านทิศทางราคา — ดูวิธีอ่านได้ที่ Base และ Quote Currency คืออะไร? อ่านราคาคู่เงินให้ถูก

Minor Pairs — คู่ที่ไม่มีดอลลาร์

ในบทนี้ Minor หมายถึง Cross Pairs ของสกุลเงินหลัก ที่ไม่มี USD ส่วนคำว่า Cross โดยทั่วไปหมายถึงคู่ที่ไม่มี USD และอาจครอบคลุมคู่มากกว่ารายการ Minor ของบางโบรกเกอร์

คู่ที่พบบ่อย: EUR/GBP · EUR/JPY · GBP/JPY · EUR/CHF · AUD/JPY · CAD/JPY · EUR/AUD · GBP/CHF

⚠️ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: “Minor = ผันผวนน้อยกว่า”

ไม่ควรสรุปเช่นนั้น — ในบทนี้ Minor ใช้เรียกคู่ Cross ของสกุลหลักที่ไม่มี USD ชื่อกลุ่มไม่ได้รับรองว่าปริมาณซื้อขายหรือความผันผวนจะต่ำกว่าคู่ Major ทุกคู่

GBP/JPY มีชื่อเล่นว่า “The Dragon” ในบางกลุ่ม แต่ชื่อเล่นไม่ใช่หลักฐานวัดความผันผวน ให้เทียบข้อมูลช่วงเดียวกันเป็นร้อยละหรือเป็นเงินที่เสี่ยงตามขนาดสถานะ ไม่ถือว่า Minor ปลอดภัยกว่าหรือแรงกว่าทุกคู่

Exotic Pairs — คู่ที่ต้องตรวจต้นทุนและความเสี่ยงเฉพาะประเทศ

คือการจับคู่สกุลเงินหลักกับสกุลเงินของตลาดเกิดใหม่หรือสกุลที่ซื้อขายน้อยกว่าคู่หลักในบริการนั้น ไม่ได้ตัดสินจากขนาดเศรษฐกิจอย่างเดียว

ตัวอย่าง: USD/THB · USD/TRY · USD/ZAR · USD/MXN · USD/SGD · EUR/TRY

ลักษณะเฉพาะที่ต้องรู้ก่อนเทรด

  • Spread อาจกว้างมาก — ต้องเทียบเป็นเงินหรือสัดส่วนของราคา ไม่ใช้จำนวน pip ต่างคู่ตัดสินต้นทุนทันที
  • Swap อาจสูง — ค่าถือข้ามคืนขึ้นกับส่วนต่างดอกเบี้ย ต้นทุนของผู้ให้บริการ และฝั่ง Buy/Sell จึงต้องตรวจทั้งสองฝั่ง
  • ความเสี่ยงเฉพาะประเทศ — ข่าวการเมืองหรือนโยบายในประเทศเดียวทำให้ราคาเคลื่อนไหวรุนแรงได้ทันที
  • สภาพคล่องอาจบางลงในบางช่วงเวลา — โดยเฉพาะนอกเวลาทำการของประเทศนั้น

ตารางเปรียบเทียบ — ต้นทุนต่างกันแค่ไหน?

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะ “คู่ไหนดี” ตอบไม่ได้ถ้าไม่ดูต้นทุน

ตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้: 1 Lot = 100,000 หน่วยสกุลเงินด้านหน้า (Base); บัญชี USD; USD/JPY = 150.00 และ USD/TRY = 30.0000; pip ของ GBP/JPY = 0.01 ส่วน EUR/USD และ USD/TRY = 0.0001; ไม่รวม Commission, Swap และ Slippage

คู่เงิน Spread สมมติ ต้นทุน Spread สมมติ (USD) เทียบกับ EUR/USD
EUR/USD (Major) 1.0 pip $10 1 เท่า
GBP/JPY (Minor) 3.0 pips $20 2 เท่า
USD/TRY (Exotic) 30 pips $10 1 เท่า
สิ่งที่ตัวเลขนี้บอก

หากตั้งเป้าการเคลื่อนราคา 10 pips ต่อครั้ง Spread 1 pip ของ EUR/USD คิดเป็น 10% ของระยะเป้าหมายในตัวอย่างนี้ แต่ยังไม่ยืนยันว่ากลยุทธ์ใช้ได้หรือมีกำไร
ส่วน USD/TRY มี Spread 30 pips เทียบกับเป้าหมาย 10 pips คิดเป็น 300% ของระยะเป้าหมาย จึงต้องระบุว่าเป้าหมายวัดจากราคาใด และรวมผลของการซื้อที่ Ask หรือขายที่ Bid แล้วหรือยัง โดยแยกสัดส่วน Spread ต่อเป้าหมายออกจากต้นทุนที่แปลงเป็น USD

วิธีคำนวณต้นทุนเป็นเงินอยู่ใน บทเรียนที่ 4

วิธีคิดสำหรับ 1 Lot: ต้นทุน Spread = ขนาดสัญญาต่อ Lot × ขนาดของ 1 pip × Spread เป็น pips แล้วแปลงเงินสกุลด้านหลัง (Quote) เป็น USD ตามอัตราสมมติในตัวอย่าง

  • EUR/USD: 100,000 × 0.0001 × 1 = $10
  • GBP/JPY: 3,000 JPY ÷ 150 = $20
  • USD/TRY: 300 TRY ÷ 30 = $10

pip คือหน่วยวัดการเปลี่ยนราคา ส่วน Lot คือหน่วยขนาดสัญญา ตัวเลขข้างต้นเทียบ 1 Lot แต่ไม่ได้มีมูลค่าสถานะหรือความเสี่ยงเท่ากัน จึงไม่ใช่การจัดอันดับคู่ที่ถูกที่สุด

มือใหม่ควรเริ่มจากคู่ไหน?

เกณฑ์ที่ควรใช้เลือก ไม่ใช่ “คู่ไหนวิ่งแรง” แต่คือ 4 ข้อนี้

  1. Spread แคบ — ต้นทุนต่ำลดจำนวนกำไรที่ต้องทำเพื่อชดเชยต้นทุน แต่ไม่ลดเงินขาดทุนจากการเคลื่อนราคา
  2. สภาพคล่องสูง — อาจช่วยการส่งคำสั่ง แต่ไม่รับประกัน Slippage ต่ำหรือราคาไม่เกิด Gap
  3. มีข้อมูลให้ศึกษาเยอะ — บทวิเคราะห์และข่าวหาได้ง่าย
  4. เคลื่อนไหวพอประมาณ — ระยะการเคลื่อนไหวและขนาดคำสั่งต่ำสุดต้องเข้ากับกฎที่ฝึกและเงินที่ยอมเสี่ยงได้

EUR/USD เป็นตัวเลือกสำหรับเริ่มศึกษาในบัญชีทดลองได้ เพราะมีข้อมูลให้ติดตามมาก แต่ต้องตรวจต้นทุน ช่วงเวลา และขนาดความเสี่ยง ไม่ใช่คู่ที่เหมาะที่สุดสำหรับทุกคน

คำแนะนำที่ใช้ได้จริง: เริ่มจากคู่เดียว

การทดลอง 5 คู่พร้อมกันตั้งแต่แรกทำให้แยกผลของคู่เงิน เวลา และต้นทุนได้ยากขึ้น หากทดสอบหลายคู่ ต้องแยกบันทึกและใช้กฎที่ชัดเจน

เริ่มฝึกคู่เดียวเพื่อให้ติดตามตัวแปรได้ง่าย แล้วค่อยเพิ่มคู่เมื่อมีบันทึกเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจริงเพื่อเรียนรู้

⚠️ ข้อควรระวังเรื่อง Correlation

คู่เงินที่มีสกุลเงินร่วมกันอาจได้รับผลจากปัจจัยเดียวกัน แต่ทิศทางและระดับความสัมพันธ์เปลี่ยนตามช่วงเวลาได้

ตัวอย่าง: หาก USD อ่อนค่าขณะที่ปัจจัยฝั่ง EUR และ GBP ไม่เปลี่ยน EUR/USD และ GBP/USD อาจขึ้นพร้อมกัน เพราะทั้งคู่มี USD เป็นสกุลเงินด้านหลัง (Quote Currency)

ถ้าคุณเปิด Buy ทั้งสองคู่พร้อมกัน คุณมีความเสี่ยงฝั่งขาย USD ร่วมกัน จึงไม่ควรถือว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงเต็มที่ แต่ความเสี่ยงรวมไม่ได้เท่ากับสองเท่าเสมอ ต้องดูขนาดสถานะ จุดออก และความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนได้

📖 เจาะลึกใน Correlation ของคู่เงิน

คำถามที่พบบ่อย

คู่เงินมีทั้งหมดกี่คู่?
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าโบรกเกอร์แต่ละรายเปิดให้เทรดกี่คู่ จำนวนคู่ที่เปิดให้ซื้อขายแตกต่างกันและอาจเปลี่ยนได้ ให้ตรวจสอบจากรายการสินทรัพย์ของโบรกเกอร์ที่คุณใช้

USD/THB เทรดได้ไหม?
โบรกเกอร์บางรายเปิดให้เทรด แต่จัดอยู่ในกลุ่ม Exotic จึงควรตรวจ Spread สภาพคล่อง เวลา และข้อจำกัดของสัญญานั้นก่อนประเมินการเทรดระยะสั้น

ทองคำ (XAU/USD) นับเป็นคู่เงินไหม?
ไม่ใช่ในความหมายเดียวกัน เพราะทองคำไม่ใช่เงินตราที่ออกโดยธนาคารกลาง แม้จะเทรดบนแพลตฟอร์มเดียวกัน — อ่านรายละเอียดใน XAU/USD คืออะไร

คู่ไหนวิ่งแรงที่สุด?
ไม่มีคู่ใดแรงที่สุดตลอดเวลา ให้วัดความผันผวนช่วงเดียวกัน เช่น ใช้ ATR ซึ่งวัดช่วงการเคลื่อนไหวเฉลี่ย แล้วหารด้วยราคาและคูณ 100 เพื่อเทียบเป็นร้อยละ และแปลงเป็นเงินตามขนาดสถานะก่อนเปรียบเทียบ ไม่เทียบจำนวน pip ต่างคู่โดยตรง

สรุป

Major — เจ็ดคู่ USD ที่นิยมเรียก Major; มักมีสภาพคล่องสูง แต่ต้องตรวจเงื่อนไขจริง

Minor — คู่ Cross ของสกุลหลักที่ไม่มี USD ปริมาณซื้อขายต่างกันตามคู่และช่วงเวลา และไม่ได้ผันผวนน้อยกว่า

Exotic — อาจมีต้นทุนสูงและความเสี่ยงเฉพาะประเทศ ต้องตรวจให้เหมาะกับรูปแบบการเทรด

และสิ่งสำคัญที่สุด: เลือกคู่จากต้นทุนและความเหมาะกับกลยุทธ์ ไม่ใช่จากความแรงของราคา

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

  • Bank for International Settlements (BIS) — Triennial Central Bank Survey of Foreign Exchange and OTC Derivatives Markets — ข้อมูลปริมาณการซื้อขายรายคู่สกุลเงิน — bis.org

หมายเหตุและข้อจำกัด

การจัดกลุ่ม Major, Minor และ Exotic เป็นธรรมเนียมที่ใช้กันในวงการ ไม่ใช่การจำแนกที่มีองค์กรกำหนดอย่างเป็นทางการ ค่า Spread และต้นทุนที่ระบุเป็นการเปรียบเทียบเชิงสัดส่วน ค่าจริงต่างกันตามโบรกเกอร์และช่วงเวลา ให้ตรวจสอบจากบัญชีของคุณเอง

📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Forex คืออะไร? เข้าใจตลาด คู่เงิน และความเสี่ยงก่อนเริ่มเทรด

คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกราย เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ตัวเลข Spread และเงื่อนไขการซื้อขายที่ใช้ในบทความเป็นตัวเลขสมมติ ให้ตรวจสอบค่าจริงจากเว็บไซต์ทางการของโบรกเกอร์ที่คุณใช้บริการ

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี

เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้

ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

รู้จักแต่ละโบรกเกอร์

อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ

ดูรีวิวโบรกเกอร์ →

เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน

เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ →

บทความที่เกี่ยวข้อง