เหลืออีก 2 บทความ
บทนี้ช่วยให้คุณ
Correlation ในบทนี้หมายถึง Pearson correlation ของผลตอบแทนสองคู่เงิน เป็นการวัดความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่าง −1 ถึง +1 ในช่วงข้อมูลที่กำหนด ไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ
หลายสถานะอาจมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน แม้ใช้คนละคู่เงิน จึงต้องอ่านทิศทางและขนาดสถานะพร้อมความสัมพันธ์ของผลตอบแทน
⭐ ปัญหาที่เห็นได้ในภาพเดียว
ซื้อ EUR · ขาย USD
งบ SL ตัวอย่าง 1%
ซื้อ GBP · ขาย USD
งบ SL ตัวอย่าง 1%
ขาย USD · ซื้อ CHF
งบ SL ตัวอย่าง 1%
ทั้งสามไม้มี USD อยู่ในสมการ และวางเดิมพันไปทางเดียวกัน
Buy EUR/USD = เดิมพันว่ายูโรแข็งเทียบดอลลาร์
Buy GBP/USD = เดิมพันว่าปอนด์แข็งเทียบดอลลาร์
Sell USD/CHF = เดิมพันว่าดอลลาร์อ่อนเทียบฟรังก์
ทั้งสามมีองค์ประกอบร่วมคืออยู่ฝั่งขาย USD แต่ยังมีความเสี่ยงเฉพาะ EUR, GBP และ CHF ที่ต่างกัน
ถ้า USD แข็งเทียบทั้งสามสกุลในช่วงเดียวกัน สถานะเหล่านี้อาจขาดทุนร่วมกัน สมมติแต่ละไม้ตั้งงบ SL 1% ของฐานเดียว ผลรวมงบคือ 3% อยู่แล้ว ความสัมพันธ์เปลี่ยนโอกาสและจังหวะที่เสียพร้อมกัน ไม่ได้เพิ่มผลรวม SL จาก 1% เป็น 3% ด้วยตัวมันเอง
อ่านค่า Correlation อย่างไร
| ค่า | ความหมาย | ผลกับความเสี่ยง |
|---|---|---|
| ใกล้ +1 | เคลื่อนไหวไปทางเดียวกัน | เปิดทางเดียวกันอาจเพิ่มการกระจุกของผลร่วม ต้องดูขนาดด้วย |
| ใกล้ 0 | ความสัมพันธ์เชิงเส้นในข้อมูลใกล้ศูนย์ | ไม่ยืนยันว่าเป็นอิสระหรือไม่มีความเสี่ยงร่วมในเหตุการณ์รุนแรง |
| ใกล้ −1 | เคลื่อนไหวตรงข้ามกัน | เปิดตรงข้ามกันอาจทำให้ผล P/L เคลื่อนไปทางเดียวกัน |
แถวสุดท้ายคือจุดที่คนสับสน
ถ้าผลตอบแทน A กับ B มีความสัมพันธ์ลบ การเปิด Buy A + Sell B จะเปลี่ยนทิศของ B ทำให้กำไรขาดทุนอาจสัมพันธ์บวกมากขึ้น แต่ไม่ใช่สถานะที่เหมือนกันสมบูรณ์ ต้องดูน้ำหนัก ความผันผวน และต้นทุนด้วย
ต้องดูทิศทางที่คุณเปิดประกอบกับค่า Correlation เสมอ ไม่ใช่ดูค่าเพียงลำพัง
เริ่มตรวจปัจจัยร่วมโดยไม่ใช้เครื่องมือ
การเขียนเหตุผลของแต่ละสถานะช่วยคัดกรองปัจจัยร่วม แต่ไม่แทนการวัดความสัมพันธ์หรือคำนวณความเสี่ยงรวม
ถามตัวเองว่า “ทุกไม้ที่ผมเปิดอยู่ กำลังเดิมพันเรื่องเดียวกันหรือเปล่า”
วิธีตรวจ: เขียนสมมติฐานของแต่ละไม้เป็นประโยค แล้วดูว่าประโยคซ้ำกันหรือไม่
• “ดอลลาร์จะอ่อน” × 3 ไม้ → มีปัจจัยดอลลาร์ร่วมกัน ต้องตรวจสกุลเงินอีกฝั่งและขนาดสถานะด้วย
• “ดอลลาร์จะอ่อน” + “ทองจะขึ้น” → อาจมีปัจจัยร่วม ต้องตรวจข้อมูลและเหตุผลที่คาดว่าทองจะขึ้น
• “ดอลลาร์จะอ่อน” + “เยนจะแข็งเทียบยูโร” → เหตุผลต่างกัน แต่ยังไม่ยืนยันว่าผลกำไรขาดทุนเป็นอิสระ
กลุ่มที่ควรตรวจปัจจัยร่วมเพิ่มเติม
- คู่ที่มี USD ด้านหลังเหมือนกัน — EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD, NZD/USD
- คู่ที่มี USD ด้านหน้า — USD/CHF, USD/CAD, USD/JPY (ทิศการรับ USD ต่างจากกลุ่มแรก แต่ราคาไม่ได้เคลื่อนไหวตรงข้ามกันเสมอ)
- สกุลเงินที่อ่อนไหวต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ — AUD, NZD, CAD
- คู่ที่มีสกุลเงินร่วมกัน — EUR/JPY กับ EUR/USD มี EUR เหมือนกัน
⚠️ Correlation ไม่คงที่
ค่าที่วัดได้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามสภาพตลาด — คู่ที่เคยไม่สัมพันธ์กันอาจกลายเป็นสัมพันธ์กันสูงในช่วงที่ตลาดผันผวนรุนแรง
ในเหตุการณ์รุนแรง ความสัมพันธ์อาจเปลี่ยนจากช่วงปกติจนการกระจายความเสี่ยงได้ผลต่างจากที่คาด จึงควรทดสอบสถานการณ์นั้นแยกจากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง
ให้ถือว่าค่าที่คุณเห็นเป็นข้อมูลของอดีต ไม่ใช่การรับประกันของอนาคต
วัด Correlation ให้ตรงกับการใช้งาน
- เลือกคู่เงิน Timeframe และจำนวนแท่งให้สอดคล้องกับแผน เช่น ผลตอบแทนรายวัน 60 วันเป็นเพียงช่วงตัวอย่าง ไม่ใช่มาตรฐานตายตัว
- จัดเวลาปิดแท่งของทั้งสองชุดให้ตรงกัน ไม่เทียบแท่งที่ปิดคนละเวลาโดยไม่ตรวจ
- คำนวณผลตอบแทน เช่น (ราคาปิดวันนี้ ÷ ราคาปิดก่อนหน้า) − 1 แทนการใช้ระดับราคาสองชุดโดยตรง
- คำนวณ Pearson correlation จากผลตอบแทนที่จับคู่เวลา แล้วเทียบหลายช่วงแบบเลื่อนหน้าต่าง เพื่อดูความคงที่
- พิจารณาความสัมพันธ์ของผลตอบแทนร่วมกับทิศทางกำไรขาดทุน (P/L) ของสถานะ Buy/Sell และพิจารณาขนาดสัญญา น้ำหนักเงินและความผันผวนของแต่ละสถานะ
- ตรวจสถานการณ์รุนแรงแยก เพราะความสัมพันธ์เฉลี่ยใกล้ศูนย์ไม่ตัดความเสี่ยงร่วมทั้งหมด
ผลกับการคำนวณความเสี่ยง
| สถานการณ์ | ผลรวมงบ SL (ใช้ฐานเดียวกัน) | สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่ม |
|---|---|---|
| 3 ไม้ · คู่ที่วัดความสัมพันธ์ได้ต่ำในช่วงตัวอย่าง | 3% | 3% เป็นผลรวมตามแผน ไม่รับประกันผลจริง; ตรวจว่าไม่สัมพันธ์เพียงในช่วงที่วัดหรือไม่ |
| 3 ไม้ · เดิมพันเรื่องเดียวกัน | 3% | อาจเสียใกล้ผลรวม 3% ในเหตุการณ์ร่วม ภายใต้ Fill ตาม SL |
ความต่างคือโอกาสและจังหวะขาดทุนร่วม แถวแรกก็อาจเสียครบ 3% ได้ และค่า Correlation ใกล้ศูนย์ไม่รับประกันความเป็นอิสระ ผลจริงเกินงบได้จาก Gap/Slippage/ต้นทุน ไม่ใช่เพราะ Correlation ทำให้ตัวเลข SL รวมเพิ่มเอง
วิธีจัดการในทางปฏิบัติ
- เขียนสมมติฐานของทุกไม้เป็นประโยค ก่อนเปิดไม้ใหม่
- ถ้าประโยคซ้ำกัน ให้ลด Lot รวมลง ไม่ใช่เปิดเต็มทุกไม้
- กำหนดเพดานความเสี่ยงรวมต่อ “ธีม” เดียวกัน ไม่ใช่ต่อไม้อย่างเดียว
- ระวังการเปิดหลายไม้ในคู่ที่มีสกุลเงินร่วมกัน
- ทบทวนเป็นระยะ เพราะความสัมพันธ์เปลี่ยนได้
ข้อ 3 ช่วยเสริมเพดานต่อไม้และเพดานรวม
แทนการกำหนดแค่ “เสี่ยง 1% ต่อไม้” ให้เพิ่มกฎว่า “เสี่ยงไม่เกิน X% ต่อธีมเดียวกัน”
ถ้าคุณอยากเปิดสามไม้ที่เดิมพันเรื่องดอลลาร์อ่อนเหมือนกัน ก็แบ่งเพดานนั้นออกเป็นสามส่วน แทนการให้แต่ละไม้เต็มโควตา
แล้วทองคำล่ะ
ทองคำมีดอลลาร์อยู่ในสมการเช่นเดียวกับคู่เงิน
ในที่นี้กล่าวถึง XAU/USD ซึ่งเสนอราคาทองในหน่วยดอลลาร์สหรัฐ
แปลว่าการเปิด Buy ทองพร้อมกับ Buy EUR/USD มีองค์ประกอบของการเดิมพันเรื่องดอลลาร์ร่วมกันอยู่ — ไม่ใช่การกระจายความเสี่ยงอย่างสมบูรณ์อย่างที่หลายคนเข้าใจ
⚠️ ส่วนคำถามว่าอะไรขับเคลื่อนราคาทองบ้างและสัมพันธ์กับดอลลาร์อย่างไร เป็นหัวข้อของ ชุดบทเรียนทอง โดยเฉพาะ
สิ่งที่ต้องทำในบทนี้: ตรวจปัจจัย USD ร่วมกับความเสี่ยงเฉพาะทองและผลสัมพันธ์ที่วัดได้ อย่าถือว่า Buy ทองเท่ากับ Buy EUR/USD หรือมีน้ำหนักดอลลาร์เท่ากันโดยอัตโนมัติ
คำถามที่พบบ่อย
ดูค่า Correlation ได้จากที่ไหน?
ใช้เครื่องมือที่ระบุแหล่งข้อมูล Timeframe จำนวนแท่ง และวิธีคำนวณ หรือคำนวณจากผลตอบแทนที่จัดเวลาให้ตรงกัน การเขียนสมมติฐานช่วยตรวจปัจจัยร่วมแต่ไม่ทดแทนค่าสถิติ
เปิด Buy กับ Sell คู่ที่สัมพันธ์กันเพื่อหักล้างได้ไหม?
อาจลดความเสี่ยงบางส่วนได้ แต่ไม่หักล้างสมบูรณ์เมื่อเป็นคนละสัญญา ต้องตรวจขนาดและความผันผวน ยังมีต้นทุนของแต่ละรายการ ส่วน Margin ขึ้นกับระบบบัญชีและกฎ Hedged Margin ไม่จำเป็นต้องเป็นสองเท่าเสมอ เปรียบเทียบกับการลดขนาดสถานะโดยตรงตามวัตถุประสงค์
Correlation สูงแปลว่าคาดการณ์คู่หนึ่งจากอีกคู่ได้ไหม?
ไม่ — ความสัมพันธ์ในอดีตไม่ได้แปลว่ามีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ และไม่ได้รับประกันว่าจะเป็นเช่นนั้นต่อไป
ควรเปิดกี่ไม้พร้อมกัน?
ต้องถามทั้งจำนวนสถานะ ปัจจัยร่วม เงินเสี่ยงรวม และ Margin จำนวน 5 ไม้คนละเรื่องไม่ได้ปลอดภัยกว่า 2 ไม้โดยอัตโนมัติ หากแต่ละไม้มีความเสี่ยงต่างกันมาก
สรุป
1. หลายไม้ที่ดูกระจายความเสี่ยง อาจเป็นการเดิมพันเดียวกัน
2. ต้องดูทิศทางที่เปิดประกอบกับค่า Correlation ไม่ใช่ดูค่าเพียงลำพัง
3. เขียนสมมติฐานประกอบการวัดผลตอบแทน ไม่ใช้แทนเครื่องมือสถิติ
4. กำหนดเพดานความเสี่ยงต่อ “ธีม” ไม่ใช่ต่อไม้อย่างเดียว
5. ตรวจ USD ร่วมกับปัจจัยเฉพาะทอง ไม่เหมารวมว่าผล P/L เหมือนคู่เงิน
อ่านต่อ
แหล่งอ้างอิง
- NIST — Correlation: นิยาม Pearson และสูตรความสัมพันธ์เชิงเส้น
- ค่าความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงินเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามสภาพตลาด บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลขค่าความสัมพันธ์ เพราะค่าแต่ละช่วงอาจเปลี่ยนได้ ไม่ควรยกค่าช่วงหนึ่งเป็นค่าคงที่ ให้ตรวจสอบจากเครื่องมือที่ใช้ข้อมูลช่วงเวลาเดียวกับที่คุณเทรด
- Bank for International Settlements (BIS) — Triennial Central Bank Survey — bis.org
📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 7: Risk Management และ Position Sizing
Share This Story, Choose Your Platform!
โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์
ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส
โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ
ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี
เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้
ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ
รู้จักแต่ละโบรกเกอร์
อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ
เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน
เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
Forex AcademyLEVEL 3 · Capital & Disciplineบทที่ 8 […]
Forex AcademyLEVEL 3 · Capital & Disciplineบทที่ 7 […]

