บทนำของบทนี้

บทความในบทนี้ 11 เรื่อง

ทำไมต้องเรียนการจัดการความเสี่ยงก่อนต่อยอดการวิเคราะห์

ทั้งคุณภาพกลยุทธ์และขนาด Position มีผลต่อความเสียหาย

หากกำหนดเงินเสี่ยงต่อรายการไว้ต่ำและขาดทุนไม่เกินแผน การแพ้หลายไม้จะกระทบทุนน้อยกว่าการเสี่ยงสูง แต่ ช่องว่างราคา (Gap) ต้นทุน และการเปิดหลายสถานะพร้อมกันอาจทำให้เสียเกินแบบจำลอง

แม้ทิศทางสุดท้ายตรงที่คาด ระหว่างทางอาจขาดทุนจนถูกปิดสถานะเมื่อขนาดใหญ่เกินไป การคาดทิศทางได้แม่นจึงไม่ทดแทนการกำหนดเงินเสี่ยงและการเผื่อ Margin

หลักสูตรจึงวาง Level 3 ก่อน Level 4 เพื่อให้รู้ว่าจะรับความเสียหายจากแผนอย่างไรก่อนเพิ่มเครื่องมือวิเคราะห์


⭐ ตัวเลขที่ควรเห็นก่อนอย่างอื่น

กราฟและตารางสมมติให้แต่ละรายการขาดทุนเท่ากับเงินเสี่ยงที่ตั้งไว้ โดยคิดเป็นสัดส่วนของ Equity ก่อนเปิดรายการนั้นและไม่มีต้นทุนเพิ่ม สูตรคือ เงินคงเหลือ = ทุนเริ่มต้น × (1−r)^n โดย r คือสัดส่วนเงินเสี่ยงในรูปทศนิยม และ n คือจำนวนรายการที่ขาดทุนติดต่อกัน ผลจริงอาจขาดทุนเกินตัวอย่างได้

กราฟแสดงเงินทุนที่เหลือเมื่อขาดทุนติดต่อกัน ที่ระดับความเสี่ยงต่อไม้ 1% 2% 5% และ 10%
เสี่ยงต่อไม้ แพ้ติดกัน 10 ไม้ แพ้ติดกัน 20 ไม้
1% เหลือ 90.4% เหลือ 81.8%
2% เหลือ 81.7% เหลือ 66.8%
5% เหลือ 59.9% เหลือ 35.8%
10% เหลือ 34.9% เหลือ 12.2%
ต้องเผื่อสถานการณ์แพ้ต่อเนื่องโดยไม่ถือว่าตารางพยากรณ์ความถี่

ภายใต้โอกาสชนะคงที่ 50% และผลอิสระ โอกาสที่ 10 ไม้ถัดไปแพ้ทั้งหมดคือ 0.5^10 ≈ 0.0977% โอกาสพบช่วงแพ้ที่ใดก็ได้ในหลายร้อยไม้เป็นอีกโจทย์ และผลจริงอาจสัมพันธ์กัน

คำถามจึงไม่ใช่ “จะแพ้ติดกันไหม” แต่คือ “เมื่อมันเกิดขึ้น พอร์ตจะเหลือเท่าไร”

สูตรคำนวณ Position Size

ตัวอย่างใช้ Equity $5,000 บัญชี USD และ EUR/USD ขนาดสัญญา 100,000 หน่วยต่อ Lot ใช้ 1% = 0.01 ในสูตร ค่า Pip Value $10 เป็นของสัญญาตัวอย่าง ไม่ใช่ทุกสัญลักษณ์ และงบตาม SL ไม่รวมผลเกินจาก Gap/Slippage

Lot = (ทุน × % ความเสี่ยง) ÷ (ระยะ SL เป็น pips × Pip Value ต่อ 1 Lot)
ทุน 5,000 USD  เสี่ยง 1% ต่อไม้  SL 40 pips  EUR/USD

ความเสี่ยงเป็นเงิน = 5,000 x 1% = 50 USD
Pip Value ต่อ 1 Lot = 10 USD

Lot = 50 ÷ (40 x 10) = 0.125
ปัดลงเป็น 0.12 Lot
ปัดลงเสมอ ไม่ปัดขึ้น

ตัวอย่างสมมติ Volume Step 0.01 จึงปัด 0.125 ลงเป็น 0.12 Lot เสี่ยงตามระยะราคา $48 ก่อนต้นทุนเพิ่ม ต้องตรวจขั้นต่ำ ขนาดสัญญา และเงิน Margin ด้วย

ถ้าต่ำกว่า Lot ขั้นต่ำ แสดงว่ารายการนั้นไม่พอดีกับงบและสัญญาปัจจุบัน ไม่ใช่เหตุให้ปัดขึ้นหรือเติมเงินเสมอ ข้ามรายการ ตรวจสัญญาขนาดเล็กกว่าที่เหมาะ หรือฝึก Demo ได้

📖 ดูวิธีคำนวณครบทุกกรณี รวมถึงทองคำ

Expectancy — ผลเฉลี่ยต่อไม้และข้อจำกัด

ก่อนแทนสูตร ให้ใช้กำไรและขาดทุนสุทธิหลังต้นทุน และนับรายการด้วยวิธีเดียวกันทั้งชุด หากคำนวณจากราคาซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงซึ่งรวมผลของ Spread แล้ว อย่าหัก Spread ซ้ำ ตัวอย่างถัดไปไม่มีไม้เสมอ จึงให้ Loss Rate = 1 − Win Rate ค่า $23.50 เป็นค่าเฉลี่ยของข้อมูลตัวอย่าง ไม่ใช่กำไรทุกไม้หรือข้อพิสูจน์ผลอนาคต

Expectancy = (Win Rate × กำไรเฉลี่ย) − (Loss Rate × ขาดทุนเฉลี่ย)

ผลลัพธ์คือกำไรหรือขาดทุนเฉลี่ยต่อไม้ เมื่อคิดรวมทั้งไม้ที่ชนะและแพ้

Win Rate 45%  กำไรเฉลี่ย 150 USD  ขาดทุนเฉลี่ย 80 USD

Expectancy = (0.45 x 150) - (0.55 x 80)
           = 67.5 - 44
           = +23.5 USD ต่อไม้
สังเกตว่า Win Rate เพียง 45% แต่ Expectancy เป็นบวก

เพราะกำไรเฉลี่ยต่อไม้สูงกว่าขาดทุนเฉลี่ยเกือบสองเท่า

Win Rate เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่ากลยุทธ์ทำกำไรหรือไม่ — กลยุทธ์ที่ชนะ 70% แต่ปล่อยให้ไม้ที่แพ้ขาดทุนหนัก ก็มี Expectancy ติดลบได้

📖 ความเข้าใจผิดเรื่อง Win Rate · Expectancy คืออะไร? คำนวณผลเฉลี่ยและอ่านข้อจำกัด

Drawdown และเปอร์เซ็นต์กำไรที่ต้องได้เพื่อกลับทุน

ขาดทุนลึกขึ้น ต้องทำกำไรจากฐานที่เล็กลง

ขาดทุน 10% → ต้องกำไร 11.1% จึงกลับทุน
ขาดทุน 20% → ต้องกำไร 25% จึงกลับทุน
ขาดทุน 30% → ต้องกำไร 42.9% จึงกลับทุน
ขาดทุน 50% → ต้องกำไร 100% จึงกลับทุน
ขาดทุน 70% → ต้องกำไร 233.3% จึงกลับทุน

ตัวอย่างไม่มีเงินฝากถอน: แถบแสดงกำไรที่ต้องได้จากเงินคงเหลือ ไม่ใช่ความน่าจะเป็นหรือเวลาที่จะฟื้นตัว

ขาดทุนไปแล้ว ต้องทำกำไรเท่าไรจึงกลับทุน
10% 11.1%
25% 33.3%
50% 100%
80% 400%

สูตรกำไรกลับทุน = d/(1−d)×100 โดย d เป็นทศนิยม และไม่มีเงินเข้าออก ความสัมพันธ์ไม่เป็นเส้นตรงแต่ไม่ใช่ Exponential และไม่ได้บอกเวลาที่จะกลับทุน

📖 Drawdown คืออะไร? คำนวณการลดลงและเปอร์เซ็นต์กลับทุน

Risk of Ruin

Risk of Ruin คือโอกาสที่ทุนถึงเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ศูนย์หรือทุนขั้นต่ำ ภายใต้สมมติฐานและช่วงเวลาที่ใช้คำนวณ จึงต้องรู้ทั้งเกณฑ์ทุนขั้นต่ำและช่วงเวลานั้นก่อนตีความค่า

ประเด็นสำคัญที่คนมองข้าม

กลยุทธ์ที่มี Expectancy เป็นบวก ยังทำให้พอร์ตหมดได้ ถ้าความเสี่ยงต่อไม้สูงเกินไป

ค่าเฉลี่ยบวกไม่ได้รับประกันว่าเส้นทางทุนจะไม่ถึงเกณฑ์หยุด และไม่มีจำนวนไม้ที่รับประกันว่า Edge จะแสดงผลแน่นอน ตารางแบบจำลองจึงต้องอ่านพร้อมสมมติฐาน

ตัวแปรที่ต้องตรวจ: ขนาดเงินเสี่ยง โอกาสชนะ ขนาดกำไรและขาดทุน ความสัมพันธ์ระหว่างผลแต่ละรายการ สัดส่วนทุนต่อเงินเสี่ยง และเกณฑ์หยุด ไม่ใช้ทุนหรือ Win Rate ตัวเดียวตัดสิน

📖 Risk of Ruin คำนวณอย่างไร

Daily Loss Limit

Daily Loss Limit คือกฎเพดานขาดทุนรายวัน เมื่อถึงแล้วให้หยุดเปิดความเสี่ยงใหม่และจัดการสถานะค้างตามแผน ไม่ใช่เพียงปิดโปรแกรม

ทำไมจึงจำเป็น

การแพ้ต่อเนื่องอาจกระตุ้นการเพิ่ม Lot เพื่อเอาคืน กฎล่วงหน้าช่วยกำหนดจุดพัก แต่ต้องมีฐาน Equity เวลารีเซ็ต และวิธีนับเงินฝากถอน ไม่รับประกันว่าเสียไม่เกินเพดาน

Daily Loss Limit เป็นกลไกที่ตัดสินใจแทนคุณล่วงหน้า ในเวลาที่คุณยังคิดได้ชัดเจน

📖 วิธีตั้ง Daily Loss Limit ที่ใช้ได้จริง

ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่: Correlation

การเปิดหลาย Position ที่ดูเหมือนกระจายความเสี่ยง อาจเป็นการเดิมพันเดียวกันในรูปแบบที่ต่างกัน

เปิด Buy EUR/USD  เสี่ยง 1%
เปิด Buy GBP/USD  เสี่ยง 1%
เปิด Sell USD/CHF เสี่ยง 1%

ดูเหมือนเสี่ยง 1% x 3 ไม้ = กระจายความเสี่ยง

ทั้งสามมีฝั่งขาย USD ร่วม แต่ความเสี่ยงของอีกสกุลและขนาดสถานะต่างกัน
ถ้า USD แข็งเทียบทั้งสามพร้อมกัน อาจขาดทุนร่วม
เงินเสี่ยงตาม SL รวมเป็น 3% ของ Equity ฐานเดียวกันอยู่แล้ว
Correlation ช่วยอธิบายโอกาสที่หลายสถานะจะขาดทุนพร้อมกัน ไม่ได้ทำให้ผลรวม 3% เพิ่มขึ้นเอง

📖 Correlation ระหว่างคู่เงิน

Correlation วัดความสัมพันธ์เชิงเส้นของผลตอบแทนในช่วงที่เลือก ต้องดู Buy/Sell ขนาดสถานะ และความผันผวนด้วย ค่าใกล้ศูนย์ไม่รับประกันความเป็นอิสระหรือกระจายความเสี่ยงได้ทุกเหตุการณ์

⛔ บทเรียนนี้ไม่ครอบคลุมอะไร

หัวข้อ อยู่ที่
การจัดการอารมณ์เมื่อขาดทุนติดกัน บทเรียนที่ 8
ควรวาง SL ตรงไหนตามหลักการวิเคราะห์ บทเรียนที่ 9
การทดสอบว่ากลยุทธ์มี Edge จริงหรือไม่ คู่มือ Backtest ในบทเรียนที่ 13

คำถามที่พบบ่อย

ควรเสี่ยงกี่เปอร์เซ็นต์ต่อไม้?
ไม่มีเปอร์เซ็นต์เดียวที่เหมาะกับทุกคน ต้องพิจารณาผลการเทรดที่ผ่านมา อัตราส่วนกำไรต่อขาดทุน ความเสี่ยงรวม และระดับขาดทุนที่รับได้ — สิ่งที่ทำได้คือใช้ตารางข้างต้นคำนวณว่าที่ระดับความเสี่ยงที่คุณเลือก การแพ้ติดกัน 10 ไม้จะเหลือเงินเท่าไร แล้วถามตัวเองว่ายอมรับได้หรือไม่

เสี่ยงน้อยเกินไปทำให้กำไรช้าไหม?
เมื่อระยะราคาและเงื่อนไขอื่นเท่ากัน การลดขนาดสถานะทำให้ทั้งกำไรและขาดทุนเป็นเงินลดลง จึงช่วยให้เงินทุนลดช้าลงในช่วงที่แพ้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะอยู่รอดหรือทำกำไรได้ ควรเลือกขนาดที่รับความเสียหายได้ก่อนมองความเร็วในการทำกำไร

เพิ่ม Lot เมื่อมั่นใจมากได้ไหม?
ความมั่นใจไม่ใช่ข้อมูล — ถ้าคุณมีข้อมูลว่า Setup บางประเภทให้ผลดีกว่าจริง ควรตรวจด้วยข้อมูลจากบันทึกการเทรด (Trading Journal) และทดสอบกฎก่อน แล้วเขียนเป็นกฎ ไม่ใช่ปรับตามความรู้สึกรายครั้ง

คำนวณ Lot ทุกไม้เสียเวลาไหม?
เมื่อข้อมูลสัญญาครบจะคำนวณได้เร็วขึ้น แต่ต้องตรวจมูลค่ากำไรขาดทุน ต้นทุน Margin และความเสี่ยงรวม การคำนวณ Lot ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดผล

สรุปบทเรียนที่ 7

1. Lot = (ทุน × % ความเสี่ยง) ÷ (ระยะ SL × Pip Value) — ปัดลงเสมอ

2. Expectancy เป็นผลเฉลี่ยย้อนหลัง ต้องอ่านพร้อมจำนวนข้อมูล ต้นทุน และความไม่แน่นอน

3. การกลับทุนไม่เป็นเส้นตรง: ขาดทุน 50% ต้องกำไร 100% จากเงินคงเหลือ

4. กลยุทธ์ที่ดีก็ทำให้พอร์ตหมดได้ ถ้าความเสี่ยงต่อไม้สูงเกินไป

5. หลายไม้ที่ดูกระจายความเสี่ยง อาจเป็นการเดิมพันเดียวกัน

📌 Checklist ก่อนไปบทเรียนถัดไป

  • ☐ ใช้สูตรคำนวณ Lot และตรวจย้อนกลับเป็นเงินได้
  • ☐ รู้ว่าที่ระดับความเสี่ยงของตัวเอง แพ้ติดกัน 10 ไม้จะเหลือเท่าไร
  • ☐ คำนวณ Expectancy ของกลยุทธ์ตัวเองได้
  • ☐ อธิบายได้ว่าทำไม Drawdown 50% ต้องทำกำไร 100%
  • ☐ เขียนและทดลอง Daily Loss Limit พร้อมวิธีจัดการสถานะค้างใน Demo
  • ☐ ตรวจ Correlation ก่อนเปิดหลายไม้พร้อมกัน

📚 หมายเหตุเรื่องแหล่งอ้างอิงและตัวเลข

สูตรทั้งหมดในบทเรียนนี้เป็นเลขคณิตที่ตรวจสอบซ้ำได้ด้วยตัวเอง ตัวเลขที่ใช้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงโครงสร้างการคำนวณ ค่าที่ต้องแทนในสูตรจริงต้องมาจากบัญชีและ Trading Journal ของคุณเอง เว็บไซต์นี้ไม่ให้คำแนะนำว่าควรเสี่ยงกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นการตัดสินใจที่ขึ้นกับสถานะทางการเงินและข้อมูลเฉพาะบุคคล

  • European Securities and Markets Authority (ESMA) — มาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนรายย่อยสำหรับ CFD — esma.europa.eu
  • Commodity Futures Trading Commission (CFTC) — Customer Advisory: Eight Things You Should Know Before Trading Forex — cftc.gov

🛑 คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง

การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกราย การบริหารความเสี่ยงช่วยจำกัดความเสียหาย แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่ขาดทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต เนื้อหาในบทเรียนนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน

📚 บทความทั้งหมดในบทเรียนนี้

บทเรียนนี้มีบทความเจาะลึก 11 เรื่อง อ่านตามลำดับหรือเลือกเฉพาะหัวข้อที่สนใจได้

หลังอ่านบทเจาะลึกครบแล้ว เรียนต่อเรื่องพฤติกรรม

บทเรียนที่ 8: Trading Psychology และ Trading Journal

ตอนนี้คุณมีสูตรที่บอกว่าควรเปิดกี่ Lot แล้ว — ขั้นต่อไปคือคำถามที่ยากกว่า: “แล้วทำไมบางวันถึงไม่ทำตามสูตรนั้น?”

บทเรียนที่ 8 จะพูดถึงรูปแบบพฤติกรรมที่ทำลายแผนที่ดีที่สุด และวิธีเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อเห็นรูปแบบของตัวเอง

ต่อไปฝึกคำนวณ Position Size เพื่อเชื่อมเงินเสี่ยง ระยะ Stop Loss และขนาด Lot ก่อนส่งคำสั่ง

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี

เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้

ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

รู้จักแต่ละโบรกเกอร์

อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ

ดูรีวิวโบรกเกอร์ →

เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน

เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ →