บทความที่ 2 / 11 ในบทนี้

เหลืออีก 9 บทความ

Risk Per Trade คืองบขาดทุนตามแผนต่อไม้ มักกำหนดเป็นสัดส่วนของทุนที่ใช้เป็นฐาน ไม่ใช่เพดานรับประกันผลจริง เพราะ Fill ต้นทุน และ Gap อาจทำให้เสียเกินงบ

เป็นตัวเลขที่ต้องกำหนดก่อนเปิดออเดอร์แรก เพราะเป็นตัวตั้งของสูตร Position Size ทั้งหมด

บทความนี้พาประเมินเงินเสี่ยงจากระดับขาดทุนที่รับได้ ผลการเทรด และความเสี่ยงรวม เพื่อกำหนดเกณฑ์ที่ตรวจสอบได้

กำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่างจากเงินคงที่อย่างไร

บทนี้ใช้ Equity ปัจจุบันเป็นฐานในตัวอย่าง Fixed Fraction และไม่มีเงินเข้าออกหรือ Credit เปลี่ยนฐาน ระบุฐานที่เลือกให้สม่ำเสมอ เช่น Equity $5,000 ที่ r = 1% ให้เงินเสี่ยง $50 หาก Equity เหลือ $4,500 งบใหม่คือ $45 ไม่ใช่คง $50 โดยไม่ตรวจ

วิธีกำหนด เมื่อพอร์ตลดลง ผลที่ตามมา
เปอร์เซ็นต์ของทุน ความเสี่ยงเป็นเงินลดตาม เงินเสี่ยงลดลงเมื่อคำนวณขนาดใหม่ตามทุน
จำนวนเงินคงที่ ความเสี่ยงเป็นเงินเท่าเดิม คิดเป็นสัดส่วนสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ทุนเริ่มต้น 5,000 USD  เสี่ยงไม้ละ 100 USD (คงที่)

ทุนเหลือ 5,000  ->  100 คิดเป็น  2.0%
ทุนเหลือ 3,000  ->  100 คิดเป็น  3.3%
ทุนเหลือ 1,500  ->  100 คิดเป็น  6.7%
ทุนเหลือ   800  ->  100 คิดเป็น 12.5%
เมื่อทุนลดลง เงินเสี่ยงคงที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของทุนที่สูงขึ้น

ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ควรลดความเสี่ยงลงมากที่สุด — ไม่ใช่เพิ่ม

วิธี Fixed Fraction ต้องคำนวณงบและ Lot ใหม่จาก Equity ปัจจุบันทุกครั้ง ไม่ได้ลดความเสี่ยงเองหากยังใช้ Lot เดิมหรือเพิ่มสถานะซ้อน การใช้เงินคงที่เป็นอีกวิธีที่ออกแบบได้ แต่ต้องตรวจสัดส่วนที่สูงขึ้นเมื่อทุนลด

⭐ วิธีหาตัวเลขของตัวเอง

แทนการเลือกตัวเลขจากคำแนะนำทั่วไป ให้ตอบคำถาม 3 ข้อนี้ด้วยข้อมูลของคุณเอง

คำถามที่ 1 — แพ้ติดกันได้กี่ไม้โดยที่ยังเทรดต่อได้

เสี่ยงต่อไม้ แพ้ 10 ไม้ เหลือ แพ้ 20 ไม้ เหลือ
0.5% 95.1% 90.5%
1% 90.4% 81.8%
2% 81.7% 66.8%
3% 73.7% 54.4%
5% 59.9% 35.8%
กราฟแสดงเงินทุนที่เหลือเมื่อขาดทุนติดต่อกัน ที่ระดับความเสี่ยงต่อไม้ต่าง ๆ
กราฟสมมติให้แต่ละรายการขาดทุนเท่ากับเงินเสี่ยงที่ตั้งไว้ ใช้สัดส่วนของทุนปัจจุบันและไม่มีต้นทุน/Slippage เพิ่ม เงินคงเหลือ = ทุนเริ่มต้น × (1−r)^n ไม่ใช่โอกาสเกิดช่วงแพ้หรือเพดานขาดทุนจริง

ใช้ตารางเป็นสถานการณ์ทดสอบงบที่รับได้ ไม่ใช่คำแนะนำให้เลือกแถวใด และต้องเผื่อผลที่เลวร้ายกว่าตัวอย่างด้วย

คำถามที่ 2 — Win Rate จริงของคุณเท่าไร

Win Rate ยิ่งต่ำ โอกาสแพ้ติดกันยาว ๆ ยิ่งสูง

ภายใต้ผลอิสระและโอกาสชนะคงที่ p = 40% มีโอกาสแพ้ติดกันตามจำนวนที่กำหนดสูงกว่า p = 60% แต่ Win Rate ตัวอย่างไม่ได้บอกว่าลำดับอนาคตจะยาวเท่าไร

หากข้อมูลยังน้อย ให้เก็บและทดสอบใน Demo ก่อน ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเงินจริงเพื่อให้ได้สถิติ 100 ไม้ไม่ใช่เกณฑ์พิสูจน์ระบบ ต้องดูช่วงตลาด ขนาดกำไรขาดทุน ต้นทุน และความสัมพันธ์ของผลร่วมด้วย

📖 วิธีเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ

คำถามที่ 3 — คุณนอนหลับไหมเมื่อ Position เปิดอยู่

ความกังวลจนรบกวนการนอนเป็นสัญญาณให้ทบทวนขนาดและวิธีถือสถานะ แต่ความรู้สึกสบายใจก็ไม่ยืนยันว่ารับความเสี่ยงได้ ต้องตรวจความสามารถรับความเสียหายทางการเงินและกฎระบบควบคู่

เขียนเกณฑ์เลือกงบให้ตรวจสอบได้

บันทึกฐาน Equity งบสูงสุดต่อไม้ งบรวมสถานะพร้อมกัน และจุดพักรายวัน/Drawdown พร้อมเหตุผลจากข้อมูล ตัวอย่างทุน $5,000 เสี่ยง 1% แพ้ตามแผน 10 ไม้เหลือ $4,521.91 หรือ 90.44% แต่หากมี Gap หรือขั้นต่ำ Lot ทำให้เสียเกินงบ ผลจะต่างจากตาราง

ก่อนใช้จริง ให้ตรวจว่าเงินคงเหลือยังเหมาะกับค่าใช้จ่ายจำเป็นและ Margin หรือไม่ หากรับไม่ได้ให้ลดความเสี่ยงหรือพักแผน ไม่เลือกเปอร์เซ็นต์จากความต้องการกำไรต่อวัน และไม่เติมทุนเพียงเพื่อให้ผ่านขนาดออเดอร์ขั้นต่ำ

ความเสี่ยงรวมทั้งพอร์ต

นอกจากความเสี่ยงต่อไม้ ควรกำหนดเพดานรวมด้วย

ระดับ ควบคุมอะไร
ต่อไม้ ความเสียหายจากการวิเคราะห์ผิดครั้งเดียว
รวมทุกไม้ที่เปิดอยู่ ความเสียหายถ้าทุกไม้แพ้พร้อมกัน
ต่อวัน พฤติกรรมเอาคืนหลังแพ้ติดกัน — อ่านต่อ
ระวังไม้ที่ดูกระจายความเสี่ยงแต่ไม่ได้กระจายจริง

Buy EUR/USD + Buy GBP/USD + Sell USD/CHF ไม้ละ 1% ไม่ใช่การกระจายความเสี่ยง 3 ทาง

ทั้งสามมีฝั่งขาย USD ร่วม แต่อีกสกุลและขนาดสถานะต่างกัน หาก USD แข็งเทียบทั้งสามในช่วงเดียวอาจขาดทุนร่วม ผลรวมงบ SL คือ 3% ของฐานเดียวอยู่แล้ว Correlation เกี่ยวข้องกับโอกาสขาดทุนพร้อมกัน ไม่ได้เพิ่มงบรวมด้วยตัวมันเอง

📖 Correlation ของคู่เงิน

แล้วทองคำล่ะ

% ความเสี่ยงเป็นตัวเลขเดียวกัน แต่ผลในทางปฏิบัติต่างกัน

ต้องคำนวณจากขนาดสัญญา ระยะราคา และเงินที่เสี่ยงในสกุลบัญชี หน่วยดอลลาร์ของทองกับ pip คู่เงินเทียบตรง ๆ ไม่ได้ และ Lot ที่ต่ำกว่าก็ไม่ได้แปลว่าเสี่ยงน้อยกว่าโดยอัตโนมัติ

งบเปอร์เซ็นต์เท่ากันอาจให้ Lot ต่างกันตามสัญญาและ SL ต้องทดสอบกฎ SL กับพฤติกรรมราคาที่เกี่ยวข้อง ไม่สรุปว่าขนาดผิดเพียงเพราะเป็นทอง

หากใช้ ATR 14 บน D1 เปรียบเทียบความผันผวนข้ามสินทรัพย์ ให้แปลงเป็น ATR ÷ ราคา × 100 หรือเป็นเงินตามขนาดสถานะก่อน ไม่หาร ATR ที่มีหน่วยราคาต่างกันแล้วนำอัตราส่วนไปกำหนด SL โดยตรง ATR ไม่ใช่ระยะ SL บังคับหรือการแกว่งสูงสุด

📖 ชุดบทเรียนทอง Gold / XAU/USD

คำถามที่พบบ่อย

ควรเริ่มเลือกเปอร์เซ็นต์เงินเสี่ยงจากอะไร?
เริ่มจากขนาดขาดทุนที่รับได้ แล้วใช้ตารางทดสอบกรณีแพ้ต่อเนื่องร่วมกับข้อมูล Win Rate ขนาดกำไรขาดทุน และความเสี่ยงรวม เลือกเกณฑ์ที่ยังรับผลเสียได้ และทดสอบบน Demo ก่อน ข้อมูลของแต่ละคนต่างกันจึงไม่มีเปอร์เซ็นต์เดียวที่เหมาะกับทุกคน

เพิ่มความเสี่ยงเมื่อกำลังชนะได้ไหม?
มีแนวคิดเรื่องการปรับขนาดตามผลงาน แต่ต้องอาศัยข้อมูลสถิติที่มากพอ ไม่ใช่ความรู้สึกว่ากำลังฟอร์มดี — ถ้าจะทำ ต้องเขียนเป็นกฎล่วงหน้าและใช้กับทุกกรณีเหมือนกัน

ลดความเสี่ยงหลังแพ้ติดกันควรทำไหม?
หากคงเปอร์เซ็นต์เดิมและคำนวณ Lot ใหม่จาก Equity ที่ลดลง เงินเสี่ยงต่อรายการจะลดลงด้วย แต่จะไม่ลดให้เองหากยังใช้ Lot เดิม ส่วนการลดเปอร์เซ็นต์เพิ่มเติมควรกำหนดเงื่อนไขไว้ในแผน ไม่ปรับตามอารมณ์รายครั้ง

ทุนน้อยควรเสี่ยงมากขึ้นเพื่อให้โตเร็วไหม?
การเพิ่มความเสี่ยงเพิ่มขนาดผลทั้งบวกและลบ แต่ไม่รับประกันอัตราเติบโตที่สูงขึ้น การทบต้นและขาดทุนหนักอาจทำให้ผลแย่ลง อ่าน คณิตศาสตร์การกลับทุน ประกอบ บัญชีเล็กยังต้องตรวจขั้นต่ำ Lot และต้นทุน ไม่ควรเพิ่มเปอร์เซ็นต์เพียงเพื่อเร่งให้ทุนโต

สรุป

1. ระบุวิธีและฐานเงินเสี่ยงให้ชัด Fixed Fraction ต้องคำนวณใหม่จากฐานปัจจุบัน

2. ใช้ตารางทดสอบสถานการณ์ ไม่ใช่รับประกันว่าจะเสียไม่เกินตัวอย่าง

3. พิจารณา Win Rate พร้อมขนาดผลและความสัมพันธ์ระหว่างไม้

4. กำหนดเพดานรวมทั้งพอร์ตด้วย ไม่ใช่แค่ต่อไม้

5. ทองต้องใช้หน่วยราคา ขนาดสัญญา และกฎ SL ที่เหมาะกับแผน ไม่คัดลอกระยะจากคู่เงินโดยไม่แปลงหน่วย

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

  • ตัวเลขในตารางคำนวณจากสูตร (1 − ความเสี่ยง)^จำนวนไม้ ซึ่งตรวจสอบซ้ำได้ด้วยตัวเอง เว็บไซต์นี้ไม่ให้คำแนะนำว่าควรเสี่ยงกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นการตัดสินใจที่ขึ้นกับข้อมูลและสถานะทางการเงินเฉพาะบุคคล
  • European Securities and Markets Authority (ESMA) — มาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนรายย่อยสำหรับ CFD — esma.europa.eu

📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 7: Risk Management และ Position Sizing

คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกราย บทความนี้ไม่ได้แนะนำระดับความเสี่ยงใด แต่แสดงวิธีคำนวณเพื่อให้ผู้อ่านตัดสินใจด้วยข้อมูลของตนเอง เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น

ต่อไปเชื่อมเงินเสี่ยงกับเป้ากำไรผ่าน Risk/Reward Ratio โดยพิจารณาผลจริงและต้นทุนร่วมด้วย

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี

เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้

ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

รู้จักแต่ละโบรกเกอร์

อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ

ดูรีวิวโบรกเกอร์ →

เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน

เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ →

บทความที่เกี่ยวข้อง