บทความในหมวด บทเรียนที่ 12: Gold / XAU/USD

🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะ

  • แปลง Spread, Commission และ Swap เป็นเงินของขนาดคำสั่งจริง
  • คำนวณต้นทุนต่อออนซ์และเทียบกับเป้าหมายโดยไม่บวกซ้ำ
  • ตรวจหน่วย Spread และตัวคูณ Swap รวมถึงกรณีต้นทุนตึงตัว

ต้นทุนการเทรดทองต้องตรวจจากบัญชีและช่วงเวลาที่ใช้ ไม่ควรสรุปว่าสูงกว่าคู่เงินหลักทุกองค์ประกอบโดยไม่เทียบหน่วยและขนาดความเสี่ยงให้ตรงกัน

บทความนี้จะแสดงวิธีคำนวณต้นทุนรวมเป็นตัวเลข — เพื่อให้เปรียบเทียบเป็นเงินต่อคำสั่งหรือสัดส่วนต่อเป้าหมายได้จริง

ต้นทุนมีสามส่วน

Spread

ส่วนต่าง Ask − Bid แปลงจาก Points เป็นหน่วยราคาให้ถูกก่อนคิดเป็นเงิน

Commission

ตรวจอัตราต่อ Lot ต่อด้านหรือไปกลับ แล้วคูณขนาด Lot ที่เปิดจริง

Swap

ตรวจฝั่ง หน่วย เครื่องหมาย และตัวคูณรอบเรียกเก็บ อาจจ่ายหรือได้รับเครดิต

ส่วน คิดเมื่อไร ดูจากไหน
Spread สะท้อนผ่านส่วนต่าง Bid/Ask ตอนเข้าและออก Market Watch หรือกราฟ
Commission เปิดและปิด ในบางประเภทบัญชี Specification ร่วมกับตารางค่าธรรมเนียมบัญชี
Swap เมื่อถือผ่านรอบเรียกเก็บตามเงื่อนไข Specification ร่วมกับตารางค่าธรรมเนียมบัญชี

อย่าคำนวณเฉพาะส่วนแรก

เพราะ Spread เห็นได้ทันทีบนหน้าจอ ส่วนอีกสองส่วนต้องเปิดหาเอง

และ Swap เป็นส่วนที่สะสมเงียบ ๆ — ต้องตรวจคอลัมน์ Swap และประวัติรายการในแพลตฟอร์มหรือรายงานบัญชี

ผลคือหลายคนคิดว่าต้นทุนคือ Spread เท่านั้น ทั้งที่อาจมี Commission และค่าถือสถานะเพิ่มตามเงื่อนไข

วิธีคำนวณต้นทุนรวมเป็นตัวเลข

ตัวอย่างสมมติ บัญชี USD
Lot = 0.06, Contract Size = 100 ออนซ์/Lot → ถือ 6 ออนซ์

Spread = 0.30 USD/ออนซ์ → 0.30 × 6 = 1.80 USD
Commission = 7 USD/Lot ไปกลับ → 7 × 0.06 = 0.42 USD
Swap เป็นค่าจ่าย 0.05 USD/ออนซ์ต่อหน่วยเรียกเก็บ
ผ่านตัวคูณรวม 10 หน่วย → 0.05 × 6 × 10 = 3.00 USD

รวมค่าจ่าย = 1.80 + 0.42 + 3.00 = 5.22 USD
ต่อออนซ์ = 5.22 ÷ 6 = 0.87 USD/ออนซ์

Commission ต่อออนซ์ = (7 × 0.06) ÷ 6 = 0.07
ห้ามใช้ 7 ÷ 6 เพราะ 7 เป็นอัตราต่อ Lot ไม่ใช่เงินที่จ่ายจริง

ตัวเลขนี้ยังไม่มีความหมายจนกว่าจะเทียบกับอะไรบางอย่าง

เทียบกับระยะที่คุณคาดหวังจะได้กำไร

ถ้าเป้าหมายของคุณคือ 8 ดอลลาร์ และต้นทุนรวมคือ 0.8 ดอลลาร์ — ต้นทุนคิดเป็น 10% ของเป้าหมาย

ถ้าเป้าหมายคือ 2 ดอลลาร์ ต้นทุนเดียวกันคิดเป็น 40%

ตัวเลขนี้บอกได้ทันทีว่ากลยุทธ์ของคุณมีพื้นที่ให้ทำกำไรมากแค่ไหน

การรวมข้างต้นเป็นการประมาณต้นทุนเพื่อวางแผน โดยสมมติอัตราคงที่ตลอดช่วงที่คำนวณ หาก Swap เป็นเครดิตให้หักออกจากค่าจ่ายสุทธิ หากอัตราเปลี่ยนต้องคำนวณแยกแต่ละรอบ Spread ในผลกำไรขาดทุนจากราคาซื้อขายจริงอาจถูกนับแล้ว จึงไม่บวกซ้ำอีก ส่วน Slippage เป็นความคลาดเคลื่อนราคาเข้าออกที่ต้องทดสอบเป็นกรณีเพิ่มเติม

ทำไมเป้าหมายที่สั้นจึงเสียเปรียบ

สมมติต้นทุนรวมต่อออนซ์ = 0.8 USD/ออนซ์
เป้าหมายทุกบรรทัดมีหน่วย USD/ออนซ์เช่นกัน

เป้าหมาย 20 ดอลลาร์  ->  ต้นทุน 4% ของเป้าหมาย
เป้าหมาย  8 ดอลลาร์  ->  ต้นทุน 10%
เป้าหมาย  4 ดอลลาร์  ->  ต้นทุน 20%
เป้าหมาย  2 ดอลลาร์  ->  ต้นทุน 40%

ยิ่งเป้าหมายสั้น  ต้นทุนยิ่งกินสัดส่วนมาก
เมื่อเงื่อนไขกำไร/ขาดทุนอื่นคงเดิม ต้นทุนที่มากขึ้น
ทำให้ Win Rate ที่ต้องมีเพื่อเสมอตัวสูงขึ้น

📖 การคำนวณ Win Rate ที่ต้องมีอธิบายเต็มในบทเรียนที่ 4

Spread ของทองถ่างในช่วงไหน

Spread อาจเปลี่ยนระหว่างวัน ต้องดูข้อมูลของสัญลักษณ์และบัญชีเดียวกัน

ช่วงที่ถ่างมากกว่าปกติ:
ช่วง Rollover หรือใกล้เวลาพักที่สภาพคล่องอาจลดลง
• นาทีที่ประกาศข่าวสำคัญ โดยเฉพาะข่าวของสหรัฐฯ
ช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวเร็ว

ข้อสำคัญ: ช่วงที่ Spread ถ่างที่สุด มักเป็นช่วงเดียวกับที่คนอยากเข้าออเดอร์มากที่สุด

📖 ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในช่วงข่าว

วิธีบันทึก Spread จริงของบัญชีคุณ

  1. เปิดคอลัมน์ Spread ใน Market Watch
  2. บันทึกค่าในช่วงเวลาที่คุณเทรดจริง อย่างน้อยวันละครั้งเป็นเวลาสองสัปดาห์
  3. บันทึกค่าสูงสุดที่เคยเห็นด้วย ไม่ใช่แค่ค่าเฉลี่ย
  4. ใช้ทั้งค่าปกติและกรณีตึงตัวในการประเมิน โดยค่าสูงสุดที่เคยพบไม่ใช่เพดานที่อนาคตจะเกินไม่ได้

ข้อ 4 ช่วยเตรียมสถานการณ์ที่แย่กว่าปกติ แต่ไม่รับประกันว่าจะครอบคลุมทุกเหตุการณ์

ค่าเฉลี่ยไม่ได้แปลว่าครึ่งหนึ่งของข้อมูลสูงกว่า ครึ่งหนึ่งต่ำกว่า แนวคิดนั้นใกล้กับมัธยฐานมากกว่า และการเก็บเพียงวันละครั้งอาจพลาดช่วง Spread กระโดด

และ Spread ที่แย่ที่สุดมักเกิดในช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวแรงที่สุด — ซึ่งเป็นช่วงที่ SL มีโอกาสถูกชนมากที่สุดพอดี

ตรวจ Swap แยกฝั่งและหน่วยคำนวณ

ทองคำแท่งไม่จ่ายดอกเบี้ย แต่ไม่ได้กำหนดว่า Swap ของ CFD ต้องติดลบทั้งสองฝั่ง

อัตราถือสถานะที่ผู้ให้บริการกำหนดอาจสะท้อนต้นทุนเงินทุน อัตราตลาด และส่วนเพิ่มของผู้ให้บริการ อ่านบทดอกเบี้ยกับ Forex

ค่า Swap อาจเป็นค่าจ่าย เครดิต หรือศูนย์ ต้องตรวจ Buy/Sell และอ่านว่าตัวเลขเป็น Points เงินต่อ Lot หรืออัตราเปอร์เซ็นต์

ผลในทางปฏิบัติ: ถ้าฝั่งที่ถือมีค่าจ่าย การผ่านรอบเรียกเก็บเพิ่มทำให้ต้นทุนสะสม หากเป็นเครดิตต้องใช้เครื่องหมายให้ถูก และอัตราเปลี่ยนได้

⚠️ ต้องตรวจจากบัญชีตัวเอง เพราะบางบัญชีมีเงื่อนไขต่างออกไป

ตัวอย่างการแปลง Points: ถ้า Market Watch แสดง Spread 30 Points และ Point = 0.01 USD/ออนซ์ ส่วนต่างราคาคือ 0.30 USD/ออนซ์ ไม่ใช่ 30 USD ต้องใช้ Point ของสัญลักษณ์จริง

ผลของ Swap เมื่อถือหลายวัน

สมมติ Swap = -0.05 ดอลลาร์ต่อออนซ์ต่อหน่วยเรียกเก็บ
ถือ 6 ออนซ์ (0.06 Lot ที่ Contract Size 100)

  ต่อหน่วยเรียกเก็บ   = 0.05 x 6  = 0.30 USD
  ตัวคูณรวม 30 หน่วย   = 9.00 USD

ถ้าเป้าหมายกำไรของไม้นี้คือ 48 USD
-> Swap ตัวคูณรวม 30 หน่วยกิน 18.75% ของเป้าหมาย

หมายเหตุ  30 หน่วยไม่จำเป็นต้องเท่ากับ 30 คืนปฏิทิน
          ค่า Swap จริงต้องดูจากบัญชีคุณเอง
          และมีการคิดหลายเท่าในบางวันของสัปดาห์

บรรทัดสุดท้ายสำคัญ

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่คิด Swap หลายเท่าในวันหนึ่งของสัปดาห์ เพื่อชดเชยวันหยุดสุดสัปดาห์

การคูณจำนวนวันปฏิทินตรง ๆ อาจสูงหรือต่ำกว่าที่เรียกเก็บจริง ต้องรวมตัวคูณของรอบที่ถือผ่าน โดยคำนึงถึงวันหยุดและการเปลี่ยนอัตรา

ต้องตรวจตารางตัวคูณว่าแต่ละวันคิดกี่เท่า ไม่สมมติว่าทุกบัญชีคิดสามเท่าวันเดียวกัน — ดูได้จาก Contract Specification

คำถามที่พบบ่อย

บัญชีแบบไหนต้นทุนถูกกว่าสำหรับทอง?
เว็บไซต์นี้ไม่แนะนำประเภทบัญชีใด — สิ่งที่ทำได้คือคำนวณต้นทุนรวมของแต่ละแบบด้วยตัวเลขจริง แล้วเทียบกับรูปแบบการเทรดของคุณ บัญชีที่ Spread แคบแต่มี Commission อาจถูกหรือแพงกว่าขึ้นกับขนาดและความถี่

Spread ของทองควรกว้างเท่าไร?
ไม่มีเกณฑ์มาตรฐาน — ให้เทียบระหว่างโบรกเกอร์ที่คุณพิจารณาในเวลาเดียวกัน เพราะค่าเปลี่ยนตามช่วงเวลา

บัญชีที่ไม่มี Swap ดีกว่าไหม?
ตัดต้นทุนส่วนหนึ่งออก — แต่ควรตรวจว่ามีค่าธรรมเนียมอื่นทดแทนหรือไม่ และเงื่อนไขการใช้เป็นอย่างไร

ทองมีต้นทุนสูงกว่าคู่เงินเสมอไหม?
สรุปเช่นนั้นไม่ได้จาก Spread ที่มีหน่วยต่างกัน ให้เทียบต้นทุนเงินของขนาดคำสั่งที่รับความเสี่ยงใกล้กัน ในเวลาและระยะถือครองใกล้กัน โดยดู Commission และ Swap ร่วมด้วย อ่านเรื่องสภาพคล่อง

สรุป

1. ต้นทุนมีสามส่วน — Spread · Commission · Swap

2. เทียบต้นทุนรวมกับระยะเป้าหมาย เพื่อรู้ว่ากินสัดส่วนเท่าไร

3. ยิ่งเป้าหมายสั้น ต้นทุนยิ่งกินสัดส่วนมาก

4. ตรวจทั้งต้นทุนปกติและกรณีตึงตัว ค่าสูงสุดในอดีตไม่ใช่เพดาน

5. ตรวจเครื่องหมาย หน่วย และตัวคูณ Swap ของฝั่งที่ถือ

เมื่อคำนวณต้นทุนเป็นเงินได้แล้ว ลอง

เปรียบเทียบบัญชีเทรดทองของ XM, Exness และ FBS

โดยดูสเปรดรวมคอมมิชชันและค่าถือข้ามคืนของบัญชีที่จะใช้จริง

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

  • บทความนี้ไม่ระบุค่า Spread, Commission หรือ Swap ของทองเป็นตัวเลข เพราะค่าต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตัวเลขในตัวอย่างเป็นค่าสมมติเพื่อแสดงวิธีคำนวณ ให้ใช้ข้อมูลจาก Specification, Bid/Ask จริง ตารางค่าธรรมเนียม และประวัติบัญชีร่วมกัน
  • MetaQuotes — MetaTrader 5 Platform Documentationmetatrader5.com

📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 12: Gold / XAU/USD

คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขาย CFD ทองคำมีความเสี่ยงสูง ต้นทุนการเทรดเกิดขึ้นทุกไม้ไม่ว่าผลจะเป็นกำไรหรือขาดทุน และ Spread อาจถ่างกว่าปกติมากในช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวเร็ว เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น

📚 บทความถัดไป

ทองคำโลกกับทองคำไทยต่างกันอย่างไร

คุณรวมต้นทุนของขนาดคำสั่งจริงและเห็นผลต่อเป้าหมายได้แล้ว

บทถัดไปแยกราคาทองโลกกับราคาทองไทย ซึ่งใช้หน่วยน้ำหนัก สกุลเงิน และเงื่อนไขเสนอราคาต่างกัน

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

โบนัสเทรดฟรี ไม่ต้องฝากเงิน

ตรวจสิทธิ์และเงื่อนไขก่อนรับโบนัส การถอนกำไรขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของข้อเสนอและบัญชี ไม่ใช่ทุกคนจะมีสิทธิ์รับโบนัส

บทความที่เกี่ยวข้อง