บทความในหมวด บทเรียนที่ 9: Technical Analysis

🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะ

  • แยกสภาพคล่องในการซื้อขายจากโซนที่คาดว่ามีคำสั่ง
  • เข้าใจว่า Spread ไม่ได้บอกความลึกทั้งหมด
  • บันทึกต้นทุนและการเติมคำสั่งในหน่วยที่เทียบกันได้
  • แยกหลักฐานจากข้อมูลคำสั่งกับการคาดจากกราฟ

Liquidity คือความสามารถในการซื้อขายปริมาณที่ต้องการได้รวดเร็ว โดยมีต้นทุนและผลกระทบต่อราคาไม่มากเมื่อเทียบกับขนาดคำสั่ง

เป็นคำที่ใช้ในสองความหมายที่ต่างกันมากในวงการเทรด — และการสับสนระหว่างสองความหมายนี้ทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย

⭐ สองความหมายที่ต้องแยกให้ออก

ความหมาย หมายถึง ตรวจสอบได้ไหม
1. สภาพคล่องของตลาด ซื้อขายขนาดที่ต้องการได้ด้วยต้นทุนและผลกระทบต่อราคามากน้อยเพียงใด ดูหลายมิติ: Spread, ความลึก และคุณภาพการเติมคำสั่ง
2. บริเวณที่คำสั่งกระจุก ระดับที่คาดว่ามีคำสั่งซื้อขายรออยู่มาก ไม่ได้โดยตรง
ความหมายที่ 2 คือสิ่งที่ต้องระวังที่สุด

เพราะตลาด Forex เป็นตลาด OTC ที่ไม่มีศูนย์กลาง — ไม่มีข้อมูลคำสั่งซื้อขายรวมทั้งตลาดที่รายย่อยเข้าถึงได้

หากอ้างจากรูปกราฟเพียงอย่างเดียว คำว่า “มี Liquidity อยู่ตรงนี้” เป็นการอนุมาน ส่วนข้อมูล Order Book ของแหล่งเฉพาะมีได้แต่ไม่ครอบคลุมทั้งตลาด

นี่ไม่ได้แปลว่าแนวคิดนี้ใช้ไม่ได้ — แต่แปลว่าต้องปฏิบัติกับมันเป็นสมมติฐานที่ต้องทดสอบ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

ความหมายที่ 1 — สภาพคล่องที่วัดได้

ส่วนนี้ตรวจสอบได้จริงและเชื่อมกับสิ่งที่คุณเรียนใน LEVEL 2 โดยตรง

ช่วงเวลา สภาพคล่อง สังเกตได้จาก
คาบเกี่ยว London–NY กิจกรรมอาจสูงสำหรับคู่เงินหลายคู่ แต่ไม่ใช่ทุกคู่/ทุกวัน ตรวจ Spread และการเติมคำสั่งจริง
เซสชันเอเชีย ขึ้นกับคู่เงิน โดยเฉพาะสกุลเงินในภูมิภาค เปรียบเทียบต้นทุนในบัญชีเดียวกัน ไม่จัดอันดับตายตัว
ช่วง Rollover อาจบางลงตามผู้ให้ราคาและเวลาของบัญชี Spread อาจกว้างกว่าช่วงปกติ
ช่วงประกาศข่าว อาจเปลี่ยนเร็วขึ้นกับข่าวและผู้ให้ราคา Spread ถ่าง · Slippage สูง
Spread คือตัวชี้วัดสภาพคล่องที่ใกล้ตัวที่สุดสำหรับรายย่อย

Spread บันทึกได้ง่าย แต่ยังสะท้อน Markup และนโยบายราคาโบรกเกอร์ด้วย ควรดูค่าธรรมเนียม Slippage และขนาดที่เติมได้ประกอบ ไม่ใช้ Spread อย่างเดียวสรุปสภาพคล่องทั้งตลาด

📖 กราฟแสดง Spread ตลอดวัน

Spread เท่ากัน แต่เติมคำสั่งได้ต่างกัน

สมมติแหล่งราคา A และ B เสนอ Bid 1.1000 / Ask 1.1001 เท่ากัน จึงมี Spread 1 pip เหมือนกัน แต่ A อาจมีปริมาณเสนอขายที่ Ask นี้น้อยกว่า B คำสั่งซื้อขนาดใหญ่จึงอาจได้ราคาเฉลี่ยต่างกัน แม้ Spread ที่เห็นก่อนส่งจะเท่ากัน ตัวอย่างนี้ใช้แสดงเรื่องความลึก ไม่ใช่ข้อมูลบัญชีโบรกเกอร์จริง

  • ความแคบของราคา: ส่วนต่าง Bid/Ask และค่าธรรมเนียม
  • ความลึก: ปริมาณที่มีให้ซื้อขายในแต่ละราคา ซึ่งข้อมูลที่แสดงอาจไม่ใช่ทั้งหมด
  • การเติมคำสั่ง: ราคาที่ได้ เทียบราคาขณะส่ง ขนาดที่เติม การปฏิเสธ และเวลา
  • การฟื้นตัว: ราคาหรือความลึกกลับมาหลังคำสั่งใหญ่เร็วเพียงใด ต้องใช้ข้อมูลเพียงพอจึงประเมินได้

สำหรับบันทึกบัญชี ให้เก็บเวลาและเขตเวลา Symbol ประเภทบัญชี ขนาดคำสั่ง Bid/Ask ขณะส่ง และราคาเติมจริง รวมหลายช่วง ไม่ส่งคำสั่งที่ไม่จำเป็นเพียงเพื่อทดลองสภาพคล่อง

ความหมายที่ 2 — บริเวณที่คำสั่งอาจกระจุก

แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนข้อสังเกตที่สมเหตุสมผลอย่างหนึ่ง

ราคาทะลุระดับแล้วกลับ: สิ่งที่เห็นกับสิ่งที่ยังไม่รู้

① ระดับอ้างอิง

กำหนด Swing Low ก่อนเหตุการณ์ ไม่ขยับระดับตามผลย้อนหลัง

② ราคาทะลุลง

สังเกตว่าราคาเคลื่อนต่ำกว่าระดับตามเกณฑ์ที่กำหนด

③ ราคากลับเข้าเขตเดิม

ตรวจเวลาและราคาให้ผ่านนิยามการกลับที่ตั้งไว้

④ ผลต่อจากนั้น

อาจขึ้นต่อ แกว่ง หรือกลับลง ต้องติดตามผล ไม่รู้ล่วงหน้าจากการกลับเข้าโซน

บริเวณที่คาดว่ามี Stop/คำสั่งกระจุกเป็นสมมติฐาน กราฟราคาเพียงอย่างเดียวไม่ยืนยัน Order Book หรือเจตนาของผู้เข้าร่วมตลาด ตัวอย่างฝั่งสูงใช้หลักสังเกตกลับด้าน

ภาพจำลอง: พื้นที่คำสั่งในภาพเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อมูล Order Book ที่ตรวจพบ และการกลับเข้าเขตเดิมไม่รับประกันว่าจะไปต่อ
ข้อสังเกตที่ตรวจสอบได้บางส่วน

ผู้เทรดบางกลุ่มอาจใช้ระดับอ้างอิงคล้ายกัน เช่น Swing Low หรือเลขกลม สำหรับ Stop Loss

งานศึกษาข้อมูลคำสั่งบางชุดพบการกระจุกของ Stop แต่รูปกราฟปัจจุบันอย่างเดียวไม่ยืนยันว่ามีคำสั่งที่ระดับนี้มากกว่าระดับอื่น

นี่คือส่วนที่อธิบายได้ด้วยพฤติกรรมของผู้เทรด ไม่ต้องอ้างถึงใครที่ตั้งใจทำอะไร

⚠️ ส่วนที่ต้องแยกออกจากกัน

ตรวจสอบได้เมื่อมีข้อมูลคำสั่งของแหล่งและช่วงที่ศึกษา: มีการกระจุกที่ใด ไม่ควรขยายผลเป็นทุกระดับบนกราฟ

ตรวจจากกราฟเพียงอย่างเดียวไม่ได้: เจตนาของผู้เล่นหรือคำสั่งรวมทั้งตลาด

ไม่สรุปว่าต้องขยาย SL ทุกครั้ง เลือกจุดยกเลิกและขนาดสถานะตามกฎที่ทดสอบ ไม่มีระยะที่กันการถูก Stop ได้แน่นอน

เว็บไซต์นี้จึงอธิบายเฉพาะส่วนแรก และไม่ยืนยันส่วนที่สอง

ใช้อย่างไรในทางปฏิบัติ

  1. เลือกช่วงเวลาที่ต้นทุนและการเติมคำสั่งเหมาะกับกฎ โดยดูข้อมูลบัญชีจริง
  2. หลีกเลี่ยงช่วง Rollover และนาทีที่ประกาศข่าว
  3. กำหนดจุดยกเลิกก่อนเข้า หากใช้ ATR เป็นส่วนของระยะ ให้ระบุค่าและทดสอบ ไม่บังคับใช้ทุกระบบ
  4. บันทึก Spread ต้นทุน และราคาเติมคำสั่งตามขนาดและช่วงเวลา เพื่อประเมินบริการที่บัญชีได้รับ

แล้วทองคำล่ะ

Spread คนละหน่วยไม่พอจะสรุปว่าทองมีสภาพคล่องต่ำกว่าคู่เงิน

ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติ:
• ตรวจ Slippage ของ XAU/USD จากขนาดและประเภทคำสั่งที่ใช้จริง
• บันทึก Spread ของบัญชีในช่วงปกติ ข่าว และ Rollover
• ทดสอบจุดยกเลิกและความเสี่ยง ไม่ขยาย SL จากชื่อสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว

วิธีวัดด้วยตัวเอง: แปลงต้นทุนเป็นเงินที่ขนาดสถานะเดียวกันตามวิธีเปรียบเทียบที่เลือก หรือคิดเป็นสัดส่วนมูลค่าสัญญา/ระยะเป้าหมายให้ชัด ไม่เทียบดอลลาร์กับ pips ตรง ๆ

📖 บทเรียนที่ 12: Gold / XAU/USD

คำถามที่พบบ่อย

ดู Volume บนแพลตฟอร์มบอกสภาพคล่องได้ไหม?
บอกได้จำกัด — ตัวเลข Volume ใน Forex มักเป็น Tick Volume ของโบรกเกอร์รายนั้น ไม่ใช่ปริมาณซื้อขายทั้งตลาด ควรเข้าใจข้อจำกัดนี้ก่อนใช้

มีเครื่องมือที่แสดง Liquidity จริงไหม?
มีบริการที่แสดงข้อมูลจากแหล่งเฉพาะ แต่ไม่มีข้อมูลรวมทั้งตลาดเพราะตลาดไม่มีศูนย์กลาง — ข้อมูลใด ๆ จึงเป็นภาพบางส่วนเท่านั้น

Liquidity สูงดีกว่าเสมอไหม?
สภาพคล่องที่ดีกว่ามักเอื้อต่อการซื้อขายขนาดที่ต้องการ แต่ไม่ได้รับประกันราคาเติมทุกครั้งหรือผลกำไร และความผันผวนเป็นคนละมิติ

จะเปรียบเทียบสภาพคล่องระหว่างคู่เงินได้อย่างไร?
ต้องระบุขนาด ช่วงเวลา แหล่งราคา และตัวชี้วัดก่อนเปรียบเทียบ บัญชีรายย่อยควรดูต้นทุนและคุณภาพการเติมคำสั่งที่ได้รับ ไม่จัดอันดับทั้งตลาดจาก Spread ของบัญชีเดียว

สรุป

1. คำนี้ใช้ในสองความหมายที่ต่างกันมาก — ต้องแยกให้ออก

2. ประเมินสภาพคล่องจาก Spread ความลึก และคุณภาพการเติมคำสั่งร่วมกัน โดยระบุขนาด ช่วงเวลา และแหล่งข้อมูล ไม่ใช้ Spread อย่างเดียวสรุปทั้งตลาด

3. ตำแหน่งคำสั่งที่คาดจากกราฟเป็นสมมติฐาน ข้อมูลแหล่งเฉพาะไม่ใช่ทั้งตลาด

4. ส่วนที่อธิบายได้คือพฤติกรรมของผู้เทรดที่วาง SL ที่ระดับเดียวกัน

5. ตรวจต้นทุนของทองในหน่วยที่เทียบกันได้ ไม่สรุปจาก Spread ตัวเลขดิบ

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

BIS: FX trade execution landscape — โครงสร้างการซื้อขาย FX และแหล่งดำเนินคำสั่ง

New York Fed: Stop-Loss Orders and Price Cascades — หลักฐานจากข้อมูลที่ศึกษา ไม่ยืนยันคำสั่งในทุกโซนบนกราฟ

  • Bank for International Settlements (BIS) — Triennial Central Bank Survey (โครงสร้างตลาด FX แบบกระจายศูนย์) — bis.org
  • เนื้อหาส่วนที่เกี่ยวกับบริเวณที่คำสั่งกระจุก เป็นการอนุมานจากรูปแบบราคาและพฤติกรรมของผู้เทรด ไม่ใช่ข้อมูลคำสั่งซื้อขายจริง โดยข้อมูลจากแหล่งเฉพาะใน OTC ไม่ครอบคลุมคำสั่งทั้งตลาด

📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 9: Technical Analysis และ Market Structure

คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน

📚 บทความถัดไป

Liquidity Sweep

คุณแยกข้อมูลบริการซื้อขายที่บัญชีได้รับออกจากสมมติฐานเรื่องตำแหน่งคำสั่งแล้ว

บทต่อไปศึกษาการทะลุแล้วกลับที่เรียกว่า Liquidity Sweep พร้อมวิธีบันทึกและตรวจเหตุการณ์ผิดปกติ

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

โบนัสเทรดฟรี ไม่ต้องฝากเงิน

ตรวจสิทธิ์และเงื่อนไขก่อนรับโบนัส การถอนกำไรขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของข้อเสนอและบัญชี ไม่ใช่ทุกคนจะมีสิทธิ์รับโบนัส

บทความที่เกี่ยวข้อง