บทความในหมวด บทเรียนที่ 5: Leverage และ Margin
🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะ
- แยก Stop Out กับ Stop Loss
- คำนวณเกณฑ์ Equity และระยะราคา ภายใต้สมมติฐาน
- ตรวจ ลำดับปิดสถานะ จากเงื่อนไขบัญชี
- เข้าใจข้อจำกัดของ Gap, Slippage และ NBP
Stop Out คือการที่ระบบบังคับปิด Position ของคุณโดยอัตโนมัติ เมื่อ Margin Level ลดลงถึงระดับที่โบรกเกอร์กำหนด
เป็นกลไกจำกัดความเสี่ยงเมื่อหลักประกันไม่พอ และบางเขตกำกับกำหนดเป็นมาตรการคุ้มครองลูกค้าด้วย แต่ไม่ใช่ Stop Loss ตามแผนและไม่รับประกันยอดเงินที่จะเหลือ
ต่างจาก Stop Loss อย่างไร
| หัวข้อ | Stop Loss | Stop Out |
|---|---|---|
| ใครกำหนด | คุณ | ระบบของโบรกเกอร์ |
| เกิดที่ระดับ | ราคาที่คุณเลือก | Margin Level ที่กำหนดไว้ |
| ปิดไม้ไหน | ไม้ที่คุณตั้งไว้ | ตามลำดับหรือวิธีที่ผู้ให้บริการกำหนด |
| ความเสียหาย | ตามราคาที่ได้จริง อาจคลาดจากราคา SL | ขึ้นกับเกณฑ์ ขนาดสถานะ และราคาปิดจริง |
Stop Out อาจเกิดจากสถานะใหญ่เกินทุน แต่ยังเกิดจาก Gap, Slippage, ต้นทุนหรือ Margin Requirement ที่เพิ่มขึ้นได้ แม้ตั้ง Stop Loss ไว้
จึงควรตรวจทั้งแผนจำกัดขาดทุนและสถานการณ์ที่สมมติฐานเดิมใช้ไม่ได้ ไม่สรุปจาก Stop Out อย่างเดียวว่าผู้เทรดไม่ได้วางแผน
คำนวณจุด Stop Out ล่วงหน้า

สมมติบัญชี USD: Equity 1,000, Used Margin คงที่ 550, Stop Out 50% หนึ่งสถานะ EUR/USD 0.50 Lot, Contract Size 100,000, ไม่รวมต้นทุน Equity ที่จุด Stop Out = 550 x 0.50 = 275 USD ขาดทุนที่ทนได้ = 1,000 - 275 = 725 USD ถ้าเปิด 0.50 Lot (Pip Value 5 USD) ระยะที่ทนได้ = 725 ÷ 5 = 145 pips
ระยะประมาณก่อน Stop Out = (Equity − Used Margin × S/100) ÷ Pip Value ของสถานะ เมื่อ S เป็นเปอร์เซ็นต์
แล้วเทียบกับ ATR รายวันของสินทรัพย์ที่จะเทรด
ใช้เป็นสัญญาณทบทวนขนาดและแผน แต่ ATR ไม่ใช่ราคาสวนสูงสุด และระยะมากกว่า ATR ก็ยังถูก Stop Out ได้
สูตรระยะใช้หนึ่งสถานะหรือกลุ่มสินทรัพย์เดียวทิศทางเดียวที่รวม Pip Value ได้ โดย Used Margin, Pip Value และ Equity เริ่มต้นคงที่ ถ้ามีหลายสินทรัพย์ ต้องจำลองผลเป็นเงินแต่ละสถานะ ไม่บวก pip ต่างสินทรัพย์ สูตรนี้ไม่ใช้กับเกณฑ์ Stop Out แบบจำนวนเงินโดยตรง และค่าที่ได้ไม่ใช่เวลาที่เหลือให้จัดการ
สิ่งที่ทำให้ Stop Out แย่กว่าที่คิด
1. อาจเกิดในช่วงที่ราคาปิดคลาดเคลื่อนมาก
Stop Out เกิดได้ทั้งเมื่อราคาค่อย ๆ สวนหรือเมื่อหลักประกันเพิ่ม แต่ถ้าเกิดพร้อม Spread กว้าง สภาพคล่องต่ำหรือ Slippage สูง ราคาปิดอาจต่างจากแบบจำลองมาก
2. ปิดไม้ที่คุณไม่ได้เลือก
ระบบอาจปิดทั้งสถานะหรือบางส่วนตามกฎบัญชี ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากไม้ขาดทุนมากที่สุดเสมอ ควรตรวจลำดับและวิธี close-out จากผู้ให้บริการ
3. ปิดต่อเนื่องเป็นทอด
เมื่อปิดไม้แรกแล้ว หากราคายังวิ่งสวนต่อ Margin Level อาจลดลงอีกจนถึงระดับ Stop Out ซ้ำ — ทำให้ถูกปิดต่อเนื่องหลายไม้ในเวลาสั้น
ในกรณีที่เกิด Gap รุนแรง ราคากระโดดข้ามระดับ Stop Out ไปเลย — ราคาที่จับคู่ปิดได้จริงอาจแย่กว่าระดับคำนวณมาก ทั้งนี้ขึ้นกับทิศทางสถานะและสภาพคล่อง
ถ้าบัญชีไม่มี Negative Balance Protection คุณอาจเป็นหนี้โบรกเกอร์เกินกว่าเงินที่ฝากเข้าไป
เมื่อใด Leverage สูงกว่าจึงมีเกณฑ์ Equity ต่ำกว่า
เมื่อขนาดสัญญา Lot, Equity และเกณฑ์เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน โดย Margin เปลี่ยนตาม Leverage และเงื่อนไขอื่นคงที่

เพราะ Leverage สูงกว่าทำให้ Used Margin เล็กกว่า — และจุด Stop Out คำนวณจากสัดส่วนของ Used Margin จึงอยู่ต่ำกว่าตามไปด้วย
📖 การเปรียบเทียบเต็ม: 1:100 กับ 1:500 ต่างกันจริง ๆ อย่างไร
แล้วทองคำล่ะ
บัญชี USD และทองทิศทางเดียว: ระยะประมาณ = (Equity − Used Margin × S/100) ÷ จำนวนออนซ์ที่ถือ
สิ่งที่ต้องตรวจแยกสำหรับทอง:
• Leverage ต่ำกว่า → Used Margin ต่อ Lot สูงกว่า
• Spread ถ่างมากกว่าในช่วงผันผวน → ราคาปิดจริงแย่กว่าที่คำนวณ
ให้คำนวณระยะเป็นดอลลาร์แล้วเทียบกับ ATR รายวันของ XAU/USD ก่อนเปิดทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ระดับ Stop Out ของแต่ละโบรกเกอร์เท่ากันไหม?
ไม่เท่ากัน และอาจต่างกันตามประเภทบัญชีด้วย มาตรการ CFD รายย่อยตามแนวทาง ESMA มีเกณฑ์ close-out ระดับบัญชีเมื่อเงินตามนิยามของมาตรการต่ำกว่า 50% ของ initial margin ที่ต้องใช้ ส่วนเขตอื่นแตกต่างกัน — ให้ดูจากหน้ารายละเอียดบัญชีของคุณ
หยุด Stop Out กลางคันได้ไหม?
ไม่ได้ เป็นกระบวนการอัตโนมัติที่ทำงานทันทีเมื่อเงื่อนไขครบ
โดน Stop Out แล้วเงินหมดบัญชีเลยไหม?
ไม่จำเป็นต้องหมด แต่ไม่รับประกันว่าจะเหลือเท่าตัวเลข ณ เกณฑ์ ระบบอาจปิดบางส่วนและราคายังเปลี่ยนต่อได้ หากเกิด Gap อาจเหลือน้อยกว่ามากหรือติดลบ
ป้องกันอย่างไร?
ตั้ง Stop Loss ทุกไม้ และคำนวณ Lot จากความเสี่ยงที่รับได้ — วางแผนให้ SL อยู่ก่อนเกณฑ์ในแบบจำลอง แต่เผื่อ Gap/Slippage และ Margin ที่เปลี่ยน เพราะไม่รับประกันว่าจะปิดก่อน Stop Out เสมอ
สรุป
2. คำนวณระยะที่ทนได้ล่วงหน้า แล้วเทียบกับ ATR รายวัน
3. เกิดได้หลายสภาวะ และราคาปิดจริงอาจคลาดจากแบบจำลอง
4. ไม่รับประกันว่าจะไม่ติดลบ หากเกิด Gap และไม่มี NBP
5. Stop Loss และการคำนวณขนาดช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่รับประกันการป้องกัน
อ่านต่อ
- Margin Call คืออะไร
- 1:100 กับ 1:500 ต่างกันจริง ๆ อย่างไร
- Negative Balance Protection คืออะไร
- Stop Loss ตั้งอย่างไรไม่ให้โดนกิน
แหล่งอ้างอิง
MetaQuotes — Account Properties: Stop Out Mode และเกณฑ์ของบัญชี
- European Securities and Markets Authority (ESMA) — มาตรการ Margin Close-Out สำหรับ CFD — esma.europa.eu
- Financial Conduct Authority (FCA) — PS19/18 — fca.org.uk
- ระดับ Stop Out ของบัญชีคุณระบุอยู่ในหน้ารายละเอียดประเภทบัญชีของโบรกเกอร์ ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนรู้
📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 5: Leverage และ Margin
📚 บทความถัดไป
Leverage 1:100 กับ 1:500 ต่างกันอย่างไร
Stop Out เป็นการปิดตามเกณฑ์ของบัญชี จึงไม่ควรใช้แทนแผนขาดทุนและไม่รับประกันยอดเงินคงเหลือ
บทถัดไปเปรียบเทียบ 1:100 กับ 1:500 โดยคง Lot เดิม เพื่อแยกผลต่อ Margin จากผลกำไรขาดทุนราคา
Share This Story, Choose Your Platform!
โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์
ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส
โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ
บทความในหมวด บทเรียนที่ 4: Pip, Lot, Spread 🎯 เมื่อเรีย […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 5: Leverage และ Margin 🎯 เมื่อเ […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 4: Pip, Lot, Spread 🎯 เมื่อเรีย […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 4: Pip, Lot, Spread 🎯 เมื่อเรีย […]


