บทความที่ 7 / 9 ในบทนี้

เหลืออีก 2 บทความ

เมื่อใช้สัญญา ขนาดสถานะ และช่วงราคาเดียวกัน Leverage 1:100 กับ 1:500 ให้กำไรขาดทุนจากราคาเท่ากัน แต่ Margin และจุดบังคับปิดอาจต่างกัน

และผลที่สวนความรู้สึกที่สุดคือ — ภายใต้สมมติฐานที่ระบุ Leverage สูงกว่าทำให้เกณฑ์ Equity ณ Stop Out ต่ำกว่า ซึ่งไม่ใช่หลักฐานว่าปลอดภัยกว่า

บทความนี้จะแสดงตัวเลขทั้งหมดให้เห็นทีละขั้น

เปรียบเทียบทีละบรรทัด

ทุนและ Equity เริ่มต้น 1,000 USD · EUR/USD 1.1000 · Contract Size 100,000 EUR/Lot · 0.10 Lot · Stop Out 50% · สมมติ Used Margin และ Pip Value คงที่ ไม่รวมต้นทุน/Gap

รายการ 1:100 1:500
มูลค่า Position 11,000 11,000
Used Margin 110 22
Free Margin เริ่มต้น 890 978
ขาดทุนเมื่อราคาสวน 100 pips −100 −100
Equity ที่จุด Stop Out 55 11
ระยะที่ทนได้ก่อน Stop Out 945 pips 989 pips
แผนภาพเปรียบเทียบระยะที่ทนได้ก่อน Stop Out ระหว่าง Leverage 1:100 และ 1:500
ตัวเลขในภาพใช้สมมติฐานเดียวกับตาราง: Used Margin คงที่ ไม่รวมต้นทุนและ Slippage ระยะ 945/989 pips ไม่ใช่ระยะหรือเวลาที่รับประกัน

⭐ ทำไมระยะถึง Stop Out จึงต่างกันในตัวอย่างนี้

เพราะจุด Stop Out คำนวณจากสัดส่วนของ Used Margin

Equity ที่จุด Stop Out = Used Margin × (เปอร์เซ็นต์ Stop Out ÷ 100)

1:100 → 110 × 50% = 55 USD (เกณฑ์ Equity $55)
1:500 → 22 × 50% = 11 USD (เกณฑ์ Equity $11)

เมื่อ Used Margin เล็กลงและใช้เกณฑ์เปอร์เซ็นต์เดิม Equity ณ เกณฑ์จะต่ำลง จึงมีผลขาดทุนสะสมมากกว่าก่อนถึงเกณฑ์ในแบบจำลองนี้

⚠️ แต่อย่าตีความผิดว่า Leverage สูงปลอดภัยกว่า

ต้องคงสัญญา Lot, Equity, เกณฑ์ Stop Out และเงื่อนไขต้นทุนเท่ากันด้วย พร้อมสมมติว่า Margin ไม่เปลี่ยนตามราคา

ปัญหาในโลกจริงคือ — เมื่อ Margin ที่ต้องวางน้อยลง ผู้เทรดอาจเพิ่ม Lot เพราะรู้สึกว่า “เปิดได้เยอะขึ้น”

เมื่อเพิ่ม Lot กำไรขาดทุนต่อหน่วยราคาจะเพิ่ม ต้องคำนวณ Margin และระยะถึงเกณฑ์ใหม่ ไม่ใช้ผลจากตารางเดิม

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเพิ่ม Lot ตาม Leverage

ทุน 1,000 USD เท่ากัน แต่เปิด Lot ตามที่ Margin เอื้อ

กรณี Lot ราคาสวน 100 pips คิดเป็น % ของทุน
1:100 · เปิดตามแผน 0.10 −100 10%
1:500 · เปิดตามแผนเดิม 0.10 −100 10%
1:500 · เพิ่ม Lot ตาม Margin 0.50 −500 50%

แถวที่สามแสดงผลหากเพิ่ม Lot ห้าเท่า ไม่ใช่ข้อมูลสำรวจว่าผู้เทรดส่วนใหญ่ทำเช่นนี้ มาตรการจำกัด Leverage มีเป้าหมายลดความเสียหายจากผลิตภัณฑ์ที่มีหลักประกัน

ตรวจแถวเพิ่ม Lot: ถ้าใช้ 1:500 และเปิด 0.50 Lot ในสมมติฐานเดิม Used Margin = $110 และ Pip Value = $5 เกณฑ์ Equity ที่ 50% = $55 จึงมีระยะประมาณ (1,000−55)/5 = 189 pips เทียบกับ 989 pips ของ 0.10 Lot ผลนี้มาจากการเพิ่มขนาดสถานะ ไม่ใช่การเปลี่ยน Leverage เพียงอย่างเดียว

แล้วควรเลือกอะไร

สำหรับคนที่คำนวณ Lot จากความเสี่ยงทุกครั้ง

ยังต้องตรวจ Margin และเกณฑ์บังคับปิด แม้กำหนด Position Size จากระยะ SL และงบความเสี่ยงแล้ว

สำหรับคนที่ยังไม่มีวินัยเรื่องขนาด Position

Leverage ต่ำกว่าจำกัดขนาดสูงสุดได้ แต่ไม่แทนแผนความเสี่ยง และการลดค่าขณะมีสถานะค้างอาจเพิ่ม Used Margin

แล้วทองคำล่ะ

หลักการเดียวกัน แต่ตัวเลขต่างทั้งหมด

ทองมักถูกจำกัด Leverage ต่ำกว่าคู่เงินหลัก แม้ในบัญชีเดียวกัน — เช่นบัญชีที่ให้คู่เงิน 1:500 อาจให้ทองเพียง 1:100 หรือต่ำกว่า

จึงต้องคำนวณ Used Margin ของสัญญาทองจริง เลข Lot เท่ากันข้ามสินทรัพย์ไม่ได้ให้มูลค่าหรือความผันผวนเท่ากัน

ต้องดู Leverage ของ XAU/USD จาก Contract Specification โดยตรง อย่าสมมติว่าเท่ากับคู่เงินในบัญชีเดียวกัน

📖 ชุดบทเรียนทอง Gold / XAU/USD

คำถามที่พบบ่อย

ถ้า Leverage สูงทนได้ไกลกว่า ทำไมหน่วยงานกำกับถึงจำกัด?
เพราะเพดานสูงเอื้อให้เปิดมูลค่าสถานะมากเมื่อเทียบกับทุน มาตรการคุ้มครองพิจารณาความเสียหายของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ ไม่ได้สรุปจากตาราง Lot คงที่เพียงอย่างเดียว

ควรใช้ Leverage สูงสุดที่โบรกเกอร์ให้ไหม?
ไม่จำเป็นต้องเลือกค่าสูงสุด กำหนด Lot จากงบความเสี่ยงและระยะ Stop Loss ก่อน แล้วตรวจว่า Margin และเกณฑ์บังคับปิดรองรับแผนได้ การเพิ่ม Leverage อย่างเดียวไม่เพิ่มกำไรจากราคาเมื่อคง Lot เดิม

เปลี่ยน Leverage ระหว่างที่มี Position เปิดอยู่ได้ไหม?
ขึ้นกับผู้ให้บริการ บางรายอนุญาต บางรายจำกัด ต้องตรวจผลต่อสถานะเดิมและคำสั่งรอ รวมเวลาที่ค่าใหม่มีผลก่อนเปลี่ยน

ตัวเลข 945 กับ 989 pips ใช้ได้กับบัญชีผมไหม?
ไม่โดยตรง ต้องใช้ Equity, ขนาดสถานะ, Pip Value, วิธีคิด Margin และเกณฑ์ Stop Out ของบัญชีจริง ตัวเลขในบทนี้สมมติ Margin คงที่และไม่รวมต้นทุน จึงใช้เป็นแบบจำลอง ไม่ใช่ราคาปิดที่รับประกัน

สรุป

1. สัญญา Lot และช่วงราคาเท่ากัน → กำไรขาดทุนจากราคาเท่ากัน แต่จุดบังคับปิดอาจต่างกัน

2. ภายใต้ Margin คงที่และเกณฑ์เปอร์เซ็นต์เดียวกัน Margin น้อยลงทำให้เกณฑ์ Equity ต่ำลง

3. เมื่อเปลี่ยน Lot ต้องคำนวณกำไรขาดทุนและระยะถึงเกณฑ์ใหม่

4. Leverage ต่ำจำกัดขนาดสูงสุดที่เปิดได้ แต่ไม่แทนแผนความเสี่ยง และการลดขณะมีสถานะอาจเพิ่ม Margin

5. ทองอาจใช้ Leverage และวิธีคิด Margin ต่างจากคู่เงิน — ต้องตรวจแยก

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

MetaQuotes — Margin Calculation · Account Properties — เกณฑ์และโหมด Stop Out

  • European Securities and Markets Authority (ESMA) — มาตรการจำกัด Leverage และ Margin Close-Out — esma.europa.eu
  • การคำนวณทั้งหมดเป็นเลขคณิตที่ตรวจสอบซ้ำได้ ค่า Leverage และระดับ Stop Out จริงให้ดูจากบัญชีของคุณเอง ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนรู้

📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 5: Leverage และ Margin

คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง บทความนี้ไม่ได้แนะนำให้ใช้ Leverage สูง แต่แสดงกลไกการคำนวณเพื่อให้เข้าใจว่าอะไรกำหนดความเสี่ยงจริง ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนรู้

บทถัดไปดู Effective Leverage ของสถานะที่ถือจริง พร้อมผลของ Drawdown และการเปิดหลายสินทรัพย์

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี

เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้

ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

รู้จักแต่ละโบรกเกอร์

อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ

ดูรีวิวโบรกเกอร์ →

เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน

เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ →

บทความที่เกี่ยวข้อง