บทความในหมวด บทเรียนที่ 13: Trading Strategy
🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะ
- แยก Martingale แบบปิดแพ้แล้วทบ ออกจาก Grid แบบสะสมสถานะ
- ตรวจ Lot ไม้ถัดไปและผลขาดทุนสะสมโดยไม่สับสน
- อ่านโอกาสแพ้ติดกันภายใต้สมมติฐานและกำหนดเพดานความเสี่ยง
Martingale คือการเพิ่มขนาด Position หลังจากขาดทุน โดยหวังว่าไม้ที่ชนะจะคืนทุนที่เสียไปทั้งหมด
ผลตอบแทนของบางระบบอาจดูสม่ำเสมอในช่วงแรก บทความนี้แสดงว่าการเพิ่มขนาดทำให้ความเสี่ยงสะสมอย่างไร โดยแยกสมมติฐานทางคณิตศาสตร์ออกจากการส่งคำสั่งจริง
กลไกพื้นฐาน
ตรรกะนี้ใช้กับตัวอย่างที่ผลตอบแทนต่อหน่วยขนาดเป็น 1:1 ขาดทุนแล้วปิดก่อนเปิดไม้ใหม่ และไม่มีต้นทุน: เมื่อชนะครั้งถัดไปจึงคืนผลขาดทุนก่อนหน้าและเหลือกำไรเท่าไม้เริ่มต้น เงื่อนไขจริงอาจไม่เป็นเช่นนี้
Grid — วางคำสั่งตามช่วงราคา; ในบทนี้เน้นแบบถัวสวนเมื่อราคาไปผิดทาง
ตรรกะคือ: ราคาเฉลี่ยของ Position รวมจะดีขึ้น ทำให้ต้องการการกลับตัวน้อยลงเพื่อคืนทุน
Martingale แบบปิดแพ้แล้วทบไม้พึ่งการชนะก่อนถึงข้อจำกัดทุน ไม่จำเป็นต้องรอราคากลับจุดเดิม ส่วน Grid แบบถัวสวนพึ่งการย้อนกลับมากพอปิดตะกร้า ทั้งสองแบบอาจถูกนำมารวมกันได้ แต่ไม่ใช่วิธีเดียวกัน
ทำไมถึงดูดีในช่วงแรก
ตัวอย่างแพ้ 2–3 ไม้แล้วชนะจะคืนทุนได้ภายใต้เงื่อนไข 1:1 ไม่มีต้นทุน และเปิดขนาดถัดไปได้จริง ไม่ใช่การคืนทุนทุกครั้งในตลาดจริง
หากแสดงเฉพาะรอบที่ปิดกำไร หรือแสดง Balance โดยไม่รวมขาดทุนลอยตัว กราฟอาจดูเรียบกว่าความเสี่ยงของ Equity
Win Rate ต่อรอบตะกร้ากับ Win Rate ต่อออเดอร์เป็นคนละตัวเลข ต้องตรวจหน่วยที่ใช้รายงาน
สิ่งที่ยังไม่ปรากฏในช่วงนั้น คือการแพ้ติดกันที่ยาวกว่า — โอกาสสะสมเพิ่มตามจำนวนไม้ภายใต้แบบจำลองผลอิสระและโอกาสแพ้คงที่ แต่ไม่ได้รับประกันว่าเหตุการณ์จะเกิดภายในช่วงเวลาจำกัดใด
เลขคณิตของการทบเท่า
ปิดแพ้ 10 ไม้แล้ว
10.23 Lot
ปริมาณสะสมของไม้ที่ปิดไปแล้ว
ไม้ถัดไปตามกฎทบ
10.24 Lot
มากกว่าไม้เริ่มต้น 1,024 เท่า
รวมเมื่อเปิดไม้ถัดไป
20.47 Lot
ไม่ใช่ยอดสะสมก่อนเปิดไม้ที่ 11
เริ่ม 0.01 Lot; ปิดไม้แพ้ก่อนเปิดไม้ถัดไป
แพ้ n ไม้ | Lot ไม้ถัดไป | สะสมที่ปิดไปแล้ว | รวมถ้าเปิดไม้ถัดไป
0 | 0.01 | 0.00 | 0.01
4 | 0.16 | 0.15 | 0.31
7 | 1.28 | 1.27 | 2.55
9 | 5.12 | 5.11 | 10.23
10 | 10.24 | 10.23 | 20.47
11 | 20.48 | 20.47 | 40.95
ไม้ถัดไป = 0.01 × 2^n
สะสมที่ปิดไปแล้ว = 0.01 × (2^n − 1)
Lot สะสมนี้เป็นปริมาณผ่านรายการ ไม่ใช่สถานะเปิดพร้อมกัน
การแพ้ติดกันยาวเกิดบ่อยกว่าที่คนคิดมาก
จากการคำนวณความน่าจะเป็นแบบเวียนเกิดภายใต้ผลอิสระและโอกาสแพ้คงที่ — โอกาสที่จะเจอการแพ้ติดกันอย่างน้อย 10 ไม้
เทรด 500 ไม้ ที่โอกาสแพ้ 50% ต่อไม้ → ประมาณ 21.45%
เทรด 1,000 ไม้ ที่โอกาสแพ้ 50% → ประมาณ 38.54%
เทรด 500 ไม้ ที่โอกาสแพ้ 60% → ประมาณ 70.55%
⚠️ ค่า 50% และ 60% เป็นสมมติฐานคนละกรณี ไม่ใช่ค่าของทุกระบบ ต้นทุนการเทรดลดผลสุทธิและอาจเปลี่ยนบางไม้เป็นขาดทุน แต่ไม่ได้บอกว่าโอกาสแพ้ต้องเกิน 50%
และที่ 60% การเจอการแพ้ติดกัน 10 ไม้กลายเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดมากกว่าไม่เกิด
ตรวจผลคำนวณและแยกจากโอกาสล้างพอร์ต
ให้ p[j] เป็นโอกาสที่ยังไม่เคยแพ้ติดกัน 10 ไม้ และขณะนี้แพ้ติดกัน j ไม้ เริ่ม p[0]=1 ส่วนอื่นเป็น 0 ในแต่ละไม้ตั้ง pใหม่[0]=(1−q)×ผลรวม p และ pใหม่[j]=q×p[j−1] สำหรับ j=1 ถึง 9 หลังครบ N ไม้ โอกาสเคยพบอย่างน้อยหนึ่งช่วงแพ้ 10 ไม้คือ 1−ผลรวม p โดย q เป็นโอกาสแพ้คงที่
นี่ไม่ใช่ q^10 เพียงค่าเดียว เพราะมีหลายตำแหน่งให้ช่วงแพ้เกิดและช่วงเหล่านั้นซ้อนกันได้ อีกทั้งโอกาสพบช่วงแพ้ไม่เท่ากับโอกาสล้างพอร์ต ซึ่งขึ้นกับขนาด Stop ต้นทุน Margin และกฎหยุดด้วย
ตัวอย่างไม่มีต้นทุน: หากไม้เริ่มต้นแพ้ 1 USD และทุกไม้มีระยะ Stop/Target เท่ากัน แพ้ 10 ไม้เสียสะสม 1,023 USD; ไม้ถัดไปเสี่ยง 1,024 USD และถ้าชนะจะเหลือสุทธิ 1 USD ถ้าขาดทุนอีกจะเสียสะสม 2,047 USD ตัวอย่างนี้ไม่รวม Gap และไม่ได้บอกว่าเปิดขนาดดังกล่าวได้จริง
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อถึงจุดนั้น
| อุปสรรค | ผลที่ตามมา |
|---|---|
| เงินทุนไม่พอ | เปิดไม้ถัดไปไม่ได้ ระบบหยุดกลางทาง |
| Margin Level ถึงเกณฑ์ Stop Out | โบรกเกอร์ปิด Position อัตโนมัติ |
| Lot เกินขีดจำกัดของบัญชี | เปิดขนาดที่ต้องการไม่ได้ |
| ต้นทุนสะสม | Spread และ Swap คิดตามขนาด Lot ที่โตขึ้น |
ตรรกะบอกว่า “ชนะครั้งเดียวก็คืนทุนหมด” — แต่ตรรกะนี้ต้องการให้คุณอยู่ในเกมได้จนถึงไม้ที่ชนะ
Stop Out ไม่ได้ถามว่าคุณกำลังจะชนะในไม้ถัดไปหรือไม่ — มันปิดเมื่อ Margin Level ถึงเกณฑ์
เมื่อถูกปิด ผลขาดทุนจะถูกรับรู้ตามราคาที่ทำได้ อาจเสียหายหนัก แต่ Stop Out ไม่ได้หมายความว่ายอดเงินต้องเหลือศูนย์ทุกครั้ง
Grid มีปัญหาเดียวกันในรูปแบบต่างกัน
เมื่อราคาไปทางเดียวยาว — คุณจะมี Position ที่ขาดทุนหลายไม้พร้อมกัน และต้องใช้ Margin ตามระบบ Netting/Hedging และเงื่อนไขบัญชี
ผลรวมคือ Margin Level ลดลงเร็ว แม้แต่ละไม้จะเล็ก
และเช่นเดียวกับ Martingale — Grid แบบถัวสวนอาจปิดกำไรในตลาดแกว่ง แต่การเคลื่อนไปทางเดียวต่อเนื่องอาจทำให้ชนเพดานขาดทุนหรือ Stop Out
ต้องจำลองกรณีดังกล่าวล่วงหน้า แม้ระบุเวลาและขนาดที่จะเกิดจริงไม่ได้แน่นอน
ตัวอย่าง Grid ขนาดคงที่: ต้องดู Equity รวม
สมมติซื้อสินทรัพย์ 1 หน่วยที่ราคา 100, 90 และ 80 รวม 3 หน่วย ต้นทุนเฉลี่ย 90 เมื่อราคาลงถึง 70 ขาดทุนลอยตัวรวม 30+20+10=60 หน่วยเงิน ราคาต้องกลับถึง 90 จึงเสมอตัวก่อนต้นทุน ไม่ใช่เพียงกลับถึงไม้ล่าสุดที่ 80
กำหนดจำนวนชั้นสูงสุด ขนาดรวม ระยะห่าง และขาดทุนตะกร้าสูงสุดก่อนทดสอบ ไม่เพิ่มชั้นหรือเงินเพื่อหลบเกณฑ์หยุด การจำกัดความเสี่ยงอาจทำให้รับรู้ขาดทุนแทนการรอคืนทุน และไม่ได้สร้างข้อได้เปรียบให้กลยุทธ์โดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ตรง
การปิดรอบกำไรบ่อยไม่ได้พิสูจน์ว่าผลคาดหวังสุทธิเป็นบวก
เพราะความสำเร็จที่ต่อเนื่องยาวนานทำให้คนเชื่อว่ามันปลอดภัย แล้วเพิ่มขนาดหรือเพิ่มทุนเข้าไป
การเพิ่มขนาดหลังช่วงที่ดูดีอาจขยายความเสียหายเมื่อเจอเหตุการณ์ที่ระบบรับไม่ไหว
📖 เปรียบเทียบความเสี่ยงหางขาดทุนกับ Carry Trade — ได้ทีละน้อย เสียทีเดียวมาก
ถ้าจะใช้ ต้องคำนวณอะไรก่อน
- คำนวณว่าทุนของคุณรองรับการแพ้ติดกันได้กี่ไม้
- คำนวณโอกาสที่จะเจอการแพ้ติดกันเกินจำนวนนั้น ในจำนวนไม้ที่คุณตั้งใจเทรด
- ถามตัวเองว่ายอมรับโอกาสนั้นได้หรือไม่
- ทดสอบหลายค่าโอกาสแพ้ รวมกรณีเลวร้ายกว่าประวัติ และกรณีขาดทุนต่อเนื่องสัมพันธ์กัน; อย่าสรุปโอกาสแพ้จากต้นทุนเพียงอย่างเดียว
ข้อ 3 คือคำถามที่ต้องตอบด้วยตัวเลข ไม่ใช่ด้วยความรู้สึก — เพราะถ้าคำตอบคือ “โอกาส 20% ที่จะเสียทุนทั้งหมด” นั่นเป็นข้อมูลที่ตัดสินใจได้
แล้วทองคำล่ะ
1. จำลองการเคลื่อนไหวทางเดียวและ Gap ที่เกินประวัติ โดยเฉพาะ Grid แบบถัวสวน
2. คำนวณระยะราคา × Contract Size × Lot เป็นเงินบัญชี; หน่วยดอลลาร์ของราคาไม่ได้ทำให้ขาดทุนมากกว่าคู่เงินโดยตัวมันเอง
3. ตรวจ Swap ของฝั่ง Buy/Sell และหน่วยที่บัญชีใช้ — ค่าใช้จ่ายหรือเครดิตเกิดตามรอบและตัวคูณที่กำหนด ไม่ใช่ทุกคืนต้องเสียเท่ากัน
หาก Swap เป็นค่าใช้จ่าย การถือขนาดรวมใหญ่ขึ้นเพิ่มภาระตามอัตราที่ใช้ จึงต้องใส่ต้นทุนจริงในแบบจำลอง
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าทุนเยอะพอจะรอดไหม?
ทุนที่มากขึ้นเลื่อนจุดที่ระบบพังออกไป แต่ไม่ได้ตัดออก — การทบต่อเนื่องโดยไม่จำกัดสามารถต้องการขนาดเกินทุนจำกัดใด ๆ ได้; ไม่ได้แปลว่าทุกบัญชีจะล้างภายในเวลาที่ระบุ
ใช้ตัวคูณน้อยกว่า 2 เท่าช่วยได้ไหม?
ช่วยชะลอ — แต่ก็ทำให้ไม้ที่ชนะคืนทุนได้ไม่หมด จึงเป็นการแลกที่ต้องคำนวณว่าคุ้มหรือไม่
ทำไม EA ที่ใช้ Martingale ถึงแสดงผลดี?
เพราะระยะเวลาที่แสดงอาจยังไม่ครอบคลุมเหตุการณ์ที่ระบบรับไม่ไหว — อ่านต่อในบทความถัดไป
เว็บนี้ห้ามใช้ไหม?
ไม่ได้ห้าม — แต่ให้ตัวอย่างคณิตศาสตร์และข้อจำกัดเพื่อประกอบการตัดสินใจ สิ่งที่เว็บนี้ระบุได้คือความเสี่ยงมีลักษณะที่คำนวณได้ และควรประเมินก่อนใช้ โดยค่าจริงยังไม่แน่นอน
สรุป
2. การแพ้ติดกันยาวเกิดบ่อยกว่าที่คิด — ในแบบจำลองอิสระ เทรด 500 ไม้ที่โอกาสแพ้ 60% มีโอกาสเจอแพ้ติดกันอย่างน้อย 10 ไม้ประมาณ 70.55%
3. Stop Out ไม่ถามว่าไม้ถัดไปจะชนะไหม
4. ปัญหาคือมันทำงานได้บ่อย จนคนเชื่อว่าปลอดภัยแล้วเพิ่มขนาด
5. สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่มเมื่อใช้กับทองคำ
อ่านต่อ
แหล่งอ้างอิง
MetaQuotes: Contract Specification — ใช้ตรวจขนาดคำสั่งสูงสุด ขนาดรวม และเงื่อนไข Swap ของสัญลักษณ์
- ตัวเลข Lot มาจากผลรวมอนุกรมเรขาคณิต ส่วนโอกาสแพ้ติดกันคำนวณแบบเวียนเกิดตามขั้นตอนด้านบน เป็นค่าของแบบจำลองผลอิสระและโอกาสแพ้คงที่ ไม่ใช่ค่าความเสี่ยงจริงหรือโอกาสล้างพอร์ตของผู้อ่าน
📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 13: Trading Strategy และ Trading System
📚 บทความถัดไป
Copy Trade และ EA ข้อควรรู้ก่อนใช้
การทบขนาดไม่ลบผลขาดทุน และกำไรที่ปิดบ่อยอาจซ่อนความเสียหายลอยตัวหรือเหตุการณ์ที่เกินขีดจำกัดทุน
บทถัดไปนำหลักนี้ไปตรวจผลงาน การตั้งค่าความเสี่ยง และข้อจำกัดของ Copy Trade กับ EA
Share This Story, Choose Your Platform!
โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์
ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส
โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ
บทความในหมวด บทเรียนที่ 13: Trading Strategy 🎯 เมื่อเรี […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 13: Trading Strategy 🎯 เมื่อเรี […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 13: Trading Strategy 🎯 เมื่อเรี […]


