บทความที่ 4 / 9 ในบทนี้

เหลืออีก 5 บทความ

Margin Level คืออัตราส่วนระหว่าง Equity กับ Used Margin แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ ใช้เทียบเกณฑ์เตือนและบังคับปิดเมื่อบัญชีกำหนดเกณฑ์เป็นเปอร์เซ็นต์ บางบัญชีกำหนดเป็นจำนวนเงินจึงต้องตรวจโหมดด้วย

อ่านร่วมกับ Equity, Free Margin ขนาดสถานะ และเกณฑ์ของบัญชี

สูตรคำนวณ

Margin Level = (Equity ÷ Used Margin) × 100

สังเกตว่าใช้ Equity ไม่ใช่ Balance — จึงเปลี่ยนได้เมื่อผลลอยตัวหรือรายการที่ใช้คำนวณ Equity เปลี่ยน

ทุน $1,000  เปิด 0.50 Lot  Used Margin $550

ยังไม่ขาดทุน   Equity $1,000  ->  1,000 ÷ 550 x 100 = 182%
ขาดทุน $200    Equity   $800  ->    800 ÷ 550 x 100 = 145%
ขาดทุน $450    Equity   $550  ->    550 ÷ 550 x 100 = 100%
ขาดทุน $725    Equity   $275  ->    275 ÷ 550 x 100 =  50%

เห็นภาพในกราฟเดียว

กราฟแสดง Margin Level ที่ลดลงเมื่อขาดทุนเพิ่มขึ้น พร้อมเส้นระดับ Margin Call ที่ 100% และ Stop Out ที่ 50%
ภาพตัวอย่างใช้ Used Margin คงที่ $550, Margin Call 100% และ Stop Out 50% ไม่ใช่ค่าบังคับของทุกบัญชี
Margin Level สถานะ ระบบทำอะไร
สูงกว่า 100% ปกติ · ยังมี Free Margin ยังต้องมี Margin พอสำหรับคำสั่งใหม่และผ่านเงื่อนไขอื่น
ถึงระดับ Margin Call เตือนตามเกณฑ์บัญชี · Free Margin เป็นศูนย์เฉพาะเกณฑ์ 100% เตือนหรือจำกัดคำสั่งตามเงื่อนไขบัญชี
ถึงระดับ Stop Out วิกฤต บังคับปิด Position
⚠️ ระดับ Margin Call และ Stop Out ไม่ใช่ 100% กับ 50% เสมอไป

ตัวเลขในกราฟข้างบนเป็นสมมติฐานเพื่ออธิบายสูตร แต่แต่ละโบรกเกอร์กำหนดเอง และอาจต่างกันตามประเภทบัญชีด้วย

มาตรการ CFD รายย่อยตามแนวทาง ESMA ใช้เกณฑ์ close-out ระดับบัญชีที่ 50% ของ initial margin ที่ต้องใช้ ไม่ใช่ลด Used Margin ให้เหลือครึ่งหนึ่ง และไม่ควรนำไปเหมารวมทุกผลิตภัณฑ์หรือประเภทลูกค้า

ให้ดูตัวเลขจริงจากหน้ารายละเอียดบัญชีของคุณเอง — อ่านวิธีตรวจสอบ

⭐ แปลง Margin Level เป็นระยะราคาโดยประมาณ

ตัวเลขเปอร์เซ็นต์บอกสถานะ แต่ไม่ได้บอกว่าเหลือระยะให้ผิดพลาดอีกเท่าไร — ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้วางแผนได้จริง

ภายใต้เกณฑ์ Margin Call 100% หนึ่งสถานะ และ Used Margin/Pip Value คงที่: ระยะประมาณถึงเกณฑ์ = Free Margin ÷ Pip Value ของสถานะ

จากตัวอย่าง: Free Margin $450 ÷ $5 ต่อ pip (0.50 Lot) = 90 pips

ระยะก่อน Stop Out คำนวณจาก Equity ที่จุด Stop Out
Equity ที่ 50% = 550 × 0.5 = $275
ขาดทุนจากจุดเริ่มต้นถึงเกณฑ์ = 1,000 − 275 = $725 → 725 ÷ 5 = 145 pips

ตัวเลข 90 และ 145 pips นี้เป็นแบบจำลอง ไม่รวมต้นทุนและการเปลี่ยน Margin — เทียบกับ ATR ของคู่ที่คุณเทรดว่าราคาเคลื่อนไหววันละกี่ pips

ถ้า ATR รายวันของคู่นั้นใกล้เคียงหรือมากกว่าระยะที่ทนได้

บอกว่าขนาดสถานะอาจอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวระดับนั้น แต่ ATR เป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง ไม่ใช่ขีดจำกัดความเสียหาย

ควรทบทวนขนาดสถานะ งบขาดทุนและระยะ Stop Loss พร้อมเผื่อ Gap และ Margin ที่อาจเพิ่มขึ้น

สูตรทั่วไปและข้อจำกัด

สูตรในส่วนนี้ใช้กับเกณฑ์แบบเปอร์เซ็นต์ หากบัญชีใช้เกณฑ์แบบจำนวนเงิน ต้องตรวจนิยามและจำนวนเงินที่ผู้ให้บริการกำหนด ไม่ใช้สูตร C% แทนโดยตรง

ถ้าเกณฑ์เป็น C%: Equity ณ เกณฑ์ = Used Margin × C/100 และระยะประมาณ = (Equity ปัจจุบัน − Equity ณ เกณฑ์) ÷ Pip Value ของสถานะ ตัวอย่าง C=80% และ Used Margin $550 ได้เกณฑ์ Equity $440; จาก Equity $1,000 ระยะประมาณ (1,000−440)/5 = 112 pips ไม่ใช่ 90 pips

ใช้ได้เมื่อมีสถานะเดียวหรือสถานะทิศทางเดียวในสินทรัพย์เดียวที่รวม Pip Value ได้ และสมมติ Used Margin คงที่ ไม่รวมต้นทุน หากหลายสินทรัพย์เคลื่อนไหวต่างกัน ต้องจำลองผลแต่ละสถานะเป็นเงินแล้วรวม Equity ห้ามบวก pip ต่างคู่โดยตรง ตัวอย่างทองด้านล่างสมมติบัญชี USD และเกณฑ์ 100%

เมื่อ Used Margin เป็นศูนย์ สูตรหารใช้ไม่ได้ ระบบอาจไม่แสดง Margin Level ไม่ได้หมายความว่าบัญชีปลอดภัยจากทุกความเสี่ยง

เปิดหลาย Position คิดอย่างไร

Margin Level คิดจากยอดรวมของทั้งบัญชี ไม่ได้แยกรายไม้

แปลว่าไม้ที่กำไรอยู่จะช่วยพยุงไม้ที่ขาดทุน — แต่ก็แปลว่าไม้ที่ขาดทุนหนักไม้เดียวสามารถลาก Margin Level ของทั้งบัญชีลงได้ จนกระทบไม้อื่นที่ยังดีอยู่

และเมื่อถึงระดับ Stop Out ลำดับปิดขึ้นกับผู้ให้บริการ อาจเริ่มจากไม้ขาดทุนมากที่สุดหรือใช้กฎอื่น ซึ่งอาจไม่ใช่ลำดับที่คุณต้องการ

แล้วทองคำล่ะ

สูตรเดียวกัน แต่แปลงเป็นดอลลาร์แทน pip

ระยะโดยประมาณถึงเกณฑ์ 100% = Free Margin ÷ จำนวนออนซ์ที่ถือ (หน่วย USD/ออนซ์)

ตัวอย่าง: ถือ 10 ออนซ์ Free Margin $450 → ราคาทองสวนทาง $45 ต่อออนซ์จะถึงเกณฑ์ตามสมมติฐาน โดยยังไม่รวมต้นทุน

วิธีทดสอบความไวต่อการเคลื่อนไหวของราคา: ใส่ ATR Period 14 บนกราฟ D1 ของ XAU/USD แล้วดูว่าราคาทองเคลื่อนไหววันละกี่ดอลลาร์ จากนั้นเทียบกับตัวเลขที่คำนวณได้

ถ้า ATR สูงกว่าระยะที่คำนวณได้ ให้ทบทวนขนาดและแผน โดย ATR ต่ำกว่าก็ไม่ได้รับประกันว่าจะหลีกเลี่ยง Stop Out ได้

📖 ชุดบทเรียนทอง Gold / XAU/USD

วิธีเฝ้า Margin Level ในทางปฏิบัติ

  1. หาระดับ Margin Call และ Stop Out ของบัญชีคุณ จากหน้ารายละเอียดบัญชี
  2. คำนวณระยะที่ทนได้เป็น pips หรือดอลลาร์ ก่อนเปิด Position ทุกครั้ง
  3. เทียบกับ ATR รายวันของสินทรัพย์นั้น
  4. ถ้าระยะถึงเกณฑ์ใกล้กับความผันผวนย้อนหลัง ให้ทบทวนขนาด Lot และแผนความเสี่ยง โดยไม่ใช้ ATR เป็นเส้นแบ่งความปลอดภัย
  5. ตรวจ Margin Level ก่อนเปิดไม้ใหม่ทุกครั้ง ไม่ใช่ดูแค่ว่าระบบยอมให้เปิดหรือไม่

ข้อ 5 สำคัญกว่าที่คิด — การมี Free Margin พอเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่งในการเปิดคำสั่ง แต่การที่เปิดได้ไม่ได้แปลว่าควรเปิด

คำถามที่พบบ่อย

Margin Level สูงแค่ไหนถึงเรียกว่าปลอดภัย?
ไม่มีเปอร์เซ็นต์ที่รับประกันความปลอดภัย ต้องดูขนาดสถานะ ความผันผวน ต้นทุน และเกณฑ์บัญชีร่วมกัน ระยะราคาและ ATR ใช้ประกอบสถานการณ์จำลองได้ แต่ไม่ครอบคลุม Gap หรือการเปลี่ยนเงื่อนไขทั้งหมด

ทำไม Margin Level เปลี่ยนทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร?
เพราะ Equity เปลี่ยนตามราคาตลอดเวลา และ Used Margin อาจเปลี่ยนได้ถ้าโบรกเกอร์ปรับ Margin Requirement

ปิดบางไม้ช่วยเพิ่ม Margin Level ได้ไหม?
ได้ เพราะลด Used Margin ลง ขาดทุนลอยตัวถูกสะท้อนใน Equity แล้ว การปิดที่ราคาเดิมไม่หักขาดทุนซ้ำจาก Equity แต่มีต้นทุนหรือราคาเปลี่ยนได้ และการปิดขา Hedge อาจเปลี่ยนวิธีคิด Margin

ฝากเงินเพิ่มช่วยได้ไหม?
เมื่อเงินเข้าบัญชีและ Used Margin คงที่ Equity และ Margin Level จะเพิ่มขึ้น แต่ขนาดสถานะและการขาดทุนต่อการเคลื่อนไหวของราคายังเท่าเดิม จึงต้องทบทวนแผนความเสี่ยงร่วมด้วย

สรุป

1. Margin Level = (Equity ÷ Used Margin) × 100

2. ใช้เทียบเกณฑ์แบบเปอร์เซ็นต์ และต้องตรวจว่าบัญชีไม่ได้ใช้เกณฑ์แบบจำนวนเงิน

3. ระดับ Margin Call และ Stop Out ต่างกันตามโบรกเกอร์ — ต้องหาของตัวเอง

4. ระยะ pips และ ATR เป็นสถานการณ์จำลอง ไม่ใช่ระยะปลอดภัยที่รับประกัน

5. คิดจากยอดรวมทั้งบัญชี — ไม้เดียวลาก Margin Level ของทั้งบัญชีลงได้

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

MetaQuotes — Account Properties: โหมด Margin Call/Stop Out แบบเปอร์เซ็นต์หรือเงิน

  • European Securities and Markets Authority (ESMA) — มาตรการ Margin Close-Out สำหรับ CFD — esma.europa.eu
  • ระดับ Margin Call และ Stop Out ของบัญชีคุณระบุอยู่ในหน้ารายละเอียดประเภทบัญชีของโบรกเกอร์ ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนรู้

📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 5: Leverage และ Margin

คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง เมื่อ Margin Level ถึงระดับ Stop Out ระบบจะบังคับปิดสถานะโดยอัตโนมัติ ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนรู้ เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น

บทถัดไปอธิบาย Margin Call ว่าระบบแจ้งอะไร และเหตุใดจึงไม่ควรรอคำเตือนก่อนจัดการความเสี่ยง

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี

เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้

ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

รู้จักแต่ละโบรกเกอร์

อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ

ดูรีวิวโบรกเกอร์ →

เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน

เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ →

บทความที่เกี่ยวข้อง