บทความในหมวด บทเรียนที่ 5: Leverage และ Margin
🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะ
- คำนวณ Margin Level จาก Equity และ Used Margin
- แยกเกณฑ์ เปอร์เซ็นต์กับจำนวนเงิน
- ใช้สูตรระยะราคาโดยระบุ สมมติฐาน
- เข้าใจผลของ การปิดสถานะ โดยไม่หัก Equity ซ้ำ
Margin Level คืออัตราส่วนระหว่าง Equity กับ Used Margin แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ ใช้เทียบเกณฑ์เตือนและบังคับปิดเมื่อบัญชีกำหนดเกณฑ์เป็นเปอร์เซ็นต์ บางบัญชีกำหนดเป็นจำนวนเงินจึงต้องตรวจโหมดด้วย
อ่านร่วมกับ Equity, Free Margin ขนาดสถานะ และเกณฑ์ของบัญชี
สูตรคำนวณ
สังเกตว่าใช้ Equity ไม่ใช่ Balance — จึงเปลี่ยนทุกวินาทีที่ราคาขยับ
ทุน $1,000 เปิด 0.50 Lot Used Margin $550 ยังไม่ขาดทุน Equity $1,000 -> 1,000 ÷ 550 x 100 = 182% ขาดทุน $200 Equity $800 -> 800 ÷ 550 x 100 = 145% ขาดทุน $450 Equity $550 -> 550 ÷ 550 x 100 = 100% ขาดทุน $725 Equity $275 -> 275 ÷ 550 x 100 = 50%
เห็นภาพในกราฟเดียว

| Margin Level | สถานะ | ระบบทำอะไร |
|---|---|---|
| สูงกว่า 100% | ปกติ · ยังมี Free Margin | ยังต้องมี Margin พอสำหรับคำสั่งใหม่และผ่านเงื่อนไขอื่น |
| ถึงระดับ Margin Call | เตือนตามเกณฑ์บัญชี · Free Margin เป็นศูนย์เฉพาะเกณฑ์ 100% | แจ้งเตือน · เปิดใหม่ไม่ได้ |
| ถึงระดับ Stop Out | วิกฤต | บังคับปิด Position |
ตัวเลขในกราฟข้างบนเป็นสมมติฐานเพื่ออธิบายสูตร แต่แต่ละโบรกเกอร์กำหนดเอง และอาจต่างกันตามประเภทบัญชีด้วย
มาตรการ CFD รายย่อยตามแนวทาง ESMA ใช้เกณฑ์ close-out ระดับบัญชีที่ 50% ของ initial margin ที่ต้องใช้ ไม่ใช่ลด Used Margin ให้เหลือครึ่งหนึ่ง และไม่ควรนำไปเหมารวมทุกผลิตภัณฑ์หรือประเภทลูกค้า
ให้ดูตัวเลขจริงจากหน้ารายละเอียดบัญชีของคุณเอง — อ่านวิธีตรวจสอบ
⭐ แปลง Margin Level เป็นระยะที่ทนได้
ตัวเลขเปอร์เซ็นต์บอกสถานะ แต่ไม่ได้บอกว่าเหลือระยะให้ผิดพลาดอีกเท่าไร — ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้วางแผนได้จริง
จากตัวอย่าง: Free Margin $450 ÷ $5 ต่อ pip (0.50 Lot) = 90 pips
ระยะก่อน Stop Out คำนวณจาก Equity ที่จุด Stop Out
Equity ที่ 50% = 550 × 0.5 = $275
ขาดทุนที่ทนได้ = 1,000 − 275 = $725 → 725 ÷ 5 = 145 pips
ตัวเลข 90 และ 145 pips นี้เป็นแบบจำลอง ไม่รวมต้นทุนและการเปลี่ยน Margin — เทียบกับ ATR ของคู่ที่คุณเทรดว่าราคาเคลื่อนไหววันละกี่ pips
บอกว่าขนาดสถานะอาจอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวระดับนั้น แต่ ATR เป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง ไม่ใช่ขีดจำกัดความเสียหาย
ควรทบทวนขนาดสถานะ งบขาดทุนและระยะ Stop Loss พร้อมเผื่อ Gap และ Margin ที่อาจเพิ่มขึ้น
สูตรทั่วไปและข้อจำกัด
ถ้าเกณฑ์เป็น C%: Equity ณ เกณฑ์ = Used Margin × C/100 และระยะประมาณ = (Equity ปัจจุบัน − Equity ณ เกณฑ์) ÷ Pip Value ของสถานะ ตัวอย่าง C=80% และ Used Margin $550 ได้เกณฑ์ Equity $440; จาก Equity $1,000 ระยะประมาณ (1,000−440)/5 = 112 pips ไม่ใช่ 90 pips
ใช้ได้เมื่อมีสถานะเดียวหรือสถานะทิศทางเดียวในสินทรัพย์เดียวที่รวม Pip Value ได้ และสมมติ Used Margin คงที่ ไม่รวมต้นทุน หากหลายสินทรัพย์เคลื่อนไหวต่างกัน ต้องจำลองผลแต่ละสถานะเป็นเงินแล้วรวม Equity ห้ามบวก pip ต่างคู่โดยตรง ตัวอย่างทองด้านล่างสมมติบัญชี USD และเกณฑ์ 100%
เมื่อ Used Margin เป็นศูนย์ สูตรหารใช้ไม่ได้ ระบบอาจไม่แสดง Margin Level ไม่ได้หมายความว่าบัญชีปลอดภัยจากทุกความเสี่ยง
เปิดหลาย Position คิดอย่างไร
Margin Level คิดจากยอดรวมของทั้งบัญชี ไม่ได้แยกรายไม้
แปลว่าไม้ที่กำไรอยู่จะช่วยพยุงไม้ที่ขาดทุน — แต่ก็แปลว่าไม้ที่ขาดทุนหนักไม้เดียวสามารถลาก Margin Level ของทั้งบัญชีลงได้ จนกระทบไม้อื่นที่ยังดีอยู่
และเมื่อถึงระดับ Stop Out ลำดับปิดขึ้นกับผู้ให้บริการ อาจเริ่มจากไม้ขาดทุนมากที่สุดหรือใช้กฎอื่น ซึ่งอาจไม่ใช่ลำดับที่คุณต้องการ
แล้วทองคำล่ะ
ระยะที่ทนได้ = Free Margin ÷ จำนวนออนซ์ที่ถือ (ได้ผลเป็นดอลลาร์)
ตัวอย่าง: ถือ 10 ออนซ์ Free Margin $450 → ทนราคาทองสวนได้ $45
วิธีทดสอบความไวต่อการเคลื่อนไหวของราคา: ใส่ ATR Period 14 บนกราฟ D1 ของ XAU/USD แล้วดูว่าราคาทองเคลื่อนไหววันละกี่ดอลลาร์ จากนั้นเทียบกับตัวเลขที่คำนวณได้
ถ้า ATR สูงกว่าระยะที่คำนวณได้ ให้ทบทวนขนาดและแผน โดย ATR ต่ำกว่าก็ไม่ได้รับประกันว่าจะหลีกเลี่ยง Stop Out ได้
วิธีเฝ้า Margin Level ในทางปฏิบัติ
- หาระดับ Margin Call และ Stop Out ของบัญชีคุณ จากหน้ารายละเอียดบัญชี
- คำนวณระยะที่ทนได้เป็น pips หรือดอลลาร์ ก่อนเปิด Position ทุกครั้ง
- เทียบกับ ATR รายวันของสินทรัพย์นั้น
- ถ้าระยะที่ทนได้น้อยกว่า ATR ให้ลด Lot ไม่ใช่เปิดตามแผนเดิม
- ตรวจ Margin Level ก่อนเปิดไม้ใหม่ทุกครั้ง ไม่ใช่ดูแค่ว่าระบบยอมให้เปิดหรือไม่
ข้อ 5 สำคัญกว่าที่คิด — ระบบยอมให้เปิดตราบใดที่ Free Margin ยังพอ แต่การที่เปิดได้ไม่ได้แปลว่าควรเปิด
คำถามที่พบบ่อย
Margin Level สูงแค่ไหนถึงเรียกว่าปลอดภัย?
ไม่มีตัวเลขมาตรฐาน เพราะขึ้นกับความผันผวนของสินทรัพย์ที่ถือ — ให้ใช้วิธีแปลงเป็นระยะ pips แล้วเทียบกับ ATR แทนการยึดตัวเลขเปอร์เซ็นต์
ทำไม Margin Level เปลี่ยนทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร?
เพราะ Equity เปลี่ยนตามราคาตลอดเวลา และ Used Margin อาจเปลี่ยนได้ถ้าโบรกเกอร์ปรับ Margin Requirement
ปิดบางไม้ช่วยเพิ่ม Margin Level ได้ไหม?
ได้ เพราะลด Used Margin ลง ขาดทุนลอยตัวถูกสะท้อนใน Equity แล้ว การปิดที่ราคาเดิมไม่หักขาดทุนซ้ำจาก Equity แต่มีต้นทุนหรือราคาเปลี่ยนได้ และการปิดขา Hedge อาจเปลี่ยนวิธีคิด Margin
ฝากเงินเพิ่มช่วยได้ไหม?
ช่วยได้ในเชิงตัวเลข เพราะเพิ่ม Equity โดยตรง แต่ไม่ได้แก้ปัญหาต้นเหตุซึ่งคือขนาด Position ที่ใหญ่เกินทุน — และเป็นพฤติกรรมที่ควรระวังหากเกิดขึ้นซ้ำ ๆ
สรุป
2. ใช้เทียบเกณฑ์แบบเปอร์เซ็นต์ และต้องตรวจว่าบัญชีไม่ได้ใช้เกณฑ์แบบจำนวนเงิน
3. ระดับ Margin Call และ Stop Out ต่างกันตามโบรกเกอร์ — ต้องหาของตัวเอง
4. ระยะ pips และ ATR เป็นสถานการณ์จำลอง ไม่ใช่ระยะปลอดภัยที่รับประกัน
5. คิดจากยอดรวมทั้งบัญชี — ไม้เดียวลาก Margin Level ของทั้งบัญชีลงได้
อ่านต่อ
แหล่งอ้างอิง
MetaQuotes — Account Properties: โหมด Margin Call/Stop Out แบบเปอร์เซ็นต์หรือเงิน
- European Securities and Markets Authority (ESMA) — มาตรการ Margin Close-Out สำหรับ CFD — esma.europa.eu
- ระดับ Margin Call และ Stop Out ของบัญชีคุณระบุอยู่ในหน้ารายละเอียดประเภทบัญชีของโบรกเกอร์ ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนรู้
📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 5: Leverage และ Margin
📚 บทความถัดไป
Margin Call คืออะไร
คุณคำนวณสัดส่วนหลักประกันและรู้ข้อจำกัดของการแปลงเป็นระยะราคาแล้ว
บทถัดไปอธิบาย Margin Call ว่าระบบแจ้งอะไร และเหตุใดจึงไม่ควรรอคำเตือนก่อนจัดการความเสี่ยง
Share This Story, Choose Your Platform!
โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์
ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส
โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ
บทความในหมวด บทเรียนที่ 6: Order Types 🎯 เมื่อเรียนบทเร […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 5: Leverage และ Margin 🎯 เมื่อเ […]
🔵 LEVEL 2: MECHANICS | บทเรียนที่ 5 จาก 14 🎯 เมื่อเรียน […]


