บทความในหมวด บทเรียนที่ 9: Technical Analysis
🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะ
- แยก Pullback และ Retest จากเหตุการณ์ราคา
- คำนวณผลของจุดเข้าที่ต่างกันต่อ RR และขนาดสถานะ
- เลือก Pending หรือรอยืนยันให้ตรงกับกฎ
- กำหนดการยกเลิกและบันทึกกรณีไม่ได้เข้า
Pullback คือการที่ราคาย่อตัวสวนทิศทางหลักชั่วคราว ส่วน Retest คือการที่ราคากลับมาทดสอบระดับที่เพิ่งทะลุไป
ทั้งสองแบบอาจให้จุดเข้าต่างจากการไล่ราคา แต่ระยะ SL และ RR จะดีขึ้นหรือไม่ขึ้นกับราคาเข้า จุดยกเลิก และเป้าหมาย ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นเสมอ
ตัวอย่างที่การรอย่อเปลี่ยนระยะเสี่ยง

SL อยู่ใต้โครงสร้างที่ 1.0970 เป้าหมาย 1.1200 เข้าทันทีที่ 1.1060 ระยะเสี่ยง 90 pips ระยะเป้าหมาย 140 pips RR 1:1.56 รอย่อแล้วเข้าที่ 1.1010 ระยะเสี่ยง 40 pips ระยะเป้าหมาย 190 pips RR 1:4.75
สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่การวิเคราะห์ แต่คือจุดเข้า
เป้าหมายเท่าเดิม · จุดที่แผนผิดเท่าเดิม — แต่ RR ต่างกันสามเท่า
และเนื่องจากระยะ SL กำหนดขนาด Lot — ที่ความเสี่ยงเป็นเงินเท่ากัน ขนาดเชิงคำนวณเป็น 90 ÷ 40 = 2.25 เท่า หาก Pip Value เท่ากันและยังไม่รวมต้นทุน ต้องตรวจข้อจำกัด Lot/Margin ด้วย ไม่ใช่คำแนะนำให้เพิ่มขนาด
ตัวอย่างข้างต้นเป็นฝั่ง Buy โดยถือราคาเข้า SL และ TP ตามตัวเลขสมมติ ใช้ 1 pip = 0.0001 และยังไม่รวม Spread คอมมิชชัน Swap หรือ Slippage ค่า RR 1:1.56 มาจาก 140 ÷ 90 และ 1:4.75 จาก 190 ÷ 40 ไม่ได้ยืนยันว่ามีโอกาสถึง TP เท่ากันทั้งสองกรณี
การคำนวณขนาด 2.25 เท่าใช้ได้เฉพาะเมื่อวงเงินเสี่ยงและ Pip Value เท่ากันก่อนต้นทุน การเพิ่มขนาดทำให้ค่าธรรมเนียมและผลจาก Slippage เป็นเงินเพิ่มขึ้น จึงต้องคำนวณใหม่ตามข้อกำหนดบัญชี สำหรับ Sell ให้กลับด้าน: รอราคาดีดขึ้น โดยจุดยกเลิกอยู่ด้านบนตามกฎ
⭐ ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับข้อได้เปรียบนี้
ราคาไม่ได้ย่อกลับมาทุกครั้ง
บางการเคลื่อนไหวที่แรงที่สุดไม่มี Pullback ให้เข้าเลย — และคุณจะดูมันวิ่งไปโดยไม่ได้อยู่ในเทรดนั้น
นี่คือการแลกที่ต้องยอมรับ ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้
คนที่ทนไม่ได้แล้วไล่ราคาตาม กำลังเปลี่ยนกลยุทธ์กลางทาง — ซึ่งทำให้ผลที่ได้ไม่ใช่ผลของกลยุทธ์ใดเลย
Pullback ที่ยอมรับได้ กับที่ลึกเกินไป
ไม่ใช่ทุกการย่อตัวที่เป็นโอกาส — บางครั้งมันคือจุดเริ่มของการกลับตัว
| สิ่งที่เกิดขึ้น | ตีความ |
|---|---|
| ย่อแล้วยังไม่ทำจุดต่ำใหม่ | ยังไม่ละเมิด Swing Low อ้างอิงตามเกณฑ์ แต่ไม่รับประกันว่าจะไปต่อ |
| ย่อจนทำจุดต่ำใหม่ | ละเมิดเกณฑ์เดิมหรืออาจเปลี่ยนโครงสร้าง ยังไม่รู้ผลสุดท้ายและไม่จำเป็นต้องยืนยันการกลับตัว |
เกณฑ์นี้ช่วยให้จัดประเภทซ้ำได้เมื่อระบุ Swing และเวลายืนยัน แต่ความชัดเจนไม่ได้พิสูจน์ผลกำไร
ต่างจากการดูว่า “ย่อลึกเกินไปหรือยัง” ซึ่งตีความได้ตามใจ
กำหนด Swing อ้างอิง เกณฑ์ไส้หรือแท่งปิด และระยะเผื่อถ้ามี อาจใช้ระยะคงที่ เปอร์เซ็นต์ หรือ ATR ที่ระบุค่าไว้ ไม่บังคับ ATR ทุกระบบ
Retest — กรณีพิเศษของ Pullback
เมื่อราคาทะลุระดับสำคัญแล้วกลับมาทดสอบระดับนั้น เรียกว่า Retest
ข้อดีที่ทำให้หลายคนชอบวิธีนี้
1. เห็นข้อมูลการกลับมาทดสอบเพิ่มเติม แต่ยังไม่ยืนยันว่าการทะลุจะสำเร็จ — อ่านนิยาม Breakout
2. อาจมีระยะถึงจุดยกเลิกสั้นลง หากคงจุดยกเลิกเดิมและได้ราคาเข้าที่ใกล้กว่า
3. มีจุดที่ชัดเจนว่าสมมติฐานผิดเมื่อไร — ถ้าราคากลับลงไปใต้ระดับนั้น
ข้อจำกัด: ราคาอาจไม่กลับมา หรือกลับมาแล้วทะลุต่อสวนแผน อีกทั้งต้นทุนและการเติมคำสั่งอาจต่างจากสมมติฐาน
วิธีเข้าในทางปฏิบัติ
- กำหนดโซนที่จะรอไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่รอดูว่าราคาจะหยุดตรงไหน
- หากกฎอนุญาตเข้าเมื่อแตะ อาจใช้ Pending Order พร้อมวันหมดอายุ หากต้องรอแท่งปิดหรือรูปแบบยืนยัน จะวาง Limit ไว้ก่อนแทนเงื่อนไขนั้นไม่ได้
- กำหนดจุดยกเลิกตามกฎก่อนเข้า ฝั่ง Buy มักอยู่ด้านล่าง ส่วน Sell อยู่ด้านบน ไม่จำเป็นต้องใช้โครงสร้างทุกระบบ
- กำหนดเงื่อนไขยกเลิก — ถ้าราคาไม่กลับมาภายในกี่แท่ง ให้ลบคำสั่ง
- คำนวณ Lot จากราคาเข้าที่วางแผนถึง SL รวมต้นทุนและสมมติฐาน Slippage ระยะจริงอาจต่างจากแผน
ข้อ 4 ป้องกันปัญหาที่พบบ่อย — คำสั่งที่ค้างไว้นานเกินไปอาจทำงานในสภาพตลาดที่เปลี่ยนไปแล้ว
หาก Retest ลงลึกจนจุดยกเลิกเดิมไม่เหมาะแล้ว ให้ยกเลิกหรือรอ Setup ใหม่ตามแผน ไม่เลื่อน SL ให้ไกลเพื่อรักษาเหตุผลเดิม บันทึกกรณีรอแล้วไม่ได้เข้าไว้ด้วย เพื่อเทียบแต่ละวิธีจากโอกาสชุดเดียวกัน
แล้วทองคำล่ะ
ตรวจหน่วยราคา สัญญา และเกณฑ์ของ XAU/USD ก่อนกำหนดโซน
ดอลลาร์ของทองกับ pips ของคู่เงินเทียบตรง ๆ ไม่ได้ จำนวนครั้งที่ได้เข้าหรือถูก SL ขึ้นกับกฎและช่วงข้อมูล ไม่ใช่ชื่อสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว
หากราคาวิ่งเร็วอาจติดตามและส่งคำสั่งไม่ทัน จึงควรออกแบบการแจ้งเตือนหรือคำสั่งให้สอดคล้องกับกฎและเวลาที่ติดตามได้
เลือก Pending หรือการรอยืนยันตามกฎที่ทดสอบ ไม่ถือว่าการตั้งคำสั่งแล้วปล่อยไว้เหมาะกว่าเสมอ ตรวจสถานะ คำสั่งหมดอายุ และเงื่อนไขยกเลิกด้วย
คำถามที่พบบ่อย
รอ Pullback แล้วราคาไม่ย่อ ควรไล่ตามไหม?
ถ้ากลยุทธ์ของคุณคือการรอย่อ — การไล่ตามคือการเทรดนอกแผน ให้ข้ามไป Setup ที่ดีจะมีอีก
ใช้ Fibonacci กำหนดจุดรอได้ไหม?
เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลาย แต่ระดับที่ได้ขึ้นกับจุดที่คุณเลือกลาก — ควรกำหนดเกณฑ์การเลือกจุดลากไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นจะเปิดช่องให้ Confirmation Bias
Retest ต้องแตะระดับพอดีไหม?
ไม่จำเป็น — เลือกการแตะระดับหรือโซนพร้อมระยะที่ยอมรับไว้ก่อน ตามหลักเดียวกับ แนวรับแนวต้าน
Pullback บอกได้ไหมว่าจะไปต่อแน่
ไม่ได้ — การรอเปลี่ยนชุดเหตุการณ์ที่ได้เข้า ทั้ง RR อัตราชนะ และโอกาสไม่ได้เข้าอาจเปลี่ยน ต้องทดสอบทั้งหมด ไม่ถือว่า RR ดีขึ้นหรือความแม่นยำคงเดิมเสมอ
สรุป
1. การรอย่ออาจลดระยะ SL เมื่อคงจุดยกเลิกเดิมและได้ราคาเหมาะกว่า
2. ราคาที่ต้องจ่ายคือบางครั้งไม่ได้เข้าเลย — เป็นการแลกที่ต้องยอมรับ
3. หลุด Swing อ้างอิงอาจยกเลิกแผนเดิม แต่ยังไม่ยืนยันผลสุดท้าย
4. เลือกคำสั่งให้ตรงเงื่อนไขยืนยันและกำหนดการยกเลิก
5. ทดสอบทั้ง RR อัตราสำเร็จ ต้นทุน และโอกาสที่ไม่ได้เข้า
อ่านต่อ
แหล่งอ้างอิง
- ตัวเลขในตัวอย่างเป็นค่าสมมติเพื่อแสดงผลของจุดเข้าที่ต่างกันต่อ RR และขนาด Position ตรวจสอบการคำนวณซ้ำได้ด้วยตัวเอง
📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 9: Technical Analysis และ Market Structure
📚 บทความถัดไป
Break of Structure (BOS)
คุณเห็นทั้งข้อดีที่มีเงื่อนไขและต้นทุนของการรอราคา พร้อมเกณฑ์ยกเลิกแผนแล้ว
บทต่อไปศึกษา BOS โดยแยกการทะลุ Swing ออกจากการยืนยันว่าทิศทางจะดำเนินต่อ
Share This Story, Choose Your Platform!
โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์
ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส
โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ
บทความในหมวด บทเรียนที่ 11: Fundamental Analysis 🎯 เมื่ […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 10: Indicator 🎯 เมื่อเรียนบทเรี […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 9: Technical Analysis 🎯 เมื่อเร […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 9: Technical Analysis 🎯 เมื่อเร […]


