อ่านกราฟได้แล้ว ยังต้องรู้ว่าจะเลือกจุดสูงต่ำ แนวรับแนวต้าน และกรอบเวลาใดมาอธิบายราคา เพราะการลากเส้นหรือเรียกชื่อรูปแบบได้ ไม่ได้แปลว่ามีเกณฑ์ตัดสินใจที่ชัด บทนี้จึงเริ่มจากวิธีอ่านโครงสร้าง ก่อนเชื่อมไปสภาวะตลาดและเครื่องมือแต่ละแบบ
บทเรียนนี้มี 16 บทความ ใช้เป็นเส้นทางแยกสิ่งที่เห็นจากราคาออกจากข้ออนุมาน แล้วตั้งเกณฑ์ที่ตรวจซ้ำได้ รูปแบบเดียวกันอาจให้ผลต่างกัน ความได้เปรียบและตัวเลขความน่าจะเป็นต้องมีผลทดสอบรองรับ ไม่ได้อ่านออกจากชื่อรูปแบบเพียงอย่างเดียว
เรียนจบบทนี้แล้ว คุณควรอธิบายได้ว่า
- จะเลือกและยืนยันจุดสูงต่ำเพื่ออ่านโครงสร้าง โดยใช้ข้อมูลที่มีในเวลานั้นอย่างไร
- แนวรับแนวต้าน โซนราคา แนวโน้ม และตลาดในกรอบต้องกำหนดเกณฑ์ใดก่อนใช้งาน
- Breakout, Pullback, BOS และ CHoCH บอกเหตุการณ์ใด และยังไม่ยืนยันอะไร
- สภาพคล่องที่ตรวจจากข้อมูลต่างจากบริเวณที่คาดว่าคำสั่งกระจุกอย่างไร
- จะใช้หลายกรอบเวลา สภาวะตลาด Fibonacci และรูปแบบกราฟโดยไม่เลือกข้อมูลย้อนหลังเข้าข้างตนเองอย่างไร
ใช้สารบัญนี้อย่างไร
เริ่มเรื่องที่ 1–6 เพื่อรู้โครงสร้าง ระดับ และสภาวะราคา แล้วใช้เรื่องที่ 7–10 แยกเหตุการณ์ทะลุ ย่อ และเปลี่ยนโครงสร้าง อ่านเรื่องที่ 11–12 เพื่อรู้ข้อจำกัดของคำอธิบายเรื่องสภาพคล่อง ก่อนต่อหลายกรอบเวลา สภาวะตลาด และเครื่องมือในเรื่องที่ 13–16 หากมีข้อสงสัยเฉพาะจุด ใช้คำถามทบทวนท้ายหน้าช่วยเลือกเรื่องที่จะกลับไปอ่าน
สารบัญบทเรียนที่ 9: เรียนตามลำดับ
1. Technical Analysis คืออะไร? อ่าน Market Structure ให้เป็น
เริ่มจากการใช้ข้อมูลราคาเพื่อสร้างสมมติฐาน แล้วรู้ข้อจำกัดของการเลือกจุดอ้างอิงและการมองย้อนหลัง
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: สิ่งที่อ่านได้จากรูปแบบราคาต่างจากผลที่ต้องทดสอบอย่างไร?
อ่านบทความที่ 1: Technical Analysis คืออะไร? อ่าน Market Structure ให้เป็น
2. Market Structure — HH HL LH LL
อ่านลำดับจุดสูงและจุดต่ำ โดยกำหนดวิธีเลือกและยืนยัน Swing หรือจุดกลับตัวที่ใช้อ้างอิงก่อนเทียบกัน
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: จะนับ HH, HL, LH และ LL จากจุดใด โดยไม่ใช้ข้อมูลที่ยังไม่รู้ในเวลานั้น?
3. Support และ Resistance
กำหนดแนวรับแนวต้านเป็นเส้นหรือโซนด้วยเกณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ และแยกการมาร์คระดับออกจากคำสั่งเข้าเทรด
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: จะเลือกแนวที่มีความหมายก่อนราคาทดสอบ แทนการลากให้เข้ากับผลย้อนหลังอย่างไร?
4. Supply and Demand Zone
เทียบวิธีมาร์ค Supply/Demand Zone กับแนวรับแนวต้าน โดยแยกบริเวณราคาที่สังเกตได้ออกจากสมมติฐานเรื่องคำสั่งค้าง
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: การมีโซนสองชื่อใกล้กันถือเป็นหลักฐานอิสระสองชุดหรือไม่?
5. Trend คืออะไร ดูอย่างไรว่าเปลี่ยน
ใช้ลำดับ Swing จำแนกแนวโน้ม พร้อมแยกการทะลุจุดเดิมออกจากการยืนยันโครงสร้างใหม่
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: ขาลงในกรอบย่อยเป็นการย่อหรือการเปลี่ยนแนวโน้มใหญ่ จะตั้งเกณฑ์ติดตามอย่างไร?
6. Range Market เทรดอย่างไร
กำหนดขอบและเงื่อนไขของตลาดในกรอบ แล้วประเมินระยะเข้าออกและต้นทุนแยกจากการจัดประเภทตลาด
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: ระบุว่าเป็น Range ได้แล้ว แปลว่ามีระยะคุ้มให้เทรดเสมอหรือไม่?
7. Breakout vs Fake Breakout
แยกการทะลุระดับออกจากการกลับเข้าเขตเดิม โดยระบุเวลายืนยันและช่วงติดตามก่อนนับผล
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: ตอนราคาเพิ่งทะลุ เรารู้แล้วหรือไม่ว่าจะไปต่อหรือกลับเข้ากรอบ?
8. Pullback และ Retest
รู้จักการย่อตัวและการกลับทดสอบระดับเดิม แล้วดูผลของราคาเข้า จุดยกเลิก และเป้าหมายร่วมกัน
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: รอ Pullback หรือ Retest แล้วระยะเสี่ยงและ Risk/Reward ดีขึ้นเสมอหรือไม่?
9. Break of Structure (BOS)
อ่าน BOS เป็นการทะลุ Swing อ้างอิงในทิศเดิม ภายใต้นิยามที่บทความกำหนด โดยแยกจากการยืนยัน Swing ใหม่
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: ทะลุจุดสูงเดิมแล้ว แปลว่า HH ใหม่ยืนยันและราคาจะขึ้นต่อแน่นอนหรือไม่?
10. Change of Character (CHoCH)
อ่าน CHoCH เป็นเหตุการณ์ทะลุโครงสร้างสวนทิศเดิมตามเกณฑ์ที่เลือก และแยกจากข้อสรุปว่ากลับตัวแล้ว
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: การเปลี่ยนโครงสร้างย่อยยืนยันการกลับตัวของกรอบใหญ่ได้ทันทีหรือไม่?
11. Liquidity ในตลาด Forex
แยกสภาพคล่องในการดำเนินคำสั่งออกจากบริเวณที่คาดว่าคำสั่งกระจุก พร้อมรู้ขอบเขตข้อมูลของแต่ละแหล่ง
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: กราฟราคาเพียงอย่างเดียวยืนยันคำสั่งรวมทั้งตลาด Forex ได้หรือไม่?
12. Liquidity Sweep
กำหนดรูปแบบทะลุแล้วกลับเข้าเขตเดิมให้ตรวจซ้ำได้ โดยไม่ใช้ชื่อ Liquidity Sweep ยืนยันว่ามีผู้จงใจผลักราคา
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: จะบันทึกสิ่งที่ราคาแสดงต่างจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับคำสั่งหรือเจตนาของผู้เล่นอย่างไร?
13. Multi-Timeframe Analysis
แบ่งบทบาทกรอบเวลาเป็นบริบท เงื่อนไขตั้งต้น และจังหวะเข้า โดยกำหนดลำดับตรวจไว้ล่วงหน้า
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: จะป้องกันการเปลี่ยนกรอบเวลาไปเรื่อย ๆ จนพบสิ่งที่เข้าข้างความเชื่อได้อย่างไร?
14. Market Regime
จำแนกสภาวะตลาดโดยแยกทิศทางกับความผันผวน แล้วตรวจผลของกฎในแต่ละสภาวะ
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: หากข้อมูลยังไม่เข้าเกณฑ์ ควรบันทึกว่ายังจัดประเภทไม่ได้หรือบังคับให้เป็น Range?
15. Fibonacci Retracement
ใช้ Fibonacci Retracement คำนวณระดับการย่อจากช่วงราคาที่เลือก และตรวจตำแหน่งต้นปลายของเครื่องมือ
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: เมื่อเลือก Swing ต่างกัน ระดับที่ได้เปลี่ยนอย่างไร และระดับนั้นรับรองการกลับตัวหรือไม่?
16. Chart Pattern
ใช้ชื่อ Chart Pattern สื่อสารรูปทรง พร้อมระบุจุดอ้างอิง เกณฑ์ยืนยัน และเวลาที่รู้ว่ารูปแบบครบก่อนทดสอบ
คำถามที่บทความนี้ช่วยตอบ: จะเปลี่ยนการจำรูปเป็นกฎที่ตรวจซ้ำได้ โดยไม่เลือกเฉพาะภาพย้อนหลังที่ดูชัดอย่างไร?
คำถามทบทวนก่อนเรียนต่อ
ลองตอบโดยระบุจุดอ้างอิง เกณฑ์ และเวลาที่รู้ข้อมูล หากยังไม่ชัด ให้กลับไปอ่านเรื่องที่เชื่อมไว้ก่อนนำรูปแบบนั้นไปทดสอบ
เลื่อนตารางซ้าย–ขวาเพื่ออ่านลิงก์บทความ
เรื่องใดอยู่ในบทถัดไป
บทนี้เน้นบริบทและโครงสร้างราคา ส่วนการอ่านแท่งเทียนพื้นฐานอยู่ในบทที่ 3 เครื่องมือชี้วัดและข้อจำกัดอยู่ในบทที่ 10 การเขียนกฎกลยุทธ์อยู่ในบทที่ 12 และการทดสอบอยู่ในบทที่ 13 การใช้รูปแบบราคาไม่แทนการกำหนดเงินเสี่ยงและขนาดสถานะในบทที่ 7
เมื่อกำหนดบริบทและอธิบายสิ่งที่ราคาแสดงได้แล้ว ให้ต่อที่ บทเรียนที่ 10 — เครื่องมือชี้วัดทางเทคนิค เพื่ออ่านหน้าที่และข้อจำกัดของค่าที่คำนวณจากข้อมูล
ไปบทเรียนที่ 10: อินดิเคเตอร์และเครื่องมือวิเคราะห์ Forex →
คำถามเกี่ยวกับเส้นทางเรียนบทนี้
ต้องใช้ทุกเครื่องมือในบทนี้พร้อมกันหรือไม่?
ไม่จำเป็น ควรอธิบายให้ได้ว่าแต่ละเครื่องมือช่วยตรวจเงื่อนไขใด และข้อมูลซ้ำกับสิ่งที่ใช้อยู่หรือไม่ ชื่อสองแบบที่อ้างข้อมูลใกล้กันไม่ได้เป็นหลักฐานอิสระสองชุดโดยอัตโนมัติ ก่อนใช้เป็นกฎเข้าออกต้องกำหนดและทดสอบให้ชัด
เห็น BOS หรือ CHoCH แล้วใช้เป็นสัญญาณเข้าได้เลยหรือไม่?
ชื่อเหล่านี้บอกเหตุการณ์ตามนิยามของจุดอ้างอิงและการยืนยันที่เลือก ยังไม่รับรองการไปต่อหรือกลับตัว ต้องมีบริบท กฎเข้าออก ต้นทุน และการกำหนดขนาด พร้อมผลทดสอบของกฎนั้น
กราฟบอกได้ไหมว่ามีคนจงใจชน Stop Loss?
กราฟบอกลำดับราคาที่แหล่งข้อมูลแสดง แต่เพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันคำสั่งรวมทั้งตลาดหรือเจตนาของผู้เข้าร่วม หากสงสัยผลดำเนินคำสั่ง ควรแยกข้อมูลราคา เวลา และรายละเอียดรายการที่ตรวจได้ออกจากคำอธิบายที่ยังเป็นข้ออนุมาน
กำหนดเกณฑ์อ่านราคาให้ตรวจซ้ำได้
เริ่มจากภาพรวมแล้วอ่านเครื่องมือทีละเรื่อง หากยังไม่ชัดว่าจะรับความเสียหายจากแผนอย่างไร ให้ทบทวนบทที่ 7 และใช้บันทึกจากบทที่ 8 ควบคู่กับการวิเคราะห์
Share This Story, Choose Your Platform!
โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์
ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส
โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ
ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี
เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้
ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ
รู้จักแต่ละโบรกเกอร์
อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ
เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน
เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
Forex AcademyLEVEL 4 · Market Analysisบทที่ 10 จาก 13 เ […]
Forex AcademyLEVEL 4 · Market Analysisบทที่ 11 จาก 13 ก […]
Forex AcademyLEVEL 4 · Market Analysisบทที่ 11 จาก 13 ก […]
Forex AcademyLEVEL 4 · Market Analysisบทที่ 10 จาก 13 เ […]

