บทความในหมวด บทเรียนที่ 9: Technical Analysis
🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะ
- เลือกจุดอ้างอิงและตรวจทิศ 0%/100% ได้
- คำนวณการย่อลงและดีดขึ้นด้วยสูตรและตัวอย่าง
- ตั้งระดับบนเครื่องมือ MT5 พร้อมตรวจราคาที่แสดง
- ทดสอบโดยไม่ย้ายจุดลากย้อนหลังตามผล
Fibonacci Retracement คือเครื่องมือคำนวณระดับการย่อจากช่วงราคาที่เลือก ใช้จุดต่ำ–สูงสำหรับการย่อหลังขึ้น และจุดสูง–ต่ำสำหรับการดีดหลังลง โดยต้องตรวจตำแหน่ง 0% และ 100% บนเครื่องมือ
เป็นเครื่องมือที่ใช้กันแพร่หลายมาก — และมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่เนื้อหาส่วนใหญ่ไม่พูดถึง
ระดับที่แสดงมาจากไหน
ระดับที่ใช้กันบ่อยคือ 38.2% · 50% · 61.8% ของระยะที่ราคาเคลื่อนไหวมา
⚠️ ข้อสังเกต: ระดับ 50% คือกึ่งกลางของช่วงราคา เป็นระดับที่ใช้ตามธรรมเนียม ไม่ใช่อัตราส่วนลิมิตแบบ 61.8%
จึงควรแยกที่มาของระดับทางคณิตศาสตร์ออกจากหลักฐานว่าราคาจะตอบสนอง ระดับที่ซอฟต์แวร์แสดงไม่ได้รับรองผลการเทรด
คำนวณระดับการย่อทั้งขาขึ้นและขาลง
ให้ H คือจุดสูง L คือจุดต่ำ และ r คือสัดส่วนการย่อในรูปทศนิยม เช่น 38.2% = 0.382
- ขึ้นจาก L ไป H แล้ววัดการย่อลง: ระดับ = H − r × (H − L)
- ลงจาก H ไป L แล้ววัดการดีดขึ้น: ระดับ = L + r × (H − L)
สมมติ L = 1.1000 และ H = 1.1200 ช่วงราคาเท่ากับ 0.0200 หรือ 200 pips เมื่อ 1 pip = 0.0001:
| การย่อ | ย่อลงหลังขึ้น | ดีดขึ้นหลังลง |
|---|---|---|
| 38.2% | 1.11236 | 1.10764 |
| 50% | 1.11000 | 1.11000 |
| 61.8% | 1.10764 | 1.11236 |
ระดับ 23.6% และ 78.6% เป็นตัวเลือกที่พบได้ในชุดเครื่องมือบางแบบ ส่วนระดับเกิน 100% อยู่นอกช่วงราคาเดิม ต้องแยกจากการย่อภายในช่วง ตัวเลขคำนวณไม่ใช่คำรับรองว่าราคาจะหยุด และราคาที่ส่งคำสั่งต้องตรง Tick size ของสัญญา
ใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement ใน MT5
- เลือกกราฟและ Timeframe แล้วกำหนด Swing สองจุดที่รู้และยืนยันแล้วตามกฎ
- เลือกเครื่องมือ Fibonacci Retracement แล้วลากระหว่างจุดอ้างอิง ตรวจว่าทิศทางสอดคล้องกับช่วงขึ้นหรือลงที่ต้องการวัด
- เปิดคุณสมบัติวัตถุ ตรวจวันเวลาและค่าราคาของจุดเริ่ม–จุดจบใน Parameters
- ตรวจตำแหน่ง 0% และ 100% บนกราฟ และเทียบ 38.2% กับสูตรข้างต้น หากกลับด้านให้แก้จุดอ้างอิง ไม่ใช้เส้นที่ผิดทิศ
- ใน Levels เลือกระดับที่ต้องการ สามารถใส่ (%$) ใน Description เพื่อแสดงราคาของระดับตามคู่มือ MT5 แล้วบันทึกภาพก่อนราคากลับมาทดสอบ

ถ้าราคาทำจุดสูงหรือต่ำใหม่ ต้องมีกฎว่าจะอัปเดตเส้นเมื่อไร เก็บจุดเดิมและเวลาไว้เพื่อไม่ให้ผลทดสอบใช้จุดที่เพิ่งรู้ภายหลัง
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด
เลือก Swing ต่างกัน ระดับ Fibonacci ต่างกัน
จุดต่ำ A = 100 → สูง 120
ย่อ 38.2%: 112.36
ย่อ 50%: 110.00
ย่อ 61.8%: 107.64
จุดต่ำ B = 108 → สูง 120
ย่อ 38.2%: 115.42
ย่อ 50%: 114.00
ย่อ 61.8%: 112.58
ตัวอย่างสมมติใช้ระดับ = จุดสูง − (ช่วงสูง–ต่ำ × สัดส่วนย่อ) วัดการย่อลงจากจุดสูง เลือก Swing ตามกฎและเวลายืนยันที่กำหนดไว้ ไม่เลือกเส้นที่เข้ากับผลย้อนหลัง ภาพไม่ได้ยืนยันว่าทั้งสองจุดเหมาะเท่ากัน
ระดับที่ได้ขึ้นกับจุดที่คุณเลือกลาก
ข้อมูลราคาชุดเดียวกัน — แต่เลือกจุดเริ่มต่างกัน ได้ระดับคนละชุด
แม้ทั้งคู่เป็นจุดต่ำที่ระบุได้ แต่จะเลือกจุดใดต้องขึ้นกับกฎเลือก Swing และเวลายืนยันที่กำหนดไว้ ไม่ได้แปลว่าเหมาะสมเท่ากันโดยอัตโนมัติ
ผลที่ตามมา: ผู้เทรดสองคนที่ดูกราฟเดียวกัน อาจได้ระดับที่ไม่ตรงกันเลย
จึงไม่ควรสมมติว่าผู้เทรดทุกคนเฝ้าระดับเดียวกันจากชื่อ Fibonacci เพียงอย่างเดียว
แต่การเลือกจุดต่างกันก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าไม่มีใครใช้ระดับซ้อนกัน ต้องมีข้อมูลเพิ่มหากจะอ้างพฤติกรรมร่วม
คำอธิบายที่มักถูกใช้ และข้อจำกัดของมัน
| คำอธิบายที่ได้ยินบ่อย | ข้อจำกัด |
|---|---|
| “สัดส่วนนี้พบในธรรมชาติ” | ไม่ใช่เหตุผลที่ราคาต้องทำตาม |
| “คนจำนวนมากเฝ้าดูระดับนี้” | แต่ละคนลากจากจุดคนละจุด ระดับจึงไม่ตรงกัน |
| “ราคามักย่อมาที่ระดับเหล่านี้” | จำนวนระดับและระยะที่นับว่าใกล้มีผลต่อโอกาสตรงโดยบังเอิญ ต้องกำหนดก่อนทดสอบ |
ระดับ 38.2% · 50% · 61.8% กระจายอยู่ทั่วช่วงกลางของการเคลื่อนไหว
การผ่านระดับไม่ได้เท่ากับการกลับตัวหรือทำกำไร และยิ่งยอมให้ระยะใกล้กว้างก็ยิ่งจับคู่เหตุการณ์ได้ง่าย
การที่ราคา “หยุดที่ Fibonacci” จึงไม่ได้เป็นหลักฐานที่หนักแน่นเท่าที่ดูเหมือน
📖 Confirmation Bias ทำให้เราจำครั้งที่ตรงและลืมครั้งที่ไม่ตรง
วิธีใช้ที่สอดคล้องกับข้อจำกัด
- กำหนดเกณฑ์การเลือกจุดลากไว้ล่วงหน้า — เช่นใช้จุดสูงสุดและต่ำสุดของโครงสร้างล่าสุดเสมอ
- เลือกระดับและระยะที่ยอมรับให้ชัด จำนวนมากเพิ่มทางเลือกและภาระทดสอบ แต่ไม่ได้แปลว่ายิ่งน้อยยิ่งดีที่สุดเสมอ
- ระบุบทบาทว่าเป็นระดับรอหรือเงื่อนไขใด แล้วทดสอบร่วมกับกฎเข้าออกทั้งหมด
- หากใช้ร่วมกับ แนวจากโครงสร้างราคา ให้ระบุระยะที่ถือว่าซ้อนและทดสอบว่าช่วยจริงหรือไม่
ถ้าไม่มีเกณฑ์การเลือกจุด — คุณจะเลือกจุดที่ให้ระดับตรงกับที่คุณอยากเห็น โดยไม่รู้ตัว
และผลที่ได้จะไม่ใช่ผลของ Fibonacci แต่เป็นผลของการเลือกจุดของคุณ
ตัวอย่างเกณฑ์: เลือก Swing ที่ยืนยันแล้วใน Timeframe ที่กำหนด ระบุว่าจะใช้ High/Low หรือ Body หากใช้ ATR เป็นส่วนหนึ่งก็ต้องกำหนดค่า แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกระบบ
การซ้อนกับโครงสร้างเป็นเงื่อนไขที่ทดสอบได้ แต่ข้อมูลมาจากราคาเดียวกัน จึงไม่ใช่หลักฐานอิสระที่ทำให้แม่นขึ้นอัตโนมัติ
สิ่งที่เว็บไซต์นี้ไม่ระบุ
เพราะคำตอบขึ้นกับเกณฑ์ที่ใช้เลือกจุดลาก ซึ่งต่างกันในแต่ละคน
สิ่งที่ระบุได้: ถ้าไม่มีเกณฑ์ที่เขียนไว้ล่วงหน้า — ผลที่ได้จะทดสอบไม่ได้
วิธีหาคำตอบสำหรับตัวคุณเอง: เขียนเกณฑ์ → มาร์คระดับล่วงหน้า → บันทึกว่าเกิดอะไรทุกครั้ง → นับสัดส่วน
แล้วทองคำล่ะ
จำนวน Swing ขึ้นกับเกณฑ์และ Timeframe ไม่ใช่ชื่อสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว ดอลลาร์ของทองเทียบกับ pips คู่เงินตรง ๆ ไม่ได้
ผลคือ การเลือกจุดต่างกันเล็กน้อย ทำให้ระดับต่างกันเป็นดอลลาร์ที่มากพอจะเปลี่ยนผลของไม้ได้
สิ่งที่ต้องทำ: กำหนด Swing เวลาอ้างอิง และหน่วยราคา ถ้าใช้ ATR ให้ใช้ข้อมูลของ XAU/USD ที่รู้แล้ว ไม่เปลี่ยนจุดลากเพื่อให้ตรงผลภายหลัง
คำถามที่พบบ่อย
Fibonacci ใช้ได้จริงไหม?
เว็บไซต์นี้ไม่ยืนยันว่าวิธีใดได้ผล — สิ่งที่ระบุได้คือถ้าไม่มีเกณฑ์เลือกจุดที่ชัดเจน ผลจะทดสอบไม่ได้
ควรใช้ระดับไหนบ้าง?
เลือกระดับที่มีบทบาทชัดในกฎ และทดสอบโดยไม่เลือกรายการย้อนหลังจากผลที่ชนะ จำนวนระดับอย่างเดียวไม่บอกว่าดีกว่า
ทำไมคนถึงบอกว่า 61.8% สำคัญที่สุด?
เป็นระดับที่มาจากสัดส่วนในลำดับตัวเลขนั้นโดยตรง — แต่นั่นเป็นเหตุผลทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่หลักฐานว่าราคาตอบสนองต่อระดับนั้น
ใช้ร่วมกับโครงสร้างราคาได้ไหม?
ได้ แต่ต้องกำหนดจุดและระยะที่ถือว่าซ้อนล่วงหน้า แล้วทดสอบผล ไม่รับประกันว่าการรวมเครื่องมือดีกว่า
สรุป
2. ระดับ 50% เป็นกึ่งกลางตามธรรมเนียม ไม่ใช่อัตราส่วนลิมิตแบบ 61.8%
3. การผ่านใกล้ระดับไม่เท่ากับการตอบสนองที่สร้างกำไร
4. ต้องมีเกณฑ์เลือกจุดที่เขียนไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นทดสอบไม่ได้
5. ทดสอบกฎเข้าออกและต้นทุน ไม่ใช้รูปที่ตรงเพียงไม่กี่ภาพยืนยันผล
อ่านต่อ
แหล่งอ้างอิง
MetaQuotes: Fibonacci Retracement — จุดอ้างอิง Levels และ Parameters ส่วนตัวอย่างราคาในบทคำนวณจากสูตรการย่อที่แสดงไว้
- สัดส่วนที่ใช้ใน Fibonacci Retracement คำนวณจากลำดับตัวเลขทางคณิตศาสตร์ซึ่งตรวจสอบได้ ส่วน 50% เป็นระดับกึ่งกลางที่ใช้ตามธรรมเนียม บทความนี้ไม่ได้มีผลทดสอบรับรองว่ากฎ Fibonacci ใดให้ผลตอบแทนเหนือตลาด บทความนี้ไม่ระบุอัตราความแม่นยำเพราะขึ้นกับเกณฑ์ที่ใช้เลือกจุดลาก ภาพประกอบเป็นภาพจำลอง
📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 9: Technical Analysis และ Market Structure
📚 บทความถัดไป
Chart Patterns
คุณคำนวณและตั้งระดับ Fibonacci โดยรู้ข้อจำกัดของจุดอ้างอิงแล้ว
บทสุดท้ายในชุดนี้ศึกษา Chart Patterns ตั้งแต่รูปแบบหลัก เกณฑ์ยืนยัน และการบันทึกกรณีที่ไม่สำเร็จ
Share This Story, Choose Your Platform!
โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์
ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส
โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ
บทความในหมวด บทเรียนที่ 10: Indicator 🎯 เมื่อเรียนบทเรี […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 9: Technical Analysis 🎯 เมื่อเร […]


