บทความที่ 2 / 3 ในบทนี้

เหลืออีก 1 บทความ

บทนี้ช่วยให้คุณ

ตรวจสอบข้อมูล ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2569

ภาษีคริปโตไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำถามว่า “ปีนี้เทรดได้กำไรเท่าไร” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่าเงินได้นั้นเกิดจากอะไร ทำธุรกรรมผ่านช่องทางใด และได้รับเงินได้ในช่วงเวลาไหน

สำหรับบุคคลธรรมดา กฎหมายกำหนดให้ กำไรจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลที่เข้าเงื่อนไข ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ในช่วงวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572 โดยครอบคลุมธุรกรรมในศูนย์ซื้อขาย ผ่านนายหน้าซื้อขาย หรือโอนให้ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย ตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 399. [1]

อย่างไรก็ตาม การยกเว้นนี้ไม่ได้หมายความว่าเงินได้ทุกอย่างที่รับเป็นคริปโตจะปลอดภาษี ค่าจ้าง รางวัล และผลตอบแทนจากการนำเหรียญไปใช้งานต้องพิจารณาแยกจากกำไรในการขายเหรียญ

บทความนี้อธิบายหลักสำหรับ ผู้มีเงินได้ที่เป็นบุคคลธรรมดา เพื่อช่วยให้แยกประเภทรายได้และเตรียมข้อมูลได้ถูกต้อง ไม่ครอบคลุมรายละเอียดภาษีของบริษัทหรือภาษีทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ก่อนคำนวณภาษี ให้แยกรายการคริปโตออกจากกัน

เมื่อเปิดประวัติธุรกรรม คุณอาจเห็นทั้งเงินฝาก การซื้อขาย การรับรางวัล และการย้ายเหรียญอยู่ในรายงานเดียวกัน แต่รายการเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายทางภาษีเหมือนกัน

ลองเริ่มจากคำถามสามข้อ:

  1. เหรียญได้มาอย่างไร — ซื้อด้วยเงินของตัวเอง รับเป็นค่าจ้าง หรือได้รับเป็นผลตอบแทน
  2. เกิดอะไรขึ้นกับเหรียญ — ยังถืออยู่ ขาย แลกเป็นเหรียญอื่น หรือเพียงย้ายกระเป๋า
  3. ทำธุรกรรมที่ไหนและเมื่อไร — ข้อมูลนี้ช่วยตรวจว่ารายการนั้นอยู่ในเงื่อนไขยกเว้นหรือเกี่ยวข้องกับเงินได้ต่างประเทศหรือไม่

การแยกข้อมูลตั้งแต่ต้นช่วยลดความผิดพลาด เช่น นับเงินต้นเป็นกำไร หรือนำค่าจ้างที่รับเป็นเหรียญไปปะปนกับกำไรจากการซื้อขาย

กำไรคริปโตแบบไหนได้รับยกเว้นภาษีช่วงปี 2568–2572

แผนภาพสรุปหลักเกณฑ์ภาษีคริปโตสำหรับคนไทย เงื่อนไขการยกเว้นภาษีปี 2568-2572 และประเภทรายได้ที่ต้องนำไปยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 โดย ThaiFX
ภาพประกอบ: สรุปผังการพิจารณาภาษีคริปโตบุคคลธรรมดาและการใช้สิทธิยกเว้นตามกฎหมายไทย

กฎกระทรวง ฉบับที่ 399 เพิ่มข้อยกเว้นไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2 (109) สำหรับผลประโยชน์จากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล เฉพาะส่วนที่มีมูลค่าเกินกว่าที่ลงทุน โดยธุรกรรมต้องอยู่ในช่องทางที่กำหนด ได้แก่

  • ทำใน ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย
  • ทำผ่าน นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย
  • โอนให้ ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย

ช่วงเวลาที่กฎหมายระบุคือเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572. [2]

เวลาใช้สิทธิ จึงควรตรวจทั้งชื่อบริษัท ประเภทใบอนุญาต และช่องทางที่ทำธุรกรรมจริง การมีแอปภาษาไทยหรือรับฝากเงินบาทเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักฐานว่าธุรกรรมเข้าเงื่อนไขดังกล่าว

ตัวอย่าง: ขายเหรียญได้กำไรในช่องทางที่เข้าเงื่อนไข

สมมติว่าบุคคลธรรมดาซื้อเหรียญเพื่อการลงทุนด้วยเงิน 100,000 บาท และขายทั้งหมดได้ 130,000 บาทในปี 2569 โดยทำรายการในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย

เพื่อให้เห็นหลักการง่ายขึ้น ตัวอย่างนี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม:

รายการ จำนวนเงิน
เงินลงทุนซื้อเหรียญ 100,000 บาท
มูลค่าที่ขายได้ 130,000 บาท
กำไรจากการขาย 30,000 บาท

เมื่อข้อเท็จจริงครบตามเงื่อนไข กำไร 30,000 บาทเป็นเงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามมาตรการนี้ ส่วนยอดขาย 130,000 บาทไม่ได้เป็นกำไรทั้งหมด เพราะมีเงินต้นรวมอยู่ด้วย

ตัวอย่างนี้ใช้กับกำไรจากการลงทุนซื้อขายตามสมมติฐานข้างต้น ไม่ควรนำไปใช้แทนการวิเคราะห์ค่าจ้าง รายได้จากกิจการขุด หรือผลตอบแทนประเภทอื่น

รายได้ที่รับเป็นคริปโตต้องแยกจากกำไรในการขาย

การได้รับเหรียญอาจเป็นเหตุการณ์ทางภาษีหนึ่งครั้ง และการขายเหรียญในภายหลังอาจเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่ง จึงต้องเก็บข้อมูลทั้งวันที่รับและวันที่ขาย

ที่มาของเหรียญหรือรายได้ ประเด็นที่ต้องพิจารณา
เงินเดือนหรือค่าจ้างที่จ่ายเป็นคริปโต พิจารณาตามลักษณะงาน การรับเป็นเหรียญไม่ได้ทำให้ค่าตอบแทนจากงานกลายเป็นกำไรซื้อขาย
รางวัลหรือ Airdrop ตรวจเหตุที่ได้รับและเงื่อนไขของกิจกรรม ไม่ควรถือว่าเหรียญที่ได้มาโดยไม่ซื้อไม่มีประเด็นภาษี
ผลตอบแทนจาก Staking หรือการนำเหรียญไปหาประโยชน์ แยกผลตอบแทนที่ได้รับออกจากกำไรหรือขาดทุนเมื่อขายเหรียญนั้น
รายได้จากการขุด มีลักษณะและการพิจารณาต้นทุนต่างจากการซื้อเหรียญมาลงทุน

กรมสรรพากรอธิบายการจำแนกรายได้เหล่านี้ไว้ในคู่มือภาษีคริปโต โดยรายละเอียดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกิจกรรม. [5]

การนำเหรียญที่รับเป็นค่าจ้างหรือผลตอบแทนไปขายในช่องทางที่เข้าเงื่อนไข ไม่ได้ทำให้รายได้ตอนรับเหรียญได้รับยกเว้นย้อนหลังโดยอัตโนมัติ ต้องแยกพิจารณารายได้ตอนรับเหรียญกับผลต่างตอนขาย

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชื่อว่า Earn, Staking หรือ Reward ควรอ่านเงื่อนไขด้วยว่าเงินได้เกิดจากกิจกรรมใด ชื่อทางการตลาดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับจำแนกภาษี

ยังไม่ถอนเข้าธนาคาร ต้องพิจารณาภาษีหรือไม่

ต้องดูว่ามีธุรกรรมหรือได้รับรายได้แล้วหรือยัง ไม่ใช่ดูเฉพาะการถอนเงินบาทเข้าธนาคาร

กรณีซื้อเหรียญแล้วถือไว้ ราคาที่เพิ่มขึ้นบนหน้าจอยังไม่ใช่กำไรจากการขายที่เกิดขึ้นจริง แต่เมื่อขายหรือแลกเป็นเหรียญอื่น ต้องพิจารณาผลของรายการนั้น แม้ยังเก็บสินทรัพย์ไว้ในแพลตฟอร์มก็ตาม จากนั้นจึงตรวจต่อว่ามีข้อยกเว้นภาษีใดใช้ได้. [5]

ในทางกลับกัน การย้ายเหรียญระหว่างกระเป๋าที่คุณเป็นเจ้าของเอง โดยไม่มีการขาย แลกเปลี่ยน หรือรับผลตอบแทนเพิ่ม ไม่ควรถูกบันทึกเหมือนเป็นยอดขายเพียงเพราะมีรายการโอนบนบล็อกเชน

ดังนั้น ควรระบุในบันทึกให้ชัดว่าแต่ละรายการเป็น “ขาย” “แลก” “รับรายได้” หรือ “ย้ายระหว่างบัญชีของตัวเอง” พร้อมเก็บหลักฐานเชื่อมโยงต้นทางและปลายทาง

ภาษีคริปโต 15% หมายถึงอะไร

ตัวเลข 15% ที่พบในข้อมูลภาษีคริปโตเกี่ยวข้องกับ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้บางประเภทตามประมวลรัษฎากร ไม่ใช่อัตราภาษีสุดท้ายที่ใช้กับรายได้คริปโตทุกกรณี

สำหรับกำไรจากการโอนที่ไม่ได้รับยกเว้นและต้องนำมารวมคำนวณภาษี ผู้มีเงินได้ต้องคำนวณภาษีประจำปีตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยนำภาษีที่ถูกหักไว้มาพิจารณาเป็นเครดิตตามสิทธิ ไม่ใช่สรุปว่าเมื่อถูกหัก 15% แล้วภาระภาษีทุกอย่างสิ้นสุดลง. [3]

ลำดับที่ควรทำจึงเป็น จำแนกเงินได้ → ตรวจสิทธิยกเว้น → คำนวณภาษีสำหรับส่วนที่ต้องเสีย → ตรวจเครดิตภาษี ไม่ใช่นำกำไรทุกอย่างมาคูณ 15% ตั้งแต่แรก

ขาดทุนจากคริปโต นำไปหักภาษีได้หรือไม่

ไม่ควรนำผลขาดทุนทั้งหมดจากทุกแพลตฟอร์มมารวม แล้วหักจากเงินเดือนหรือรายได้อื่นทันที

กฎหมายมีหลักเกณฑ์เฉพาะเกี่ยวกับการนำผลขาดทุนมาหักกลบกำไรจากธุรกรรมในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต โดยต้องพิจารณาเงื่อนไขของธุรกรรมและปีภาษี. [2]

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 424 กำหนดเรื่องวิธีคำนวณและหลักฐานสำหรับสิทธิดังกล่าว รวมถึงการใช้วิธีทางบัญชีที่เลือกอย่างสม่ำเสมอตลอดปี และการยกต้นทุนสินทรัพย์คงเหลือไปปีถัดไป. [4]

สำหรับรายการที่กำไรได้รับยกเว้นตามมาตรการปี 2568–2572 อยู่แล้ว อย่าเข้าใจว่าผลขาดทุนจากรายการลักษณะเดียวกันจะกลายเป็นค่าลดหย่อนส่วนบุคคลที่นำไปหักเงินเดือนได้

ใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศ ต้องดูเรื่องอะไรเพิ่ม

ต้องแยกสองคำถามออกจากกัน:

  • ธุรกรรมนั้นเข้าเงื่อนไขยกเว้นกำไรจากการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่
  • เงินได้ดังกล่าวเป็นเงินได้จากแหล่งในประเทศไทยหรือต่างประเทศ

การใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเงินได้ทั้งหมดเป็นเงินได้จากต่างประเทศ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงของกิจกรรมและแหล่งเงินได้ร่วมด้วย โดยเงินได้จากแหล่งในประเทศไทยอาจอยู่ในบังคับภาษีไทยแม้จ่ายหรือรับไว้ต่างประเทศ. [9]

หากข้อเท็จจริงเข้าข่ายเงินได้จากต่างประเทศ แนวทางตามคำสั่ง ป.161/2566 และ ป.162/2566 ให้พิจารณาว่า:

  1. เงินได้นั้นเกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป หรือไม่
  2. ในปีที่เกิดเงินได้ คุณอยู่ในประเทศไทยรวม ตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป หรือไม่
  3. มีการนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีเดียวกันหรือปีต่อมาหรือไม่

เมื่อเข้าเงื่อนไข ต้องนำเงินได้ที่เกี่ยวข้องมารวมคำนวณในปีที่นำเข้าประเทศ โดยพิจารณาข้อยกเว้นและสิทธิตามกฎหมายประกอบด้วย การรอข้ามปีจึงไม่ได้ทำให้เงินได้หมดหน้าที่ทางภาษีโดยอัตโนมัติ. [6]

หากเสียภาษีในต่างประเทศไว้แล้ว อาจใช้เครดิตภาษีต่างประเทศได้ตามเงื่อนไขและอนุสัญญาภาษีซ้อนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่นำภาษีต่างประเทศทุกจำนวนมาหักได้เต็มจำนวนเสมอไป. [7]

สำหรับธุรกรรมหลายประเทศ ควรเตรียมประวัติการซื้อขายและเส้นทางเงินให้ครบก่อนขอคำวินิจฉัยหรือคำปรึกษาเฉพาะกรณี เพราะชื่อแพลตฟอร์มและยอดถอนเพียงสองอย่างยังอธิบายข้อเท็จจริงไม่ครบ

ต้องยื่นแบบภาษีอะไร และเมื่อไร

หน้าที่ยื่นแบบกับจำนวนภาษีที่ต้องชำระเป็นคนละเรื่อง การคำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องจ่าย ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องยื่นแบบเสมอไป

โดยทั่วไป หากมีเงินได้ที่ต้องแสดงรายการประเภทอื่นนอกเหนือจากเงินเดือนหรือค่าจ้างตามมาตรา 40 (1) จะพิจารณาใช้ ภ.ง.ด.90 ส่วนผู้มีเฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40 (1) ใช้ ภ.ง.ด.91 ตามเงื่อนไขของแบบ. [8]

กำหนดเวลาตามกฎหมายสำหรับการยื่นภาษีประจำปีคือภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ส่วนการขยายเวลาสำหรับการยื่นออนไลน์ต้องตรวจประกาศของรอบนั้น

นอกจากนี้ หากมีเงินได้ตามมาตรา 40 (5)–(8) ในช่วงมกราคมถึงมิถุนายนและเข้าเกณฑ์ อาจมีหน้าที่ยื่นภาษีครึ่งปีด้วย โดยกำหนดเวลาปกติอยู่ภายในเดือนกันยายน. [3]

จึงไม่ควรเลือกแบบจากคำว่า “มีคริปโต” เพียงอย่างเดียว ต้องดูประเภทของเงินได้ที่ต้องนำมาแสดงรายการ รวมถึงรายได้อื่นของคุณด้วย

เอกสารที่ควรเก็บตั้งแต่เริ่มทำธุรกรรม

แม้คาดว่ากำไรจะได้รับยกเว้น การมีหลักฐานครบยังช่วยอธิบายที่มาของเงินและตรวจความถูกต้องของรายการได้

ควรจัดเก็บข้อมูลต่อไปนี้:

  • ประวัติซื้อ ขาย และแลกเปลี่ยนที่ส่งออกจากแต่ละแพลตฟอร์ม
  • วันเวลา ชนิดเหรียญ จำนวนหน่วย และมูลค่าเป็นเงินบาท
  • ต้นทุนซื้อและค่าธรรมเนียม พร้อมหลักฐานประกอบ
  • รายการรับค่าจ้าง รางวัล หรือผลตอบแทน แยกจากรายการซื้อขาย
  • ประวัติฝากถอนและหมายเลขธุรกรรมบนบล็อกเชน
  • หลักฐานว่าบัญชีหรือกระเป๋าที่โอนระหว่างกันเป็นของคุณเอง
  • หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย และหลักฐานภาษีต่างประเทศถ้ามี
  • ข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจและช่องทางที่ใช้ทำรายการเพื่อประกอบการตรวจสิทธิยกเว้น

รายการหลักเกี่ยวกับเหรียญ วันเวลา ประเภทธุรกรรม มูลค่าเงินบาท ค่าธรรมเนียม และต้นทุน สอดคล้องกับข้อมูลที่ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 424 กำหนดสำหรับการใช้สิทธิที่ประกาศนั้นครอบคลุม ส่วนเอกสารอื่นในรายการข้างต้นเป็นข้อเสนอแนะเพื่อให้ตรวจสอบธุรกรรมได้ครบขึ้น. [4]

อย่าใช้เพียงยอดเงินที่เหลือปลายปีแทนประวัติทั้งหมด เพราะยอดคงเหลือไม่บอกว่าเงินส่วนใดเป็นเงินต้น กำไร ค่าจ้าง หรือเงินที่ย้ายมาจากบัญชีอื่น

เช็กความเข้าใจก่อนจบบท

ก่อนเตรียมยื่นภาษี ลองตรวจว่าคุณตอบคำถามเหล่านี้ได้หรือยัง:

  • แยกกำไรจากการขายออกจากค่าจ้างและผลตอบแทนที่รับเป็นเหรียญได้หรือไม่
  • ตรวจได้หรือไม่ว่ารายการที่ขอยกเว้นทำผ่านช่องทางและอยู่ในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • มีข้อมูลต้นทุนและค่าธรรมเนียมรองรับหรือไม่
  • แยกรายการขายออกจากการย้ายเหรียญระหว่างกระเป๋าของตัวเองแล้วหรือยัง
  • หากเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ มีข้อมูลปีที่เกิดเงินได้ ระยะเวลาที่อยู่ไทย และการนำเงินเข้าประเทศหรือไม่
  • ตรวจหน้าที่ยื่นแบบจากรายได้ทั้งหมดแล้วหรือยัง

เมื่อแยกรายการเหล่านี้ได้ การตรวจภาษีจะเริ่มจากข้อเท็จจริงของคุณเอง แทนการใช้คำตอบเดียวกับธุรกรรมคริปโตทุกประเภท

อ่านต่อในบทความที่ 3 ของบทนี้: ช่องทางลงทุนคริปโตสำหรับคนไทยต่างกันอย่างไร หรือกลับไปที่ สารบัญเส้นทางความรู้คริปโต

แหล่งอ้างอิง

  1. กฎกระทรวง ฉบับที่ 399 พ.ศ. 2568 — กฎหมายยกเว้นกำไรจากการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลตามเงื่อนไขช่วงปี 2568–2572
  2. กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ฉบับรวมแก้ไข — ตรวจข้อ 2 (104) และ (109)
  3. ประมวลรัษฎากร มาตรา 38–64 — ประเภทเงินได้ แหล่งเงินได้ การคำนวณภาษี การหัก ณ ที่จ่าย และหน้าที่ยื่นแบบ
  4. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 424 — วิธีคำนวณและหลักฐานสำหรับสิทธิหักกลบผลขาดทุนตามขอบเขตของประกาศ
  5. คู่มือภาษีคริปโตของกรมสรรพากร — ใช้ประกอบการจำแนกรายได้และลักษณะธุรกรรม คู่มือนี้จัดทำก่อนมาตรการยกเว้นปี 2568–2572 จึงต้องอ่านร่วมกับกฎหมายใหม่
  6. คำถาม–คำตอบเรื่องเงินได้ต่างประเทศตามมาตรา 41 วรรคสอง — แนวทางตามคำสั่ง ป.161 และ ป.162
  7. คู่มือเครดิตภาษีเงินได้จากต่างประเทศ — เงื่อนไขและแนวทางใช้เครดิตภาษีต่างประเทศ
  8. คำแนะนำการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ปีภาษี 2568 — ใช้ประกอบคำอธิบายเรื่องแบบภาษี โดยการยื่นจริงต้องใช้แบบของปีภาษีนั้น
  9. กรมสรรพากร — แหล่งเงินได้ในประเทศและต่างประเทศ — ใช้ประกอบหลักแหล่งเงินได้ในประเทศ ส่วนเงินได้ต่างประเทศให้อ่านร่วมกับแนวทาง ป.161 และ ป.162 ในแหล่งอ้างอิงที่ 6

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี

เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้

ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

รู้จักแต่ละโบรกเกอร์

อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ

ดูรีวิวโบรกเกอร์ →

เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน

เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ →

บทความที่เกี่ยวข้อง