เหลืออีก 2 บทความ
บทนี้ช่วยให้คุณ
ก่อนซื้อคริปโต หลายคนตรวจราคา ค่าธรรมเนียม และวิธีถอนเหรียญเรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีอีกเรื่องที่ควรตรวจให้ชัด คือ บริษัทที่เรากำลังจะใช้บริการเป็นใคร และได้รับอนุญาตให้ทำอะไรในประเทศไทย
แพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียง มีเมนูภาษาไทย หรือเปิดให้สมัครบัญชีได้ ไม่ได้หมายความว่าบริการนั้นได้รับอนุญาตในไทยแล้ว ขณะเดียวกัน การมีใบอนุญาตก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ลงทุนจะไม่ขาดทุน
บทนี้จะช่วยให้คุณแยกเรื่องเหล่านี้ออกจากกัน และตรวจสอบข้อมูลสำคัญก่อนเปิดบัญชี โอนเงิน หรือฝากสินทรัพย์ไว้กับผู้ให้บริการ
*ตรวจสอบข้อมูลสำหรับบทความ ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 กฎและสถานะของผู้ให้บริการอาจเปลี่ยนแปลง จึงควรตรวจจากหน่วยงานทางการอีกครั้งก่อนใช้บริการ*
กฎคริปโตในไทยต้องแยกดูตามกิจกรรม
คำถามว่า “คริปโตถูกกฎหมายในไทยหรือไม่” กว้างเกินกว่าจะใช้ตัดสินใจเลือกบริการ เพราะการซื้อเหรียญ การรับซื้อขายให้ผู้อื่น การรับฝากสินทรัพย์ และการนำคริปโตไปใช้ชำระค่าสินค้า เป็นกิจกรรมที่มีเงื่อนไขต่างกัน
สำหรับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ประเทศไทยมีพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นกรอบสำคัญ โดยธุรกิจที่เข้าข่ายต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย และอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์กำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ตรวจเอกสารได้จากหน้ากฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของ ก.ล.ต. [1]
สำหรับผู้เริ่มต้น วิธีพิจารณาที่ใช้งานได้จริงคือแยกเป็นสามคำถาม
| คำถาม | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|
| เรากำลังทำธุรกรรมกับใคร | ชื่อนิติบุคคลและช่องทางติดต่อจริง |
| บริษัทนั้นได้รับอนุญาตให้ทำอะไร | ประเภทใบอนุญาตและสถานะปัจจุบัน |
| บริการที่เราจะใช้คืออะไร | ซื้อขาย รับฝาก ให้คำแนะนำ จัดการเงินลงทุน หรือบริการอื่น |
การตอบได้เพียงว่า “บริษัทนี้มีใบอนุญาต” จึงยังไม่พอ ต้องตรวจต่อว่าบริการที่กำลังเสนออยู่ตรงกับขอบเขตที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
ใบอนุญาตสินทรัพย์ดิจิทัลมีหลายประเภท
ผู้ให้บริการคริปโตไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกันทั้งหมด บางรายจัดระบบให้ผู้ซื้อกับผู้ขายส่งคำสั่งเข้ามาพบกัน บางรายเป็นตัวกลางดำเนินการซื้อขายให้ลูกค้า และบางรายซื้อขายกับลูกค้าโดยตรง
ตัวอย่างประเภทใบอนุญาตที่ควรรู้จัก ได้แก่
| ประเภทธุรกิจ | หน้าที่โดยสรุป |
|---|---|
| ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Exchange | เป็นศูนย์กลางหรือจัดระบบสำหรับซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล |
| นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Broker | เป็นนายหน้าหรือตัวแทนในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนให้ผู้อื่น |
| ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Dealer | ซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนในนามของตนเองเป็นทางค้าปกตินอกศูนย์ซื้อขาย |
| ที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล | ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลตามขอบเขตของธุรกิจ |
| ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล | จัดการเงินทุนให้ผู้อื่นเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล |
| ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล | ให้บริการรับฝากหรือดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลตามนิยามและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด |
ตารางนี้อธิบายหน้าที่อย่างย่อ ส่วนการพิจารณาว่ากิจกรรมใดเข้าข่ายธุรกิจประเภทใดต้องดูนิยามและข้อยกเว้นในกฎหมายประกอบ ก.ล.ต. อธิบายประเภทใบอนุญาตไว้ในข้อมูลการปรับปรุงหลักเกณฑ์การขอรับใบอนุญาตธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล [2]
ตัวอย่างเช่น หากบริษัทได้รับอนุญาตให้เป็นศูนย์ซื้อขาย คุณไม่ควรสรุปต่อเองว่าบริษัทนั้นสามารถรับเงินไปบริหารการลงทุนให้คุณได้ด้วย ควรตรวจใบอนุญาตและเงื่อนไขของบริการที่เสนอแยกต่างหาก
วิธีตรวจผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี

เริ่มจากข้อมูลของหน่วยงานกำกับ แล้วจึงเข้าเว็บไซต์ของบริษัท วิธีนี้ช่วยลดโอกาสหลงเข้าเว็บไซต์ปลอมที่ใช้ชื่อหรือโลโก้คล้ายบริษัทจริง
1. ตรวจชื่อนิติบุคคลให้ตรง
ค้นหาผู้ให้บริการผ่าน SEC Check First หรือรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล [3] [4]
เปรียบเทียบชื่อบริษัทในระบบกับชื่อที่ปรากฏในข้อตกลงการใช้บริการ ไม่ควรดูเฉพาะชื่อแบรนด์ เพราะแบรนด์เดียวอาจมีบริษัทหลายแห่งให้บริการในคนละประเทศ
ถ้าบริษัทที่เป็นคู่สัญญาของคุณเป็นคนละนิติบุคคลกับบริษัทที่พบในรายชื่อ ต้องตรวจต่อให้ชัดก่อนโอนเงิน
2. ตรวจประเภทใบอนุญาตและสถานะปัจจุบัน
ดูว่าบริษัทได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจประเภทใด รวมถึงหมายเหตุเกี่ยวกับการเริ่มให้บริการ การระงับบริการ หรือข้อจำกัดที่เกี่ยวข้อง
ภาพใบอนุญาตเก่าในโฆษณาไม่สามารถใช้แทนการตรวจสถานะปัจจุบันได้
3. ตรวจเว็บไซต์และแอปที่ใช้จริง
เปรียบเทียบชื่อโดเมนและช่องทางติดต่อกับข้อมูลจากแหล่งทางการ ระวังลิงก์ที่ส่งผ่านแชต โฆษณา หรือบัญชีโซเชียลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่
ก.ล.ต. เคยเตือนกรณีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาต จึงควรตรวจทั้งตัวบริษัทและช่องทางที่กำลังติดต่ออยู่ ตามคำเตือนเรื่องการแอบอ้างผู้ประกอบธุรกิจของ ก.ล.ต. [5]
4. ตรวจรายชื่อเตือนภัยเพิ่มเติม
ใช้ Investor Alert ของ ก.ล.ต. ตรวจบุคคล เว็บไซต์ หรือบริการที่มีข้อมูลเตือนภัย [6]
การไม่พบชื่อในรายการเตือนภัย ไม่ได้ยืนยันว่าบริการนั้นได้รับอนุญาต หลักฐานเรื่องใบอนุญาตต้องตรวจจากระบบรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตโดยตรง
มีใบอนุญาตแล้ว เงินลงทุนปลอดภัยแค่ไหน
ใบอนุญาตเป็นข้อมูลสำคัญในการเลือกผู้ให้บริการ แต่ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงของสินทรัพย์หายไป
คุณยังต้องพิจารณาราคาที่ผันผวน สภาพคล่อง ความเสี่ยงของเหรียญ และเงื่อนไขการฝากถอน เช่น เหรียญที่ซื้อรองรับการถอนหรือไม่ ใช้เครือข่ายใด และมีค่าธรรมเนียมเท่าไร
อีกเรื่องที่ควรแยกให้ชัดคือ คริปโตที่ฝากไว้กับแพลตฟอร์มไม่ใช่เงินฝากธนาคารที่ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก โดยสถาบันคุ้มครองเงินฝากระบุคริปโทเคอร์เรนซีไว้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง ตรวจได้จากรายการผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง [7]
ดังนั้น ก่อนฝากสินทรัพย์ ควรอ่านให้เข้าใจว่าใครเป็นผู้เก็บรักษา คุณมีสิทธิถอนอย่างไร และบริษัทมีขั้นตอนจัดการข้อร้องเรียนอย่างไร
คำโฆษณาว่า “อยู่ภายใต้การกำกับดูแล” ไม่ควรถูกตีความเป็น “รัฐรับประกันเงินต้นหรือผลตอบแทน”
แพลตฟอร์มต่างประเทศต้องตรวจอะไรเพิ่ม
การมีใบอนุญาตในต่างประเทศไม่ได้ใช้แทนการได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยอัตโนมัติ และการสมัครบัญชีสำเร็จก็ไม่ได้ยืนยันสถานะดังกล่าว
กฎหมายที่แก้ไขในปี 2568 กำหนดลักษณะของการให้บริการแก่บุคคลในประเทศไทยไว้ เช่น ผู้ประกอบธุรกิจจัดให้มีการแสดงผลเป็นภาษาไทย หรือกำหนดให้ชำระเงินเป็นเงินบาท ทั้งนี้ ต้องพิจารณาตามรายละเอียดของกฎหมาย ไม่ใช่ดูเพียงที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท ตามคำอธิบายกฎหมายที่มีผลใช้บังคับวันที่ 13 เมษายน 2568 ของ ก.ล.ต. [8]
ความเสี่ยงที่ผู้ใช้ควรรู้คือ แพลตฟอร์มที่ให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจถูกปิดกั้นการเข้าถึง ซึ่งอาจกระทบการจัดการบัญชีและทรัพย์สิน ก.ล.ต. ยังมีประกาศเกี่ยวกับการปิดกั้นแพลตฟอร์มในปี 2569 เช่น ประกาศเตือนผู้ใช้บริการก่อนปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์ม [9]
ก่อนใช้บริการ จึงควรตรวจให้ได้ว่า
- บริษัทใดเป็นคู่สัญญากับคุณ
- บริษัทนั้นมีสถานะอย่างไรในประเทศไทย
- หากมีปัญหา ต้องร้องเรียนหรือติดต่อหน่วยงานใด
- มีข้อจำกัดในการให้บริการแก่ผู้ใช้ในไทยหรือไม่
อย่าใช้เหตุผลว่า “คนอื่นยังใช้อยู่” หรือ “เว็บไซต์ยังเปิดได้” แทนการตรวจข้อมูลเหล่านี้
ซื้อขายคริปโตกับใช้คริปโตจ่ายค่าสินค้า เป็นคนละเรื่อง
การมีระบบซื้อขายคริปโตภายใต้การกำกับดูแล ไม่ได้หมายความว่าผู้ให้บริการสามารถนำคริปโตไปใช้เป็นช่องทางชำระค่าสินค้าได้ทั่วไป
ก.ล.ต. มีหลักเกณฑ์ให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องไม่มีลักษณะสนับสนุนการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสื่อกลางชำระค่าสินค้าหรือบริการ หรือ Means of Payment โดยการปรับปรุงที่มีผลวันที่ 6 กันยายน 2567 ครอบคลุมธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทุกประเภทในขณะนั้น และมีเงื่อนไขรองรับการทดสอบบางกรณี อ่านได้จากหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ Means of Payment ของ ก.ล.ต. [10]
ขอบเขตของหลักเกณฑ์นี้เกี่ยวกับการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจ จึงไม่ควรนำไปสรุปว่าการถือคริปโตทุกกรณีเป็นสิ่งต้องห้าม
หากเห็นข่าวโครงการทดลอง ควรอ่านต่อว่าเปิดให้ใครใช้ และชำระเงินจริงด้วยอะไร ตัวอย่างเช่น TouristDigiPay เป็นโครงการทดสอบให้นักท่องเที่ยวต่างชาตินำสินทรัพย์ดิจิทัลมาเปลี่ยนเป็นเงินบาท แล้วใช้จ่ายผ่านระบบ e-money ภายใต้เงื่อนไขของโครงการ ไม่ใช่การเปิดให้ทุกคนจ่ายคริปโตโดยตรงได้ทุกแห่ง ตามรายละเอียดโครงการ TouristDigiPay ของ ก.ล.ต. [11]
ทำไมผู้ให้บริการจึงขอข้อมูลยืนยันตัวตน
การเปิดบัญชีอาจมีขั้นตอนยืนยันตัวตน หรือ KYC ซึ่งย่อมาจาก Know Your Customer รวมถึงการขอข้อมูลอาชีพ รายได้ แหล่งที่มาของเงิน และวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรม
ข้อมูลเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบธุรกรรม ผู้ให้บริการอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมระหว่างใช้งานได้ ไม่ได้ตรวจเฉพาะวันเปิดบัญชีเท่านั้น แนวทางของ ก.ล.ต. ระบุทั้งการประเมินข้อมูลก่อนเริ่มให้บริการและการติดตามความสอดคล้องของธุรกรรมกับข้อมูลลูกค้าไว้ในแนวทางการรวบรวมและประเมินข้อมูลของลูกค้า [12]
ในทางปฏิบัติ ควรส่งเอกสารผ่านช่องทางทางการที่ตรวจสอบแล้ว และอ่านว่าบริษัทขอข้อมูลเพื่ออะไร หากได้รับข้อความขอเอกสารจากบัญชีที่ไม่รู้จัก ให้ติดต่อบริษัทผ่านช่องทางที่ค้นหาเองก่อน
นอกจากนี้ ควรใช้บัญชีของตนเองและเก็บหลักฐานธุรกรรมไว้ ไม่เปิดบัญชีหรือยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเพื่อรับส่งเงินหรือคริปโตแทนโดยไม่ทราบที่มา กฎหมายมีมาตรการเกี่ยวกับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามคำอธิบายมาตรการของ ก.ล.ต. [8]
การรับแลกเหรียญให้ผู้อื่นอาจเกี่ยวกับใบอนุญาตด้วย
ผู้ที่เริ่มจากซื้อขายให้ตนเอง อาจได้รับการชักชวนให้รับแลกเหรียญให้คนอื่น เช่น รับเงินบาทแล้วส่งคริปโตให้ หรือรับคริปโตมาแล้วโอนเงินบาทกลับ
อย่าสรุปว่าการทำผ่านแชตหรือไม่ได้เปิดเว็บไซต์จะอยู่นอกกฎเสมอไป หากลักษณะการให้บริการเข้าข่ายประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล อาจต้องได้รับใบอนุญาต
ก.ล.ต. มีคำเตือนเกี่ยวกับการให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลนอกศูนย์ซื้อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงความเสี่ยงจากการรับส่งทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงหรือฟอกเงิน ตามคำเตือนเรื่องการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต [13]
การพิจารณาต้องดูข้อเท็จจริงของกิจกรรมนั้น จึงไม่ควรเหมารวมว่าการโอนเหรียญระหว่างบุคคลทุกครั้งเป็นการประกอบธุรกิจ แต่ถ้าคุณกำลังจะเปิดรับแลกเหรียญเป็นบริการ ควรตรวจข้อกำหนดก่อนเริ่มดำเนินการ
เตรียมข้อมูลภาษีตั้งแต่เริ่มทำธุรกรรม
สถานะใบอนุญาตของผู้ให้บริการกับหน้าที่ทางภาษีของผู้ลงทุนเป็นคนละประเด็น การเลือกแพลตฟอร์มจึงไม่ควรจบที่คำถามว่าได้รับอนุญาตหรือไม่เท่านั้น
สิ่งที่เตรียมได้ตั้งแต่ต้นคือเก็บประวัติการซื้อขาย การฝากถอน ค่าธรรมเนียม และรายการโอนระหว่างกระเป๋าของตนเองให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ โดยบันทึกวันเวลา จำนวนเหรียญ มูลค่า และรหัสธุรกรรมเมื่อมี
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แยกได้ว่าแต่ละรายการเกิดจากอะไร และใช้ประกอบการตรวจเงื่อนไขภาษีของปีที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดเรื่องประเภทเงินได้และสิทธิยกเว้นจะอยู่ในบทความถัดไป “ภาษีคริปโตสำหรับคนไทย”
เช็กลิสต์ก่อนโอนเงินเข้าผู้ให้บริการ
ก่อนเริ่มใช้เงินจริง ลองตรวจว่าคุณตอบคำถามเหล่านี้ได้ครบหรือยัง
- รู้ชื่อบริษัทที่เป็นคู่สัญญา ไม่ใช่รู้เพียงชื่อแอป
- ตรวจประเภทใบอนุญาตและสถานะล่าสุดจาก ก.ล.ต. แล้ว
- เว็บไซต์ แอป และช่องทางติดต่อเป็นของบริษัทจริง
- เข้าใจว่าบริการที่จะใช้มีเงื่อนไขอะไร และใครดูแลสินทรัพย์
- ตรวจวิธีถอน เครือข่ายที่รองรับ ค่าธรรมเนียม และข้อจำกัดแล้ว
- เข้าใจว่าใบอนุญาตไม่ได้รับประกันเงินต้น และคริปโตไม่ได้รับความคุ้มครองเงินฝาก
- รู้ช่องทางติดต่อเมื่อมีปัญหา และเก็บหลักฐานธุรกรรมได้
หากยังตรวจชื่อบริษัท สถานะ หรือช่องทางรับเงินไม่ได้ ควรหยุดหาข้อมูลให้ชัดก่อน การโอนเงินจำนวนเล็กน้อยเพื่อทดลอง ไม่สามารถยืนยันได้ว่าบริการนั้นถูกต้องหรือน่าเชื่อถือในระยะยาว
เมื่อผ่านขั้นตอนเหล่านี้ คุณจะประเมินบริการได้จากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และพร้อมเรียนต่อเรื่องภาษีซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกรรมของตนเอง
กลับไปดูภาพรวมได้ที่ สารบัญเส้นทางความรู้คริปโต ThaiFX
แหล่งอ้างอิง
ข้อมูลอ้างอิงสำหรับบทความ ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตรวจสถานะและกฎเกณฑ์จากหน่วยงานทางการก่อนใช้บริการ
- ก.ล.ต. — กฎหมายและกฎเกณฑ์ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
- ก.ล.ต. — ประเภทธุรกิจและการปรับปรุงกระบวนการให้ใบอนุญาต
- ก.ล.ต. — SEC Check First
- ก.ล.ต. — รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
- ก.ล.ต. — เตือนภัยการแอบอ้างชื่อและตราสัญลักษณ์ผู้ประกอบธุรกิจ
- ก.ล.ต. — Investor Alert
- สถาบันคุ้มครองเงินฝาก — ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับและไม่ได้รับความคุ้มครอง
- ก.ล.ต. — กฎหมายใหม่มีผลใช้บังคับ 13 เมษายน 2568
- ก.ล.ต. — เตือนผู้ใช้บริการ Exmix ก่อนปิดกั้นในปี 2569
- ก.ล.ต. — หลักเกณฑ์ Means of Payment และ Sandbox
- ก.ล.ต. — TouristDigiPay
- ก.ล.ต. — หนังสือเวียน กลต.กด.(ว) 3/2569 การรวบรวมและประเมินข้อมูลลูกค้า
- ก.ล.ต. — เตือนการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต
Share This Story, Choose Your Platform!
โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์
ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส
โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ
ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี
เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้
ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ
รู้จักแต่ละโบรกเกอร์
อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ
เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน
เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
เส้นทางความรู้คริปโต LEVEL 5 · ศึกษาคริปโต CFD บทที่ 5 […]
เส้นทางความรู้คริปโต LEVEL 5 · ศึกษาคริปโต CFD บทที่ 5 […]
เส้นทางความรู้คริปโต LEVEL 4 · เข้าใจราคาและตลาด บทที่ […]

