เส้นทางความรู้คริปโต LEVEL 2 · กระเป๋าและความปลอดภัย บทที่ 2 จาก 5
กระเป๋าคริปโตและความปลอดภัย

สารบัญบทที่ 2

บทความที่ 3 / 4 ในบทนี้

เหลืออีก 1 บทความ

การโอนคริปโตให้ถึงปลายทางต้องตรวจมากกว่าชื่อเหรียญ คุณต้องเลือกเครือข่ายที่ผู้รับรองรับ ใช้ที่อยู่รับให้ถูกต้อง ใส่ Memo หรือ Tag หากปลายทางกำหนด และตรวจว่ายอดที่จะได้รับถึงขั้นต่ำฝากหรือไม่

จุดที่ทำให้มือใหม่สับสนคือ เหรียญชื่อเดียวกันอาจอยู่ได้หลายเครือข่าย และที่อยู่ซึ่งดูเหมือนกันก็ไม่ได้ยืนยันว่าคุณเลือกเครือข่ายถูกแล้ว วิธีเริ่มต้นที่ช่วยลดความผิดพลาดคือ เปิดหน้ารับหรือฝากของปลายทางก่อน แล้วนำข้อมูลนั้นมาใช้กรอกหน้าส่งของต้นทาง

บทนี้อธิบายการโอนผ่านบล็อกเชน หรือ การโอนแบบ On-chain เช่น ถอนคริปโตจากแพลตฟอร์มไปยังกระเป๋าส่วนตัว หรือส่งจากกระเป๋าส่วนตัวไปฝากอีกแพลตฟอร์ม ส่วนการโอนภายในบริการเดียวกันอาจใช้ระบบและเงื่อนไขต่างออกไป

ก่อนโอน ต้องตรวจข้อมูลอะไรบ้าง

ใช้ตารางนี้ตรวจข้อมูลของทั้งสองฝั่งให้ตรงกันก่อนยืนยันรายการ

สิ่งที่ต้องตรวจ คำถามที่ควรตอบได้
สินทรัพย์ กำลังส่งเหรียญหรือโทเคนใด และปลายทางรับสินทรัพย์นั้นหรือไม่
เครือข่าย ต้นทางส่งผ่านเครือข่ายเดียวกับที่เลือกไว้ในหน้าฝากปลายทางหรือไม่
ที่อยู่รับ คัดลอกจากหน้ารับของผู้รับที่ต้องการจริงหรือไม่
Memo หรือ Tag ปลายทางกำหนดให้ใส่ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่
จำนวนและค่าธรรมเนียม ผู้รับจะได้สุทธิเท่าไร และถึงขั้นต่ำฝากหรือไม่
สถานะบริการ การฝากและถอนของสินทรัพย์บนเครือข่ายนั้นเปิดใช้งานอยู่หรือไม่

อย่าใช้เพียงข้อมูลว่าแพลตฟอร์ม “มีเหรียญนี้ให้ซื้อขาย” เป็นหลักฐานว่าฝากผ่านทุกเครือข่ายได้ ให้ยึดตัวเลือกและคำแนะนำในหน้าฝากของบัญชีที่จะรับเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ขั้นตอนรับคริปโตของ Coinbase ให้เลือกทั้งสินทรัพย์และเครือข่ายก่อนนำที่อยู่ไปใช้รับเงิน [1]

เหรียญชื่อเดียวกัน ทำไมจึงเลือกเครือข่ายผิดได้

สินทรัพย์บางชนิดมีอยู่บนหลายบล็อกเชน เช่น USDC มีการออกบนหลายเครือข่าย ดังนั้นคำว่า “ส่ง USDC” จึงยังไม่ครบ ต้องระบุด้วยว่าเป็น USDC บนเครือข่ายใด [2]

สมมติว่าคุณเปิดหน้าฝาก USDC ของแพลตฟอร์มปลายทาง แล้วเลือกเครือข่าย Ethereum ต้นทางก็ต้องส่ง USDC ผ่าน Ethereum ตามข้อมูลหน้าฝากนั้น การเลือก Base เพราะค่าถอนต่ำกว่าไม่ได้ทำให้เงินเดินทางไปยัง Ethereum โดยอัตโนมัติ

การย้ายสินทรัพย์ข้ามบล็อกเชนต้องอาศัยกลไกที่รองรับ เช่น บริการ Bridge ซึ่งมีกระบวนการและความเสี่ยงเพิ่มเติม การโอนทั่วไปบนเครือข่ายหนึ่งจึงไม่เท่ากับการย้ายสินทรัพย์ไปอีกเครือข่าย [3]

นอกจากนี้ ต้องตรวจ รุ่นของโทเคน ด้วย โดยเฉพาะเมื่อพบชื่อคล้ายกัน เช่น USDC กับ USDC.e อย่าสรุปว่าปลายทางรับแทนกันได้ บางเครือข่ายมีทั้งโทเคนที่ผู้ออกออกโดยตรงและโทเคนที่เกิดจากการนำสินทรัพย์ข้ามเครือข่าย ซึ่งอาจมีที่อยู่สัญญาและการรองรับต่างกัน [4]

หากไม่พบเครือข่ายที่ทั้งต้นทางและปลายทางรองรับตรงกัน ให้หยุดก่อนส่ง อย่าเลือกเครือข่ายอื่นโดยอาศัยแค่ชื่อเหรียญหรือหน้าตาของที่อยู่

ที่อยู่รับถูกต้อง ต้องตรวจอย่างไร

คัดลอกที่อยู่จากหน้ารับของกระเป๋า หรือหน้าฝากของแพลตฟอร์มปลายทาง หลังเลือกสินทรัพย์และเครือข่ายเรียบร้อยแล้ว หากส่งให้บุคคลอื่น ให้ยืนยันข้อมูลผ่านช่องทางที่มั่นใจว่าเป็นผู้รับจริง

หลังวางที่อยู่ในหน้าส่ง ให้เปรียบเทียบกับต้นฉบับครบทั้งชุด รวมถึงตัวอักษรช่วงกลาง หากใช้ QR Code ก็ต้องตรวจข้อมูลที่แอปอ่านได้อีกครั้งก่อนยืนยัน

เหตุผลที่ไม่ควรดูเฉพาะตัวหน้าและตัวท้ายคือ มิจฉาชีพอาจสร้างที่อยู่ให้คล้ายกับที่คุณเคยใช้ แล้วส่งธุรกรรมมูลค่าเล็กน้อยหรือรายการโอนศูนย์เข้ามาในประวัติ หวังให้คุณคัดลอกที่อยู่ผิด วิธีนี้เรียกว่า Address Poisoning [5]

จึงควรหลีกเลี่ยงการหยิบที่อยู่จากประวัติธุรกรรมมาใช้โดยไม่ได้ตรวจสอบ แม้รายการนั้นจะดูคุ้นเคยก็ตาม หากใช้ Hardware Wallet ให้ตรวจรายละเอียดบนหน้าจออุปกรณ์ก่อนอนุมัติด้วย

อีกจุดที่ต้องแยกให้ออกคือ ที่อยู่รับของคุณ กับ Token Contract Address หรือที่อยู่สัญญาของโทเคน ข้อมูลอย่างหลังใช้ระบุสัญญาของโทเคน ไม่ใช่ที่อยู่ฝากส่วนตัวที่ควรนำมาใส่แทนผู้รับ การส่งไปยังสัญญาที่ไม่ได้รองรับการรับหรือคืนสินทรัพย์อาจทำให้กู้คืนไม่ได้ [6]

Memo และ Destination Tag คืออะไร

บางแพลตฟอร์มใช้ที่อยู่รับร่วมกันสำหรับลูกค้าหลายคน แล้วใช้ Memo หรือ Destination Tag แยกว่ายอดฝากนั้นเป็นของบัญชีใด

ลองนึกถึงการส่งของไปยังอาคารเดียวกัน ที่อยู่ช่วยให้ของไปถึงอาคาร ส่วนเลขห้องช่วยระบุผู้รับภายในอาคารนั้น

ตัวอย่างที่พบได้คือ Destination Tag สำหรับการฝาก XRP หรือ Memo สำหรับการฝาก XLM ในบริการที่กำหนดให้ใช้ หากใส่ที่อยู่ถูกแต่ลืมข้อมูลนี้ ธุรกรรมอาจถึงที่อยู่ของแพลตฟอร์มแล้ว แต่ระบบยังระบุไม่ได้ว่าต้องเพิ่มยอดให้บัญชีใด

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่การรับ XRP หรือ XLM ทุกกรณีต้องใช้ Memo หรือ Tag ข้อกำหนดขึ้นอยู่กับปลายทาง ให้คัดลอกตามหน้าฝากจริง ไม่เดาหมายเลขและไม่ใส่เลขศูนย์แทนเอง [7]

ค่าธรรมเนียมโอนคริปโต มีอะไรบ้าง

ก่อนส่ง ให้แยกค่าธรรมเนียมของเครือข่ายออกจากค่าถอนที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บ เพราะสองอย่างนี้อาจไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน

ส่งจากกระเป๋าที่ดูแลเอง

โดยทั่วไป คุณต้องมีสินทรัพย์ที่เครือข่ายใช้จ่ายค่าธรรมเนียม เช่น การส่งโทเคนบน Ethereum จากบัญชีทั่วไปต้องมี ETH สำหรับค่า Gas แม้สินทรัพย์ที่ต้องการส่งจะเป็น USDC ก็ตาม

Gas คือหน่วยวัดงานที่เครือข่ายต้องใช้ประมวลผลธุรกรรม ค่าธรรมเนียมจึงเกี่ยวข้องกับงานที่ทำและราคาค่า Gas ไม่ได้คิดจากมูลค่าเหรียญที่ส่งเพียงอย่างเดียว [8]

กระเป๋าหรือบริการบางประเภทมีระบบออกค่าธรรมเนียมให้ หรือให้จ่ายด้วยโทเคนอื่นได้ แต่เป็นความสามารถเฉพาะของบริการและเครือข่ายที่รองรับ ไม่ควรถือว่ากระเป๋าทุกใบทำได้ ให้ตรวจหน้าสรุปรายการว่าระบบจะหักค่าธรรมเนียมจากสินทรัพย์ใด [9]

ถอนจากแพลตฟอร์มซื้อขาย

แพลตฟอร์มอาจกำหนดค่าถอนและจำนวนถอนขั้นต่ำของแต่ละสินทรัพย์และเครือข่าย คุณต้องดูทั้งจำนวนที่กรอก ค่าธรรมเนียม และยอดสุทธิที่จะถึงผู้รับ

ตัวอย่างสมมติ หากกรอกถอน 100 USDC และระบบระบุว่าจะหักค่าถอน 1 USDC จากจำนวนนี้ ผู้รับจะได้ 99 USDC แต่ถ้าระบบคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มต่างหาก ยอดที่ถูกหักจากบัญชีจะเป็นอีกแบบหนึ่ง

ให้ยึดรายละเอียดในหน้ายืนยันรายการจริง เพราะค่าถอนและขั้นต่ำอาจเปลี่ยนแปลงได้ [10]

วิธีโอนคริปโตทีละขั้นตอน

1. เปิดหน้ารับของปลายทาง

เลือกสินทรัพย์และเครือข่ายที่จะรับ อ่านคำแนะนำเรื่องขั้นต่ำฝาก Memo หรือ Tag และตรวจว่าระบบรับฝากเปิดอยู่

จากนั้นคัดลอกที่อยู่รับและข้อมูลเพิ่มเติมที่จำเป็น เก็บข้อมูลชุดนี้ไว้สำหรับเปรียบเทียบกับหน้าส่ง

2. เปิดหน้าส่งหรือถอนของต้นทาง

เลือกสินทรัพย์และเครือข่ายให้ตรงกับปลายทาง วางที่อยู่รับ และกรอก Memo หรือ Tag หากจำเป็น

อย่าเปลี่ยนไปใช้เครือข่ายที่ค่าธรรมเนียมถูกกว่า จนกว่าจะตรวจว่าปลายทางรองรับเครือข่ายนั้น และได้ข้อมูลรับที่ถูกต้องสำหรับเครือข่ายนั้นแล้ว

3. ตรวจจำนวนที่ส่งและยอดสุทธิ

อ่านหน้าสรุปว่าต้นทางจะหักสินทรัพย์ทั้งหมดเท่าไร และผู้รับจะได้เท่าไร หากส่งจากกระเป๋าที่ดูแลเอง ให้ตรวจยอดสำหรับจ่ายค่าเครือข่ายด้วย

ขั้นตอนในแอปแต่ละแห่งอาจต่างกัน แต่ควรตรวจสินทรัพย์ ที่อยู่ จำนวน และค่าธรรมเนียมก่อนกดยืนยันเสมอ [9]

4. ทดลองโอนด้วยจำนวนที่ถึงขั้นต่ำ

การทดลองโอนก่อนส่งยอดใหญ่ช่วยตรวจว่าข้อมูลและเส้นทางรับเงินใช้ได้ แต่จำนวนทดลองต้องถึงทั้งขั้นต่ำถอนของต้นทางและขั้นต่ำฝากของปลายทาง

คำว่า “โอนน้อย ๆ ก่อน” ไม่ได้หมายความว่าจะส่งเท่าไรก็ได้

สมมติว่าปลายทางกำหนดขั้นต่ำฝาก 10 USDC การทดลองส่งเพียง 5 USDC อาจไม่ถูกเพิ่มยอดให้ แม้ที่อยู่และเครือข่ายจะถูกต้อง อีกทั้งการส่งเพิ่มภายหลังอาจไม่ได้ทำให้ยอดแรกได้รับการเครดิต เพราะบางแพลตฟอร์มพิจารณาขั้นต่ำแยกตามรายการฝาก

ตัวอย่างเช่น Kraken ระบุว่าต้องถึงขั้นต่ำฝากหลังหักค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง และรายการต่ำกว่าขั้นต่ำอาจสูญหายถาวรได้ จึงต้องอ่านเงื่อนไขของปลายทางก่อนกำหนดยอดทดลอง [11]

5. รอให้ยอดทดลองเข้าปลายทางจริง

หากปลายทางเป็นแพลตฟอร์ม ให้ตรวจว่าบัญชีได้รับยอดฝากแล้ว หากเป็นกระเป๋าส่วนตัว ให้ตรวจว่าได้รับสินทรัพย์ที่ถูกต้องบนเครือข่ายที่ตั้งใจไว้

เมื่อจะส่งยอดที่เหลือ ให้ตรวจข้อมูลอีกครั้ง การทดลองสำเร็จไม่ได้ยืนยันว่ารายการถัดไปจะปลอดภัย หากเผลอเปลี่ยนเครือข่ายหรือคัดลอกที่อยู่ผิด

6. เก็บรายละเอียดธุรกรรม

เก็บชื่อสินทรัพย์ เครือข่าย จำนวน ที่อยู่รับ เวลา และหมายเลขธุรกรรมไว้ เพื่อใช้ตรวจสอบหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุนหากยอดไม่เข้า

TXID คืออะไร และใช้ตรวจการโอนอย่างไร

TXID หรือ Transaction Hash คือรหัสที่ใช้ค้นหาธุรกรรมบนบล็อกเชน ส่วน Block Explorer คือเครื่องมือสำหรับดูข้อมูลธุรกรรมและสถานะบนเครือข่ายนั้น

เมื่อมี TXID แล้ว ให้เปิดลิงก์ตรวจสอบจากรายละเอียดรายการในกระเป๋าหรือแพลตฟอร์ม และตรวจว่าเป็น Explorer ของเครือข่ายที่ส่งจริง

สถานะที่ควรแยกให้ออกมีดังนี้

สถานะที่พบ สิ่งที่ต้องเข้าใจ
แพลตฟอร์มกำลังประมวลผลการถอน อาจยังไม่ได้ส่งธุรกรรมเข้าสู่เครือข่าย
Pending บนเครือข่าย ธุรกรรมยังรอการยืนยันหรือประมวลผล
Success หรือ Confirmed บนบล็อกเชน ต้องตรวจรายละเอียดว่าส่งสินทรัพย์อะไร ไปที่ใด และบนเครือข่ายใด
ปลายทางเพิ่มยอดแล้ว ระบบของผู้รับบันทึกยอดฝากให้บัญชีเรียบร้อย

หากเป็นการโอนโทเคนผ่านสัญญา ให้ดูรายละเอียดการโอนโทเคนและผู้รับประกอบด้วย อย่าดูเพียงคำว่า Success แล้วสรุปว่าเงินเข้าบัญชีที่ต้องการแล้ว

แพลตฟอร์มรับฝากอาจรอจำนวนการยืนยันตามเกณฑ์ของตนก่อนเพิ่มยอด และเวลาโดยประมาณไม่ใช่เวลาที่รับประกัน [12]

โอนสำเร็จแล้ว แต่ยอดไม่เข้า ควรตรวจอะไร

เริ่มจากตรวจเป็นลำดับ ไม่ต้องรีบส่งซ้ำ

  1. มีธุรกรรมบนเครือข่ายแล้วหรือยัง — ตรวจรายละเอียดการถอนและ TXID จากต้นทาง
  2. เลือกเครือข่ายถูกหรือไม่ — เทียบกับเครือข่ายที่ใช้เปิดหน้าฝากปลายทาง
  3. สินทรัพย์และผู้รับถูกต้องหรือไม่ — ดูรายละเอียดการโอน รวมถึงรุ่นของโทเคน
  4. ผ่านเงื่อนไขฝากหรือยัง — ตรวจจำนวนการยืนยัน ยอดขั้นต่ำ และ Memo หรือ Tag
  5. มีข้อจำกัดในบัญชีหรือประกาศระบบหรือไม่ — เช่น การตรวจสอบบัญชีหรือการพักรับฝาก

หากธุรกรรมถึงปลายทางแล้ว แต่แพลตฟอร์มยังไม่เพิ่มยอด ให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุนของปลายทางผ่านช่องทางทางการ พร้อมข้อมูลธุรกรรม การตรวจบนบล็อกเชนกับการตรวจสถานะบัญชีเป็นคนละส่วนกัน [13]

กรณีเป็นกระเป๋าที่ดูแลเอง ยอดที่ไม่แสดงอาจเกิดจากแอปยังไม่ได้แสดงโทเคนนั้น แต่ต้องยืนยันเครือข่าย ที่อยู่ และตัวโทเคนให้ถูกต้องก่อน การเพิ่มรายการโทเคนในแอปเป็นเพียงการเปลี่ยนการแสดงผล ไม่ได้ย้ายสินทรัพย์ข้ามเครือข่ายหรือย้อนธุรกรรม [6]

โอนผิดเครือข่ายหรือผิดที่อยู่ กู้คืนได้ไหม

คำตอบขึ้นอยู่กับรายละเอียดของธุรกรรมและผู้ที่ควบคุมปลายทาง จึงไม่ควรเชื่อทั้งคำว่า “กู้คืนได้ทุกกรณี” หรือ “ผิดเครือข่ายแล้วหายทันทีทุกครั้ง”

หากส่งเข้าแพลตฟอร์มผ่านเครือข่ายหรือสินทรัพย์ที่ไม่รองรับ ต้องตรวจนโยบายของผู้รับ บางบริการมีระบบกู้คืนเฉพาะบางสินทรัพย์และบางเครือข่าย เช่น Coinbase ระบุชัดว่ามีเพียงบางกรณีที่เข้าเกณฑ์กู้คืน และอาจมีค่าใช้จ่าย [14]

หากส่งผิดที่อยู่และธุรกรรมได้รับการยืนยันแล้ว คุณไม่สามารถแก้ที่อยู่ในรายการเดิมได้ หากรู้จักผู้รับ อาจขอให้ผู้รับส่งกลับด้วยธุรกรรมใหม่ แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะได้รับคืน [15]

เมื่อเกิดปัญหา ให้เก็บข้อมูลธุรกรรมและขอความช่วยเหลือผ่านเว็บไซต์หรือแอปทางการ อย่าส่ง Seed Phrase หรือ Private Key ให้คนที่อ้างว่ารับกู้คืนเงิน เอกสารของ MetaMask ระบุว่าฝ่ายสนับสนุนจะไม่ขอ Secret Recovery Phrase จากผู้ใช้ [6]

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการโอนคริปโต

เลือกเครือข่ายที่ค่าธรรมเนียมถูกที่สุดได้เลยไหม

เลือกได้เฉพาะเครือข่ายที่ต้นทางส่งและปลายทางรับสินทรัพย์นั้นได้ตรงกัน ต้องตรวจข้อมูลหน้าฝากก่อนเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม

มี USDC อยู่ในกระเป๋าแล้ว ทำไมยังส่งไม่ได้

อาจมี USDC เพียงพอ แต่ไม่มีสินทรัพย์สำหรับจ่ายค่าเครือข่าย หรือใช้เครือข่ายไม่ตรงกับยอดที่มี ให้ตรวจเครือข่ายปัจจุบัน ยอดคงเหลือ และข้อความแจ้งเตือนในหน้าส่ง

ธุรกรรมล้มเหลว ยังเสียค่าธรรมเนียมหรือไม่

บางกรณียังเสีย เช่น ธุรกรรมบน Ethereum ที่เข้าสู่การประมวลผลแล้วแต่ทำงานไม่สำเร็จ ยังอาจใช้ Gas ไปแล้ว ส่วนรายการที่แอปปฏิเสธก่อนส่งเข้าสู่เครือข่ายเป็นอีกกรณีหนึ่ง จึงต้องดูสถานะและรายละเอียดจริง [8]

โอนคริปโตแล้วกดยกเลิกได้ไหม

รายการที่ยังไม่ยืนยันอาจมีวิธีเร่งหรือพยายามยกเลิกในบางกระเป๋าและบางเครือข่าย แต่ไม่รับประกันว่าจะสำเร็จทันก่อนธุรกรรมเดิมได้รับการยืนยัน ส่วนธุรกรรมที่ยืนยันแล้วไม่มีปุ่มย้อนกลับให้ผู้ส่งเรียกเงินคืนเอง [9] [15]

เช็กลิสต์ก่อนกดยืนยันโอน

แผนภาพสรุป 4 ขั้นตอนการโอนคริปโตอย่างปลอดภัย เช็กที่อยู่กระเป๋า เช็กเครือข่าย ใส่ Memo Tag และการโอนทดสอบยอดน้อย โดย ThaiFX
ภาพประกอบ: สรุป Checklist ความปลอดภัยก่อนกดส่งธุรกรรมบนบล็อกเชน

ใช้รายการนี้ตรวจครั้งสุดท้าย โดยเฉพาะเมื่อส่งไปยังปลายทางใหม่

  • สินทรัพย์และรุ่นของโทเคนตรงกับที่ปลายทางรับ
  • เครือข่ายต้นทางตรงกับเครือข่ายในหน้ารับ
  • ที่อยู่รับมาจากแหล่งที่ยืนยันแล้ว และตรวจครบทั้งชุด
  • กรอก Memo หรือ Tag ครบตามที่ปลายทางกำหนด
  • ทราบค่าธรรมเนียมและยอดสุทธิที่จะถึงผู้รับ
  • ยอดส่งผ่านขั้นต่ำถอนและขั้นต่ำฝากที่เกี่ยวข้อง
  • มีสินทรัพย์สำหรับจ่ายค่าเครือข่ายตามที่กระเป๋ากำหนด
  • หากทดลองโอน ได้ตรวจแล้วว่ายอดเข้าปลายทางจริงก่อนส่งส่วนที่เหลือ

เมื่อเข้าใจขั้นตอนเหล่านี้ คุณจะตรวจการโอนได้ตั้งแต่ก่อนส่งจนถึงการรับยอด และแยกได้ว่าปัญหาเกิดที่ต้นทาง บนเครือข่าย หรือในระบบของปลายทาง

กลับไปเลือกบทเรียนอื่นได้ที่ เส้นทางความรู้คริปโต ThaiFX

แหล่งอ้างอิง

เอกสารทางการต่อไปนี้ใช้ประกอบคำอธิบายกลไกและตัวอย่างเงื่อนไขบริการ ไม่ใช่การแนะนำให้เลือกผู้ให้บริการรายใด ค่าธรรมเนียม เครือข่ายที่รองรับ และขั้นต่ำอาจเปลี่ยนแปลงได้ ให้ตรวจหน้าฝากและถอนจริงก่อนทำรายการ

  1. Coinbase — Steps to receive crypto
    การเลือกสินทรัพย์ เครือข่าย และข้อมูลรับฝาก
  2. Circle — USDC
    USDC และการรองรับหลายเครือข่าย
  3. Ethereum.org — Bridges
    กลไกและความเสี่ยงของการเชื่อมข้ามเครือข่าย
  4. Circle — Bridged USDC Standard
    ความต่างของ USDC ที่ออกโดยตรงกับโทเคนข้ามเครือข่าย
  5. MetaMask — Address poisoning scams
    การหลอกด้วยที่อยู่คล้ายกันและการตรวจที่อยู่รับ
  6. MetaMask — I sent crypto to the wrong place
    การส่งผิดที่อยู่ ผิดเครือข่าย และข้อจำกัดการกู้คืน
  7. Coinbase — Destination tags and memos
    การใช้ Memo หรือ Tag ระบุบัญชีผู้รับ
  8. Ethereum.org — Gas and fees
    ค่า Gas และค่าธรรมเนียมเมื่อธุรกรรมล้มเหลว
  9. MetaMask — How to send tokens
    ขั้นตอนส่งโทเคนและการตรวจรายการก่อนยืนยัน
  10. Kraken — Withdrawal fees and minimums
    ค่าถอนและจำนวนถอนขั้นต่ำ
  11. Kraken — Deposit fees and minimums
    ขั้นต่ำฝากหลังค่าธรรมเนียมและรายการต่ำกว่าขั้นต่ำ
  12. Kraken — Cryptocurrency deposit processing times
    จำนวนการยืนยันและเวลาประมวลผลยอดฝาก
  13. Coinbase — Send and receive troubleshooting
    การตรวจสอบเมื่อยอดยังไม่เข้าบัญชี
  14. Coinbase — Recover unsupported crypto
    เงื่อนไขและข้อจำกัดของบริการกู้คืนสินทรัพย์
  15. Ethereum.org — Frequently asked questions
    ธุรกรรมที่ยืนยันแล้วและข้อจำกัดการย้อนรายการ

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี

เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้

ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

รู้จักแต่ละโบรกเกอร์

อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ

ดูรีวิวโบรกเกอร์ →

เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน

เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ →

บทความที่เกี่ยวข้อง