บทความในหมวด บทเรียนที่ 6: Order Types
🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะ
- แยก Buy Stop กับ Buy Limit
- รู้ว่า Ask ถึงระดับ ไม่ยืนยัน Breakout
- ประเมิน Slippage, SL และ Lot ก่อนวางคำสั่ง
สำหรับ Forex/CFD แบบ OTC Buy Stop ตั้งสูงกว่า Ask ปัจจุบัน เมื่อ Ask ขึ้นถึงเงื่อนไข จะส่งดำเนินการซื้อที่ราคาที่ระบบทำได้ จึงต้องตรวจทั้ง Trigger และผล Fill
ตัวอย่างในบทนี้ใช้รอราคาทะลุขึ้นก่อนเข้า แต่การแตะระดับไม่ได้ยืนยันว่าราคาจะไปต่อ และคำสั่งไม่ตรวจว่าปิดแท่งเหนือแนวต้านแล้วหรือไม่
ทำงานอย่างไร

Ask ปัจจุบัน 1.1000 ตั้ง Buy Stop ที่ 1.1050 ราคาขึ้นไปถึง 1.1050 -> เข้าเงื่อนไขส่งซื้อ ต้องตรวจราคาและปริมาณ Fill ราคาไม่ขึ้นไปถึง -> คำสั่งค้างไว้ ไม่ได้เข้า
ใช้เมื่อไร
| สถานการณ์ | เหตุผล |
|---|---|
| รอราคาทะลุแนวต้าน | ส่งซื้อเมื่อ Ask ถึงระดับ ไม่ใช่หลักฐานยืนยัน Breakout สำเร็จ |
| ราคาอยู่ในกรอบแคบ | รอให้ความผันผวนขยายตัวแล้วค่อยตาม |
| ไม่อยากเข้าก่อนมีสัญญาณยืนยัน | กำหนดเงื่อนไขราคาไว้ก่อน โดยยังเสี่ยงกลับตัว |
คุณกำหนดเงื่อนไขฝั่งซื้อไว้ล่วงหน้า และไม่ส่งซื้อหากราคาไม่ถึงระดับตามแผน
ช่วยทำตามกฎราคาที่ระบุได้ แต่ไม่ยืนยันแนวโน้มหรือกำไร หากแผนต้องรอแท่งปิด คำสั่ง Buy Stop เพียงอย่างเดียวไม่ตรวจเงื่อนไขนั้นให้
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจ
1. Fake Breakout
ราคาทะลุขึ้นไปแตะระดับของคุณ คำสั่งทำงาน — แล้วราคากลับลงมาใต้แนวต้านทันที
ผลคืออาจได้ซื้อใกล้ยอดระยะสั้นก่อนราคาย้อนลง
2. เปรียบเทียบระยะ SL ภายใต้ราคาเข้าและ SL เดียวกันในตัวอย่าง
หากสมมติราคา Buy Stop สูงกว่า Buy Limit และใช้ SL ระดับเดียวกัน ระยะ SL จะกว้างกว่า ไม่ใช่กฎว่าทุกกลยุทธ์ Stop ต้องเสี่ยงมากกว่า Limit ตัวเลขด้านล่างยังไม่รวมต้นทุนและ Slippage
SL ใต้แนวรับที่ 1.0970 เข้าที่ 1.1000 (Buy Limit) -> SL ห่าง 30 pips เข้าที่ 1.1050 (Buy Stop) -> SL ห่าง 80 pips ในตัวอย่างนี้ วงเงินเสี่ยงตาม SL เท่ากันจะคำนวณ Lot ของ Buy Stop ได้น้อยกว่า ก่อนตรวจ Volume Step และต้นทุน
3. Slippage ตอนคำสั่งทำงาน
เมื่อราคาแตะระดับ Buy Stop คำสั่งจะกลายเป็น Market Order ทันที
ราคา Fill ขึ้นกับสภาพคล่องและเงื่อนไขดำเนินการ อาจต่างจากระดับ Stop โดยเฉพาะเมื่อราคาเคลื่อนเร็วหรือเกิด Gap จึงควรทดสอบจากบัญชีและช่วงเวลาที่จะใช้ ดู Slippage เพิ่มเติม
Buy Stop ไม่รับประกันทั้งราคา Fill และการได้สถานะครบ ส่วน Buy Limit กำหนดเงื่อนไขราคาซื้อไม่แย่กว่า Limit แต่ก็อาจไม่ได้ Fill หรือถูกปฏิเสธ
เทียบ Buy Limit กับ Buy Stop
| หัวข้อ | Buy Limit | Buy Stop |
|---|---|---|
| วางที่ | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | สูงกว่าราคาปัจจุบัน |
| เชื่อว่า | ราคาจะกลับตัว | ราคาจะไปต่อ |
| ระยะ SL | สั้นกว่าในตัวอย่างที่ใช้ SL เดียวกัน | กว้างกว่าในตัวอย่างที่ใช้ SL เดียวกัน |
| ความเสี่ยงหลัก | ทะลุแนวรับแล้วไปต่อ | Fake Breakout |
| Slippage | จำกัดราคาซื้อไม่ให้แย่กว่า Limit; อาจไม่ได้ Fill | ราคา Fill อาจคลาดเคลื่อนจาก Stop |
Buy Stop Limit เป็นอีกชนิดหนึ่ง: เมื่อถึง Stop จะวาง Buy Limit ตามระดับที่กำหนด จึงเพิ่มเงื่อนไขราคาได้ แต่ราคาอาจวิ่งผ่านโดยไม่ได้ Fill ไม่ใช่ Buy Stop ที่รับประกันราคา ควรฝึกแยกชนิดบน Demo และตรวจว่าบัญชีรองรับ
วิธีลดความเสี่ยง
- กำหนดระยะเผื่อแนวต้านตามกฎที่ทดสอบ ไม่ถือว่าการเพิ่มระยะจะกรองการทะลุหลอกได้เสมอ
- เผื่อ Spread เข้าไปในระยะที่ตั้ง เพราะคำสั่ง Buy ทำงานที่ราคา Ask
- หากแผนยังไม่รองรับข่าว ให้ตรวจและจัดการ Pending ก่อนข่าว เพราะราคาและ Spread อาจเปลี่ยนเร็ว
- ตั้ง SL ตามกฎและวงเงินเสี่ยง เช่น ใต้ระดับที่ใช้วิเคราะห์เมื่อแผนกำหนด และตรวจว่า SL ถูกบันทึกจริง โดยราคาปิดอาจคลาดเคลื่อน
- ตั้ง Expiration เมื่อรองรับ หรือกำหนดรอบตรวจคำสั่งค้างตามอายุแผน
แล้วทองคำล่ะ
เมื่อ Spread ถ่าง ราคา Ask อาจแตะ Buy Stop แม้กราฟ Bid ยังไม่ถึงระดับที่คาด และเมื่อ Trigger แล้วราคา Fill ยังขึ้นกับสภาพตลาด
อย่าเทียบจำนวนจุดของทองกับคู่เงินตรง ๆ ให้คำนวณผลต่างราคาเป็นเงินตาม Contract Size และ Lot
วิธีเตรียม: บันทึก Spread และ Slippage ตามช่วงเวลาเป็นข้อมูลประกอบแผน แต่ค่าสูงสุดในอดีตไม่ใช่เพดานอนาคต การตั้งระยะเกินค่านั้นจึงไม่รับประกันความปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อย
Buy Stop กับ Stop Loss เกี่ยวกันไหม?
หน้าที่ต่างกัน: Buy Stop ใช้ส่งซื้อเมื่อเงื่อนไขครบ ส่วน Stop Loss ใช้ปิดสถานะเพื่อจำกัดผลขาดทุน ทั้งคู่เกี่ยวกับเงื่อนไขราคาและอาจมี Slippage; บนบัญชี Netting คำสั่งซื้ออาจลดหรือปิด Sell เดิมแทนการเปิด Buy ใหม่
ตั้งเหนือแนวต้านเท่าไรถึงพอดี?
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับความผันผวนของสินทรัพย์นั้น — ใช้ ATR เป็นฐานในการกำหนดระยะเผื่อ แทนการใช้ตัวเลขกลม ๆ
ทำไมได้ราคาแย่กว่าที่ตั้งไว้?
เพราะเมื่อคำสั่งทำงาน มันกลายเป็น Market Order ที่รับราคาตลาดในวินาทีนั้น — และ Buy Stop มักทำงานในจังหวะที่ราคาวิ่งเร็ว
ควรใช้ Buy Stop หรือ Buy Limit?
ขึ้นกับสมมติฐานของคุณ ไม่ใช่ว่าแบบไหนดีกว่า — หากจะสลับใช้ ให้ระบุกฎและบันทึกผลแยก เพื่อรู้ว่าต่างกันเพราะเงื่อนไขเข้าใด
สรุป
2. เดิมพันกับโมเมนตัม ไม่ใช่กับการกลับตัว
3. ไม่รับประกัน Fill หรือราคาที่ตั้ง ต่างจาก Limit ที่มีเงื่อนไขจำกัดราคา
4. ระวังการทะลุหลอก การ Trigger จาก Ask และ Slippage
5. ทองต้องตรวจ Spread, Point และมูลค่าความเสี่ยง ไม่ใช้ข้อมูลย้อนหลังเป็นเพดานอนาคต
อ่านต่อ
แหล่งอ้างอิง
MetaQuotes: Basic Principles — Stop, Stop Limit และระบบ Netting/Hedging
- MetaQuotes — MetaTrader 5 Platform Documentation: Order Types — metatrader5.com
- ค่า Stop Level และเงื่อนไขการดำเนินการคำสั่ง ระบุอยู่ใน Contract Specification ของโบรกเกอร์ที่คุณใช้บริการ ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนรู้
📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 6: Order Types และการส่งคำสั่ง
📚 บทความถัดไป
Sell Limit และ Sell Stop ต่างกันอย่างไร
คุณเข้าใจการรอซื้อเมื่อ Ask ถึงระดับ รวมถึงข้อจำกัดของราคา Fill และการทะลุหลอก
บทต่อไปกลับมาดูฝั่ง Sell และเหตุผลที่ต้องแยก Bid สำหรับเปิด กับ Ask สำหรับปิดสถานะขาย
Share This Story, Choose Your Platform!
โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์
ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส
โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ
บทความในหมวด บทเรียนที่ 4: Pip, Lot, Spread 🎯 เมื่อเรีย […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 5: Leverage และ Margin 🎯 เมื่อเ […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 5: Leverage และ Margin 🎯 เมื่อเ […]
บทความในหมวด บทเรียนที่ 4: Pip, Lot, Spread 🎯 เมื่อเรีย […]


