บทความที่ 2 / 4 ในบทนี้

เหลืออีก 2 บทความ

บทนี้ช่วยให้คุณ

Seed Phrase คือชุดคำสำรองที่ใช้กู้คืนการเข้าถึงกระเป๋าคริปโต ส่วน Private Key คือกุญแจส่วนตัวที่ใช้ลงนามอนุมัติธุรกรรม ทั้งสองอย่างเกี่ยวข้องกัน แต่ทำหน้าที่ต่างกัน และไม่ใช่สิ่งเดียวกับรหัสผ่านที่ใช้เปิดแอป

ความแตกต่างนี้สำคัญเมื่อโทรศัพท์หาย อุปกรณ์เสีย หรือจำเป็นต้องย้ายกระเป๋าไปใช้อีกเครื่อง การจำรหัสผ่านได้อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ขณะเดียวกัน หากผู้อื่นได้ข้อมูลกู้คืนไป การตั้งรหัสผ่านแอปให้ซับซ้อนขึ้นก็อาจป้องกันสินทรัพย์ไม่ได้

บทนี้เน้นกระเป๋าที่ผู้ใช้ดูแลกุญแจเองและสำรองด้วยชุดคำ เพื่อให้เข้าใจว่าต้องเก็บข้อมูลอะไร ตรวจสอบอย่างไร และรับมืออย่างไรเมื่อข้อมูลหายหรือรั่วไหล

Private Key คืออะไร?

Private Key เป็นข้อมูลลับทางการเข้ารหัส กระเป๋าใช้ข้อมูลนี้สร้างลายเซ็นดิจิทัลเพื่ออนุมัติธุรกรรมตามสิทธิ์ของกุญแจนั้น

ตัวอย่างเช่น เมื่อส่ง ETH จากบัญชี Ethereum ที่ควบคุมด้วยกุญแจส่วนตัว กระเป๋าจะใช้ Private Key ลงนาม เครือข่ายตรวจสอบลายเซ็นได้โดยผู้ส่งไม่ต้องเปิดเผยกุญแจส่วนตัว

ผู้ที่ได้กุญแจของบัญชีประเภทนี้ไปจึงอาจลงนามโอนสินทรัพย์ได้ แม้จะไม่รู้รหัสผ่านแอปบนโทรศัพท์ของเจ้าของก็ตาม ส่วนกระเป๋าที่ใช้หลายกุญแจหรือมีเงื่อนไขผ่าน Smart Contract จะมีรูปแบบการอนุมัติต่างออกไป [1]

การรับเหรียญจากผู้อื่นไม่จำเป็นต้องเปิดเผย Private Key ข้อมูลที่ใช้รับคือที่อยู่รับสินทรัพย์บนเครือข่ายที่ถูกต้อง ส่วนกุญแจส่วนตัวต้องเก็บเป็นความลับ

Seed Phrase คืออะไร?

แผนภาพอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง Seed Phrase, Private Key และ Wallet Address พร้อม 4 ข้อห้ามเด็ดขาดในการเก็บกู้คืนกระเป๋าคริปโต โดย ThaiFX
ภาพประกอบ: สรุปกลไกการทำงานของ Seed Phrase และกฎเหล็กความปลอดภัยในการเก็บรักษากระเป๋าคริปโต

Seed Phrase หรือ Recovery Phrase คือชุดคำที่ใช้สำรองข้อมูลสำหรับสร้างกุญแจของกระเป๋ากลับคืนมา ผู้ใช้อาจพบชื่อ Secret Recovery Phrase ในบางแอปด้วย

มาตรฐานที่พบได้บ่อยคือ BIP39 ซึ่งแปลงข้อมูลสุ่มที่กระเป๋าสร้างให้เป็นชุดคำ ผู้ใช้จึงจดข้อมูลสำรองได้สะดวกกว่าการจัดการข้อมูลทางเทคนิคจำนวนมาก จากนั้นระบบนำชุดคำไปสร้างข้อมูลตั้งต้นสำหรับสร้างกุญแจอีกทอดหนึ่ง

BIP39 รองรับชุดคำขนาด 12, 15, 18, 21 และ 24 คำ แต่กระเป๋าแต่ละตัวอาจรองรับไม่ครบทุกขนาด และยังมีมาตรฐานสำรองแบบอื่นด้วย

สิ่งสำคัญคือ ใช้ชุดคำที่กระเป๋าสร้างให้ จดให้ครบ และรักษาลำดับเดิม ไม่คิดคำขึ้นเอง ไม่สลับลำดับ และไม่แปลคำเป็นภาษาไทย เพราะระบบใช้คำเหล่านี้ในการคำนวณ ไม่ได้ตีความจากความหมายของประโยค [2]

กู้คืนกระเป๋า ไม่ได้หมายถึงกู้ธุรกรรมย้อนหลัง

การกู้คืนคือการนำสิทธิ์เข้าถึงกระเป๋าเดิมกลับมาใช้งานบนแอปหรืออุปกรณ์ที่รองรับ สินทรัพย์ยังมีข้อมูลอยู่บนบล็อกเชน ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในชุดคำ

ตัวอย่างเช่น โทรศัพท์เสีย แต่ข้อมูลกู้คืนยังครบ คุณอาจกลับมาใช้งานบัญชีเดิมบนเครื่องใหม่ได้ การนำเข้ากระเป๋าในลักษณะนี้ไม่ได้ย้ายสินทรัพย์บนเครือข่าย [3]

แต่หากสินทรัพย์ถูกขโมยและโอนออกไปแล้ว การกู้คืนกระเป๋าจะไม่ทำให้สินทรัพย์นั้นกลับมา และไม่ใช่การย้อนธุรกรรม [4]

Seed Phrase, Private Key และรหัสผ่านต่างกันอย่างไร?

ข้อมูล ใช้ทำอะไร สิ่งที่ต้องจำ
Private Key ลงนามอนุมัติธุรกรรมตามสิทธิ์ของกุญแจ ต้องเก็บเป็นความลับ
Seed Phrase สร้างกุญแจและบัญชีที่เกี่ยวข้องกลับคืนมา ชุดเดียวอาจเกี่ยวข้องกับหลายบัญชี
รหัสผ่านแอปหรือ PIN ป้องกันการเข้าใช้งานแอปหรืออุปกรณ์ ไม่ได้ใช้แทนข้อมูลกู้คืนได้ทุกระบบ
Passphrase เพิ่มเติม ใช้ร่วมกับชุดคำเพื่อเข้าถึงอีกกระเป๋าหนึ่งในระบบที่รองรับ ต้องใช้ค่าเดิมให้ถูกต้อง ไม่ใช่ PIN

สำหรับ MetaMask ที่ตั้งค่าด้วย Seed Phrase รหัสผ่านใช้ปลดล็อกกระเป๋าบนอุปกรณ์นั้น การกู้คืนด้วยชุดคำจึงไม่ต้องอาศัยรหัสผ่านแอปเดิม

อย่างไรก็ตาม วิธีตั้งค่าที่เชื่อมกับบัญชีออนไลน์มีเงื่อนไขต่างกัน ตัวอย่างเช่น MetaMask บางรูปแบบใช้ทั้งบัญชีที่เชื่อมไว้และรหัสผ่าน MetaMask เพื่อกลับเข้าใช้งาน จึงไม่ควรเหมารวมว่ารหัสผ่านของทุกกระเป๋าทำหน้าที่เหมือนกัน [5]

ก่อนสำรองข้อมูล ควรตอบให้ได้ว่ากระเป๋าของตัวเองใช้วิธีกู้คืนแบบใด

วิธีสำรอง Seed Phrase ให้ถูกต้อง

ข้อมูลสำรองที่ดีต้องช่วยให้เจ้าของกลับมาใช้งานได้ และต้องไม่เปิดโอกาสให้ผู้อื่นนำไปใช้แทน

1. จดทุกคำพร้อมลำดับ

บันทึกตามที่กระเป๋าแสดง ตรวจทั้งการสะกด จำนวนคำ และลำดับ เขียนให้อ่านได้ชัดเจนในภายหลัง ไม่พึ่งความจำเพียงอย่างเดียว

2. หลีกเลี่ยงสำเนาดิจิทัลของชุดคำ

สำหรับการสำรองชุดคำด้วยตนเอง ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายรูป จับภาพหน้าจอ ส่งผ่านแชต อีเมล หรือเก็บเป็นเอกสารบนคลาวด์ เพราะอาจเกิดสำเนาบนอุปกรณ์หรือบริการอื่นโดยไม่ทันสังเกต

3. ป้องกันทั้งการสูญหายและการถูกอ่าน

เลือกที่เก็บโดยพิจารณาความเสี่ยงจากน้ำ ไฟ การชำรุด และการขโมย วัสดุที่ทนทานช่วยลดความเสียหายทางกายภาพ แต่ไม่ได้ป้องกันผู้ที่หยิบข้อมูลขึ้นมาอ่านได้

หลักการเหล่านี้สอดคล้องกับคำแนะนำของ Trezor ซึ่งให้ตรวจการสะกดและลำดับ เก็บข้อมูลสำรองให้พ้นจากการขโมยหรือความเสียหาย และไม่สร้างสำเนาดิจิทัล [6]

4. ตรวจว่าข้อมูลสำรองครอบคลุมบัญชีใดบ้าง

แอปเดียวอาจแสดงบัญชีจากหลายแหล่ง เช่น บัญชีที่สร้างจาก Seed Phrase หลัก และบัญชีที่นำเข้าด้วย Private Key จากกระเป๋าอื่น

การนำบัญชีมาเปิดในแอปเดียวกันไม่ได้ทำให้กุญแจทั้งหมดกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Seed Phrase หลัก การกู้คืนด้วยชุดคำหลักเพียงชุดเดียวจึงอาจไม่ครอบคลุมบัญชีที่นำเข้าจากที่อื่น ต้องตรวจวิธีสำรองของบัญชีนั้นแยกต่างหาก รวมถึงเงื่อนไขการซิงก์หากใช้งานระบบดังกล่าว [3]

ตรวจสอบข้อมูลสำรองก่อนจำเป็นต้องใช้จริง

อย่าลบแอปหรือรีเซ็ตอุปกรณ์ที่ยังเข้าถึงสินทรัพย์ได้ เพื่อทดลองว่าชุดคำที่จดไว้ใช้ได้หรือไม่

กระเป๋าบางรุ่นมีฟังก์ชันตรวจข้อมูลสำรองโดยไม่ต้องล้างกระเป๋าเดิม เช่น Check Backup ของ Trezor Model T ซึ่งเปรียบเทียบข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนกับข้อมูลบนอุปกรณ์

ควรใช้ขั้นตอนตามคู่มือทางการของรุ่นที่ใช้อยู่ และตรวจให้แน่ใจว่ากำลังทำงานผ่านแอปหรืออุปกรณ์จริง ไม่กรอกชุดคำลงในเว็บไซต์ทั่วไปที่อ้างว่ารับตรวจสอบกระเป๋า [7]

หากใช้ Passphrase เพิ่มเติม ต้องตรวจด้วยว่าสามารถเปิดกระเป๋าที่ต้องการได้ เพราะการตรวจชุดคำสำรองผ่าน ไม่ได้ยืนยันว่าจำ Passphrase ได้ถูกต้องด้วย

Passphrase คืออะไร และต้องใช้หรือไม่?

Passphrase ในบริบทนี้คือข้อมูลเพิ่มเติมที่ใช้ร่วมกับชุดคำสำรองเพื่อสร้างและเข้าถึงกระเป๋าอีกใบในระบบที่รองรับ เป็นคนละอย่างกับรหัสผ่านเปิดแอปหรือ PIN ของอุปกรณ์

ตัวอย่างเช่น ชุดคำสำรองเดิมเมื่อใช้กับ Passphrase คนละค่า จะได้กระเป๋าคนละใบ หากพิมพ์ผิด ระบบอาจเปิดกระเป๋าว่างแทนการแจ้งว่า “รหัสผ่านผิด”

จึงต้องเข้าใจสามเรื่องก่อนใช้งาน:

  • การกู้คืนต้องมีทั้งชุดคำสำรองและ Passphrase เดิมที่ถูกต้อง
  • การใช้ Passphrase ใหม่ไม่ได้ย้ายสินทรัพย์จากกระเป๋าเดิมมาให้
  • หากลืม Passphrase และไม่มีช่องทางเข้าถึงอื่น อาจไม่สามารถกลับมาใช้สินทรัพย์ในกระเป๋านั้นได้

ฟีเจอร์นี้เป็นทางเลือก ไม่ใช่สิ่งที่มือใหม่ต้องเปิดใช้ทันที หากจะใช้ ต้องวางแผนสำรอง Passphrase และทดสอบการเข้าถึงให้เข้าใจก่อน [8]

กู้คืนแล้วไม่เห็นเหรียญ ควรตรวจอะไร?

การเห็นยอดเป็นศูนย์ยังไม่เพียงพอให้สรุปว่าสินทรัพย์หาย เริ่มตรวจจากข้อมูลที่มีอยู่ก่อน โดยไม่รีบนำชุดคำไปทดลองในหลายแอป

  • กระเป๋าถูกใบหรือไม่: ใช้ข้อมูลสำรองของกระเป๋าที่ต้องการจริงหรือเปล่า
  • บัญชีถูกบัญชีหรือไม่: เปรียบเทียบที่อยู่กับบันทึกเดิมที่เชื่อถือได้
  • เครือข่ายถูกต้องหรือไม่: กำลังดูเครือข่ายเดียวกับที่มีสินทรัพย์อยู่หรือไม่
  • มี Passphrase หรือไม่: หากเคยใช้ ต้องป้อนค่าเดิม
  • บัญชีมาจากที่อื่นหรือไม่: บัญชีที่นำเข้าแยกอาจต้องใช้ข้อมูลกู้คืนอีกชุด

นอกจากนี้ แอปที่ใช้กู้คืนต้องรองรับมาตรฐานและวิธีสร้างบัญชีของกระเป๋าเดิมด้วย รายละเอียดหนึ่งที่อาจต่างกันคือ Derivation Path หรือเส้นทางที่ระบบใช้สร้างกุญแจและบัญชีจากข้อมูลตั้งต้น จึงไม่ควรถือว่าการรับชุดคำได้หมายถึงแอปจะค้นพบบัญชีเดิมทั้งหมดทันที [9]

สำหรับ Hardware Wallet ให้แยกการเชื่อมอุปกรณ์กับแอปออกจากการนำ Seed Phrase ไปกรอกในแอปซอฟต์แวร์ การเชื่อมต่อที่รองรับให้อุปกรณ์เป็นผู้ลงนาม ส่วนการกรอกชุดคำในซอฟต์แวร์ทำให้ข้อมูลลับออกจากสภาพแวดล้อมของ Hardware Wallet จึงไม่ควรทำเพียงเพื่อทดลองดูยอด [10]

Seed Phrase หายกับรั่วไหล ต้องรับมือต่างกัน

ชุดคำหาย แต่ยังใช้กระเป๋าได้

รักษาอุปกรณ์และแอปเดิมไว้ก่อน อย่าเพิ่งลบหรือรีเซ็ต เพราะอาจเป็นช่องทางเข้าถึงที่เหลืออยู่

ตรวจคู่มือว่ากระเป๋านั้นมีวิธีสำรองข้อมูลอีกครั้งหรือไม่ หากไม่สามารถจัดทำข้อมูลสำรองเดิมได้ แนวทางหนึ่งคือเตรียมกระเป๋าใหม่ที่สำรองและตรวจสอบแล้ว แล้วดำเนินการย้ายสินทรัพย์ขณะที่ยังลงนามจากกระเป๋าเดิมได้

คู่มือ Trezor ระบุว่า หากข้อมูลสำรองไม่ถูกต้องและไม่สามารถแก้ให้ถูกได้ ควรย้ายสินทรัพย์ไปยังกระเป๋าใหม่ก่อนที่จะสูญเสียการเข้าถึงอุปกรณ์เดิม [7]

ชุดคำถูกเปิดเผยให้ผู้อื่น

การเปลี่ยนรหัสผ่านแอปไม่ได้ทำให้ชุดคำเดิมหมดสิทธิ์ และการเพิ่มบัญชีที่สร้างจากชุดคำเดิมก็ไม่ใช่การแยกออกจากข้อมูลที่รั่วไหล

ควรหยุดใช้กระเป๋าชุดนั้นรับสินทรัพย์ใหม่ เตรียมกระเป๋าที่สร้างด้วยชุดคำใหม่บนอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ และจัดการสินทรัพย์ที่เหลือตามแนวทางทางการของผู้ให้บริการ

หากสงสัยว่ามีระบบอัตโนมัติคอยขโมยสินทรัพย์ที่โอนเข้า หรือ Sweeper Bot อย่าเติมเหรียญเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมซ้ำโดยไม่ตรวจปัญหาก่อน เพราะเงินที่เติมอาจถูกโอนออกทันที การช่วยเหลือจากฝ่ายสนับสนุนไม่จำเป็นต้องแลกกับการส่งชุดคำหรือ Private Key ให้เจ้าหน้าที่ [4]

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Seed Phrase

แบ่งชุดคำเก็บคนละครึ่งได้ไหม?

การแบ่งเองทำให้ต้องรวบรวมข้อมูลให้ครบ หากส่วนหนึ่งหายก็อาจกู้คืนไม่ได้ และไม่ใช่สิ่งเดียวกับระบบ Multi-share Backup ที่ออกแบบไว้โดยเฉพาะ

ตัวอย่างระบบแบบ 2 จาก 3 จะสร้างส่วนสำรองสามส่วน และใช้สองส่วนใดก็ได้กู้คืน หากเหลือเพียงส่วนเดียวจะไม่ครบเงื่อนไข ระบบนี้ต้องใช้กระเป๋าที่รองรับและทำตามขั้นตอนของมาตรฐานนั้น ไม่ใช่นำชุดคำเดิมมาตัดแบ่งเอง [11]

ให้ Seed Phrase กับเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยกู้คืนได้ไหม?

ไม่ควรส่งให้บุคคลอื่น แม้จะอ้างว่าเป็นฝ่ายสนับสนุน การกู้คืนควรทำด้วยตัวเองผ่านอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ที่ตรวจสอบแล้วตามคู่มือทางการ Trezor ระบุชัดว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ขอข้อมูลสำรองกระเป๋า [6]

จำรหัสผ่านแอปได้ แต่ไม่มี Seed Phrase จะกู้คืนได้หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับวิธีตั้งค่ากระเป๋า สำหรับระบบที่รหัสผ่านใช้ปลดล็อกข้อมูลบนเครื่องเดิม รหัสผ่านอย่างเดียวไม่ทดแทนชุดคำเมื่อข้อมูลบนเครื่องสูญหาย ส่วนระบบที่ใช้บัญชีออนไลน์ร่วมกับรหัสผ่านอาจมีทางกู้คืนอีกแบบ ต้องดูเงื่อนไขที่ตั้งไว้จริง [5]

เช็กความเข้าใจก่อนนำสินทรัพย์เข้ากระเป๋า

ก่อนเริ่มใช้งาน ควรตอบคำถามเหล่านี้ได้:

  • Private Key ต่างจาก Seed Phrase และรหัสผ่านอย่างไร?
  • ข้อมูลสำรองที่มีครอบคลุมกระเป๋าและบัญชีใดบ้าง?
  • ตรวจความถูกต้องด้วยวิธีที่กระเป๋ารองรับแล้วหรือยัง?
  • มี Passphrase หรือข้อมูลอื่นที่ต้องใช้ร่วมกันหรือไม่?
  • หากอุปกรณ์เดิมเสีย จะกู้คืนผ่านวิธีใด?
  • หากชุดคำรั่วไหล เข้าใจหรือไม่ว่าการเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างเดียวไม่เพียงพอ?

การสำรองกระเป๋าจึงต้องมากกว่าการจดชุดคำให้เสร็จ คุณควรรู้ว่าชุดคำนั้นใช้กับอะไร ตรวจแล้วว่าใช้ได้ และเก็บในลักษณะที่ตัวเองเรียกใช้ได้เมื่อจำเป็นโดยผู้อื่นเข้าถึงไม่ได้ง่าย

เมื่อเข้าใจการสำรองและกู้คืนแล้ว ขั้นต่อไปคือเรียนรู้การรับและส่งคริปโต โดยตรวจที่อยู่ เครือข่าย และค่าธรรมเนียมก่อนยืนยันธุรกรรม

ดูบทเรียนทั้งหมดได้ที่ เส้นทางความรู้คริปโตบน ThaiFX

แหล่งอ้างอิง

  1. Ethereum.org — Ethereum accounts
  2. ข้อกำหนด BIP39
  3. MetaMask — Connect or import an existing wallet
  4. MetaMask — Unauthorized transactions
  5. MetaMask — Secret Recovery Phrase and password
  6. Trezor — How to use a wallet backup
  7. Trezor — Check wallet backup on Model T
  8. Trezor — What is a passphrase?
  9. MetaMask — Importing a seed phrase from another wallet
  10. MetaMask — How to use a hardware wallet
  11. Trezor — Multi-share Backup

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี

เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้

ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

รู้จักแต่ละโบรกเกอร์

อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ

ดูรีวิวโบรกเกอร์ →

เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน

เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ →

บทความที่เกี่ยวข้อง