บทความที่ 7 / 13 ในบทนี้

เหลืออีก 6 บทความ

Fixed Spread คือส่วนต่าง Bid/Ask ที่กำหนดไว้ตามอัตราและเงื่อนไขของบัญชี ส่วน Floating Spread เปลี่ยนไปตามราคาเสนอและสภาวะตลาดได้

การเปรียบเทียบจึงต้องดูทั้งอัตราที่ใช้ ข้อยกเว้น และต้นทุนจริงในช่วงที่จะเทรด ไม่ควรสรุปจากชื่อประเภทว่า Fixed แพงกว่า หรือส่งคำสั่งได้แน่นอนกว่าเสมอ

เห็นความต่างจากภาพจำลอง

Fixed กับ Floating Spread: ตัวอย่างภายใต้เงื่อนไข

ช่วงปกติสมมติ

Floating 1.5 pips
Fixed 2 pips

ช่วงสภาพคล่องสูงสมมติ

Floating 0.7 pip
Fixed 2 pips

ช่วง Rollover หรือข่าวสมมติ

Floating อาจกว้างขึ้น เช่น 5 หรือ 7.5 pips
Fixed ในแบบจำลองคงที่ 2 pips แต่บัญชีจริงอาจมีข้อยกเว้น

ตัวเลขแสดงแนวคิด ไม่ใช่ราคาเสนอจริงหรือเวลาไทยตายตัว ตรวจเวลา cutoff เขตเวลา DST และเงื่อนไขของ Symbol ไม่มีข้อสรุปว่า Floating ถูกกว่าเสมอ หรือ Rollover เป็นช่วง Spread สูงสุดทุกวัน

สังเกตสองอย่างจากภาพจำลอง

  • ช่วงสภาพคล่องสูง — ในภาพจำลองนี้ Floating แคบกว่า Fixed
  • ช่วง Rollover และข่าว — ภาพจำลองกำหนดให้ Floating กว้างขึ้น ขณะที่ Fixed คงเดิมเพื่ออธิบายแนวคิด แต่บัญชีจริงอาจมีข้อยกเว้น

ตารางเปรียบเทียบ

หัวข้อ Fixed Spread Floating Spread
ช่วงตลาดปกติ อาจกว้างกว่า ต้องเทียบอัตราจริง อาจแคบกว่า ไม่รับรองทุกช่วง
ช่วงข่าว / Rollover ตามอัตราและข้อยกเว้นในสัญญา อาจกว้างขึ้นตามเงื่อนไขตลาด
คำนวณต้นทุนล่วงหน้า ประมาณ Spread ได้เมื่ออัตรายังใช้ได้ ต้นทุนอื่นยังเปลี่ยนได้ ทำได้แค่ประมาณการ
โอกาสเจอ Requote ขึ้นกับ Execution mode และนโยบาย ขึ้นกับ Execution mode และนโยบาย
โมเดลการส่งคำสั่ง ตรวจเงื่อนไขบัญชี ไม่อนุมานโมเดลจาก Spread ตรวจเงื่อนไขบัญชี ไม่ยืนยันว่าเป็น A-Book
⚠️ “Fixed” ไม่ได้แปลว่าคงที่ตลอดไป

ตรวจ Terms & Conditions ว่าผู้ให้บริการสงวนสิทธิ์ปรับ Spread หรือจำกัดการส่งคำสั่งในภาวะใดบ้าง ไม่ถือว่าอัตราปกติจะใช้ได้ในทุกเหตุการณ์

หากเกิดเงื่อนไขยกเว้น อัตรา Fixed ที่ใช้ในช่วงปกติอาจไม่ใช้ในช่วงนั้น จึงควรอ่านข้อกำหนดส่วนนี้ก่อนเปรียบเทียบบัญชี

ตัวอย่างเปรียบเทียบต่อไปนี้สมมติขนาดสัญญา EUR/USD 100,000 หน่วยต่อ Lot และบัญชี USD โดยคิดเฉพาะ Spread ยังไม่รวม Commission, Swap และ Slippage จึงใช้ตัดสินต้นทุนทั้งหมดไม่ได้

⭐ แบบไหนถูกกว่ากันจริง

ต้องเทียบอัตราที่ใช้ในเวลาของคุณพร้อมเงื่อนไขบัญชี จึงจะตอบได้ว่าตัวเลือกใดมีต้นทุนต่ำกว่า ไม่ใช่ตัดสินจากคำว่า Fixed หรือ Floating อย่างเดียว

ตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้ · EUR/USD 1 Standard Lot · 100 ไม้ต่อเดือน

คุณเทรดช่วง Fixed 2.0 pips Floating เฉลี่ย ถูกกว่า
คาบเกี่ยว London–NY $2,000 0.8 pips = $800 Floating
เซสชันเอเชีย $2,000 1.5 pips = $1,500 Floating
เน้นช่วงข่าว $2,000 4.5 pips = $4,500 Fixed
ข้อสรุปที่ใช้ได้จริง

ในตัวอย่างสมมตินี้ Floating มีต้นทุน Spread ต่ำกว่าสองช่วงแรก แต่ผลของคุณต้องใช้ข้อมูลในเวลาที่จะเทรดจริง และพิจารณา Commission กับการส่งคำสั่งร่วมกัน

แถวข่าวที่ Fixed ดูถูกกว่าใช้ได้เฉพาะเมื่ออัตรานั้นยังใช้ได้และคำสั่งดำเนินการตามสมมติฐาน จึงไม่ใช่คำแนะนำให้เลือก Fixed เพื่อเทรดข่าว ต้องตรวจข้อยกเว้น Slippage และ Requote ด้วย

แล้วทองคำล่ะ

หากบัญชี XAU/USD ใช้ Floating Spread ส่วนต่างอาจกว้างขึ้นช่วงข่าวหรือสภาพคล่องต่ำ ก่อนเทียบกับคู่เงินต้องแปลงเป็นเงินหรือสัดส่วนต่อระยะของแผน ไม่เปรียบเทียบตัวเลขคนละหน่วยตรง ๆ

สิ่งที่ต้องทำก่อนเทรดทองในช่วงข่าว

สำหรับสัญญาทองที่เสนอราคาเป็น USD ต่อทรอยออนซ์ ให้บันทึก Spread ในหน่วยนี้ช่วงเวลาที่ต้องการศึกษา แล้วเทียบกับระยะ Stop Loss ในหน่วยเดียวกัน หากต้องการเทียบเป็นเงินจึงคูณจำนวนทรอยออนซ์ในสถานะ

ถ้า Spread คิดเป็นสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับระยะ SL ต้นทุนจะกินพื้นที่ของแผนมากขึ้น ให้ประเมินว่าผลตอบแทนหลังต้นทุนยังเข้าเกณฑ์หรือไม่ และงดส่งคำสั่งหากเกินข้อจำกัดที่ตั้งไว้

📖 สารบัญบทเรียนทอง Gold / XAU/USD

วิธีวัดของจริงด้วยตัวเอง

  1. เปิด Market Watch แล้วเพิ่มคอลัมน์ Spread — คลิกขวาแล้วเลือก Spread
  2. เริ่มเก็บข้อมูลในเวลาที่จะเทรดต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ได้ โดยใช้ Demo หรือข้อมูลที่เข้าถึงได้ ไม่ต้องเปิดสถานะเงินจริงเพื่อทดสอบความน่าเชื่อถือ
  3. บันทึกเพิ่มในช่วง Rollover และช่วงข่าว เพื่อดูค่าสูงที่พบในตัวอย่าง ไม่ใช่เพดานในอนาคต
  4. ใช้ค่าเฉลี่ย ค่ากลาง และช่วงกว้างผิดปกติจากเวลาของคุณ พร้อมตรวจหน่วย points/pips และความต่างระหว่าง Demo กับ Live

คำถามที่พบบ่อย

บัญชีของผมเป็นแบบไหน?
ให้ยึดรายละเอียดประเภทบัญชีและ Specification ของสัญลักษณ์นั้นเป็นหลัก คอลัมน์ Spread ใน Market Watch ช่วยดูค่าที่เกิดขึ้นจริง แต่การเห็นค่าคงเดิมช่วงสั้น ๆ ยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็น Fixed และ Fixed ก็อาจมีข้อยกเว้นตามสัญญา

Floating Spread แปลว่าโบรกเกอร์เป็น A-Book ใช่ไหม?
ไม่จำเป็น ประเภทของ Spread กับโมเดลการส่งคำสั่งเป็นคนละเรื่องกัน

Fixed Spread ปลอดภัยกว่าไหม?
ช่วยประมาณค่า Spread ได้เมื่ออัตราที่กำหนดยังใช้ได้ แต่ไม่ได้รับรองความเสี่ยงต่ำกว่า และต้นทุนอื่นยังเปลี่ยนได้ ส่วน Requote ต้องดู Execution mode และข้อกำหนด ไม่ได้ขึ้นกับ Fixed เพียงอย่างเดียว

ทำไม Spread บางช่วงกว้างผิดปกติมาก?
อาจเกี่ยวกับช่วง Rollover ข่าว หรือการกลับมาเปิดตลาด หากพบค่าแตกต่างจากช่วงปกติ ให้เก็บข้อมูลราคา เวลา และเงื่อนไขไว้ตรวจต่อ ไม่สรุปสาเหตุหรือการทุจริตจาก Spread อย่างเดียว อ่านเรื่อง Red Flags

สรุป

1. Fixed ตรึงอัตราภายใต้เงื่อนไข ส่วน Floating เปลี่ยนได้ ต้องเปรียบเทียบต้นทุนจริง

2. เปรียบเทียบอัตราและเงื่อนไขของ Spread ในช่วงเวลาที่คุณเทรด ไม่ตัดสินจากประเภทเพียงอย่างเดียว

3. สำหรับ Fixed Spread ให้ตรวจ T&C ว่ามีข้อยกเว้นใดและใช้ในช่วงใด โดยเฉพาะภาวะตลาดผิดปกติ

4. ใช้ข้อมูลช่วงที่เทรดจริง เริ่มเก็บ 2 สัปดาห์ได้แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกภาวะ

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

MetaQuotes: คุณสมบัติ Spread และ Execution ของสัญลักษณ์

  • ภาพประกอบในบทความเป็นภาพจำลองเพื่ออธิบายรูปแบบของ Spread ทั้งสองประเภท ไม่ใช่ข้อมูลจริงของโบรกเกอร์รายใด ให้วัดค่าจริงจากแพลตฟอร์มของคุณเอง
  • เงื่อนไขการถ่าง Spread ในภาวะตลาดผิดปกติระบุอยู่ในเอกสาร Terms & Conditions ของโบรกเกอร์ที่คุณใช้บริการ

📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 4: Pip, Lot, Spread และต้นทุนการเทรด

คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกราย ตัวเลขที่ใช้ในบทความเป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนรู้ เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น

ต่อไปเพิ่ม Commission เข้าไปในการเปรียบเทียบ และแยกอัตราต่อข้างออกจากอัตราไป–กลับ

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี

เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้

ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

รู้จักแต่ละโบรกเกอร์

อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ

ดูรีวิวโบรกเกอร์ →

เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน

เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ →

บทความที่เกี่ยวข้อง