บทความในหมวด Gold / XAUUSD
🎯 เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะ
- แยก Point, Tick Size, Tick Value และการเปลี่ยนแปลงราคา 1 USD ต่อออนซ์
- คำนวณกำไรขาดทุน XAUUSD จากราคาเปิด ราคาปิด Contract Size และ Lot
- เลือกใช้ Bid/Ask ให้ตรงกับฝั่ง Buy หรือ Sell และแยกผลต่างราคาออกจากต้นทุนที่เรียกเก็บเพิ่ม
- ตรวจข้อมูลสัญญาก่อนนำระยะ Stop Loss มาแปลงเป็นเงินที่เสี่ยง
ทอง 1 จุดไม่มีมูลค่าเป็นเงินตายตัว ต้องรู้ก่อนว่า “จุด” หมายถึงราคาเปลี่ยนเท่าไร และคุณเปิดสถานะขนาดกี่ Lot ภายใต้ Contract Size เท่าไร
ตัวอย่างเช่น หากสัญญา XAUUSD กำหนดให้ 1 Lot = 100 ทรอยออนซ์ การเปิด 0.01 Lot จะรับความเสี่ยงราคาเทียบเท่า 1 ออนซ์ เมื่อราคาเคลื่อนไหว 1 USD ต่อออนซ์ กำไรขาดทุนจากราคาจะเปลี่ยน 1 USD แต่ถ้าหมายถึง 1 Point ที่มีขนาดราคา 0.01 ผลจะเป็นเพียง 0.01 USD สำหรับ Lot เดียวกัน
ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างตามเงื่อนไขที่กำหนด ไม่ใช่มูลค่าต่อจุดที่ใช้ได้กับทุกบัญชี บทความนี้เน้น XAU/USD แบบ CFD ที่เสนอราคาเป็น USD ต่อทรอยออนซ์ และคำนวณผลต่างราคาแบบเชิงเส้น หากใช้สัญญาประเภทอื่นต้องตรวจวิธีคำนวณของผลิตภัณฑ์นั้น
ก่อนตอบว่า 1 จุดกี่บาท ต้องระบุหน่วยให้ตรงกัน
เอกสาร MetaTrader แยกข้อมูล Point, Tick Size และ Tick Value ออกจากกัน การเห็นคำว่า “จุด” ในคำอธิบาย เครื่องคำนวณ หรือข้อความบอกระยะทำกำไร จึงยังไม่เพียงพอที่จะนำไปคำนวณเงิน [1][2]
| คำที่พบ | ความหมาย | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| ราคาเปลี่ยน 1 USD/ออนซ์ | เช่น จาก 3,000.00 เป็น 3,001.00 | เป็นระยะราคา ไม่ใช่กำไร 1 USD ของทุกสถานะ |
| Point | หน่วยจุดราคาของสัญลักษณ์บนแพลตฟอร์ม | ค่า Point ของสัญลักษณ์นั้น เช่น 0.01 หรือ 0.001 ในตัวอย่าง |
| Tick Size | ขั้นการเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำที่กำหนดให้สัญลักษณ์ | อย่าสมมติว่าเท่ากับ Point โดยไม่ตรวจ |
| Tick Value | มูลค่าเงินของการเปลี่ยนแปลงหนึ่ง Tick ตามขนาดสัญญาที่อ้างอิง | สกุลเงิน ขนาด Lot ที่ใช้ และเงื่อนไขการแปลงค่าเงิน |
| Pip หรือ “จุด” ในคำอธิบาย | ต้องอ่านนิยามของผู้ให้ข้อมูลก่อนใช้กับทอง | ให้ระบุราคาเริ่มต้นและราคาสิ้นสุด เพื่อแปลงกลับเป็นระยะราคาที่ชัดเจน |
ตัวอย่าง: ราคาเคลื่อนไหวเท่ากัน แต่จำนวน Points ต่างกัน
สมมติราคาทองเพิ่มจาก 3,000 เป็น 3,001 หรือเพิ่ม 1 USD ต่อออนซ์:
- สัญลักษณ์ A กำหนด Point = 0.01 จะนับได้ 1 ÷ 0.01 = 100 Points
- สัญลักษณ์ B กำหนด Point = 0.001 จะนับได้ 1 ÷ 0.001 = 1,000 Points
หากทั้งสองสัญลักษณ์มี Contract Size, Lot และวิธีคำนวณเหมือนกัน ผลกำไรขาดทุนจากระยะราคานี้จะเท่ากัน การแสดงทศนิยมละเอียดขึ้นไม่ได้ทำให้กำไรมากขึ้น
วิธีสื่อสารที่ลดความผิดพลาด: แทนที่จะบอกเพียง “ตั้ง Stop Loss 500 จุด” ให้ระบุด้วยว่า “ซื้อที่ 3,000.50 ตั้ง Stop Loss ที่ 2,995.50 ระยะราคา 5.00 USD ต่อออนซ์” แล้วค่อยแปลงเป็น Points ตามสัญลักษณ์ที่ใช้
สูตรคำนวณกำไรขาดทุน XAUUSD
สำหรับสัญญาตามขอบเขตบทความ ให้เริ่มจากจำนวนออนซ์ที่สถานะรับความเสี่ยง:
จำนวนออนซ์ที่รับความเสี่ยง = Contract Size ต่อ Lot × จำนวน Lot
Buy: กำไร/ขาดทุน = (ราคาปิด − ราคาเปิด) × Contract Size × Lot
Sell: กำไร/ขาดทุน = (ราคาเปิด − ราคาปิด) × Contract Size × Lot
เมื่อราคาเป็น USD/ออนซ์ และ Contract Size เป็นออนซ์ต่อ Lot ผลลัพธ์เป็น USD ก่อนต้นทุนที่เรียกเก็บแยกและการแปลงสกุลเงินบัญชี [3]
ผลบวกหมายถึงกำไรจากราคา ผลลบหมายถึงขาดทุนจากราคา ส่วนจำนวนออนซ์ในสูตรเป็นขนาดความเสี่ยงตามสัญญา CFD ไม่ใช่ทองคำที่คุณได้รับมอบ
ตัวอย่าง Buy: ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด
สมมติ Contract Size = 100 ออนซ์ต่อ Lot เปิด Buy 0.10 Lot ที่ราคา 3,000.50 และปิดได้จริงที่ 3,012.30
- ขนาดความเสี่ยง = 100 × 0.10 = 10 ออนซ์
- ส่วนต่างราคา = 3,012.30 − 3,000.50 = 11.80 USD/ออนซ์
- กำไรจากราคา = 11.80 × 10 = 118 USD
ตัวอย่าง Sell: ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด
สมมติ Contract Size เท่าเดิม เปิด Sell 0.05 Lot ที่ 3,010.20 และปิดได้จริงที่ 3,004.70
- ขนาดความเสี่ยง = 100 × 0.05 = 5 ออนซ์
- ส่วนต่างที่เป็นผลดีต่อ Sell = 3,010.20 − 3,004.70 = 5.50 USD/ออนซ์
- กำไรจากราคา = 5.50 × 5 = 27.50 USD
แต่หาก Sell ที่ 3,010.20 แล้วปิดที่ 3,015.70 ผลจะเป็น (3,010.20 − 3,015.70) × 5 = ขาดทุน 27.50 USD ก่อนต้นทุนอื่น
ราคาซื้อขายและขนาดสัญญาในตัวอย่างทั้งหมดเป็นสมมติฐานเพื่อสอนวิธีคิด ไม่ใช่ราคาและข้อเสนอของโบรกเกอร์รายใด
ตาราง: ราคาเปลี่ยนเท่านี้ กระทบเงินเท่าไร?
เงื่อนไขของตาราง: Contract Size = 100 ออนซ์ต่อ Lot คำนวณผลต่างราคาเป็น USD และยังไม่รวมต้นทุนที่เรียกเก็บแยก
| Lot | ความเสี่ยงเทียบเท่าออนซ์ | ราคาเปลี่ยน 0.01 | ราคาเปลี่ยน 0.10 | ราคาเปลี่ยน 1.00 | ราคาเปลี่ยน 10.00 |
|---|---|---|---|---|---|
| 0.01 | 1 | 0.01 USD | 0.10 USD | 1 USD | 10 USD |
| 0.10 | 10 | 0.10 USD | 1 USD | 10 USD | 100 USD |
| 1.00 | 100 | 1 USD | 10 USD | 100 USD | 1,000 USD |
หน่วยการเปลี่ยนแปลงราคาในหัวตารางคือ USD ต่อออนซ์ ส่วนตัวเลขภายในตารางคือขนาดเงินกำไรหรือขาดทุน หากราคาเคลื่อนไหวเป็นผลดีต่อสถานะจะเป็นกำไร หากผิดทางจะเป็นขาดทุน
ถ้า Contract Size ไม่ใช่ 100 ต้องคำนวณใหม่ เช่น สมมติอีกสัญญามี Contract Size = 10 ออนซ์ต่อ Lot การเปิด 0.10 Lot จะรับความเสี่ยงเพียง 1 ออนซ์ และราคาเปลี่ยน 1 USD/ออนซ์จะกระทบเงิน 1 USD ไม่ใช่ 10 USD
คำนวณจากจำนวน Points หรือ Tick Value อย่างไร?
วิธีที่ 1: แปลง Points กลับเป็นระยะราคา
ระยะราคา = จำนวน Points × ขนาด Point
ขนาดเงินที่เปลี่ยน = ระยะราคา × Contract Size × Lot
สมมติ Point = 0.01, Contract Size = 100 และเปิด 0.10 Lot การเคลื่อนไหว 500 Points เท่ากับ:
500 × 0.01 × 100 × 0.10 = 50 USD
แต่ถ้า Point = 0.001 ภายใต้ Contract Size และ Lot เท่าเดิม 500 Points จะกระทบเงินเพียง 5 USD ความต่างเกิดจากหน่วย Point ไม่ใช่จากสูตรกำไรขาดทุน
วิธีที่ 2: ใช้ Tick Size และ Tick Value
หากยืนยันแล้วว่า Tick Value เป็นมูลค่าต่อ 1 Lot และทราบสกุลเงินที่ใช้ สามารถประเมินขนาดกำไรขาดทุนได้จาก:
ขนาดกำไร/ขาดทุน ≈ (ระยะราคา ÷ Tick Size) × Tick Value ต่อ 1 Lot × Lot
สมมติ Tick Size = 0.01 และ Tick Value = 1 USD ต่อ 1 Lot หากราคาเปลี่ยน 5.00 และถือ 0.10 Lot:
(5.00 ÷ 0.01) × 1 × 0.10 = 50 USD
ผลตรงกับวิธีใช้ Contract Size ภายใต้สมมติฐานเดียวกัน ส่วนเครื่องหมายบวกหรือลบต้องพิจารณาทิศทาง Buy/Sell และการเปลี่ยนแปลงราคา
ตรวจ Tick Value ก่อนนำมาใช้
เอกสาร MQL5 แยกค่าที่ใช้กับสถานะกำไรและขาดทุนไว้ และระบุว่าหน่วยเงินของค่าดังกล่าวต้องพิจารณาตามการตั้งค่าสัญลักษณ์ จึงไม่ควรนำตัวเลขจากอีกบัญชีมาใช้ทันที [2][3]
ถ้ามีการแปลงสกุลเงิน Tick Value อาจเปลี่ยนตามอัตราแลกเปลี่ยน การใช้ค่าปัจจุบันประเมินผลในอนาคตจึงไม่ใช่การรับประกันยอดที่จะได้รับจริง
ใช้ Bid หรือ Ask? จุดที่ทำให้คำนวณไม่ตรงกับบัญชี
ในการซื้อขายตามโครงสร้าง Bid/Ask คุณซื้อที่ฝั่ง Ask และขายที่ฝั่ง Bid ดังนั้นการปิด Buy คือการขาย ส่วนการปิด Sell คือการซื้อกลับ [4]
| สถานะ | เปิดสถานะ | ปิดสถานะ |
|---|---|---|
| Buy | ซื้อฝั่ง Ask | ขายฝั่ง Bid |
| Sell | ขายฝั่ง Bid | ซื้อกลับฝั่ง Ask |
สำหรับรายการที่ปิดแล้ว ให้ใช้ ราคาเปิดและราคาปิดที่ดำเนินการจริง จากประวัติรายการซื้อขาย ไม่ใช่ราคาที่ตั้งใจส่งคำสั่งหรือราคาบนกราฟเพียงอย่างเดียว
ทำไมเปิดสถานะแล้วเห็นขาดทุนทันที?
สมมติ Bid = 3,000.00 และ Ask = 3,000.40 เปิด Buy 0.10 Lot โดย Contract Size = 100 หากซื้อได้ที่ Ask และประเมินการปิดที่ Bid เดิม:
(3,000.00 − 3,000.40) × 100 × 0.10 = −4 USD
ผลขาดทุน 4 USD ในตัวอย่างมาจากส่วนต่าง Bid/Ask ก่อน Commission หรือค่าใช้จ่ายอื่น ไม่จำเป็นต้องเกิดจากราคาตลาดวิ่งผิดทางหลังเปิดสถานะ
การใช้ราคาแท่งเทียนแทนทั้งราคาเข้าและออกอาจทำให้คำนวณคลาดเคลื่อน เพราะกราฟอาจสร้างจาก Bid หรือ Last ตามสัญลักษณ์ อ่านต่อที่ ทำไมราคาทองแต่ละแอปไม่เท่ากัน? เข้าใจ Spot, Futures, CFD และราคาอ้างอิง
กำไรจากราคาไม่เท่ากับกำไรสุทธิ
หลังคำนวณผลต่างราคาแล้ว ต้องรวมรายการเงินที่เกิดจากการถือและซื้อขายสถานะนั้น เช่น Commission, Swap หรือค่าธรรมเนียมอื่นตามบัญชี ค่าใช้จ่ายเหล่านี้แตกต่างกันได้ระหว่างผู้ให้บริการ [5]
ผลสุทธิของรายการ = กำไร/ขาดทุนจากราคา − ค่าธรรมเนียมที่จ่าย + เครดิตที่ได้รับ − ค่าถือสถานะที่จ่าย
รวมทุกจำนวนในสกุลเงินเดียวกัน และตรวจว่าแต่ละรายการลงบัญชีไปแล้วหรือไม่
ต่อจากตัวอย่าง Buy ที่ได้กำไรจากราคา 118 USD สมมติว่ามี Commission รวมเปิดและปิด 0.70 USD และ Swap เป็นค่าจ่าย 1.20 USD โดยไม่มีรายการอื่น:
ผลสุทธิ = 118 − 0.70 − 1.20 = 116.10 USD
ค่าธรรมเนียมในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติ ไม่ใช่อัตราของโบรกเกอร์รายใด หาก Swap เป็นเครดิตต้องนำมาบวกตามยอดจริง ไม่ใช่หักเสมอ
อย่าหัก Spread และ Slippage ซ้ำ
หากคำนวณจากราคาเปิดและราคาปิดที่ดำเนินการจริง ผลของ Spread และ Slippage สะท้อนอยู่ในราคาเหล่านั้นแล้ว จึงไม่ควรหักเงินรายการเดียวกันซ้ำอีก
แต่หากกำลังประมาณจากราคากลางหรือราคาที่หวังว่าจะซื้อขายได้ ต้องเผื่อผลของราคาเข้าออกจริงด้วย ทั้งสองกรณีใช้ฐานราคาต่างกัน
อ่านรายละเอียดค่าใช้จ่ายใน Spread และต้นทุนการเทรดทอง
Leverage และสกุลเงินบัญชีเปลี่ยนคำตอบอย่างไร?
Leverage ไม่ใช่ตัวคูณกำไรซ้ำหลังคำนวณ Lot แล้ว
ในสูตรกำไรขาดทุนของ CFD แบบที่อธิบายข้างต้น ตัวแปรคือส่วนต่างราคา Contract Size และ Lot ส่วน Leverage เกี่ยวข้องกับการคำนวณหลักประกันตามเงื่อนไขสัญญา [3]
หาก Contract Size และ Lot เท่าเดิม รวมถึงราคาเข้าออกเหมือนเดิม การเปลี่ยน Leverage จึงไม่ได้ทำให้กำไรจากราคาสูงขึ้นเอง ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่อคุณใช้หลักประกันที่ลดลงไปเปิดสถานะใหญ่ขึ้น หรือเมื่อเงื่อนไขหลักประกันทำให้ไม่สามารถถือสถานะต่อได้
อย่านำกำไรที่คำนวณแล้วไปคูณ 100 หรือ 500 ตามตัวเลข Leverage อีกครั้ง
ถ้าต้องการคิดเป็นเงินบาท
ต้องแยกผลกำไรเป็น USD ออกจากการแปลงเป็น THB ตัวอย่างเชิงหน่วย หากกำไร 118 USD และสมมติใช้อัตรา 35 THB ต่อ USD จะมีมูลค่าเทียบเท่า:
118 × 35 = 4,130 บาท
นี่ไม่ใช่ยอดถอนที่รับประกัน อัตราแปลงเงินจริง เวลาแปลง และค่าธรรมเนียมอาจต่างจากสมมติฐาน หากบัญชีแปลงผลกำไรเป็นสกุลเงินบัญชีให้แล้ว อย่าแปลงซ้ำอีก
สำหรับผู้ใช้เครื่องมือคำนวณบน MT5 ฟังก์ชัน OrderCalcProfit ใช้ประเมินผลจากชนิดคำสั่ง สัญลักษณ์ Volume และราคาเปิด–ปิด โดยคืนค่าเป็นสกุลเงินบัญชี แต่ผลประเมินยังขึ้นกับสภาพตลาดและข้อมูลขณะคำนวณ [6]
นำระยะ Stop Loss มาแปลงเป็นเงินที่เสี่ยง
สมมติเปิด Buy ที่ 3,000.50 ตั้ง Stop Loss ที่ 2,995.50 ใช้ Contract Size = 100 และเปิด 0.10 Lot:
- ระยะจากราคาเปิดถึง Stop Loss = 5.00 USD/ออนซ์
- ผลขาดทุนจากราคาหากปิดได้ตรงระดับนั้น = 5 × 100 × 0.10 = 50 USD
- ต้องรวม Commission ค่าถือสถานะที่เกี่ยวข้อง และผลจากการดำเนินคำสั่งที่อาจต่างจากระดับที่ตั้ง
ใน MT5 เงื่อนไข Stop Loss ของ Buy ตรวจจาก Bid ส่วน Sell ตรวจจาก Ask สำหรับการซื้อขายตามโครงสร้างที่อธิบายนี้ จึงต้องเลือกฝั่งราคาให้ถูกตั้งแต่ตอนวางแผน [4]
50 USD คือผลคำนวณตามระดับราคา ไม่ใช่ขาดทุนสูงสุดที่รับประกัน หากเกิด Gap หรือดำเนินคำสั่งได้แย่กว่าที่ตั้งไว้ ขาดทุนจริงอาจมากขึ้น และบัญชีอาจถูกปิดสถานะตามเกณฑ์หลักประกันก่อนถึง Stop Loss ที่วางแผนไว้
บทความนี้ช่วยแปลงระยะราคาเป็นเงิน ส่วนวิธีเลือก Lot จากงบขาดทุนที่รับได้ อ่านต่อใน คำนวณ Lot ทองคำอย่างไร
ตรวจข้อมูลจริงใน MT5 ก่อนใช้สูตร
บน MT5 เดสก์ท็อป เปิด Market Watch คลิกขวาที่สัญลักษณ์ทองที่ต้องการ แล้วเลือก Specification เพื่อดูข้อมูลสัญญา [1]
- สัญลักษณ์และบัญชี: ใช้ข้อมูลของสัญลักษณ์ที่จะส่งคำสั่งจริง รวมส่วนต่อท้ายชื่อถ้ามี
- Contract Size: หนึ่ง Lot อ้างอิงทองกี่ออนซ์ และใช้วิธีคำนวณแบบใด
- Digits, Point และ Tick Size: แยกจำนวนทศนิยม หน่วย Point และขั้นราคา หากข้อมูลไม่ชัดให้สอบถามผู้ให้บริการ
- Tick Value และสกุลเงิน: ตรวจว่ามูลค่าที่แสดงอ้างอิงขนาดเท่าไรและเป็นเงินสกุลใด
- Volume: ตรวจ Lot ขั้นต่ำและขั้นเพิ่มก่อนนำขนาดที่คำนวณได้ไปใช้
- ต้นทุน: ตรวจ Commission และ Swap ร่วมกับตารางค่าธรรมเนียมและข้อตกลงบัญชี
สำหรับรายการที่ปิดแล้ว ให้เทียบผลคำนวณกับประวัติการซื้อขายและรายการเงิน หากมีการแบ่งปิดหลายครั้ง ให้คำนวณตาม Volume และราคาที่ปิดของแต่ละส่วน ไม่ใช้ราคาปิดครั้งเดียวแทนทั้งสถานะ
หากตัวเลขยังไม่ตรง ให้ตรวจหน่วย สกุลเงิน การปัดเศษ และรายการต้นทุนก่อนสรุปว่าระบบคำนวณผิด ไม่จำเป็นต้องเปิดคำสั่งเงินจริงเพื่อทดลองสูตร สามารถตรวจจากบัญชีทดลองหรือประวัติรายการที่มีอยู่ได้
คำถามที่พบบ่อย
ทอง 0.01 Lot ขยับ 1 ดอลลาร์ ได้กำไร 1 ดอลลาร์ใช่ไหม?
ใช่ภายใต้เงื่อนไขว่า Contract Size = 100 ออนซ์ต่อ Lot และหมายถึงราคาเคลื่อนไหว 1 USD ต่อออนซ์ในทิศทางที่เป็นผลดีต่อสถานะ ตัวเลขเป็นกำไรจากราคาก่อนต้นทุนที่เรียกเก็บแยก หากผิดทางก็เป็นขาดทุน 1 USD
ทอง 100 จุดเป็นเงินเท่าไร?
ต้องรู้ขนาด Point ก่อน สมมติ Point = 0.01, Contract Size = 100 และถือ 0.10 Lot จะได้ 100 × 0.01 × 100 × 0.10 = 10 USD แต่ถ้า Point = 0.001 โดยตัวแปรอื่นเท่าเดิม จะได้เพียง 1 USD
หนึ่ง Pip ของทองเท่ากับกี่ Points?
ต้องตรวจนิยาม Pip ของผู้ให้บริการหรือเครื่องมือที่อ้างอิงก่อน ไม่ควรนำกติกาของคู่เงินมาใช้กับทองโดยอัตโนมัติ วิธีที่ชัดกว่าคือแปลงเป็นส่วนต่างราคา USD ต่อออนซ์ แล้วจึงคำนวณเงิน
ทำไมกำไรในแอปน้อยกว่าที่คำนวณจากกราฟ?
ตรวจว่าคุณใช้ราคาเปิด–ปิดจริงหรือไม่ เลือก Bid/Ask ถูกฝั่งหรือไม่ และมี Commission, Swap หรือการแปลงสกุลเงินหรือไม่ รวมถึงตรวจว่า Contract Size ตรงกับสมมติฐานหรือเปล่า
เพิ่ม Leverage แล้วกำไรต่อจุดเพิ่มหรือไม่?
ไม่เพิ่มจาก Leverage เพียงอย่างเดียว หาก Contract Size, Lot และราคาเข้าออกเหมือนเดิม กำไรขาดทุนจากราคาจะเท่าเดิม แต่เงินหลักประกันและความสามารถในการถือสถานะอาจเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขบัญชี
ใช้สูตรนี้กับ GO หรือ MGO ใน TFEX ได้ไหม?
อย่านำ Contract Size แบบออนซ์ต่อ Lot ไปแทนตัวคูณของ Futures โดยตรง ต้องใช้สูตรของสัญญานั้น อ่านการแยกหน่วยใน Gold Futures ใน TFEX ต่างจาก XAUUSD อย่างไร? รู้จัก GO และ MGO
สรุป
- นิยาม “จุด” ก่อนคิดเงิน: ราคาเปลี่ยน 1 USD ต่อออนซ์ ไม่จำเป็นต้องเท่ากับ 1 Point บนแพลตฟอร์ม
- ใช้ Contract Size และ Lot ของบัญชีจริง: ตารางตัวอย่างใช้แทนทุกสัญญาไม่ได้
- คำนวณ Buy/Sell ให้ถูกทิศ: ใช้ราคาเข้าออกจริงเมื่อทบทวนรายการที่ปิดแล้ว
- แยกผลต่างราคาออกจากผลสุทธิ: รวมต้นทุนที่เรียกเก็บแยก และอย่าหัก Spread ซ้ำ
- Leverage ไม่คูณกำไรซ้ำ: ความเสี่ยงจากราคาเกิดตามขนาดสถานะ ส่วนหลักประกันมีผลต่อการเปิดและรักษาสถานะ
อ่านต่อ
- XAU/USD คืออะไร? สัญลักษณ์ราคาและสิทธิในสัญญา
- คำนวณ Lot ทองคำอย่างไร
- Spread และต้นทุนการเทรดทอง
- ทำไมราคาทองแต่ละแอปไม่เท่ากัน? เข้าใจ Spot, Futures, CFD และราคาอ้างอิง
แหล่งอ้างอิง
- MetaTrader 5 — Market Watch และ Symbol Specification: Contract Size, Digits, Tick Size, Tick Value, Profit Currency และขนาดคำสั่ง
- MQL5 — Price Representation Accuracy and Change Steps: หน่วย Point, ขั้นราคา และข้อควรตรวจเกี่ยวกับ Tick Value
- MQL5 — Symbol Properties: คุณสมบัติสัญลักษณ์และสูตรคำนวณกำไรขาดทุนตาม Calculation Mode
- MetaTrader 5 — Basic Principles: Bid/Ask และการตรวจเงื่อนไข Stop Loss
- FCA — CFD Providers’ Provision of Price and Value: Spread, Commission และ Overnight Funding โดยข้อค้นพบอยู่ภายใต้ขอบเขตการตรวจของ FCA
- MQL5 — OrderCalcProfit: การประเมินผลการซื้อขายในสกุลเงินบัญชี
- MetaTrader 5 — Executing Trades: ราคาดำเนินคำสั่ง Volume และข้อมูลสถานะ
ตรวจเอกสารวันที่ 20 กันยายน 2026 ตัวเลขราคา Contract Size, Point, Tick Value, ค่าธรรมเนียม และอัตราแลกเปลี่ยนในตัวอย่างเป็นสมมติฐานเพื่อการศึกษา ผลคำนวณเป็นการคำนวณของบทความจากสมมติฐานเหล่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขผลตอบแทนที่แหล่งอ้างอิงรับรอง
📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Gold / XAUUSD
📚 บทอ่านต่อ
ต้นทุนการเทรดทองคำมีอะไรบ้าง? คำนวณอย่างไร
อ่านต่อเรื่องต้นทุน เพื่อแยกกำไรขาดทุนจากราคาออกจาก Commission, Swap และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
Share This Story, Choose Your Platform!
โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์
ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส
โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ
บทความในหมวด ชุดความรู้ Gold / XAUUSD 🎯 เมื่อเรียนบทเรี […]
บทความในชุด Gold / XAUUSD — การคำนวณและต้นทุน 🎯 เมื่ออ่ […]
บทความในหมวด Gold / XAUUSD 🎯 เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะ […]
บทความในหมวด ชุดความรู้ Gold / XAUUSD 🎯 เมื่อเรียนบทเรี […]


