CFD ย่อมาจาก Contract for Difference หรือ “สัญญาซื้อขายส่วนต่าง” เป็นผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ (Derivative) ที่มูลค่าอ้างอิงกับราคาของสินทรัพย์หรือตลาดอื่น เช่น คู่สกุลเงิน หุ้น ดัชนี ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ หรือสินทรัพย์ประเภทอื่นตามที่ผู้ให้บริการและกฎในแต่ละประเทศอนุญาต

จุดสำคัญคือ การเทรด CFD ไม่ได้ทำให้คุณเป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรง แต่เป็นการถือสัญญาที่ผลกำไรหรือขาดทุนขึ้นอยู่กับส่วนต่างของมูลค่าระหว่างการเปิดและปิดสถานะ รวมถึงขนาดของ Position และต้นทุนที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเช่น หากคุณเทรด CFD ที่อ้างอิงราคาทองคำ คุณไม่ได้ซื้อทองคำแท่งมาเป็นเจ้าของ แต่กำลังถือสถานะในสัญญาที่มูลค่าเปลี่ยนแปลงตามราคาที่เกี่ยวข้องกับทองคำภายใต้ข้อกำหนดของ CFD นั้น

ASIC อธิบาย CFD ว่าเป็น Leveraged Derivative Contract ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้ารับ Exposure ต่อการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของสินทรัพย์อ้างอิง เช่น Foreign Exchange, Stock Indices, Single Equities, Commodities และ Crypto-assets

อย่างไรก็ตาม การที่สินทรัพย์ชนิดหนึ่งสามารถใช้เป็น Underlying Asset ของ CFD ได้ ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นสามารถเสนอแก่ลูกค้ารายย่อยได้ทุกประเทศ ตัวอย่างเช่น ในสหราชอาณาจักร FCA ยังคงห้ามการขาย การจัดจำหน่าย และการทำตลาด Cryptoasset Derivatives ให้แก่ Retail Client แม้ว่าจะเปิดให้ Retail Client เข้าถึง Crypto ETN บางประเภทที่เข้าเงื่อนไขแล้วก็ตาม

ดังนั้น ก่อนเทรด CFD สิ่งที่ควรเข้าใจไม่ใช่แค่ว่า “ราคาจะขึ้นหรือลง” แต่ต้องรู้ด้วยว่า คุณกำลังถือสัญญาอะไร มี Exposure เท่าไร ใช้ Margin และ Leverage อย่างไร มีต้นทุนอะไร Position จะถูกปิดเมื่อใด และบริษัทใดเป็นคู่สัญญาของคุณ


CFD ทำงานอย่างไร?

หลักพื้นฐานของ CFD คือการคำนวณผลลัพธ์จาก ส่วนต่างของราคาระหว่างตอนเปิดและตอนปิดสถานะ ร่วมกับขนาดของ Position

ลองดูตัวอย่างแบบง่าย โดยยังไม่รวมค่าธรรมเนียม

สมมติ CFD ของหุ้น ABC มีราคาอ้างอิงอยู่ที่ 100 ดอลลาร์

คุณเปิดสถานะซื้อหรือ Long จำนวน 10 หน่วย ที่ราคา 100 ดอลลาร์

หากราคาขึ้นเป็น 105 ดอลลาร์:

ส่วนต่างราคา = 105 – 100 = 5 ดอลลาร์

ดังนั้นกำไรขั้นต้นจากตัวอย่างนี้คือ:

5 × 10 = 50 ดอลลาร์

ในทางกลับกัน หากราคาลดลงจาก 100 เหลือ 95 ดอลลาร์:

ส่วนต่างราคา = 95 – 100 = -5 ดอลลาร์

ผลลัพธ์จะเป็น:

-5 × 10 = -50 ดอลลาร์

นี่คือแนวคิดพื้นฐานของคำว่า Contract for Difference

อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างนี้ตั้งใจตัดเรื่อง Spread, Commission, Overnight Funding/Financing Cost, Slippage และต้นทุนอื่นออกก่อน เพื่อให้เห็นกลไกของ CFD ชัดเจน

กำไรหรือขาดทุนสุทธิจริงจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับส่วนต่างราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรวมต้นทุนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องด้วย


สินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset) คืออะไร?

CFD ไม่ใช่หุ้น ทองคำ หรือสกุลเงินโดยตัวมันเอง แต่เป็นสัญญาที่มีมูลค่าเชื่อมโยงกับ Underlying Asset หรือตลาดอ้างอิง

ผู้ให้บริการ CFD อาจเสนอผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงกับสินทรัพย์หลายประเภท เช่น:

  • คู่สกุลเงิน (Forex)
  • หุ้น
  • ดัชนีตลาดหุ้น
  • ทองคำและโลหะมีค่า
  • น้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์
  • Crypto-assets ในเขตอำนาจที่อนุญาต
  • สินทรัพย์ประเภทอื่นตามผลิตภัณฑ์และกฎที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น เวลาพบคำว่า “Gold CFD” กับ “ซื้อทองคำจริง” แม้ราคาจะมีความสัมพันธ์กับทองคำเหมือนกัน แต่สิ่งที่ผู้ซื้อถืออยู่ไม่เหมือนกัน

การซื้อทองคำจริงคือการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ ส่วนการเปิด Gold CFD คือการถือสัญญาที่อ้างอิงกับราคาทองคำ

ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะมีผลต่อสิทธิความเป็นเจ้าของ ต้นทุน Leverage, Margin และความเสี่ยงระหว่างผู้ซื้อขายกับผู้ให้บริการ


Long และ Short ใน CFD คืออะไร?

CFD สามารถเปิด Position ได้ทั้งสองทิศทาง

Long

การเปิด Long หมายถึงการเปิดสถานะโดยคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้น

หากราคาเพิ่มขึ้นตามที่คาด ส่วนต่างราคาจะเป็นบวกก่อนคิดต้นทุนที่เกี่ยวข้อง

แต่ถ้าราคาลดลง ผลลัพธ์จะเป็นขาดทุน

Short

การเปิด Short หมายถึงการเปิดสถานะโดยคาดว่าราคาจะลดลง

หากราคาลดลงตามที่คาด ส่วนต่างราคาจะเป็นบวกก่อนคิดต้นทุน

แต่ถ้าราคาเพิ่มขึ้น ผู้เปิด Short จะขาดทุน

ดังนั้นประโยคที่มักได้ยินว่า:

“CFD ทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง”

ต้องเข้าใจให้ครบว่า CFD เปิด Position ได้ทั้ง Long และ Short แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำกำไรได้ง่ายทั้งสองทาง

หากตลาดเคลื่อนไหวสวนทางกับ Position ก็สามารถขาดทุนได้ทั้ง Long และ Short


Position Size และ Exposure คืออะไร?

ก่อนเข้าใจ Leverage ต้องแยกคำว่า เงินในบัญชี, Margin และ Exposure ออกจากกันก่อน

Position Size คือขนาดของ Position ที่เปิด

ส่วน Exposure คือมูลค่าที่ Position นั้นกำลังรับผลจากการเคลื่อนไหวของตลาด

ตัวอย่าง:

คุณมีเงินในบัญชี 1,000 ดอลลาร์

แต่เปิด CFD ที่มี Exposure 10,000 ดอลลาร์

ตลาดไม่ได้คำนวณกำไรหรือขาดทุนจากเงิน 1,000 ดอลลาร์ที่คุณมีเพียงอย่างเดียว แต่ผลของการเคลื่อนไหวจะสัมพันธ์กับ Position ที่มี Exposure 10,000 ดอลลาร์

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการดูเพียงว่า:

“ใช้เงินเปิด Position เท่าไร?”

จึงยังไม่พอ

คำถามที่สำคัญกว่าคือ:

“Position นี้มี Exposure จริงเท่าไร?”


Leverage ใน CFD คืออะไร?

หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของ CFD คือ Leverage

Leverage ทำให้ผู้ซื้อขายสามารถมี Exposure ต่อ Position ที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินที่นำมาวางเป็น Margin

ตัวอย่างอย่างง่าย:

มีเงิน 1,000 ดอลลาร์

เปิด Position ที่มี Exposure 10,000 ดอลลาร์

ถ้าตลาดเคลื่อนไหวสวนทาง 5%:

10,000 × 5% = 500 ดอลลาร์

ผลขาดทุนจากการเคลื่อนไหว 5% ของ Position จึงเท่ากับ 500 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น 50% ของเงิน 1,000 ดอลลาร์ในตัวอย่าง

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะ Leverage ทำให้ตลาดเคลื่อนไหวแรงขึ้น แต่เพราะ Leverage ทำให้ Exposure เมื่อเทียบกับเงินทุนสูงขึ้น

ดังนั้น Leverage จึงขยายผลกระทบของการเคลื่อนไหวทั้งด้านที่เป็นกำไรและด้านที่เป็นขาดทุน

ตัวอย่างนี้ใช้เพื่ออธิบายกลไกของ Leverage เท่านั้น ในบัญชีจริงอาจเกิด Margin Close-out ก่อนที่ตลาดจะเคลื่อนไหวถึงระดับในตัวอย่าง ขึ้นอยู่กับ Equity, Position อื่นที่เปิดอยู่, Margin Requirement และกฎของบัญชี

FCA จัด CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูง และสำหรับ Retail Client ภายใต้กฎ FCA มีการจำกัด Leverage ของ CFD ตามประเภท Underlying Asset โดยอยู่ระหว่าง 30:1 ถึง 2:1

ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อกำหนดภายใต้ FCA ไม่ใช่ Leverage มาตรฐานของ CFD ทุกบัญชีทั่วโลก


Margin คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ CFD อย่างไร?

เมื่อ CFD ใช้ Leverage จึงมีอีกคำที่ต้องเข้าใจคู่กันคือ Margin

Margin คือเงินที่ต้องมีเพื่อเปิดหรือรองรับ Position ตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และผู้ให้บริการ

ตัวอย่าง:

ต้องการเปิด Position ที่มี Exposure 10,000 ดอลลาร์

หาก Margin Requirement เท่ากับ 10%

Margin ที่ต้องใช้คือ:

10,000 × 10% = 1,000 ดอลลาร์

สิ่งสำคัญคือ:

Margin 1,000 ดอลลาร์ไม่ได้หมายความว่ากำไรหรือขาดทุนจะคำนวณจากเงิน 1,000 ดอลลาร์ เพราะ Position ในตัวอย่างมี Exposure 10,000 ดอลลาร์

เมื่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงเคลื่อนไหว กำไรและขาดทุนจึงสัมพันธ์กับขนาดของ Position และ Exposure ไม่ใช่เพียงจำนวน Margin ที่ใช้เปิด Position

และ Margin ก็ไม่ควรถูกตีความว่าเป็น Maximum Loss โดยอัตโนมัติ

ขอบเขตความเสียหายจริงขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของตลาด ขนาด Position, Margin Close-out และการคุ้มครอง เช่น Negative Balance Protection ว่ามีผลกับบัญชีนั้นหรือไม่


Margin Close-out คืออะไร? และจะมี Margin Call ก่อนหรือไม่?

เมื่อ Position ขาดทุน Equity ที่ใช้รองรับ Position จะลดลง

หาก Equity ลดลงถึงระดับที่ไม่เพียงพอตาม Margin Requirement ผู้ให้บริการอาจต้องปิด Position บางส่วนหรือทั้งหมดตามกฎและเงื่อนไขของบัญชี

กระบวนการนี้เรียกว่า Margin Close-out

ตัวอย่างเช่น ภายใต้กฎ FCA สำหรับ Retail CFD หาก Net Equity ของบัญชีลดต่ำกว่า 50% ของ Margin Requirement ที่ต้องใช้รักษา Open Positions บริษัทต้องปิด Position ตามข้อกำหนดโดยเร็วเท่าที่สภาพตลาดเอื้ออำนวย

แต่ตัวเลข 50% นี้เป็นกฎภายใต้ FCA ไม่ใช่กฎที่ใช้กับ CFD ทุกบัญชีทั่วโลก

แล้ว Margin Call ล่ะ?

คำว่า Margin Call โดยทั่วไปใช้เรียกการแจ้งเตือนว่าเงินรองรับ Position กำลังไม่เพียงพอ

ผู้ให้บริการบางรายอาจมีข้อความ ระบบแจ้งเตือน หรือระดับ Margin Call ตามนโยบายของตนเอง

แต่ผู้ซื้อขาย ไม่ควรคาดหวังว่าจะได้รับการแจ้งเตือนและมีเวลาฝากเงินเพิ่มก่อน Position ถูกปิดทุกครั้ง

สิ่งที่ต้องตรวจให้ชัดจากบัญชีของตัวเองคือ:

  • Margin Requirement
  • Margin Call Level ถ้ามี
  • Margin Close-out หรือ Stop-out Level
  • วิธีและลำดับการปิด Position

จึงไม่ควรคิดว่า:

“ถ้ายังไม่กดปิดเอง ก็ยังไม่มีทางถูกปิด Position”

เพราะระบบ Margin สามารถทำให้ Position ถูกปิดตามเงื่อนไขของบัญชีได้


ซื้อ CFD ต่างจากซื้อสินทรัพย์จริงอย่างไร?

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ ความเป็นเจ้าของ

หากคุณซื้อหุ้นจริง คุณกำลังซื้อหลักทรัพย์และมีสิทธิตามโครงสร้างของหลักทรัพย์นั้น

แต่หากเปิด Stock CFD คุณกำลังถือสัญญาที่อ้างอิงกับราคาหุ้น ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นตัวนั้นโดยตรง

ในทำนองเดียวกัน:

Gold CFD ≠ การถือทองคำจริง

และ:

Crypto CFD ≠ การถือ Cryptocurrency ใน Wallet ของคุณ

แม้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจอ้างอิงราคาของสินทรัพย์เดียวกัน แต่โครงสร้าง สิทธิ ต้นทุน และความเสี่ยงแตกต่างกัน

CFD จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง:

“วิธีซื้อสินทรัพย์ด้วยเงินน้อยลง”

เพราะสิ่งที่กำลังซื้อขายเป็นคนละโครงสร้างกับการถือ Underlying Asset โดยตรง


CFD เป็นการซื้อสินทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่?

CFD ที่ Retail Trader พบจากผู้ให้บริการทั่วไปมีลักษณะเป็นสัญญาระหว่างลูกค้ากับ CFD Issuer หรือ Provider

จึงต้องแยกออกจากการที่ผู้ลงทุนเข้าไปซื้อ Underlying Asset จริงในตลาดที่สินทรัพย์นั้นซื้อขายอยู่

ตัวอย่างเช่น เมื่อเปิด Stock CFD:

คุณไม่ได้ส่งคำสั่งซื้อเพื่อกลายเป็นเจ้าของหุ้นนั้นโดยตรงเพียงเพราะ CFD อ้างอิงราคาหุ้นตัวเดียวกัน

ในเชิงความเสี่ยง ความแตกต่างนี้สำคัญเพราะทำให้เกิด Counterparty Risk ต่อผู้ให้บริการ CFD เพิ่มเข้ามาด้วย


Forex กับ CFD เหมือนกันไหม?

คำว่า Forex และ CFD ไม่ได้มีความหมายเดียวกัน

Forex อธิบายตลาดหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน

ส่วน CFD อธิบาย โครงสร้างของสัญญาอนุพันธ์

จึงเป็นคำที่อธิบายคนละมิติ

ตัวอย่างเช่น EUR/USD บอกว่าสิ่งที่ราคาอ้างอิงเกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างยูโรกับดอลลาร์สหรัฐ

แต่ลูกค้ากำลังซื้อขายผลิตภัณฑ์ในโครงสร้างใด ต้องดูเอกสารและข้อกำหนดของผู้ให้บริการอีกครั้ง

ดังนั้น:

ไม่ควรสรุปว่า Forex ทุกประเภทคือ CFD

ในทางกลับกัน CFD ก็ไม่ได้มีเฉพาะ Forex เพราะสามารถอ้างอิงหุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ และสินทรัพย์อื่นได้

FCA เองรวม Rolling Spot Foreign Exchange ไว้ในขอบเขตของมาตรการที่เกี่ยวข้องกับ CFD และผลิตภัณฑ์เก็งกำไรแบบมี Leverage ภายใต้กฎของตน

หากต้องการรู้ว่าผลิตภัณฑ์ Forex ที่กำลังใช้มีโครงสร้างเป็นอะไร ควรดู Product Specification, Client Agreement และเอกสารทางกฎหมายของผู้ให้บริการ ไม่ควรตัดสินจากชื่อสินทรัพย์ที่เห็นบนแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว


ต้นทุนของการเทรด CFD มีอะไรบ้าง?

กำไรขาดทุนของ CFD ไม่ควรคำนวณจากส่วนต่างราคาเพียงอย่างเดียว

ต้นทุนอาจประกอบด้วยหลายส่วน และแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ ประเภทบัญชี และผู้ให้บริการ

1. Spread

Spread คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายที่ใช้กับผลิตภัณฑ์

ต้นทุนจาก Spread จึงต้องรวมอยู่ในการประเมินผลของ Position

2. Commission

CFD บางประเภทหรือบางบัญชีมี Commission แยกออกจาก Spread

ดังนั้นบัญชีที่มี Spread ต่ำกว่าไม่ได้หมายความว่าต้นทุนรวมจะต่ำกว่าเสมอ ต้องดู Commission และต้นทุนก้อนอื่นประกอบด้วย

3. Overnight Funding / Financing Cost

การถือ Leveraged CFD ข้ามวันอาจมี Funding หรือ Financing Cost ตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์

ผู้ให้บริการบางรายอาจเรียกต้นทุนลักษณะนี้ว่า Overnight Fee, Financing หรือใช้คำอื่นตามโครงสร้างผลิตภัณฑ์

สำหรับผู้ที่ถือ Position เป็นเวลานาน ต้นทุนส่วนนี้สามารถสะสมและส่งผลต่อผลลัพธ์สุทธิได้

4. Currency Conversion และค่าใช้จ่ายอื่น

อาจมีต้นทุนจากการแปลงสกุลเงินหรือค่าใช้จ่ายอื่นตามผลิตภัณฑ์ สกุลเงินของบัญชี และเงื่อนไขของผู้ให้บริการ

ดังนั้นก่อนเปิด CFD ควรตรวจ:

Product Specification + Fee Schedule + Client Agreement

ไม่ควรพิจารณาเพียงคำโฆษณาว่า “Spread เริ่มต้นต่ำ”


CFD มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

CFD ไม่ได้เสี่ยงเพียงเพราะราคาสามารถเคลื่อนไหวผิดทาง แต่มีความเสี่ยงหลายชั้นจากทั้งตลาดและโครงสร้างของผลิตภัณฑ์

Leverage Risk

Leverage ทำให้ Exposure เมื่อเทียบกับเงินทุนสูงขึ้น

Position ที่ใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับเงินในบัญชีจึงสามารถทำให้ผลขาดทุนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแม้ Underlying Asset เคลื่อนไหวเพียงไม่มาก

Market Risk

หากตลาดเคลื่อนไหวสวนทางกับ Position จะเกิดผลขาดทุน

Leverage ไม่เปลี่ยนทิศทางตลาด แต่ทำให้ผลกระทบของการเคลื่อนไหวต่อบัญชีมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อ Exposure สูงขึ้น

Gap Risk

ราคาไม่ได้จำเป็นต้องเคลื่อนไหวต่อเนื่องทีละจุดเสมอไป

ในช่วงที่ตลาดผันผวน ราคาอาจกระโดดจากระดับหนึ่งไปอีกระดับหนึ่งและข้ามราคาระหว่างทาง ซึ่งเรียกว่า Gap

ASIC MoneySmart ระบุ Gapping เป็นหนึ่งใน Price Risks ของ CFD

Slippage

ราคาที่คำสั่งถูกดำเนินการจริงอาจแตกต่างจากราคาที่เห็นหรือราคาที่คาดไว้ โดยเฉพาะเมื่อสภาพคล่องต่ำหรือราคาเคลื่อนไหวรวดเร็ว

ดังนั้น Stop Loss ไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นการรับประกันว่าทุก Position จะถูกปิดตรงราคาที่กำหนดเสมอ เว้นแต่ผลิตภัณฑ์นั้นมีบริการหรือคำสั่งประเภทรับประกันราคาที่ระบุเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจน

Liquidity Risk

สภาพคล่องและภาวะตลาดสามารถส่งผลต่อ Spread ราคา และความสามารถในการดำเนินคำสั่งในระดับที่คาดหวัง

Financing Risk

หากถือ Leveraged CFD ข้ามวัน Funding หรือ Financing Cost อาจสะสมตามระยะเวลาที่ถือ และลดผลตอบแทนสุทธิหรือเพิ่มผลขาดทุน

Forced Close-out Risk

หาก Equity ลดลงจนไม่เพียงพอต่อ Margin Requirement Position บางส่วนหรือทั้งหมดอาจถูกปิดตามกฎและเงื่อนไขของบัญชี

ผู้ซื้อขายจึงอาจไม่ได้มีอิสระที่จะถือ Position ต่อไปได้ไม่จำกัดเพียงเพราะยังไม่ต้องการปิดเอง


Counterparty Risk คืออะไร?

ความเสี่ยงอีกประเภทที่มือใหม่มักมองข้ามคือ Counterparty Risk

ASIC MoneySmart อธิบายว่า CFD เป็นสัญญาระหว่างลูกค้ากับ CFD Issuer

ดังนั้นผู้ซื้อขายจึงไม่ได้มีเฉพาะความเสี่ยงจากการที่ราคาตลาดขึ้นหรือลง แต่มีความเสี่ยงต่อคู่สัญญาหรือผู้ออก CFD ด้วย

แม้ผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้การกำกับอาจมีข้อกำหนดเรื่องเงินทุน การบริหารความเสี่ยง และการจัดการเงินของลูกค้า แต่การมีใบอนุญาตไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงทั้งหมดหายไป

หาก CFD Issuer เกิดปัญหาทางการเงินหรือเข้าสู่กระบวนการบริหารกิจการ ลูกค้าอาจมีความเสี่ยงเกี่ยวกับการได้รับเงินคืน

ก่อนเปิดบัญชีจึงควรตรวจอย่างน้อยว่า:

  • บริษัทที่เป็นคู่สัญญาของคุณคือใคร
  • จดทะเบียนอยู่ประเทศใด
  • อยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับใด
  • ใบอนุญาตครอบคลุมกิจกรรมอะไร
  • มีข้อกำหนดเรื่อง Client Money อย่างไร
  • มีกลไกคุ้มครอง Retail Client อะไรบ้าง
  • หากบริษัทมีปัญหาทางการเงิน สิทธิของลูกค้าเป็นอย่างไร

อย่าตรวจเพียงชื่อ Brand เพราะ Brand เดียวกันสามารถดำเนินงานผ่านนิติบุคคลหลายแห่ง และลูกค้าคนละประเทศอาจทำสัญญากับคนละ Legal Entity


CFD ในประเทศไทยมีกฎอย่างไร?

สำหรับผู้อ่านในประเทศไทย เรื่องนี้ต้องแยกออกจากคำถามว่า CFD ทำงานอย่างไรในเชิงเทคนิค

สำนักงาน ก.ล.ต. เคยอธิบายว่า เมื่อพิจารณาลักษณะโดยทั่วไป CFD เข้าข่ายเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546

ตัวบทกฎหมายไทยเองครอบคลุมสัญญาที่ให้คู่สัญญาชำระเงินตามส่วนต่างระหว่างราคา หรือมูลค่าที่กำหนดในสัญญากับราคา หรือมูลค่าในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. ระบุด้วยว่า การพิจารณา CFD แต่ละผลิตภัณฑ์ต้องดูสินค้าหรือตัวแปรที่ใช้เป็น Underlying ประกอบด้วย และประเด็นด้านการประกอบธุรกิจต้องพิจารณาตามกฎหมายและข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นการเห็นว่าผู้ให้บริการต่างประเทศมีใบอนุญาตจากหน่วยงานต่างประเทศ ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าบริษัทนั้นได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหรือชักชวนลูกค้าในประเทศไทย

ผู้ใช้ควรตรวจสอบสถานะของผู้ให้บริการและกิจกรรมที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

แล้ว Forex ในประเทศไทยล่ะ?

เรื่อง CFD/Derivatives กับการประกอบธุรกิจ FOREX เพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไร ไม่ควรถูกนำมารวมเป็นเรื่องเดียวกัน

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจให้บริการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนในลักษณะที่ ธปท. กล่าวถึง และระบุถึงข้อจำกัดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

ดังนั้น หากผลิตภัณฑ์ CFD อ้างอิงคู่สกุลเงิน ผู้ใช้ควรแยกอย่างน้อยสองคำถามออกจากกัน:

ผลิตภัณฑ์นี้มีโครงสร้างทางกฎหมายเป็นอะไร?

และ:

บริษัทที่กำลังให้บริการหรือชักชวนในประเทศไทยได้รับอนุญาตให้ทำกิจกรรมนั้นหรือไม่?

ไม่ควรสรุปสถานะทางกฎหมายจากคำว่า “Forex”, “CFD” หรือจากใบอนุญาตต่างประเทศเพียงคำเดียว


CFD มีการกำกับดูแลอย่างไรในต่างประเทศ?

กฎของ CFD แตกต่างกันตามประเทศ หน่วยงานกำกับ ประเภทลูกค้า และ Legal Entity ที่ให้บริการ

ตัวอย่าง: FCA ในสหราชอาณาจักร

FCA กำหนดมาตรการสำหรับ CFD ที่เสนอแก่ Retail Client ซึ่งรวมถึง:

  • จำกัด Leverage ตามประเภทของ Underlying Asset
  • กำหนด Margin Close-out
  • มี Negative Balance Protection ตามขอบเขตกฎ
  • จำกัดการใช้ Monetary และ Non-monetary Inducements บางประเภท
  • กำหนด Standardised Risk Warning

FCA กำหนด Leverage Limits สำหรับ CFD ที่อยู่ในขอบเขตที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ 30:1 ถึง 2:1 ตามประเภท Underlying Asset

แต่ต้องระวังว่า ไม่ได้หมายความว่า Retail Client สามารถซื้อ CFD ทุก Underlying ได้

โดยเฉพาะ Cryptoasset Derivatives ซึ่ง FCA ยังคงห้ามการขาย การจัดจำหน่าย และการทำตลาดแก่ Retail Client ในสหราชอาณาจักรภายใต้กฎที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่าง: ASIC ในออสเตรเลีย

ASIC ใช้มาตรการ Product Intervention สำหรับ CFD ที่ออกให้ Retail Client ซึ่งรวมถึง:

  • Leverage Ratio Limits
  • Margin Close-out Rules
  • Negative Balance Protection
  • การห้ามเสนอสิ่งจูงใจบางประเภท

ASIC ระบุ Leverage Limits ตาม Underlying ต่างกัน ตั้งแต่ 30:1 สำหรับ Major FX Pair ไปจนถึง 2:1 สำหรับ Crypto-asset CFD

มาตรการ Product Intervention ปัจจุบันมีผลตามระยะเวลาที่ ASIC กำหนด และควรตรวจข้อมูลล่าสุดจาก ASIC เนื่องจากกฎสามารถได้รับการแก้ไข ต่ออายุ หรือแทนที่ได้

สิ่งสำคัญคือ:

อย่านำกฎ FCA หรือ ASIC ไปสรุปว่า CFD ทุกบัญชีทั่วโลกได้รับความคุ้มครองเหมือนกัน

สิ่งที่มีผลกับผู้ซื้อขายจริงขึ้นอยู่กับ:

Legal Entity + Jurisdiction + Regulator + Client Classification + Product


Negative Balance Protection จำกัดการขาดทุนอย่างไร?

Negative Balance Protection หรือ NBP เป็นการคุ้มครองที่ควรอ่านตามขอบเขตกฎของบัญชี ไม่ใช่ดูเพียงชื่อ

ตัวอย่างเช่น ภายใต้กฎ FCA ที่เกี่ยวข้อง ความรับผิดของ Retail Client สำหรับ Restricted Speculative Investments ที่เชื่อมกับบัญชีถูกจำกัดไว้ที่เงินในบัญชีที่ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านั้น

FCA อธิบายว่าจุดประสงค์คือไม่ให้ Retail Client สูญเสียมากกว่าเงินที่จัดไว้สำหรับการซื้อขายผลิตภัณฑ์ในขอบเขตดังกล่าว

แต่นั่น ไม่ได้หมายความว่าบัญชี CFD ทุกแห่งทั่วโลกมี Negative Balance Protection แบบเดียวกัน

ต้องตรวจอย่างน้อยว่า:

  • บัญชีเป็น Retail หรือ Professional
  • เปิดกับ Legal Entity ใด
  • อยู่ภายใต้ Regulator ใด
  • ผลิตภัณฑ์อยู่ในขอบเขตความคุ้มครองหรือไม่
  • การคุ้มครองใช้ระดับ Account หรือใช้ในลักษณะอื่นตามกฎนั้น

ดังนั้นคำถามที่แม่นกว่าคือ:

“บัญชีของฉันได้รับ Negative Balance Protection ภายใต้กฎอะไร และคุ้มครองในขอบเขตใด?”

ไม่ใช่เพียง:

“Broker นี้มี NBP หรือไม่?”


ก่อนเทรด CFD ควรตรวจอะไรบ้าง?

ก่อนพิจารณาเปิด Position ควรตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้:

  1. CFD ตัวนี้อ้างอิงสินทรัพย์อะไร?
  2. Contract Size และ Position Size เท่าไร?
  3. Position นี้มี Exposure จริงเท่าไร?
  4. Margin Requirement และ Leverage เท่าไร?
  5. ถ้าราคาเคลื่อนไหวสวนทาง 1%, 5% หรือมากกว่านั้น จะกระทบบัญชีเท่าไร?
  6. Spread, Commission และ Overnight Funding/Financing Cost เท่าไร?
  7. Margin Close-out หรือ Stop-out เกิดที่ระดับใด?
  8. มี Negative Balance Protection หรือไม่ และอยู่ภายใต้เงื่อนไขอะไร?
  9. บริษัทใดเป็นคู่สัญญา และอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับใด?
  10. หากเกิด Gap หรือ Slippage ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นอยู่ในระดับที่รับได้หรือไม่?

หากยังตอบคำถามพื้นฐานเหล่านี้ไม่ได้ การศึกษากลไกของ CFD เพิ่มเติมก่อนใช้เงินจริงมีความสำคัญกว่าการรีบตัดสินใจว่าจะ Long หรือ Short


สิ่งที่มือใหม่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ CFD

❌ “ซื้อ Gold CFD เท่ากับซื้อทองคำ”

ไม่ใช่ CFD เป็นสัญญาที่อ้างอิงกับราคา คุณไม่ได้เป็นเจ้าของทองคำจริงจากการถือ Gold CFD เพียงเพราะราคาของสัญญาเชื่อมโยงกับทองคำ

❌ “ใช้เงินเปิด Position น้อย แปลว่าเสี่ยงน้อย”

ไม่จำเป็น เพราะ CFD ใช้ Leverage ต้องดู Exposure ของ Position ไม่ใช่ดูเพียง Margin ที่ใช้เปิด Position

❌ “Leverage สูงทำให้กำไรมากขึ้น”

ประโยคนี้ไม่ครบ

Leverage ไม่ได้ทำให้ตลาดให้ผลตอบแทนสูงขึ้น แต่ทำให้ Exposure เมื่อเทียบกับเงินทุนสูงขึ้น จึงขยายผลกระทบของการเคลื่อนไหวทั้งด้านกำไรและขาดทุน

❌ “Margin คือจำนวนเงินที่ขาดทุนได้สูงสุด”

ไม่จำเป็น

Margin คือเงินที่ต้องใช้เพื่อเปิดหรือรองรับ Position ส่วน Maximum Loss และขอบเขตความรับผิดต้องดู Exposure, การเคลื่อนไหวของตลาด, Margin Close-out และ Negative Balance Protection ที่ใช้กับบัญชี

❌ “ตั้ง Stop Loss แล้วขาดทุนได้ไม่เกินนั้นแน่นอน”

ไม่ควรสรุปเช่นนั้น เพราะ Gap และ Slippage อาจทำให้ราคาที่ดำเนินการจริงแตกต่างจากราคาที่ตั้งไว้ ขึ้นอยู่กับประเภทคำสั่ง สภาพตลาด และเงื่อนไขของผู้ให้บริการ

❌ “Broker มีใบอนุญาตแล้วความเสี่ยงหมดไป”

ไม่ใช่

การกำกับดูแลสร้างข้อกำหนดและการคุ้มครองตามขอบเขตของกฎ แต่ไม่สามารถกำจัด Market Risk, Leverage Risk, Counterparty Risk หรือความเสี่ยงจาก Execution ทั้งหมด

❌ “มีใบอนุญาตต่างประเทศ แปลว่าให้บริการในประเทศไทยได้”

ไม่ควรสรุปเช่นนั้น

ใบอนุญาตต้องพิจารณาตาม Legal Entity, กิจกรรม และ Jurisdiction ที่ใบอนุญาตนั้นครอบคลุม การให้บริการหรือชักชวนในประเทศไทยต้องตรวจตามกฎหมายและหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องด้วย

❌ “Forex ทุกอย่างคือ CFD”

ไม่ถูกต้อง

Forex และ CFD อธิบายคนละเรื่อง ต้องดูโครงสร้างของผลิตภัณฑ์ที่ผู้ให้บริการเสนอ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

CFD ย่อมาจากอะไร?

CFD ย่อมาจาก Contract for Difference หรือสัญญาซื้อขายส่วนต่าง เป็นผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่ผลกำไรหรือขาดทุนสัมพันธ์กับส่วนต่างของมูลค่าระหว่างการเปิดและปิด Position ตามเงื่อนไขของสัญญา

ซื้อ CFD แล้วเป็นเจ้าของสินทรัพย์หรือไม่?

โดยหลักของ CFD ผู้ซื้อขายไม่ได้เป็นเจ้าของ Underlying Asset โดยตรง แต่ถือสัญญากับ CFD Issuer หรือ Provider

CFD ทำกำไรจากราคาลงได้หรือไม่?

CFD สามารถเปิด Short Position ได้ หากราคาลดลงในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อ Position อาจเกิดกำไรก่อนหักต้นทุน แต่หากราคาเคลื่อนไหวสวนทางจะเกิดผลขาดทุน

CFD ใช้ Leverage หรือไม่?

CFD ที่เสนอแก่ Retail Trader โดยทั่วไปมีโครงสร้างแบบ Leveraged Product ผู้ซื้อขายจึงควรตรวจ Leverage, Margin Requirement และโดยเฉพาะ Exposure ของ Position ก่อนเปิดคำสั่ง

Margin คือเงินที่เสียได้สูงสุดหรือไม่?

ไม่จำเป็น

Margin คือเงินที่ใช้เปิดหรือรองรับ Position ไม่ใช่ Maximum Loss โดยอัตโนมัติ ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับ Exposure, การเคลื่อนไหวของตลาด, Margin Close-out และว่าบัญชีมี Negative Balance Protection ที่ใช้ได้จริงหรือไม่

Margin Call กับ Margin Close-out เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว

Margin Call มักหมายถึงการแจ้งเตือนว่าเงินรองรับ Position อยู่ในระดับต่ำ ส่วน Margin Close-out คือระดับหรือกลไกที่ Position อาจถูกปิดตามกฎและเงื่อนไขของบัญชี

ผู้ซื้อขายไม่ควรสมมติว่าจะได้รับ Margin Call และมีเวลาฝากเงินเพิ่มก่อนถูก Close-out เสมอ

Forex กับ CFD คือสิ่งเดียวกันหรือไม่?

ไม่ใช่

Forex เกี่ยวข้องกับตลาดหรือผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน ส่วน CFD เป็นโครงสร้างของสัญญาอนุพันธ์ ผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิง Forex บางประเภทอาจอยู่ในขอบเขต CFD หรือผลิตภัณฑ์ลักษณะอื่น จึงต้องตรวจเอกสารของผู้ให้บริการ

CFD มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?

อาจมี Spread, Commission, Overnight Funding/Financing Cost, Currency Conversion และค่าใช้จ่ายอื่นตามผลิตภัณฑ์และผู้ให้บริการ ควรตรวจ Fee Schedule และ Product Specification ก่อนซื้อขาย

CFD เสี่ยงไหม?

CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะจาก Leverage และ Exposure ซึ่งสามารถทำให้ผลขาดทุนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังมี Market Risk, Gap Risk, Slippage, Liquidity Risk, Financing Risk, Forced Close-out Risk และ Counterparty Risk

CFD มี Negative Balance Protection ทุกบัญชีหรือไม่?

ไม่ควรสรุปว่ามีทุกบัญชี

การคุ้มครองขึ้นอยู่กับกฎหมาย หน่วยงานกำกับ ประเภทลูกค้า ผลิตภัณฑ์ และ Legal Entity ที่ให้บริการบัญชีนั้น

CFD ถูกกฎหมายในประเทศไทยหรือไม่?

ไม่ควรตอบเพียงคำว่า “ถูกกฎหมาย” หรือ “ผิดกฎหมาย” แบบเหมารวม

ก.ล.ต. เคยอธิบายว่า CFD โดยลักษณะทั่วไปเข้าข่ายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตาม พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า แต่การพิจารณาผลิตภัณฑ์และการประกอบธุรกิจต้องดู Underlying, ลักษณะกิจกรรม, ผู้ให้บริการ และกฎหมายหรือข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้องด้วย

หากมีผู้ให้บริการหรือผู้ชักชวนจากต่างประเทศ ควรตรวจเพิ่มเติมว่าบริษัทนั้นได้รับอนุญาตให้ทำกิจกรรมดังกล่าวในประเทศไทยหรือไม่ ไม่ควรพิจารณาเพียงใบอนุญาตต่างประเทศ


สรุป CFD คืออะไร?

CFD หรือ Contract for Difference คือสัญญาอนุพันธ์ที่ทำให้ผู้ซื้อขายรับ Exposure ต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของสินทรัพย์อ้างอิง โดยไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นโดยตรง

CFD สามารถเปิดได้ทั้ง Long และ Short และโดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ที่เสนอแก่ Retail Trader มีการใช้ Leverage จึงต้องมี Margin เพื่อรองรับ Position

แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการจำว่า Leverage เท่าไร คือการเข้าใจว่า Position มี Exposure จริงเท่าไร

ความสัมพันธ์พื้นฐานของ CFD จึงเป็น:

Underlying Asset → CFD → Position Size → Exposure → Margin & Leverage → Price Movement → Profit/Loss → Trading Costs → Risk

ก่อนใช้เงินจริง ผู้ซื้อขายควรรู้ว่า Position ของตัวเองมี Exposure เท่าไร หากตลาดเคลื่อนไหวสวนทางจะเสียเท่าไร Position สามารถถูกปิดเมื่อใด มีต้นทุนอะไร บริษัทใดเป็นคู่สัญญา และบัญชีอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศใด

การเข้าใจ CFD จึงไม่ได้จบที่:

“ซื้อเมื่อคิดว่าราคาจะขึ้น และขายเมื่อคิดว่าราคาจะลง”

แต่ต้องเข้าใจว่า:

“คุณกำลังถือสัญญาประเภทใด และขนาดของสัญญานั้นส่งผลต่อเงินในบัญชีอย่างไร”


แหล่งอ้างอิง

Financial Conduct Authority (FCA) — Contract for differences

ใช้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ Retail CFD, Leverage Limits, Margin Close-out, Negative Balance Protection, Inducement Restrictions และ Risk Warning

https://www.fca.org.uk/firms/contract-for-differences

FCA Handbook — COBS 22.5

ใช้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ Margin Close-out และ Negative Balance Protection สำหรับ Restricted Speculative Investments ภายใต้ขอบเขตกฎ FCA

https://handbook.fca.org.uk/handbook/COBS/22/5.html

FCA Handbook — COBS 22.6

ใช้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับข้อห้ามการขาย การจัดจำหน่าย และการทำตลาด Cryptoasset Derivatives แก่ Retail Client ภายใต้ขอบเขตกฎ FCA

https://handbook.fca.org.uk/handbook/COBS/22/6.html

FCA — Cryptoasset Exchange Traded Notes

ใช้ตรวจสถานะล่าสุดเกี่ยวกับการเปิด Retail Access ให้ Crypto ETN บางประเภท และการคงข้อห้าม Cryptoasset Derivatives สำหรับ Retail Client

https://www.fca.org.uk/news/press-releases/fca-opens-retail-access-crypto-etns

Australian Securities and Investments Commission (ASIC) — CFD Product Intervention Order

ใช้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับนิยาม CFD, Underlying Assets, Leverage Ratio Limits, Margin Close-out, Negative Balance Protection และข้อจำกัดเกี่ยวกับ Inducements

https://asic.gov.au/about-asic/news-centre/find-a-media-release/2022-releases/22-082mr-asic-s-cfd-product-intervention-order-extended-for-five-years/

ASIC MoneySmart — Contracts for difference (CFDs)

ใช้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้าง CFD, Gapping, Slippage และ Counterparty Risk

https://moneysmart.gov.au/complex-investment-products/contracts-for-difference-cfds

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ — Contract For Difference (CFD) เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือไม่

ใช้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณาสถานะของ CFD ภายใต้ พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546

https://publish.sec.or.th/nrs/q0115.pdf

สำนักงาน ก.ล.ต. — พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546

ใช้เป็นแหล่งกฎหมายหลักเกี่ยวกับนิยามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

https://www.sec.or.th/TH/Documents/ActandRoyalEnactment/Act/act-derivatives2546-codified.pdf

ธนาคารแห่งประเทศไทย — ยืนยันไม่มีนโยบายให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ FOREX

ใช้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจให้บริการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไรในประเทศไทย

https://www.bot.or.th/th/news-and-media/news/news-20260625.html

กฎและการคุ้มครองของ FCA และ ASIC เป็นตัวอย่างจากเขตอำนาจของหน่วยงานนั้น ไม่ได้หมายความว่าบัญชี CFD ทุกแห่งทั่วโลกได้รับการคุ้มครองเหมือนกัน ข้อมูลด้านกฎระเบียบสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจแหล่งข้อมูลทางการฉบับปัจจุบัน รวมถึง Legal Entity และเขตอำนาจที่ใช้กับบัญชีของตนเอง


คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง

CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะจาก Leverage ซึ่งทำให้ Exposure เมื่อเทียบกับเงินทุนสูงขึ้น และสามารถทำให้เกิดผลขาดทุนอย่างรวดเร็ว

ผลการซื้อขายในอดีตไม่สามารถรับประกันผลในอนาคต และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงไม่สามารถกำจัดความเสี่ยงจากตลาด Gap, Slippage, Liquidity หรือเหตุการณ์ผิดปกติได้ทั้งหมด

ก่อนใช้เงินจริงควรทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ Position Size, Exposure, Leverage, Margin, Margin Close-out, ต้นทุน และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงตรวจว่า Legal Entity ที่เป็นคู่สัญญาอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับและกฎหมายใด

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อ วัตถุประสงค์ด้านการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำการลงทุน หรือคำแนะนำทางกฎหมาย

 

Share This Story, Choose Your Platform!

โบนัสเทรดฟรี ไม่ต้องฝากเงิน

จะดีกว่าไหมหากได้เงินทุนมาเทรดฟรี ๆ กำไรก็สามารถถอนออกมาได้

บทความที่เกี่ยวข้อง