บทความที่ 5 / 12 ในบทนี้

เหลืออีก 7 บทความ

Deliverable Spot FX คือการแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่มีการส่งมอบตามวันชำระราคา ส่วน CFD (Contract for Difference) คือสัญญาที่วัดเฉพาะส่วนต่างของราคาโดยไม่มีการส่งมอบสกุลเงินจริง

บัญชีที่ใช้ชื่อว่า Forex อาจให้ซื้อขาย CFD, Rolling Spot FX หรือแลกเปลี่ยนเงินตราแบบส่งมอบก็ได้ ขึ้นกับผลิตภัณฑ์และเขตกฎหมาย จึงต้องอ่านข้อตกลงของบัญชี ไม่สรุปประเภทสัญญาจากการเป็นโบรกเกอร์ต่างประเทศ

ความต่างของสัญญาส่งผลต่อสิทธิที่ได้รับ วิธีชำระราคา และความเสี่ยง ต่อไปนี้จะแยกแต่ละแบบ พร้อมวิธีตรวจว่าบัญชีที่ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ใด

Spot FX คืออะไร

Spot FX คือธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราที่ตกลงกันที่ราคาปัจจุบัน และมีการส่งมอบเงินจริงระหว่างสองฝ่ายภายในระยะเวลาสั้น ๆ หลังทำรายการ

ผู้เกี่ยวข้องมีทั้งธนาคาร สถาบันการเงิน กองทุน และธุรกิจที่แลกเงินเพื่อการค้าและการลงทุน ส่วนบุคคลก็เข้าถึงบริการแลกเงินแบบส่งมอบผ่านผู้ให้บริการได้

ตัวอย่างสมมติ: ธนาคาร A ตกลงซื้อ 10 ล้านยูโรจากธนาคาร B ที่อัตรา EUR/USD 1.1000 หรือ 1.1000 USD ต่อ EUR ก่อนค่าธรรมเนียม เมื่อถึงวันชำระราคา ธนาคาร B ส่งมอบยูโร และธนาคาร A ส่งมอบดอลลาร์ตามจำนวนที่ตกลง

CFD คืออะไร

CFD (Contract for Difference) คือสัญญาระหว่างคุณกับโบรกเกอร์ ที่ตกลงกันว่าจะชำระส่วนต่างของราคาระหว่างจุดที่เปิดกับจุดที่ปิดสัญญา

ไม่มีการส่งมอบสกุลเงินอ้างอิงตามขนาดสถานะ มีเพียงการโอนกำไรหรือขาดทุนเป็นสกุลเงินบัญชีของคุณ

ตัวอย่างสมมติ: เปิด Buy EUR/USD ที่ 1.1000 แล้วปิดที่ 1.1050 โดยราคาทั้งสองใช้สาธิตผลของการเปลี่ยนราคา ยังไม่รวมสเปรด คอมมิชชัน ค่าถือ และค่าแปลงเงิน การเปิดสัญญาไม่ได้ทำให้ได้รับยูโรตามขนาดสถานะ กำไรขั้นต้นคิดจาก 0.0050 USD ต่อ EUR × จำนวน EUR ตามสัญญา เช่น 100,000 EUR ได้ $500 ก่อนต้นทุน เมื่อกำหนดให้ Pip มีขนาด 0.0001 USD ต่อ EUR ระยะนี้คือ 50 pips คูณมูลค่าต่อ Pip $10 จึงได้ $500 เท่ากัน หากใช้ราคา Ask ที่ซื้อและ Bid ที่ขายจริง ผลต่างนั้นรวมสเปรดอยู่แล้ว จึงไม่หักสเปรดซ้ำ

CFD อ้างอิงได้มากกว่าคู่เงิน และไม่ได้ทำให้เป็นเจ้าของสินทรัพย์

CFD เป็นตราสารอนุพันธ์ที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น คู่เงิน หุ้น ดัชนี หรือทองคำ ผู้ซื้อ CFD หุ้นจึงไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น และผู้ซื้อ CFD ทองคำก็ไม่ได้รับทองคำจริง สิทธิที่ได้รับขึ้นกับสัญญากับผู้ให้บริการ เช่น การชำระส่วนต่างราคาหรือการปรับเงินตามเงื่อนไข

Forex กับ CFD จึงใช้บอกคนละเรื่อง Forex หมายถึงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา ส่วน CFD บอกประเภทสัญญาที่ใช้ซื้อขาย บัญชี Forex จึงอาจให้ซื้อขาย CFD ที่อ้างอิงคู่เงินได้

ฝั่ง Buy และ Sell คำนวณกำไรขาดทุนอย่างไร

Buy ได้กำไรจากราคาเมื่อราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด ส่วน Sell ได้กำไรเมื่อราคาปิดต่ำกว่า หากราคาไปอีกทางจะขาดทุน ตัวอย่าง Sell EUR/USD ขนาด 100,000 EUR ที่ 1.1000 แล้วปิดที่ 1.0950 ได้กำไรขั้นต้น $500 แต่ถ้าปิดที่ 1.1050 จะขาดทุนขั้นต้น $500 โดยใช้ฐานราคาสมมติก่อนต้นทุนเช่นเดียวกับตัวอย่าง Buy และยังไม่รวมผลจากการแปลงสกุลเงินบัญชี

เงินที่ฝากเข้าบัญชีไม่ใช่ขนาดสถานะ ต้องดูจำนวนหน่วยอ้างอิงจาก Lot และขนาดสัญญา (Contract Size) ของสัญลักษณ์นั้น วิธีแปลงหน่วยอธิบายไว้ใน Lot คืออะไร และ วิธีอ่านรายละเอียดสัญญา

ขอบเขตของคำว่า Spot ในตารางนี้ คือ Deliverable Spot FX ซึ่งส่งมอบเงินตรา โดยนำมาเทียบกับ CFD นอกตลาดจัดตั้งสำหรับลูกค้ารายย่อย (Retail OTC CFD) ส่วน Rolling Spot FX โดยทั่วไปเป็นสถานะที่ต่ออายุหรือเลื่อนการชำระราคา จึงไม่ได้รับเงินตราตามขนาดสถานะเหมือนการแลกเงินแบบส่งมอบ ต้องอ่านวิธีต่ออายุ สิทธิ และวิธีชำระราคาจากข้อตกลงจริง ชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวยังบอกเรื่องเหล่านี้ไม่ครบ

ตารางเปรียบเทียบ 8 มิติ

หัวข้อ Spot FX CFD
ความเป็นเจ้าของ ได้รับสกุลเงินจริง ไม่มีกรรมสิทธิ์ในสกุลเงินอ้างอิง แต่มีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญา
คู่สัญญา ธนาคาร ผู้ให้บริการ หรือคู่ค้าตามข้อตกลง โบรกเกอร์ของคุณ
ผู้เล่นหลัก สถาบันการเงินขนาดใหญ่ นักลงทุนรายย่อย
ขนาดขั้นต่ำ ตามผู้ให้บริการและธุรกรรม ไม่จำเป็นต้องมีขั้นต่ำระดับสถาบันทุกบริการ ขั้นต่ำตามสัญญา เช่น 0.01 Lot ในบางบัญชี ไม่ใช่มาตรฐานทุกแห่ง
Leverage ธุรกรรมส่งมอบที่จ่ายเต็มไม่ใช้เลเวอเรจ แต่สินเชื่อและบัญชี leveraged FX ต้องพิจารณาแยก ขึ้นกับบัญชี ข้อจำกัดกฎหมาย และการจัดประเภทลูกค้า
Contract Size จำนวนเงินและวันส่งมอบตกลงตามธุรกรรม โบรกเกอร์กำหนดเอง
Sell ก่อนได้ไหม ต้องมีเงินสกุลนั้นหรือกู้ยืม ไม่ต้องถือสกุลเงินอ้างอิง แต่ต้องมี Margin และผ่านเงื่อนไขส่งคำสั่ง
ความเสี่ยงเพิ่มเติม ราคา คู่สัญญา และการชำระราคา/ส่งมอบ ราคา + Counterparty Risk

คู่สัญญาและความเสี่ยงในการชำระเงิน

เมื่อคุณเทรด CFD คุณไม่ได้ทำสัญญากับ “ตลาด” แต่ทำสัญญากับโบรกเกอร์

เมื่อบริษัทมีหน้าที่ชำระเงินตามสัญญา ความสามารถในการจ่ายเงินให้ลูกค้าจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานะทางการเงินและความน่าเชื่อถือของบริษัทนั้น

Retail OTC CFD โดยทั่วไปเป็นสัญญากับบริษัทที่ระบุในข้อตกลง ไม่ได้มีสำนักหักบัญชีที่เป็นคู่สัญญากลาง (CCP) คุ้มครองโดยอัตโนมัติ ส่วนระบบ CCP ช่วยลดความเสี่ยงแต่ไม่ใช่ประกันเงินคืนทุกกรณี และ Spot FX แบบส่งมอบเองก็มีความเสี่ยงคู่สัญญาและความเสี่ยงในการชำระราคา/ส่งมอบ (Settlement Risk)

การเปรียบเทียบต้นทุน เช่น สเปรดสมมติ 0.1 pip ควรทำควบคู่กับการตรวจใบอนุญาต การแยกบัญชีเงินลูกค้า และประวัติการถอนเงินของโบรกเกอร์ ตัวเลขนี้ไม่ใช่ผลวัดหรือการยืนยันค่าสเปรดต่ำที่สุด และต้นทุนต่ำก็ไม่ได้ยืนยันความสามารถในการชำระเงิน

📖 อ่านต่อ: Counterparty Risk ใน Forex คืออะไร

ผลกระทบอื่นที่ต้องรู้

1. Contract Size ไม่ใช่มาตรฐานสากล

ขนาดสัญญาของสินทรัพย์เดียวกันอาจต่างกันระหว่างโบรกเกอร์ โดยเฉพาะทองคำ ดัชนี และน้ำมัน จึงต้องตรวจ Contract Specification ของบัญชี แทนการใช้ตัวเลขจากอีกบริการ

2. เวลาซื้อขายกำหนดโดยโบรกเกอร์

สินทรัพย์เดียวกันอาจเปิด-ปิดไม่ตรงกันระหว่างโบรกเกอร์ และบางเจ้ามีช่วงพักระหว่างวัน

3. ต้องตรวจวิธีคิด Swap ของบัญชี

ค่าถือข้ามคืนหรือ Swap อาจรวมส่วนต่างดอกเบี้ย ต้นทุน และส่วนเพิ่มของผู้ให้บริการ อัตราและวิธีคิดเปลี่ยนได้ตามเงื่อนไข จึงต้องตรวจทั้งฝั่ง Buy/Sell และวันที่เรียกเก็บ

4. เขตกำกับดูแลจำกัด CFD ต่างกัน

การเข้าถึงผลิตภัณฑ์ ข้อจำกัด Leverage และการคุ้มครองยอดติดลบขึ้นกับกฎที่ใช้กับบริษัทและประเภทลูกค้า ต้องตรวจนิติบุคคลในข้อตกลงและสถานะบัญชีของคุณ การเห็นกฎหรือใบอนุญาตของอีกประเทศบนเว็บไซต์ไม่ได้ยืนยันว่าบัญชีไทยได้รับสิทธิเดียวกัน

📖 รายละเอียดใน บทเรียนที่ 2: Forex Broker

5. Margin เป็นหลักประกัน ไม่ใช่ขาดทุนสูงสุด

Leverage ทำให้ใช้เงินหลักประกันน้อยกว่ามูลค่าสถานะ ตัวอย่างสมมติ สถานะมูลค่า $10,000 ใช้ Margin 10% หรือ $1,000 หากราคาเคลื่อนไหวสวนทาง 1% จะขาดทุนขั้นต้นประมาณ $100 หรือ 10% ของหลักประกันนั้น สำหรับสัญญาที่มูลค่าเปลี่ยนตามราคาเป็นเส้นตรงและยังไม่รวมต้นทุน

หากขนาดสถานะเท่าเดิม การเพิ่ม Leverage ไม่ได้ลดกำไรหรือขาดทุนจากราคา แต่ลดเงินที่ต้องวางเป็นหลักประกัน จึงทำให้เปิดสถานะใหญ่เกินเงินทุนได้ง่ายขึ้น Margin ไม่ใช่เพดานขาดทุน และระบบอาจบังคับปิดสถานะเมื่อหลักประกันไม่พอตามเกณฑ์ของบัญชี โดยไม่รับประกันว่าจะมีเวลาฝากเงินเพิ่มหลังได้รับคำเตือน

อ่านวิธีคำนวณแยกใน Leverage, Margin, Margin Call และ Stop Out

6. กำไรจากส่วนต่างราคายังต้องหักต้นทุน

ต้นทุนที่อาจพบ ได้แก่ Spread หรือส่วนต่าง Bid/Ask, Commission, ค่าถือข้ามคืนหรือค่าจัดหาเงินทุน และค่าการแปลงสกุลเงิน ทั้งนี้ขึ้นกับสัญญาและบัญชี บัญชีไม่มี Commission จึงไม่ได้แปลว่าเทรดฟรี และบัญชี Swap-Free อาจยังมีค่าธรรมเนียมหรือข้อจำกัดอื่น

อ่านรายละเอียดใน Spread, Commission, Swap และ บัญชี Swap-Free

7. Stop Loss และการคุ้มครองยอดติดลบคุ้มครองคนละเรื่อง

ช่วงราคากระโดดหรือสภาพคล่องต่ำ คำสั่งอาจถูกดำเนินการที่ราคาต่างจากที่ต้องการ Stop Loss ทั่วไปจึงไม่รับประกันราคาปิด ส่วน Negative Balance Protection จำกัดภาระยอดติดลบตามขอบเขตที่ใช้กับบัญชีนั้น ไม่ได้ป้องกันการขาดทุนของเงินที่ฝากหรือรับประกันว่าบริษัทจะจ่ายเงินคืนเมื่อมีปัญหา

สิทธิขึ้นกับบริษัทคู่สัญญา ประเทศที่กำกับ และการจัดประเภทลูกค้า การเห็นใบอนุญาตต่างประเทศบนเว็บไม่ได้ยืนยันว่าบัญชีไทยได้รับความคุ้มครองเหมือนกัน อ่านต่อเรื่อง Slippage, Stop Loss และ การกำกับดูแลโบรกเกอร์

วิธีตรวจสอบว่าบัญชีของคุณเป็นแบบไหน

  1. เปิดเอกสาร Client Agreement หรือ Terms & Conditions ที่คุณกดยอมรับตอนสมัคร
  2. ค้นหาคำว่า “CFD” หรือ “Contract for Difference” — จากนั้นตรวจว่าข้อนั้นใช้กับสัญลักษณ์และบัญชีของคุณจริงหรือไม่ เอกสารหนึ่งชุดอาจครอบคลุมหลายผลิตภัณฑ์ และควรค้นคำว่า Rolling Spot หรือ Deliverable FX เพิ่มด้วย
  3. ดูหน้ารายละเอียดผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์โบรกเกอร์ ว่าระบุประเภทสัญญาไว้อย่างไร
  4. อ่านคำเตือนความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ แต่ตรวจชื่อบริษัทและประเภทลูกค้าในข้อตกลงประกอบด้วย คำเตือนท้ายเว็บอย่างเดียวไม่ยืนยันว่ากฎหรือการคุ้มครองใดใช้กับบัญชีคุณ

จดคำตอบให้ครบก่อนใช้บัญชีจริง

  • บริษัทที่เป็นคู่สัญญาชื่ออะไร อยู่ภายใต้หน่วยงานใด และคุณถูกจัดเป็นลูกค้าประเภทใด
  • สัญลักษณ์ที่จะเทรดเป็นสัญญาประเภทใด ส่งมอบสินทรัพย์จริงหรือชำระส่วนต่าง
  • หนึ่ง Lot เท่ากับกี่หน่วย ขั้นต่ำเท่าไร และใช้ Margin เท่าไร
  • คิด Spread, Commission, ค่าถือข้ามคืน และค่าแปลงสกุลเงินอย่างไร
  • บังคับปิดเมื่อใด และมีการคุ้มครองยอดติดลบที่ใช้กับบัญชีนี้หรือไม่

ตัวเลขเฉพาะบัญชีไม่สามารถใช้ค่ากลางแทนทุกบริษัทได้ หากเอกสารไม่ชัด ให้ผู้ให้บริการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนฝากเงิน เพื่อให้รู้สิทธิและภาระของบัญชีที่จะใช้จริง

CFD แย่กว่า Spot FX หรือเปล่า?

ควรเทียบตามวัตถุประสงค์ สิทธิ ต้นทุน และความเสี่ยงของบริการที่เข้าถึงได้ ไม่จัดอันดับว่าประเภทหนึ่งดีกว่าเสมอ

ตลาดระหว่างธนาคารมีข้อจำกัดการเข้าถึง แต่บุคคลและธุรกิจสามารถแลกเงินจริงผ่านผู้ให้บริการที่รองรับได้ ส่วนการเก็งกำไรมีผลิตภัณฑ์หลายแบบ รวมถึง FX Futures ที่กฎและขนาดสัญญาต่างจาก CFD ไม่จำเป็นต้องเลือก CFD เพียงทางเดียว

ต้องรู้ก่อนว่ากำลังพิจารณาผลิตภัณฑ์อะไร แล้วจึงตัดสินใจว่าจะใช้บริการนั้นหรือไม่

เมื่อทราบว่าถือสัญญากับบริษัทใด ก็จะตรวจได้ตรงจุดว่าบริษัทนั้นมีหน้าที่และความสามารถในการชำระเงินอย่างไร

แต่หากเข้าใจว่าการเปิด CFD คือการได้รับเงินยูโรจริง อาจประเมินสิทธิและความเสี่ยงของบัญชีผิดไปตั้งแต่ต้น

หากต้องการรับและถือเงินตราจริง เช่น เก็บไว้จ่ายค่าสินค้าหรือใช้เดินทาง บริการแลกเงินแบบส่งมอบตรงกับวัตถุประสงค์มากกว่า CFD ส่วน CFD เป็นทางเลือกสำหรับรับความเสี่ยงจากส่วนต่างราคา โดยต้องยอมรับต้นทุน หลักประกัน และความเสี่ยงคู่สัญญา ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการรักษาเงินต้นหรือยังไม่เข้าใจการบังคับปิดสถานะ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่ได้เป็นเจ้าของเงินจริง แล้วกำไรมาจากไหน?
มาจากการชำระส่วนต่างตามสัญญา โบรกเกอร์จ่ายให้เมื่อคุณกำไร และหักจากบัญชีเมื่อคุณขาดทุน ตามราคาซื้อขายและวิธีคำนวณที่ระบุในข้อตกลง รวมต้นทุนที่เกี่ยวข้อง

ทำไม Sell ได้ทั้งที่ไม่มีเงินสกุลนั้น?
เพราะไม่มีการส่งมอบเงินจริง คุณเปิดสถานะฝั่งขายตามสัญญาและวางหลักประกัน แล้วคำนวณผลจากส่วนต่างราคาตามเงื่อนไขบัญชี

ราคาที่เห็นเป็นราคาตลาดจริงไหม?
ราคาอ้างอิงและวิธีสร้าง Bid/Ask ขึ้นกับนโยบายของบริษัทและสัญญา ไม่จำเป็นต้องเป็นราคาจากผู้ให้สภาพคล่อง (LP) บวกส่วนต่างทุกบัญชี ให้ตรวจนโยบายราคาและส่งคำสั่งเมื่อเปรียบเทียบ

เรื่องภาษีต่างกันไหม?
เรื่องภาษีขึ้นอยู่กับกฎหมายและสถานะของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เว็บไซต์นี้ไม่ให้คำแนะนำด้านภาษี

มีทางเทรด Spot FX จริงสำหรับรายย่อยไหม?
มีบริการแลกเปลี่ยนเงินตราแบบส่งมอบสำหรับบุคคลและธุรกิจตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการ แต่บัญชีเก็งกำไรที่เรียก Spot อาจเป็น Rolling Spot หรือ leveraged FX ซึ่งไม่ได้ส่งมอบแบบเดียวกัน ต้องอ่านสิทธิการถือเงินและวิธีชำระราคา

ฝากเท่ากับ Margin แล้วขาดทุนได้แค่นั้นไหม?
ไม่ใช่ Margin เป็นหลักประกัน ระบบอาจบังคับปิดก่อนเงินหมด แต่ราคากระโดดอาจทำให้ขาดทุนเกินระดับที่คาด หากไม่มีการคุ้มครองยอดติดลบที่ใช้กับบัญชี อาจมีภาระเกินเงินฝากได้

ซื้อ CFD หุ้นแล้วมีสิทธิออกเสียงเหมือนผู้ถือหุ้นไหม?
ไม่มีกรรมสิทธิ์ในหุ้นอ้างอิงจากการถือ CFD จึงไม่ได้สิทธิออกเสียงในฐานะผู้ถือหุ้น ส่วนรายการปรับเงินที่เกี่ยวกับเงินปันผลเป็นไปตามสัญญา ไม่ได้ทำให้เป็นเจ้าของหุ้น

สรุป

Deliverable Spot FX = แลกเงินตราตามวันชำระราคา มีทั้งธุรกรรมสถาบันและบริการแก่ลูกค้า

CFD = สัญญาวัดส่วนต่างราคา ไม่มีการส่งมอบ คู่สัญญาคือโบรกเกอร์

ผลที่ตามมาสำหรับคุณ:
• คุณมี Counterparty Risk เพิ่มจากความเสี่ยงตลาด
• Contract Size และเงื่อนไขกำหนดโดยโบรกเกอร์ ไม่ใช่มาตรฐานสากล
• ควรตรวจบริษัทคู่สัญญาและเงื่อนไขบัญชีควบคู่กับการเปรียบเทียบสเปรด

ก่อนตัดสินใจ ควรตอบให้ได้ว่ากำลังถือสินทรัพย์จริงหรือถือสัญญา ขนาดสถานะมีมูลค่าเท่าไร และใครมีหน้าที่ชำระเงินตามสัญญา จากนั้นจึงประเมินต้นทุนและความคุ้มครองของบัญชีนั้นร่วมกัน

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับส่วนที่รวมจากบทความ CFD: ASIC MoneySmart — Contracts for difference (CFDs) และ FCA — Contracts for difference

หมายเหตุและข้อจำกัด

เงื่อนไขของ CFD เช่น Contract Size, Leverage และค่าธรรมเนียม ต่างกันตามโบรกเกอร์และเขตกำกับดูแล ให้ตรวจสอบจากเอกสารของผู้ให้บริการที่คุณใช้

📘 ทบทวนภาพรวมตลาดและความเสี่ยงได้ใน Forex คืออะไร? เข้าใจตลาด คู่เงิน และความเสี่ยงก่อนเริ่มเทรด

คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขาย CFD ด้วย Leverage มีความเสี่ยงสูงและอาจสูญเสียเงินในบัญชี หากไม่มีการคุ้มครองยอดติดลบที่ใช้กับบัญชีนั้น อาจมีภาระขาดทุนเกินเงินที่ฝากได้ เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำด้านภาษี

บทถัดไปนำความรู้เรื่องสัญญาไปเปรียบเทียบหุ้นจริงกับการเทรดคู่เงินและหุ้นผ่าน CFD เพื่อแยกสิทธิ ต้นทุน และความเสี่ยง

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี

เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้

ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

รู้จักแต่ละโบรกเกอร์

อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ

ดูรีวิวโบรกเกอร์ →

เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน

เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ →

บทความที่เกี่ยวข้อง