🔵 LEVEL 2: BONUS TYPES | บทเรียนที่ 6 จาก 17 | บทความที่ 1 จาก 2
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่านทั้งบท
- Rebate และ Cashback คืนเงินจากต้นทุนการเทรด จึงประเมินคนละแบบกับ Bonus Credit
- ตัวเลขในหัวข้อโฆษณาอาจไม่ได้ใช้กับทุกสินทรัพย์
- ไม่มีเงื่อนไขในการใช้ ไม่ได้แปลว่าไม่มีเงื่อนไขในการได้
- บางโปรแกรมบังคับให้เลือกระหว่าง Cashback กับ Deposit Bonus
- สิทธิประโยชน์ที่ผูกกับปริมาณมีความเสี่ยงเชิงพฤติกรรมที่ต้องระวัง
🎯 เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะเข้าใจ
- Rebate และ Cashback คืออะไร และทำไมจึงไม่ควรประเมินด้วยวิธีเดียวกับ Bonus Credit
- ทำไมต้องแยก การลดต้นทุน ออกจาก การเพิ่มเครดิต
- โครงสร้างของ Forex Rebate ที่ควรรู้ ทั้งผู้กำหนดและช่องทางการจ่าย วิธีคำนวณ และลักษณะของโปรแกรม
- ทำไมตัวเลขเปอร์เซ็นต์ในหัวข้อโฆษณาอาจไม่ได้ใช้กับทุกสินทรัพย์
- เงินที่ได้คืนมาจากไหน ในระบบที่จ่ายผ่านผู้แนะนำโบรกเกอร์
- ทำไมต้องตรวจวันเริ่มและวันสิ้นสุดของโปรโมชั่นก่อนเสมอ
- ทำไม “ไม่มีเงื่อนไขในการใช้” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีเงื่อนไขในการได้”
- เงื่อนไขที่ทำให้คำสั่งบางประเภทไม่ถูกนับเข้า Rebate
- ทำไมบางโปรแกรมบังคับให้เลือกระหว่าง Cashback กับ Deposit Bonus
- วิธีคำนวณว่า Rebate ลดต้นทุนได้เท่าไรจริง
- ความเสี่ยงเชิงพฤติกรรมของสิทธิประโยชน์ที่ผูกกับปริมาณการเทรด
สำหรับมือใหม่
หลังอ่านบทความนี้ คุณควรตอบได้ว่า:
“Rebate ที่ได้คืนมา เป็นเงินของเราจริงหรือไม่ และคืนมาให้เท่าไรเมื่อเทียบกับต้นทุนที่จ่ายไป?”
สำหรับ Trader ที่มีประสบการณ์
ใช้บทความนี้เป็นกรอบในการแยก:
Who Pays → What Is Returned → Qualifying Volume → Payout Cycle → Net Cost
บทเรียนก่อนหน้านี้พาเราไปรู้จัก Bonus Credit และโปรโมชั่นที่เพิ่มเครดิตเข้าบัญชี ไม่ว่าจะเป็น No Deposit Bonus หรือ Deposit Bonus
บทเรียนนี้เปลี่ยนไปที่กลไกที่ทำงานคนละทาง
“ถ้าไม่ได้ให้เครดิตเพิ่ม แต่คืนต้นทุนที่จ่ายไปแล้ว จะประเมินมูลค่าอย่างไร?”
Rebate และ Cashback คืออะไร
Rebate หรือ Cashback ในบริบทการเทรด คือสิทธิประโยชน์ที่คืนเงินหรือชดเชยต้นทุนบางส่วนให้ผู้เทรดตามกิจกรรมการซื้อขาย โดยอาจคำนวณจากสเปรด ค่าคอมมิชชั่น ปริมาณการซื้อขาย หรือสูตรอื่นตามที่แต่ละโปรแกรมกำหนด
Rebate เกิดขึ้นหลังจากมีการซื้อขายที่เข้าเงื่อนไขแล้ว จึงต่างจาก Bonus Credit ในเชิงกลไก เพราะ Bonus Credit เพิ่มเครดิตให้ก่อนหรือระหว่างการเริ่มต้นเทรด
ความต่างจึงอยู่ที่ลำดับเวลาและวิธีคำนวณ ส่วนในเชิงการจัดหมวดทางการตลาดหรือทางกำกับดูแล ผู้ให้บริการบางรายอาจจัด Rebate ไว้ภายใต้หมวด Bonus หรือ Promotion ได้

Bonus Credit = เพิ่มเครดิตสำหรับการเทรด · Rebate = คืนหรือชดเชยต้นทุนตามกิจกรรมการเทรด
เพราะกลไกต่างกัน การประเมินจึงต้องใช้คำถามคนละชุด
| ประเด็น | Bonus Credit ที่เรียนใน Level 2 บทที่ผ่านมา | Rebate หรือ Cashback |
|---|---|---|
| มาถึงเมื่อไร | ก่อนหรือขณะเริ่มเทรด | หลังเทรด ตามรอบที่กำหนด |
| สิ่งที่ได้รับ | เครดิตสำหรับใช้เทรด | การคืนต้นทุนที่จ่ายไปแล้วบางส่วน |
| คำถามหลักในการประเมิน | ถอนได้หรือไม่ ต้องทำเงื่อนไขอะไร | คืนกี่เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนจริง และคำสั่งแบบใดถูกนับ |
| สิ่งที่ต้องมีก่อน | เข้าเงื่อนไข Eligibility และเหตุการณ์ที่ Promotion กำหนด | ต้องมีการเทรดและมีต้นทุนเกิดขึ้นจริงก่อน |
โครงสร้างของ Forex Rebate ที่ควรรู้
คำว่า Rebate ถูกใช้กับโปรแกรมที่มีรายละเอียดต่างกันมาก แต่ไม่มีการแบ่งประเภทที่เป็นมาตรฐานตายตัว
วิธีที่ใช้ได้จริงกว่าคือแยกออกเป็น 3 มิติ แล้วตรวจทีละมิติกับโปรแกรมตรงหน้า
ทั้งสามเป็นคนละมิติของโปรแกรมเดียวกัน โปรแกรมหนึ่งจึงมีลักษณะจากหลายมิติพร้อมกันได้ เช่น โบรกเกอร์เป็นผู้จ่ายโดยตรง คำนวณเป็นจำนวนเงินต่อล็อต มีขั้นบันไดตามปริมาณการเทรด และเป็นโปรแกรมต่อเนื่อง ทั้งหมดในโปรแกรมเดียว
การถามว่าโปรแกรมนี้ “เป็นแบบไหน” จึงตอบไม่ได้ด้วยคำตอบเดียว ต้องตอบทีละมิติ
มิติที่ 1 — ใครกำหนด Rebate และจ่ายผ่านช่องทางใด
มิตินี้กำหนดว่าใครเป็นผู้ตั้งอัตราที่คุณได้รับ และคุณต้องเข้าร่วมผ่านช่องทางใด
| โครงสร้างการจัดสรร | ลักษณะ | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| โบรกเกอร์จ่ายให้ผู้เทรดโดยตรง | ผู้ให้บริการเป็นผู้กำหนดอัตราและจ่ายเข้าบัญชีเอง | อัตราและเงื่อนไขอยู่บนหน้าโปรแกรมของผู้ให้บริการ |
| ผ่านผู้แนะนำ | ผู้แนะนำได้ค่าตอบแทนจากกิจกรรมการซื้อขายของลูกค้าที่ตนแนะนำ แล้วกำหนดให้ส่วนหนึ่งถูกจ่ายกลับ โดยผู้ดำเนินการโอนเงินอาจเป็นผู้ให้บริการหรือผู้แนะนำ ขึ้นอยู่กับระบบ | อัตราที่คุณได้อาจต่างจากผู้ใช้รายอื่น และต้องตรวจว่าต้องสมัครผ่านผู้แนะนำหรือห้ามผ่าน |
ตัวเลข 40% นี้เป็นอัตราส่วนแบ่งรายได้ของผู้แนะนำ ไม่ใช่อัตรา Rebate ที่ลูกค้าจะได้รับ
สองตัวเลขนี้ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน ดังนั้นตัวเลขค่าคอมมิชชั่นหรือผลตอบแทนที่ปรากฏบนหน้าโปรแกรมผู้แนะนำไม่ควรถูกนำไปตีความว่าเป็นอัตรา Cashback ของลูกค้า
และเพราะค่าตอบแทนของผู้แนะนำผูกกับกิจกรรมการซื้อขายของลูกค้าที่แนะนำมา ผู้อ่านจึงควรรับรู้ว่าผู้แนะนำมีแรงจูงใจที่ผูกกับปริมาณการเทรดของคุณ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ควรประเมินอัตราและเงื่อนไขด้วยตัวเลขของตัวเอง ไม่ใช่จากคำแนะนำเพียงอย่างเดียว
มิติที่ 2 — Rebate คำนวณอย่างไร
มิตินี้กำหนดว่าคุณคำนวณยอดที่จะได้คืนล่วงหน้าได้หรือไม่ และตัวเลขที่โฆษณาบอกอะไรกับคุณ
ฐานคำนวณ — จำนวนเงินคงที่ต่อล็อต หรือเปอร์เซ็นต์ของสเปรดหรือค่าคอมมิชชั่น
โครงสร้างอัตรา — อัตราคงที่ หรืออัตราที่เปลี่ยนตามปริมาณการเทรด
สองชั้นนี้ประกอบกันได้อิสระ โปรแกรมหนึ่งจึงเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าคอมมิชชั่นและมีขั้นบันไดตามปริมาณพร้อมกันได้
| ชั้นและตัวเลือก | สิ่งที่ตัวเลขบอก | ตัวอย่างที่พบในหน้าโปรแกรม |
|---|---|---|
| ฐานคำนวณ จำนวนเงินคงที่ต่อล็อต |
รู้ยอดล่วงหน้าได้ถ้ารู้ปริมาณ แต่ไม่บอกว่าคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของต้นทุน | RoboForex ระบุวิธี Fixed Rebates Payout · Pepperstone ระบุ 0.7 ดอลลาร์ต่อล็อตสำหรับ FX บัญชี Razor |
| ฐานคำนวณ เปอร์เซ็นต์ของสเปรดหรือค่าคอมมิชชั่น |
บอกสัดส่วนต้นทุนที่ได้คืนทันที แต่ยอดเงินขึ้นกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง | Forex4you ระบุคืนสเปรดและค่าคอมมิชชั่น 40% · RoboForex ระบุวิธีคืนเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าคอมมิชชั่น |
| โครงสร้างอัตรา อัตราคงที่ หรือเปลี่ยนตามปริมาณการเทรด |
อัตราอาจคงที่ทุกระดับ หรือเปลี่ยนตามปริมาณการเทรด หากเป็นแบบขั้นบันไดอาจสร้างแรงจูงใจให้ไต่ระดับ | RoboForex ระบุอัตรา 5% · 7% · 10% ตามช่วง 10 ถึง 1,000 · 1,000 ถึง 3,000 · มากกว่า 3,000 ล็อต |
หน้าเดียวกันระบุวิธีคำนวณไว้สองแบบตามประเภทบัญชี คือการจ่ายคืนแบบอัตราคงที่ต่อล็อต และการคืนเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าคอมมิชชั่น
มิติที่ 3 — โปรแกรมมีลักษณะอย่างไร
มิตินี้กำหนดว่าสิทธิ์ของคุณอยู่ได้นานแค่ไหน และคำสั่งของคุณเข้าเงื่อนไขหรือไม่
ระยะเวลาของโปรแกรม — เป็นโปรแกรมต่อเนื่อง หรือเป็นโปรโมชั่นที่มีกำหนดเวลา
เงื่อนไขของโปรแกรม — ปริมาณขั้นต่ำ สินทรัพย์ที่นับ ประเภทบัญชี และเงื่อนไขระดับคำสั่ง
| เรื่องที่ตรวจ | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|
| ระยะเวลา โปรแกรมต่อเนื่อง |
ผู้ให้บริการสงวนสิทธิ์เปลี่ยนหรือยุติเมื่อใด และแจ้งล่วงหน้าหรือไม่ |
| ระยะเวลา โปรโมชั่นที่มีกำหนดเวลา |
วันเริ่มและวันสิ้นสุด และการซื้อขายช่วงใดที่นับ |
| เงื่อนไข เงื่อนไขเพิ่มเติมที่อาจมี |
ปริมาณขั้นต่ำ · สินทรัพย์ที่นับ · ประเภทบัญชี · เงื่อนไขระดับคำสั่ง |
เอกสารเดียวกันกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าร่วมว่าต้องลงทะเบียนบัญชีโดยตรงกับผู้ให้บริการ ไม่ผ่านผู้แนะนำโบรกเกอร์ และระบุว่าเงินคืนใช้ได้กับการซื้อขายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันถัดไปหลังจากลงทะเบียนเข้าร่วมสำเร็จ โดยไม่ให้เงินคืนกับกิจกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
และเนื่องจากทั้งสี่ตัวอย่างที่ยกมามีลักษณะจากหลายมิติผสมกัน จึงยกมาเพื่อแสดงว่าโครงสร้างและเงื่อนไขต่างกันได้อย่างไร ไม่ใช่เพื่อจัดว่า Rebate แบ่งออกเป็นกี่ประเภท
เพราะถ้าจ่ายผ่านผู้แนะนำ อัตราที่คุณได้รับอาจขึ้นอยู่กับอัตราที่ผู้แนะนำกำหนดภายใต้ระบบและเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการรองรับ ผู้ใช้สองคนที่เทรดกับโบรกเกอร์เดียวกันจึงอาจได้อัตราต่างกันได้
ตัวเลขในหัวข้อโฆษณาอาจไม่ได้ใช้กับทุกสินทรัพย์
โปรโมชั่นที่พาดหัวด้วยเปอร์เซ็นต์เดียว เช่น “เงินคืน 10%” อาจใช้อัตราคนละแบบกับสินทรัพย์แต่ละกลุ่มเมื่อเปิดเอกสารดู
แต่ในหัวข้อ “ข้อเสนอ” ของเอกสารเดียวกัน อัตราที่ระบุแยกตามกลุ่มสินทรัพย์ดังนี้
| กลุ่มสินทรัพย์ | อัตราที่เอกสารระบุ | หน่วยที่ใช้ |
|---|---|---|
| FX บนบัญชีประเภท Razor | 0.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งล็อต | จำนวนเงินคงที่ |
| FX บนบัญชีมาตรฐาน | 1 จุด | หน่วยราคา |
| สินค้าโภคภัณฑ์ | 10% ของสเปรดขั้นต่ำ | เปอร์เซ็นต์ |
| ดัชนี | 10% ของสเปรดขั้นต่ำ | เปอร์เซ็นต์ |
ผลในทางปฏิบัติคือผู้ที่เทรด FX เป็นหลักไม่สามารถคำนวณเงินคืนจากเปอร์เซ็นต์ในหัวข้อได้โดยตรง ต้องใช้อัตราเฉพาะที่เอกสารกำหนดสำหรับ FX และประเภทบัญชีของตนแทน จึงต้องเปิดเอกสารก่อนประเมินเสมอ
ตรวจวันเริ่มและวันสิ้นสุดก่อนเสมอ
โปรแกรมเงินคืนมีทั้งแบบที่ให้ต่อเนื่องและแบบที่เป็นแคมเปญมีกำหนดเวลา ซึ่งต่างกันมากในทางปฏิบัติ
การที่หน้าโปรโมชั่นยังเปิดได้ ไม่ได้แปลว่าโปรโมชั่นนั้นยังใช้งานได้ หน้าเว็บอาจยังคงอยู่ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น ยังไม่ได้ถูกนำออก หรือถูกเก็บไว้เพื่ออ้างอิง
เราไม่สามารถสรุปแทนผู้ให้บริการได้ว่าเหตุใดหน้าดังกล่าวยังอยู่ หรือมีเอกสารฉบับใหม่กว่าที่เราไม่พบหรือไม่ สิ่งที่ผู้อ่านทำได้คือหาวันเริ่มและวันสิ้นสุดในเอกสารก่อนเสมอ และสอบถามผู้ให้บริการโดยตรงหากไม่พบวันที่
“ไม่มีเงื่อนไขในการใช้” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีเงื่อนไขในการได้”
โปรแกรมเงินคืนบางรายใช้จุดขายว่าเงินที่ได้คืนไม่ใช่เครดิตโบนัส จึงไม่มีข้อจำกัดในการใช้เพิ่มเติม
ข้อความนี้เป็นคุณสมบัติของโปรแกรมรายนั้นตามที่หน้าโปรแกรมระบุ ไม่ใช่กฎกลางของ Rebate ทุกโปรแกรม และครอบคลุมเฉพาะการใช้เงินหลังได้รับแล้ว ซึ่งเป็นความต่างจาก Bonus Credit ที่เรียนในบทที่ผ่านมา
แต่ต้องแยกให้ออกจากเงื่อนไขในการได้รับ ซึ่งหน้าโปรแกรมเดียวกันก็ระบุไว้หลายข้อ
| เงื่อนไขที่หน้าโปรแกรมระบุ | แหล่ง |
|---|---|
| ต้องเป็นลูกค้าที่ผ่านการยืนยันตัวตน | RoboForex |
| ต้องซื้อขายอย่างน้อย 10 ล็อตต่อเดือน | RoboForex |
| ปริมาณการเทรด CFD ไม่ถูกนำมาพิจารณา คำนวณจากคู่สกุลเงินและโลหะ | RoboForex |
| อัตราสำหรับบัญชีประเภท Cent น้อยกว่าบัญชีประเภท Pro ถึง 10 เท่า | RoboForex |
| ผู้ให้บริการสงวนสิทธิ์ปฏิเสธการจ่ายเงินคืนโดยไม่ต้องแสดงเหตุผลและ/หรือแจ้งล่วงหน้า | RoboForex |
| มีเงื่อนไข MTP หรือ Minimum Trade Points โดยหน้าโปรแกรมพันธมิตรของผู้ให้บริการรายเดียวกันอธิบายว่าเป็นระดับขั้นต่ำของคำสั่งเป็น pip ที่คำสั่งนั้นต้องถึงจึงจะได้รับค่าตอบแทน | Forex4you |
| มีเงื่อนไข MTT คือเวลาซื้อขายขั้นต่ำ 3 นาที นับจากเปิดคำสั่งถึงปิดคำสั่ง | Forex4you |
| ไม่มีการคืนเงินสำหรับคำสั่งที่ทำให้ยอดเงินในบัญชีติดลบ | Forex4you |
| บัญชีต้องไม่ได้ลงทะเบียนภายใต้บัญชีพันธมิตร | Forex4you |
| ต้องลงทะเบียนบัญชีโดยตรง ไม่ผ่านผู้แนะนำโบรกเกอร์ | Pepperstone |
| ไม่ให้เงินคืนกับการซื้อขายที่เกิดขึ้นก่อนลงทะเบียนเข้าร่วมสำเร็จ | Pepperstone |
| ใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นของผู้ให้บริการรายเดียวกันไม่ได้ | Pepperstone |
| หากคำสั่งถูกยกเลิกหรือเพิกถอนภายหลัง ผู้ให้บริการจะหักมูลค่าเงินคืนออกจากส่วนของผู้ใช้ในบัญชี | Pepperstone |
| ใช้เงินคืนเพื่อครอบคลุม Margin ไม่ได้จนกว่าเงินจะถูกเครดิตเข้าบัญชี | Pepperstone |
| ได้รับเงินคืนครั้งหนึ่งไม่ถือเป็นการรับประกันว่าจะได้รับในครั้งต่อไป | Pepperstone |
เงื่อนไขเวลาถือคำสั่งขั้นต่ำ ทำให้คำสั่งที่เปิดและปิดเร็วกว่าเกณฑ์อาจไม่ถูกนับเข้าเงินคืน ซึ่งกระทบผู้ที่ใช้วิธีเทรดระยะสั้นมากโดยตรง
เงื่อนไข MTP ซึ่งเป็นระดับขั้นต่ำของคำสั่งเป็น pip ทำให้คำสั่งที่ไม่ถึงระดับ MTP ตามที่โปรแกรมกำหนดอาจไม่ได้รับค่าตอบแทน แม้จะถือครบเวลาแล้วก็ตาม
การไม่นับปริมาณ CFD ในบางโปรแกรม ทำให้ผู้ที่ซื้อขายสินทรัพย์ซึ่งโปรแกรมจัดอยู่ในกลุ่ม CFD ที่ไม่นับ อาจสะสมปริมาณไม่ถึงเกณฑ์ แม้จะมีปริมาณการซื้อขายสูง
ทั้งสามข้อเป็นเงื่อนไขของโปรแกรมเฉพาะที่ยกมา ไม่ใช่กฎกลางของ Rebate ทุกแห่ง จึงต้องเปิดหน้าโปรแกรมที่คุณพิจารณาจริงเพื่อตรวจ
บางโปรแกรมบังคับให้เลือกระหว่าง Cashback กับ Deposit Bonus
นี่คือจุดที่บทเรียนนี้เชื่อมกับบทเรียนที่ 4 โดยตรง และเป็นเรื่องที่ผู้อ่านต้องตัดสินใจก่อนสมัคร
ผลของการเลือกจึงขึ้นอยู่กับปริมาณที่คุณเทรดจริงต่อเดือน ไม่ใช่ตัวเลขที่โฆษณาว่าอย่างไหนสูงกว่า ยิ่งมีปริมาณการเทรดที่เข้าเงื่อนไขมาก Rebate ที่สะสมได้ก็อาจเพิ่มขึ้นตามสูตรของโปรแกรม ส่วน Bonus ก้อนเดียวถูกจำกัดด้วยเพดานตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
เพดานของ Deposit Bonus และการคำนวณอธิบายไว้ใน บทเรียนที่ 4 ส่วนการเปรียบเทียบมูลค่าที่แท้จริงอยู่ใน บทเรียนที่ 13
ตัวเลข Rebate บอกอะไร และยังไม่บอกอะไร
เมื่อโปรแกรมระบุอัตรา Rebate สิ่งที่เรารู้ก่อนคือวิธีที่โปรแกรมใช้คำนวณเงินคืน แต่ยังไม่รู้ทันทีว่าโปรแกรมนั้นทำให้ต้นทุนของผู้ใช้ลดลงมากน้อยเพียงใด
ตัวเลข 100 ดอลลาร์บอกว่าได้เงินคืนเท่าไร แต่ยังไม่บอกว่าคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนที่จ่ายจริง หรือทำให้ต้นทุนสุทธิเหลือเท่าไร
วิธีคำนวณ Rebate ต่อล็อต เปอร์เซ็นต์ของต้นทุน และต้นทุนสุทธิแบบเต็มอยู่ใน บทความถัดไป: วิธีคำนวณ Forex Rebate
ความเสี่ยงเชิงพฤติกรรมของสิทธิประโยชน์ที่ผูกกับปริมาณ
Rebate สามารถช่วยลดต้นทุนการซื้อขายได้เมื่อผู้ใช้ได้รับเงินคืนตามเงื่อนไข แต่โครงสร้างของมันอาจสร้างแรงจูงใจให้เพิ่มปริมาณการเทรด
ในโปรแกรมที่คำนวณ Rebate ตามปริมาณการเทรด เงินคืนจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณที่เข้าเงื่อนไข และบางโปรแกรมมีขั้นบันไดที่ให้อัตราสูงขึ้นเมื่อปริมาณสูงขึ้น รวมถึงมีปริมาณขั้นต่ำต่อเดือนที่ต้องทำให้ถึงก่อนจึงจะได้รับ
โครงสร้างนี้ทำให้เกิดคำถามที่ผู้ใช้ต้องตอบกับตัวเองว่า ปริมาณที่เทรดเพิ่มขึ้นนั้นมาจากแผนการเทรด หรือมาจากการไล่ให้ถึงเกณฑ์
ตัวอย่างจากตารางข้างต้น ที่อัตราคืน 40% การเทรดเพิ่ม 1 ล็อตทำให้ได้คืนเพิ่ม 4 ดอลลาร์ แต่จ่ายต้นทุนเพิ่ม 10 ดอลลาร์ สุทธิแล้วยังเป็นการจ่ายเพิ่ม 6 ดอลลาร์ พร้อมรับความเสี่ยงจากตลาดเพิ่มอีกหนึ่งคำสั่ง
ภายใต้ตัวอย่างที่เงินคืนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของต้นทุนและอัตราคืนต่ำกว่า 100% ต้นทุนส่วนเพิ่มหลังหักเงินคืนยังคงเป็นบวก ส่วนโปรแกรมที่ใช้อัตราคงที่ต่อล็อตต้องคำนวณด้วยตัวเลขของโปรแกรมนั้นเอง
Rebate จึงควรถูกมองว่าเป็นการชดเชยต้นทุนบางส่วนที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว ไม่ใช่เหตุผลในการเทรดเพิ่ม
สิ่งที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Rebate และ Cashback
❌ “Rebate ประเมินเหมือน Bonus Credit ได้”
ไม่ควร เพราะแม้ผู้ให้บริการบางรายอาจจัด Rebate หรือ Cashback ไว้ภายใต้หมวด Bonus หรือ Promotion แต่กลไกทางเศรษฐศาสตร์ต่างจาก Bonus Credit ที่เพิ่มเครดิตให้บัญชี โดย Rebate มักผูกกับกิจกรรมการซื้อขายและคืนหรือชดเชยต้นทุนภายหลัง
❌ “Rebate ไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย”
ไม่จริง ข้อความว่าไม่มีข้อจำกัดในการใช้เป็นคุณสมบัติที่โปรแกรมบางรายระบุไว้สำหรับการใช้เงินหลังได้รับแล้ว ไม่ใช่กฎกลางของทุกโปรแกรม และไม่ครอบคลุมเงื่อนไขในการได้รับ ซึ่งอาจมีทั้งปริมาณขั้นต่ำต่อเดือน การยืนยันตัวตน เวลาถือคำสั่งขั้นต่ำ ระดับขั้นต่ำเป็น pip และประเภทสินทรัพย์ที่นับ
❌ “เทรดมากขึ้นเพื่อได้เงินคืนมากขึ้น คุ้มกว่า”
ไม่ใช่ การเทรดเพิ่มทำให้ทั้งต้นทุนและเงินคืนเพิ่มพร้อมกัน และในโปรแกรมที่เงินคืนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของต้นทุนโดยมีอัตราคืนต่ำกว่า 100% ต้นทุนส่วนเพิ่มหลังหักเงินคืนยังคงเป็นบวก
❌ “ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ในหัวข้อโฆษณาใช้กับทุกสินทรัพย์”
ไม่จำเป็น เอกสารที่ยกมาในบทนี้ระบุอัตราสำหรับ FX เป็นจำนวนเงินต่อล็อตและหน่วยราคา ส่วนเปอร์เซ็นต์ใช้กับสินค้าโภคภัณฑ์และดัชนี
❌ “หน้าโปรโมชั่นยังเปิดได้ แปลว่าโปรโมชั่นยังใช้ได้”
ไม่จำเป็น หน้าโปรโมชั่นหนึ่งที่ยกมาในบทนี้ระบุวันสิ้นสุดไว้ในตัวหน้าเอง แต่ยังเปิดอ่านได้ในวันที่เราตรวจ จึงต้องหาวันเริ่มและวันสิ้นสุดในเอกสารก่อนเสมอ
❌ “ตัวเลขผลตอบแทนที่ผู้แนะนำได้รับ คืออัตราที่เราจะได้คืน”
ไม่ใช่ ตัวเลขบนหน้าโปรแกรมผู้แนะนำเป็นผลตอบแทนที่ผู้แนะนำได้รับจากผู้ให้บริการ ส่วนอัตราที่ผู้เทรดได้คืนคือส่วนที่ผู้แนะนำเลือกกำหนดให้อีกทอดหนึ่ง
❌ “อัตราเงินคืนสูงกว่า แปลว่าต้นทุนสุทธิต่ำกว่า”
ไม่จำเป็น ต้องดูสเปรดและค่าคอมมิชชั่นตั้งต้นประกอบ เพราะเงินคืนคำนวณจากต้นทุนที่จ่ายไป
❌ “ทุกคำสั่งที่เทรดได้เงินคืนหมด”
ไม่จำเป็น บางโปรแกรมกำหนดเวลาถือคำสั่งขั้นต่ำ ระดับขั้นต่ำเป็น pip หรือไม่คืนให้กับคำสั่งที่ทำให้ยอดเงินติดลบ
❌ “รับ Cashback แล้วยังรับ Deposit Bonus ได้ด้วย”
ไม่จำเป็น โปรแกรมที่ยกมาในบทนี้ระบุว่าผู้ที่ใช้โปรแกรมคืนเงินไม่สามารถใช้โบนัสเครดิตเงินฝากได้ ส่วนโปรแกรมอื่นต้องตรวจเงื่อนไขของตัวเอง
9 หัวข้อที่ต้องเปิดหาก่อนสมัครโปรแกรมเงินคืน
รายการนี้ใช้เปิดหน้าโปรแกรมและเอกสารจริงแล้วไล่หาทีละหัวข้อ ไม่ใช่การทบทวนความเข้าใจ
- โครงสร้างการจ่าย — ใครกำหนดอัตรา Rebate และใครเป็นผู้ดำเนินการจ่าย
- คืนจากอะไร — จากค่าคอมมิชชั่น จากสเปรด หรือเป็นอัตราคงที่ต่อล็อต
- ปริมาณขั้นต่ำ — ต้องเทรดเท่าไรต่อรอบจึงจะได้รับ และมีขั้นบันไดหรือไม่
- สินทรัพย์ที่นับ — คู่สกุลเงิน โลหะ ดัชนี หรือ CFD ถูกนับรวมหรือไม่
- เงื่อนไขระดับคำสั่ง — เวลาถือขั้นต่ำ ระยะทางขั้นต่ำเป็น pip เช่น MTP หรือข้อยกเว้นอื่น
- รอบการจ่ายและรูปแบบที่ได้รับ — รายสัปดาห์หรือรายเดือน และเข้าเป็นยอดคงเหลือหรือรูปแบบอื่น
- ข้อจำกัดที่ตัดสิทธิ์ — ใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นได้หรือไม่ และผู้ให้บริการสงวนสิทธิ์อะไรไว้บ้าง
- วันเริ่มและวันสิ้นสุด — เป็นโปรแกรมต่อเนื่องหรือแคมเปญมีกำหนดเวลา และการซื้อขายช่วงใดที่นับ
- ช่องทางการสมัคร — ต้องสมัครตรงกับผู้ให้บริการ หรือผ่านผู้แนะนำ และมีผลต่อสิทธิ์อย่างไร
⛔ บทความนี้ไม่ครอบคลุมอะไร
บทความนี้อธิบายว่า Rebate และ Cashback คืออะไรและทำงานอย่างไร ส่วนหัวข้อต่อไปนี้มีบทเฉพาะ:
| หัวข้อ | เรียนต่อที่ |
|---|---|
| วิธีคำนวณ Rebate ต่อล็อตและการเทียบว่าคุ้มหรือไม่ | บทความถัดไป: วิธีคำนวณ Forex Rebate |
| Deposit Bonus และเพดานการคำนวณ | บทเรียนที่ 4: Deposit Bonus คืออะไร |
| Bonus และ Promotion ประเภทอื่น เช่น Loyalty, Volume, Referral, Promo Code และ Rewards | บทเรียนที่ 7: Bonus และ Promotion ประเภทอื่น |
| Trading Requirement และปริมาณส่วนเพิ่มจากที่เทรดตามปกติ | บทเรียนที่ 9: Trading Requirement |
| การประเมินมูลค่าที่แท้จริงและความเหมาะสมกับผู้ใช้ | บทเรียนที่ 13: Real Economic Value |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Rebate กับ Cashback ต่างกันไหม?
หน้าโปรแกรมที่ยกมาในบทความนี้ใช้สองคำนี้แทนกัน โดยหน้าหนึ่งใช้ชื่อว่าเงินคืนหรือแคชแบ็กและอธิบายว่าเป็นรีเบต ส่วนอีกแหล่งอธิบายว่า Rebate รู้จักกันในชื่อ Cash Back จึงไม่ควรถือว่าสองคำนี้เป็นกลไกที่ต่างกันโดยอัตโนมัติ ให้ดูจากรายละเอียดของโปรแกรมแทน
เงินที่ได้คืนถอนออกได้ไหม?
ต้องแยกสองเรื่องออกจากกัน หน้าโปรแกรมที่ยกมาระบุว่าเงินคืนไม่ใช่เงินโบนัส จึงใช้ได้ตามความต้องการของผู้ใช้เองโดยไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นข้อความเกี่ยวกับการใช้เงิน ไม่ใช่การยืนยันว่าถอนออกได้ทันที สิทธิ์และเงื่อนไขการถอนเงินเป็นคนละเรื่องและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดการถอนของผู้ให้บริการแต่ละราย จึงต้องตรวจจากเอกสารและหน้าโปรแกรมของผู้ให้บริการที่คุณใช้จริง
ต้องเทรดเท่าไรถึงจะได้เงินคืน?
ขึ้นอยู่กับโปรแกรม ตัวอย่างหนึ่งที่ยกมากำหนดปริมาณขั้นต่ำไว้ที่ 10 ล็อตต่อเดือน และแบ่งอัตราตามช่วงปริมาณ ส่วนโปรแกรมอื่นอาจใช้เกณฑ์ต่างออกไปหรือไม่มีขั้นต่ำเลย
เทรดสั้นมากจะได้เงินคืนไหม?
ต้องตรวจเงื่อนไขระดับคำสั่งสองอย่างคู่กัน โปรแกรมหนึ่งที่ยกมากำหนดเวลาซื้อขายขั้นต่ำไว้ที่ 3 นาทีนับจากเปิดถึงปิดคำสั่ง และยังมีเงื่อนไข MTP ซึ่งเป็นระดับขั้นต่ำของคำสั่งเป็น pip คำสั่งที่ไม่ถึงเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งจึงอาจไม่ได้รับค่าตอบแทน
เทรดดัชนีหรือสินค้าโภคภัณฑ์นับรวมไหม?
ต้องตรวจรายการสินทรัพย์ที่นับ โปรแกรมหนึ่งที่ยกมาระบุว่าคำนวณจากคู่สกุลเงินและโลหะ โดยไม่นำปริมาณการเทรด CFD มาพิจารณา
รับ Cashback พร้อมกับ Deposit Bonus ได้ไหม?
โปรแกรมหนึ่งที่ยกมาระบุว่าไม่ได้ โดยกำหนดว่าต้องไม่มีโบนัสเครดิตเหลืออยู่บนบัญชี และผู้ที่ใช้โปรแกรมคืนเงินไม่สามารถใช้โบนัสเครดิตเงินฝากได้ ส่วนโปรแกรมอื่นต้องตรวจเงื่อนไขของตัวเอง
อัตราเงินคืนสูงกว่า แปลว่าดีกว่าเสมอหรือไม่?
ไม่เสมอไป เพราะเงินคืนคำนวณจากต้นทุนที่จ่ายไป จึงต้องดูสเปรดและค่าคอมมิชชั่นตั้งต้นประกอบ วิธีเทียบที่ใช้ได้ดีคือแปลงเป็นต้นทุนสุทธิต่อล็อตแล้วเทียบกันที่มูลค่าสัญญาเท่ากัน
สมัครผ่านผู้แนะนำโบรกเกอร์แล้วยังได้เงินคืนไหม?
ขึ้นอยู่กับโปรแกรม บางระบบ Rebate ทำงานผ่านผู้แนะนำ โดยผู้แนะนำสามารถกำหนดหรือจัดสรร Rebate ให้ลูกค้าภายใต้ระบบของผู้ให้บริการ ขณะที่บางโปรแกรมกำหนดให้ลูกค้าต้องสมัครโดยตรงกับผู้ให้บริการและไม่ผ่านผู้แนะนำ จึงต้องตรวจเงื่อนไขของโปรแกรมที่สนใจก่อนสมัคร
เทรดไปก่อนแล้วค่อยสมัครโปรแกรม จะได้เงินคืนย้อนหลังไหม?
ต้องตรวจเงื่อนไข เอกสารหนึ่งที่ยกมาระบุว่าเงินคืนใช้ได้กับการซื้อขายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันถัดไปหลังลงทะเบียนเข้าร่วมสำเร็จ และระบุตรงว่าไม่ให้เงินคืนกับกิจกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
ทำไมคนที่เทรดกับโบรกเกอร์เดียวกันได้อัตราไม่เท่ากัน?
เป็นไปได้หากเงินคืนนั้นจ่ายผ่านผู้แนะนำโบรกเกอร์ เพราะหน้าโปรแกรมผู้แนะนำที่ยกมาระบุว่ามีระบบให้ผู้แนะนำจัดการการจ่าย Rebate ให้ลูกค้าของตนได้ อัตราที่ผู้ใช้แต่ละคนได้รับจึงอาจต่างกันภายใต้ระบบและเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการรองรับ ส่วนรายละเอียดว่าผู้แนะนำกำหนดอัตราและรอบการจ่ายได้ในระดับใด ต้องตรวจจากเอกสารของผู้ให้บริการรายนั้น
เงินที่ได้คืนมาจากไหน?
ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของโปรแกรม หากเป็น Rebate ที่จ่ายผ่านผู้แนะนำ ผู้แนะนำจะได้รับค่าตอบแทนจากผู้ให้บริการตามกิจกรรมการซื้อขายของลูกค้าที่ตนแนะนำ และกำหนดให้ส่วนหนึ่งถูกจ่ายกลับไปยังลูกค้าเป็น Rebate ส่วนโปรแกรมที่ผู้ให้บริการจ่ายตรงจะใช้สูตรของผู้ให้บริการเอง เช่น คำนวณจากปริมาณการซื้อขาย ค่าคอมมิชชั่น หรือสเปรดตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขของแต่ละโปรแกรม
สรุป
Rebate และ Cashback คือสิทธิประโยชน์ที่คืนเงินหรือชดเชยต้นทุนบางส่วนตามกิจกรรมการซื้อขาย โดยเกิดขึ้นหลังจากมีการซื้อขายที่เข้าเงื่อนไขแล้ว จึงไม่ควรประเมินด้วยวิธีเดียวกับ Bonus Credit ที่เพิ่มเครดิตให้ก่อนหรือระหว่างการเริ่มต้นเทรด
สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ:
ไม่มีเงื่อนไขในการใช้ ≠ ไม่มีเงื่อนไขในการได้ ≠ เทรดเพิ่มแล้วคุ้มขึ้น
และจุดที่เห็นได้ยากที่สุดจากหน้าโปรแกรมคือ ในโปรแกรมที่เงินคืนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของต้นทุนโดยมีอัตราคืนต่ำกว่า 100% การเทรดเพิ่มเพื่อไล่ให้ถึงเกณฑ์ทำให้ต้นทุนส่วนเพิ่มหลังหักเงินคืนยังคงเป็นบวก
📌 ตรวจความเข้าใจก่อนไปบทความถัดไป
รายการนี้ใช้ตรวจว่าคุณเข้าใจแนวคิดของบทความนี้แล้วหรือยัง ต่างจากรายการ 9 หัวข้อข้างบนซึ่งใช้ตรวจหน้าโปรแกรม
- ☐ อธิบายได้ว่า Rebate ต่างจาก Bonus Credit ในเชิงกลไก ตรงลำดับเวลาและวิธีคำนวณ
- ☐ รู้ว่าต้องถามก่อนว่า ใครกำหนด Rebate และจ่ายผ่านช่องทางใด ก่อนถามว่าคืนกี่เปอร์เซ็นต์
- ☐ แยก เงื่อนไขในการใช้ ออกจาก เงื่อนไขในการได้ ได้
- ☐ รู้ว่าคำสั่งบางประเภทอาจไม่ถูกนับ เช่น จากเวลาถือขั้นต่ำหรือประเภทสินทรัพย์
- ☐ เข้าใจว่าบางโปรแกรมใช้ร่วมกับ Deposit Bonus ไม่ได้
- ☐ คำนวณต้นทุนสุทธิหลังเงินคืน และแปลงเป็นหน่วย pip ได้
- ☐ เข้าใจว่าการเทรดเพิ่มเพื่อไล่เกณฑ์ทำให้จ่ายเพิ่มมากกว่าที่ได้คืน
สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรจำจากบทความนี้:
📚 หมายเหตุเรื่องแหล่งอ้างอิง
- RoboForex — Cashback (Rebates) program ใช้เป็นตัวอย่างของเงินคืนที่โบรกเกอร์จ่ายตรงตามปริมาณ รวมถึงปริมาณขั้นต่ำ 10 ล็อตต่อเดือน การคำนวณจากคู่สกุลเงินและโลหะโดยไม่นับ CFD อัตราของบัญชี Cent ที่น้อยกว่าบัญชี Pro 10 เท่า ข้อความว่าเงินคืนไม่ใช่โบนัส และสิทธิ์ของผู้ให้บริการในการปฏิเสธการจ่ายโดยไม่ต้องแสดงเหตุผล — roboforex.com
- Forex4you — 40% Cashback Bonus Program ใช้เป็นตัวอย่างของการคืนสัดส่วนของสเปรดและค่าคอมมิชชั่น ตัวเลขสูงสุด 8 ดอลลาร์ต่อล็อตสำหรับ EUR/USD เงื่อนไข MTP และ MTT 3 นาที การไม่คืนเงินสำหรับคำสั่งที่ทำให้ยอดเงินติดลบ และข้อกำหนดที่ใช้ร่วมกับโบนัสเครดิตเงินฝากไม่ได้ — forex4you.com/en/cashback
- Forex4you — Partner Commission Calculator ใช้เป็นแหล่งของนิยาม MTP ว่าเป็นระดับขั้นต่ำของคำสั่งเป็น pip ที่คำสั่งนั้นต้องถึงจึงจะได้รับค่าตอบแทน — partners.forex4you.com/en/commission-calculator
- Tickmill — Introducing Broker ใช้เป็นแหล่งว่าผู้แนะนำสามารถให้ Rebate กับลูกค้าของตนโดยผู้ให้บริการเป็นผู้จ่ายให้ และค่าตอบแทนของผู้แนะนำคิดจากกิจกรรมการซื้อขายของลูกค้าที่แนะนำมา — tickmill.com/partners
- Exness — Introducing Broker Program ใช้เป็นแหล่งของระบบ Flexible rebate management ที่ตั้งจ่ายอัตโนมัติรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน และอัตราผลตอบแทนสูงสุด 40% ของผู้แนะนำ — exnessaffiliates.com
- Pepperstone Markets Limited — ข้อกำหนดและเงื่อนไข โปรโมชั่น 10% Rebate ใช้เป็นตัวอย่างของโปรโมชั่นเงินคืนที่มีกำหนดเวลา อัตราที่แยกตามกลุ่มสินทรัพย์ และเงื่อนไขการสมัครโดยตรงไม่ผ่านผู้แนะนำ เอกสารระบุขอบเขตการซื้อขายไว้ระหว่าง 1 พฤศจิกายน 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567 — เอกสารข้อกำหนดฉบับ PDF · หน้าโปรโมชั่น
- European Securities and Markets Authority (ESMA) — Product Intervention Analysis — Measures on Contracts for Differences (ESMA50-162-215) หัวข้อ Restriction on incentives — esma.europa.eu
อัตราเงินคืน ปริมาณขั้นต่ำ เงื่อนไขระดับคำสั่ง ช่วงเวลาของโปรโมชั่น และข้อจำกัดที่ยกมาในบทความนี้ เป็นสิ่งที่ปรากฏบนหน้าโปรแกรมและเอกสารของผู้ให้บริการเฉพาะรายและเฉพาะโปรแกรมที่อ้างอิงไว้ ตรวจสอบข้อมูลเมื่อ 30 สิงหาคม 2569 โดยโปรโมชั่นบางรายการที่ยกมาระบุวันสิ้นสุดไว้ในตัวเอกสารเอง จึงยกมาเพื่อแสดงกลไกและเงื่อนไขเท่านั้น ไม่ใช่การระบุว่ายังเปิดรับอยู่ ไม่ใช่กฎกลางของ Rebate หรือ Cashback ทุกแห่ง และเงื่อนไขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จึงควรตรวจสอบหน้าโปรแกรมและเอกสารฉบับปัจจุบันของผู้ให้บริการที่คุณพิจารณาเสมอ ส่วนตัวเลขในภาพประกอบและตารางคำนวณต้นทุนสุทธิเป็นตัวอย่างเชิงคำนวณของ ThaiFX เพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าโปรแกรมของผู้ให้บริการรายใด
🛑 คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง
ไม่ควรเพิ่มปริมาณหรือความถี่ในการซื้อขายเพียงเพื่อให้ถึงเกณฑ์ปริมาณขั้นต่ำ หรือเพื่อไต่ขั้นบันไดอัตราเงินคืน
การวิเคราะห์ของ ESMA ที่ใช้ประกอบมาตรการจำกัดการเสนอ CFD แก่ลูกค้ารายย่อย ระบุว่าสิทธิประโยชน์ในลักษณะนี้สามารถเบี่ยงความสนใจของลูกค้ารายย่อยออกจากความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ ดึงดูดลูกค้ารายย่อย และกระตุ้นให้เกิดการเทรด โดยสิทธิประโยชน์บางประเภทกำหนดให้ลูกค้าฝากเงินและทำจำนวนการซื้อขายตามเงื่อนไข
เงื่อนไขของโปรแกรมเงินคืนเปลี่ยนแปลงได้ และผู้ให้บริการบางรายสงวนสิทธิ์ปฏิเสธการจ่ายโดยไม่ต้องแสดงเหตุผล
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำการลงทุน คำแนะนำทางกฎหมาย หรือคำแนะนำด้านภาษี
📚 บทความถัดไป
วิธีคำนวณ Forex Rebate และดูว่าคุ้มจริงหรือไม่
ตอนนี้เรารู้แล้วว่า Rebate ทำงานอย่างไร และควรแยกวิเคราะห์ผู้กำหนดและช่องทางการจ่าย วิธีคำนวณ และลักษณะของโปรแกรมอย่างไร
บทความถัดไปจะลงไปที่ตัวเลข:
“คำนวณอย่างไรว่าเงินคืนที่ได้ ลดต้นทุนของเราจริงเท่าไร และคุ้มกับสิ่งที่ต้องแลกหรือไม่?”
เราจะดูวิธีคำนวณเงินคืนต่อล็อต การเทียบกับสเปรดและค่าคอมมิชชั่นตั้งต้น การแปลงเป็นหน่วยเดียวกันเพื่อเทียบข้ามโบรกเกอร์ และวิธีแยกปริมาณที่คุณเทรดตามปกติออกจากปริมาณที่เทรดเพิ่มเพราะโปรแกรม
Share This Story, Choose Your Platform!
โบนัสเทรดฟรี ไม่ต้องฝากเงิน



