อัปเดตล่าสุด: 25 สิงหาคม 2569 · บทความในหมวด บทเรียนที่ 3: แท่งเทียนและการอ่านกราฟ

แท่งเทียนคือวิธีแสดงราคาที่สรุปการเคลื่อนไหวในช่วงเวลาหนึ่งด้วยตัวเลข 4 ค่า ได้แก่ ราคาเปิด (Open) ราคาสูงสุด (High) ราคาต่ำสุด (Low) และราคาปิด (Close)

เป็นรูปแบบกราฟที่นักเทรดส่วนใหญ่ใช้ เพราะให้ข้อมูลครบที่สุดในการมองครั้งเดียว

แผนภาพโครงสร้างแท่งเทียน แสดง Open High Low Close และไส้เทียนของแท่งขึ้นและแท่งลง

องค์ประกอบของแท่งเทียน

ส่วนประกอบ คืออะไร
Open ราคาแรกของช่วงเวลานั้น
High ราคาสูงสุดที่ไปถึง
Low ราคาต่ำสุดที่ลงไปถึง
Close ราคาสุดท้ายก่อนแท่งปิด
Body
เนื้อเทียน
ระยะระหว่าง Open กับ Close
Wick / Shadow
ไส้เทียน
เส้นบางที่ยื่นไปถึง High และ Low

Close สูงกว่า Open = แท่งขึ้น (มักแสดงเป็นสีเขียวหรือขาว)
Close ต่ำกว่า Open = แท่งลง (มักแสดงเป็นสีแดงหรือดำ)

สีไม่ใช่สิ่งที่กำหนดว่าแท่งขึ้นหรือลง

สิ่งที่กำหนดคือความสัมพันธ์ระหว่าง Open กับ Close ส่วนสีเป็นเพียงการตั้งค่าของแพลตฟอร์ม เปลี่ยนเป็นสีอะไรก็ได้ที่คุณอ่านสบายตา

📖 วิธีตั้งค่ากราฟ MT5

⚠️ สิ่งที่แท่งเทียนไม่ได้บอก

แท่งเทียนบอกว่าราคาไปถึงไหนบ้าง แต่ไม่บอกว่าไปตามลำดับใด

แท่งที่มีไส้ทั้งบนและล่างยาว อาจเกิดจากราคาขึ้นก่อนแล้วลง หรือลงก่อนแล้วขึ้น ก็ได้ — ข้อมูลนั้นหายไปเมื่อแท่งปิด

ถ้าอยากรู้ลำดับ ต้องเปิดดู Timeframe ที่เล็กลง

ไส้เทียนบอกอะไร

ไส้เทียนคือร่องรอยของราคาที่ไปถึงแล้วถูกผลักกลับก่อนแท่งจะปิด

ลักษณะแท่ง สื่อถึงอะไร
ไส้บนยาว ราคาขึ้นไปได้ แต่มีแรงขายผลักกลับลงมา
ไส้ล่างยาว ราคาลงไปได้ แต่มีแรงซื้อดันกลับขึ้นมา
Body ยาว ไส้สั้น ราคาเคลื่อนไปทางเดียวอย่างมีทิศทางชัด
Body สั้น ไส้ยาวสองด้าน ตลาดลังเล ไม่มีฝ่ายไหนชนะ
กับดักที่พบบ่อยที่สุด

“ไส้ล่างยาว = ต้องเด้ง” เป็นข้อสรุปที่เร็วเกินไป

ไส้เทียนบอกแค่ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว ไม่ได้บอกว่าจะเกิดอะไรต่อ — ไส้ล่างยาวที่ปลายเทรนด์ขาลงกับไส้ล่างยาวกลางทางลง มีความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง

ตำแหน่งสำคัญกว่ารูปร่าง

เทียบกับกราฟประเภทอื่น

ประเภท แสดงข้อมูล เหมาะกับ
Line Chart ราคาปิดอย่างเดียว ดูแนวโน้มระยะยาว ตัดสัญญาณรบกวน
Bar Chart ครบ 4 ค่า แต่อ่านยากกว่า ผู้ที่คุ้นเคยกับรูปแบบเดิม
Candlestick ครบ 4 ค่า เห็นทิศทางจากสีทันที มาตรฐานของนักเทรดส่วนใหญ่

ที่มาของแท่งเทียน — เขียนให้ตรง

คุณจะเจอบทความจำนวนมากที่เล่าว่าแท่งเทียนถูกคิดค้นโดยพ่อค้าข้าวชาวญี่ปุ่นชื่อ Munehisa Homma ในศตวรรษที่ 18

เรื่องนี้เป็นคำบอกเล่าที่สืบทอดกันมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่มีเอกสารยืนยันชัดเจน

สิ่งที่ตรวจสอบได้แน่นอนกว่าคือ — เทคนิคนี้แพร่หลายในโลกตะวันตกหลังจาก Steve Nison เผยแพร่หนังสือ Japanese Candlestick Charting Techniques ในปี 1991 ซึ่งเป็นงานที่งานวิจัยเชิงวิชาการในหัวข้อนี้อ้างอิงถึงเป็นจุดตั้งต้น

เราเลือกเขียนแบบนี้เพราะที่มาของเครื่องมือไม่ได้ทำให้เครื่องมือใช้ได้ผลมากขึ้นหรือน้อยลง

⭐ งานวิจัยบอกอะไรเกี่ยวกับแท่งเทียน

หัวข้อนี้แทบไม่มีเว็บไทยเขียนถึง ทั้งที่มีงานวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบทางวิชาการอยู่จำนวนหนึ่ง

ข้อสรุปโดยรวมคือ ผลลัพธ์ไม่สอดคล้องกันในทุกตลาดและทุกช่วงเวลา

สิ่งที่งานวิจัยพบ ความหมายสำหรับคุณ
ผลต่างกันไปตามตลาดที่ศึกษา อย่าสมมติว่าสิ่งที่ได้ผลในตลาดหนึ่งจะได้ผลในตลาดอื่น
ต้นทุนธุรกรรมมีนัยสำคัญต่อผลลัพธ์ กำไรที่คำนวณโดยไม่หัก Spread อาจหายไปหมดเมื่อใช้จริง
ผลนอกกลุ่มตัวอย่างมักลดลงหรือหายไป กฎที่ทำกำไรในข้อมูลอดีต อาจไม่ทำกำไรในข้อมูลที่ไม่เคยเห็น
วิธีนิยามเทรนด์และวิธีออกมีผลต่อผลลัพธ์ รูปแบบแท่งเทียนอย่างเดียวไม่ใช่ระบบเทรด
วิธีใช้ข้อมูลนี้อย่างมีเหตุผล

ไม่ใช่ข้อสรุปว่า “แท่งเทียนไม่มีประโยชน์” — แท่งเทียนเป็นวิธีแสดงข้อมูลราคาที่อ่านง่ายที่สุด ซึ่งมีคุณค่าในตัวเอง

แต่เป็นข้อสรุปว่า “รูปแบบแท่งเทียนเดี่ยว ๆ ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายที่ใช้ได้โดยไม่ต้องมีอย่างอื่น”

และเป็นเหตุผลที่คุณควรทดสอบด้วยข้อมูลของตัวเองพร้อมใส่ต้นทุนจริง ก่อนเชื่อรูปแบบใด ๆ

คำถามที่พบบ่อย

ควรใช้กราฟแท่งเทียนหรือกราฟเส้น?
แท่งเทียนให้ข้อมูลครบกว่าและเป็นมาตรฐานที่บทความส่วนใหญ่ใช้อธิบาย จึงเหมาะกับการเรียนรู้มากกว่า ส่วนกราฟเส้นมีประโยชน์เมื่ออยากดูภาพรวมโดยตัดรายละเอียดออก

ทำไมแท่งเทียนของโบรกเกอร์แต่ละเจ้าไม่เหมือนกันเป๊ะ?
เพราะ Forex เป็น ตลาด OTC แต่ละโบรกเกอร์รับราคาจากผู้ให้บริการสภาพคล่องคนละชุด และอาจตั้งเวลาเซิร์ฟเวอร์ต่างกัน

Heikin Ashi ดีกว่าแท่งเทียนปกติไหม?
คนละเครื่องมือ Heikin Ashi เป็นการคำนวณค่าเฉลี่ยที่ทำให้เห็นเทรนด์ชัดขึ้น แต่ราคาที่แสดงไม่ใช่ราคาจริง ควรเข้าใจแท่งเทียนมาตรฐานให้แม่นก่อน

ควรจำรูปแบบแท่งเทียนกี่แบบ?
น้อยกว่าที่คิด การเข้าใจว่าไส้และ Body สื่อถึงอะไรมีประโยชน์กว่าการท่องชื่อรูปแบบ 50 แบบ — เพราะสิ่งที่ทำให้รูปแบบมีความหมายคือบริบท ไม่ใช่ชื่อ

สรุป

1. แท่งเทียน 1 แท่ง = ตัวเลข 4 ค่า — Open, High, Low, Close

2. แท่งเทียนไม่บอกลำดับ ว่าราคาขึ้นก่อนหรือลงก่อน

3. ไส้เทียนบอกว่าราคาถูกผลักกลับ แต่ไม่บอกว่าจะเกิดอะไรต่อ

4. งานวิจัยชี้ว่าต้นทุนธุรกรรมและวิธีออกมีผลต่อผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ — รูปแบบเดี่ยว ๆ ไม่ใช่ระบบเทรด

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

  • Nison, S. (1991). Japanese Candlestick Charting Techniques. New York Institute of Finance — งานที่ทำให้เทคนิคนี้แพร่หลายในโลกตะวันตก
  • Marshall, B. R., Young, M. R., & Cahan, R. (2008). Are candlestick technical trading strategies profitable in the Japanese equity market? Review of Quantitative Finance and Accounting, 31, 191–207.
  • Lu, T.-H., Shiu, Y.-M., & Liu, T.-C. (2012). Profitable candlestick trading strategies — The evidence from a new perspective. Review of Financial Economics, 21, 63–68.
  • Lu, T.-H., Chen, Y.-C., & Hsu, Y.-C. (2015). Trend definition or holding strategy: What determines the profitability of candlestick charting? Journal of Banking & Finance, 61, 172–183.
  • Tharavanij, P., Siraprapasiri, V., & Rajchamaha, K. (2017). Profitability of Candlestick Charting Patterns in the Stock Exchange of Thailand. SAGE Open — journals.sagepub.com

หมายเหตุ: งานวิจัยข้างต้นศึกษาตลาดและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์จึงไม่สามารถนำมาสรุปรวมว่ารูปแบบแท่งเทียนใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ในทุกตลาด ผู้อ่านที่สนใจสามารถค้นงานวิจัยเพิ่มเติมได้จาก Google Scholar

📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 3: แท่งเทียน Timeframe และการอ่านกราฟ

คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกราย รูปแบบแท่งเทียนและการวิเคราะห์ทางเทคนิคไม่สามารถทำนายราคาในอนาคตได้อย่างแน่นอน เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน

Share This Story, Choose Your Platform!

โบนัสเทรดฟรี ไม่ต้องฝากเงิน

จะดีกว่าไหมหากได้เงินทุนมาเทรดฟรี ๆ กำไรก็สามารถถอนออกมาได้

บทความที่เกี่ยวข้อง