บทความในหมวด บทเรียนที่ 11: Fundamental Analysis

🎯 เมื่อเรียนบทเรียนนี้จบ คุณจะ

  • แยก Coupon, Current Yield และ YTM ได้
  • อธิบายราคา–Yield ของพันธบัตรอัตราคงที่และปัจจัยนอกเหนือจากดอกเบี้ยได้
  • เปรียบเทียบส่วนต่าง Yield โดยตรวจอายุและเวลาให้ตรงกันได้

Bond Yield คืออัตราผลตอบแทนที่คำนวณจากราคาและกระแสเงินสดของพันธบัตร ต้องดูว่าแหล่งข้อมูลหมายถึง Yield ชนิดใด ไม่ใช่กำไรที่ผู้ถือได้รับจริงเสมอ

สิ่งที่ทำให้มันสำคัญกับผู้เทรดค่าเงินคือ — Yield สะท้อนทั้งความคาดหวังดอกเบี้ยและค่าชดเชยความเสี่ยง ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบัน

ความสัมพันธ์พื้นฐานที่ต้องเข้าใจก่อน

สำหรับพันธบัตรกระแสเงินสดคงที่และเงื่อนไขเดิม ราคาและ Yield เคลื่อนไหวตรงข้ามกัน

เพราะกระแสเงินสดที่กำหนดไว้ถูกคิดลดให้เท่ากับราคาซื้อ กรณีนี้หมายถึงพันธบัตรอัตราคงที่ ไม่ครอบคลุมทุกสัญญาที่มีดอกเบี้ยลอยตัวหรือสิทธิพิเศษ

ถ้าราคาซื้อขายลดลง — ผลตอบแทนคิดเป็นสัดส่วนของราคาที่จ่ายก็สูงขึ้น
ถ้าราคาสูงขึ้น — ผลตอบแทนคิดเป็นสัดส่วนก็ลดลง

นี่คือความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่การตีความ

Coupon, Current Yield และ YTM ไม่ใช่ค่าเดียวกัน

  • Coupon rate: อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว ใช้คำนวณเงินจ่ายตามมูลค่าหน้าตั๋วของพันธบัตรอัตราคงที่
  • Current yield: เงินดอกเบี้ยต่อปี ÷ ราคาตลาด ยังไม่รวมกำไรขาดทุนจากส่วนต่างราคากับเงินต้นคืน
  • Yield to maturity (YTM): อัตราคิดลดที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดตามสัญญาเท่าราคาซื้อ ผลตอบแทนจริงยังขึ้นกับการรับชำระ การถือ และการนำดอกเบี้ยไปลงทุน
ตัวอย่างสมมติ: เงินดอกเบี้ยเท่าเดิม แต่ราคาซื้อต่าง

หน้าตั๋ว 1,000 ดอกเบี้ยปีละ 40 → Coupon rate 4%

ซื้อที่ 800 → Current yield = 40 ÷ 800 = 5%

ซื้อที่ 1,000 → Current yield = 4%

ตัวเลข 5% นี้ยังไม่ใช่ YTM เพราะยังไม่คิดวันรับเงินต้นและเวลาของกระแสเงินสด

ทำไม Yield ถึงบอกอะไรมากกว่าดอกเบี้ยนโยบาย

Yield เปลี่ยนตามราคาตลาดในช่วงซื้อขาย ส่วนอัตรานโยบายเปลี่ยนเมื่อมีการตัดสินใจใหม่

ธนาคารกลางประชุมไม่กี่ครั้งต่อปี — แต่ตลาดพันธบัตรซื้อขายทุกวัน

เมื่อผู้เข้าร่วมตลาดเปลี่ยนมุมมองเรื่องทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต Yield อาจปรับตามความคาดหวังใหม่และปัจจัยร่วมอื่น

จึงเป็นข้อมูลตลาดที่ใช้ประกอบนโยบายปัจจุบัน แต่ไม่ใช่คำพยากรณ์มติธนาคารกลางที่อ่านตรง ๆ ได้

Yield สูงขึ้นเพราะอะไร ต้องแยกก่อน

สำหรับ Treasury นอมินัล สามารถใช้กรอบแยกเป็นเส้นทางอัตราระยะสั้นที่คาดเฉลี่ยตลอดอายุ กับ term premium ที่ชดเชยการถือระยะยาว การแยกนี้ต้องประมาณด้วยแบบจำลอง ไม่ใช่ค่าที่อ่านได้ตรงจากราคาตลาด

Yield อาจขึ้นจากความคาดหวังนโยบาย เงินเฟ้อ อุปสงค์อุปทานพันธบัตร หรือค่าชดเชยความเสี่ยง หากเป็นพันธบัตรที่มีความเสี่ยงเครดิตต้องพิจารณาเครดิตและสภาพคล่องด้วย จึงสรุปไม่ได้ว่า Yield ขึ้นทุกครั้งแปลว่าเศรษฐกิจดีขึ้น

เชื่อมกับค่าเงินอย่างไร

กลไกที่มักถูกอธิบาย

Yield ของสกุลหนึ่งสูงขึ้นเทียบกับอีกสกุล
  -> ผลตอบแทนจากการถือสินทรัพย์ในสกุลนั้นน่าสนใจขึ้น
  -> อาจมีแรงจูงใจให้เงินทุนไหลเข้า
  -> อาจสร้างอุปสงค์ต่อสกุลเงินนั้น

⚠️ สังเกตคำว่า “อาจ” ในทุกขั้นตอน

กลไกนี้อธิบายได้แต่ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอ — เป็นข้อจำกัดเดียวกับที่อธิบายไว้ใน บทความเรื่องดอกเบี้ย

มีช่วงเวลาที่ Yield กับค่าเงินเคลื่อนไหวไปด้วยกัน และมีช่วงที่ไม่

ความสัมพันธ์เปลี่ยนไปตามสิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญในขณะนั้น

สิ่งที่ต้องดูคือส่วนต่าง ไม่ใช่ตัวเลขเดียว

ค่าเงินคืออัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสองสกุล

ดังนั้นสิ่งที่มีความหมายคือ ส่วนต่างของ Yield ระหว่างสองเขตเศรษฐกิจ ไม่ใช่ Yield ของฝ่ายเดียว

Yield ของสหรัฐฯ สูงขึ้น — แต่ถ้าของอีกฝ่ายสูงขึ้นมากกว่า ส่วนต่างก็แคบลง

📖 หลักการเดียวกับที่ใช้ใน Carry Trade

เทียบอายุเดียวกันและจุดเวลาเดียวกัน

ตัวอย่างสมมติพันธบัตรอายุ 2 ปี: ประเทศ A จาก 4.0% เป็น 4.2% แต่ B จาก 2.5% เป็น 2.9% ส่วนต่าง A−B ลดจาก 1.5 เป็น 1.3 จุดเปอร์เซ็นต์ แม้ Yield ของ A สูงขึ้น จึงไม่ควรดูฝ่ายเดียว

อย่าเทียบ 2 ปีของประเทศหนึ่งกับ 10 ปีอีกประเทศแล้วเรียกว่าส่วนต่างนโยบายตรง ๆ ตรวจอายุ ประเภทพันธบัตร เวลา และสกุลให้ตรง รวมต้นทุนป้องกันความเสี่ยงค่าเงินหากนำไปประเมินผลตอบแทนลงทุน

Yield กับภาวะความเสี่ยง

Yield ยังเชื่อมกับ Risk-On / Risk-Off ในอีกทางหนึ่ง

สถานการณ์ มักเกิดอะไรกับ Yield
ตลาดกังวลและต้องการพันธบัตรที่มองว่าปลอดภัยมากขึ้น ราคาพันธบัตรนั้นอาจขึ้น → Yield ลง
ตลาดยอมรับความเสี่ยงมากขึ้น ราคาพันธบัตรบางกลุ่มอาจลง → Yield ขึ้น

⚠️ แต่นี่เป็นรูปแบบที่พบบ่อย ไม่ใช่กฎ — มีช่วงที่ Yield ขึ้นเพราะความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ไม่ใช่เพราะตลาดยอมรับความเสี่ยงมากขึ้น

ดูข้อมูลจากไหน

ข้อมูล Yield เผยแพร่โดยหน่วยงานทางการและผู้ให้บริการข้อมูลการเงิน

⚠️ เว็บไซต์นี้ไม่ระบุระดับ Yield ปัจจุบัน เพราะเปลี่ยนแปลงทุกวัน — ควรอ่านค่าที่มีวันที่และเวลาอ้างอิงตรงกับวัตถุประสงค์

สำหรับสหรัฐฯ ดูได้จาก U.S. Department of the Treasury ซึ่งเผยแพร่อัตราผลตอบแทนรายวัน

ในทางปฏิบัติ: เลือกความถี่ข้อมูลให้ตรงกับวิธีใช้ ข้อมูล Treasury รายวันไม่ใช่ราคาที่ส่งคำสั่งได้ทันที

สิ่งที่ใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ

  1. เข้าใจว่าทำไมค่าเงินเคลื่อนไหวโดยที่ไม่มีข่าวใหญ่ — บางครั้งมาจากการเปลี่ยนมุมมองในตลาดพันธบัตร
  2. ดูส่วนต่างระหว่างสองสกุล ไม่ใช่ตัวเลขเดียว
  3. ไม่ใช้ Yield เพียงค่าเดียวเป็นสัญญาณอัตโนมัติ ความสัมพันธ์ที่ใช้ต้องทดสอบและติดตามเมื่อบริบทเปลี่ยน

แล้วทองคำล่ะ

Bond Yield เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ถูกกล่าวถึงบ่อยที่สุดในการวิเคราะห์ราคาทอง

เหตุผลเชิงกลไกที่อธิบายได้: ทองไม่จ่ายผลตอบแทนในตัวเอง — เมื่อสินทรัพย์อื่นให้ผลตอบแทนสูงขึ้น การถือทองจึงมีต้นทุนค่าเสียโอกาสที่สูงขึ้นตาม

⚠️ แต่ความสัมพันธ์นี้ไม่คงที่ และมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องพร้อมกันเสมอ

📖 เรื่องนี้อธิบายเต็มใน บทเรียนที่ 12 ซึ่งเป็นบทที่รวมปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองทั้งหมดไว้

สิ่งที่ต้องทำในบทนี้: รู้ว่ามีความเชื่อมโยง และรอไปดูรายละเอียดในบทที่ 12

คำถามที่พบบ่อย

Yield สูงแปลว่าค่าเงินจะแข็งไหม?
ไม่จำเป็น — ขึ้นกับส่วนต่างกับอีกสกุล และสาเหตุที่ทำให้ Yield สูงขึ้น Yield ที่สูงจากความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือ ให้ผลต่างจาก Yield ที่สูงจากเศรษฐกิจแข็งแรง

ทำไมราคาพันธบัตรกับ Yield ตรงข้ามกัน?
เพราะกระแสเงินสดที่กำหนดไว้ถูกคิดลดให้เท่ากับราคาซื้อ กรณีนี้หมายถึงพันธบัตรอัตราคงที่ ไม่ครอบคลุมทุกสัญญาที่มีดอกเบี้ยลอยตัวหรือสิทธิพิเศษ — เมื่อราคาที่จ่ายเพื่อซื้อเปลี่ยน สัดส่วนผลตอบแทนต่อราคาก็เปลี่ยนในทางตรงข้าม

รายย่อยจำเป็นต้องดู Yield ไหม?
ขึ้นกับกลยุทธ์ ถ้าใช้เพื่ออ่านบริบทต้องเข้าใจชนิดและเวลาข้อมูล หากใช้สร้างสัญญาณต้องมีผลทดสอบ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มเพียงเพราะผู้อื่นติดตาม

ควรดู Yield ระยะไหน?
เลือกอายุให้ตรงคำถาม เช่น 2 ปีช่วยอ่านแนวโน้มอัตราระยะใกล้ ส่วน 10 ปีมีปัจจัยระยะยาวและ term premium ร่วมด้วย ทั้งคู่ไม่ใช่ตัวแทนบริสุทธิ์ของมติครั้งหน้า

สรุป

1. สำหรับพันธบัตรกระแสเงินสดคงที่และเงื่อนไขเดิม ราคาและ Yield เคลื่อนไหวตรงข้ามกัน — เป็นความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์

2. Yield มีทั้งความคาดหวังดอกเบี้ยและค่าชดเชยความเสี่ยง

3. สิ่งที่มีความหมายคือส่วนต่างระหว่างสองสกุล

4. ความสัมพันธ์กับค่าเงินไม่คงที่ — เปลี่ยนตามบริบท

5. ตรวจชนิด อายุ และเวลาข้อมูลก่อนใช้ประกอบแผน

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

  • U.S. Department of the Treasury — Daily Treasury Par Yield Curve Rateshome.treasury.gov
  • บทความนี้ไม่ระบุระดับ Yield ปัจจุบันเพราะเปลี่ยนแปลงทุกวัน ความสัมพันธ์ระหว่าง Yield กับค่าเงินที่อธิบายเป็นกลไกเชิงเหตุผล ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่คงที่หรือทำนายได้

📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 11: Fundamental Analysis และ Macro

คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง ความสัมพันธ์ระหว่าง Bond Yield กับค่าเงินไม่คงที่และเปลี่ยนไปตามบริบท เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น

📚 บทความถัดไป

Risk-On / Risk-Off คืออะไร? ทำไมคู่เงินขยับพร้อมกัน

คุณอ่าน Yield โดยไม่สับสนกับเงินดอกเบี้ยหรือมติครั้งหน้าแล้ว

ต่อไปดู Risk-On/Risk-Off เพื่อเข้าใจการเปลี่ยนความเต็มใจรับความเสี่ยงและผลต่อหลายสถานะพร้อมกัน

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

โบนัสเทรดฟรี ไม่ต้องฝากเงิน

ตรวจสิทธิ์และเงื่อนไขก่อนรับโบนัส การถอนกำไรขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของข้อเสนอและบัญชี ไม่ใช่ทุกคนจะมีสิทธิ์รับโบนัส

บทความที่เกี่ยวข้อง