บทความที่ 7 / 16 ในบทนี้

เหลืออีก 9 บทความ

Slippage คือส่วนต่างระหว่างราคาที่คุณคาดว่าจะได้ กับราคาที่ได้รับจริงเมื่อคำสั่งถูกดำเนินการ

Slippage ของคำสั่งจริงทราบเมื่อเปรียบเทียบราคาหลังดำเนินการ แม้จะประมาณเพื่อทดสอบแผนได้ แต่ไม่ใช่ต้นทุนเดียวที่เปลี่ยนแปลง เพราะ Spread และ Swap ก็อาจเปลี่ยนตามเวลาและเงื่อนไข

Slippage เกิดขึ้นอย่างไร?

ราคาในตลาด Forex เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ระหว่างที่คำสั่งของคุณเดินทางจากเครื่องไปยังเซิร์ฟเวอร์ ราคาอาจขยับไปแล้ว

ตัวอย่าง EUR/USD; Standard Lot = 100,000 EUR; บัญชี USD
คุณเห็นราคา Ask     1.10000
กดปุ่ม Buy
ราคาที่ได้จริง       1.10015

Slippage = 1.5 pips  (ทางลบ)

บน 1 Standard Lot   = 1.5 x $10 = $15
บน 0.1 Lot          = 1.5 x $1  = $1.50

สำหรับ Buy ราคาที่สูงขึ้นแย่ลง ส่วน Sell ราคาที่ต่ำลงแย่ลง ต้องใช้ราคาฝั่งเดียวกันเทียบ เช่น Ask สำหรับ Buy และ Bid สำหรับ Sell พร้อมเวลาและบริบทเดียวกัน

Slippage มีสองทาง

ประเภท หมายถึง ผลกับคุณ
Negative Slippage ได้ราคาแย่กว่าที่เห็น ต้นทุนเพิ่ม
Positive Slippage ได้ราคาดีกว่าที่เห็น ต้นทุนลด
⚠️ ข้อสังเกตที่ควรบันทึกไว้

Slippage เกิดได้ทั้งสองทิศทาง แต่ไม่จำเป็นต้องมีจำนวนหรือขนาดใกล้เคียงกัน สัดส่วนขึ้นกับประเภทคำสั่ง จังหวะเข้า ตลาด และวิธีเลือกกลุ่มตัวอย่าง

ถ้าบันทึกของคุณแสดงว่าเจอแต่ทางลบตลอดหลายสิบไม้ ไม่เคยเจอทางบวกเลย — นั่นเป็นข้อมูลที่ควรตั้งคำถาม และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ควรบันทึก Trading Journal

สถานการณ์ใดเพิ่มโอกาสเกิด Slippage?

ช่วงเวลา เหตุผล
ประกาศข่าวเศรษฐกิจ ราคาเคลื่อนไหวเร็วมากในไม่กี่วินาที
เปิดตลาดวันจันทร์ สภาพคล่องยังไม่กลับมาเต็มที่ อาจมี Gap
ช่วง Rollover สภาพคล่องอาจบางลงและ Spread กว้างขึ้น
คู่เงิน Exotic สภาพคล่องและปริมาณที่เสนอ ณ แต่ละราคาอาจน้อยกว่าคู่หลัก
Position ขนาดใหญ่ อาจต้องจับคู่กับหลายระดับราคา

⚠️ Slippage กับ Stop Loss — จุดที่สำคัญที่สุด

เมื่อ Stop Loss ปกติถูกกระตุ้น ระบบพยายามปิดสถานะตามกติกาของสินทรัพย์ ราคาที่มีให้ดำเนินการอาจต่างจากระดับที่ตั้ง

นั่นแปลว่า SL ปกติอาจมี Slippage — และในภาวะที่ราคาเคลื่อนไหวรุนแรง ราคาปิดจริงอาจแย่กว่าระดับที่คุณตั้งไว้อย่างมีนัยสำคัญ

Stop Loss ไม่ใช่การรับประกันราคาปิด แต่เป็นเงื่อนไขเริ่มปิดตามกติกา ไม่รับประกันการดำเนินคำสั่งหรือเวลาในทุกกรณี

ในกรณีที่ราคากระโดดข้ามระดับ SL ไปเลย (Gap) ผลลัพธ์อาจต่างจากแผนมาก — บัญชีอาจแสดงยอดติดลบจากเหตุการณ์นี้ ส่วนขอบเขตความรับผิดเพิ่มเติมให้ตรวจ Negative Balance Protection

ผลกระทบสะสมที่มองไม่เห็น

Slippage 0.5 pip ต่อไม้ฟังดูไม่มาก จนกระทั่งคูณด้วยความถี่

สมมติ EUR/USD, 1 Lot = 100,000 EUR, บัญชี USD
Slippage รวมเข้าและออกเฉลี่ย 0.5 pip ต่อรอบ (ทางลบสุทธิ)
เทรด 1 Lot วันละ 5 ไม้ 20 วันทำการ = 100 ไม้

ต้นทุนแฝงต่อเดือน = 100 x 0.5 x $10 = $500

เทียบกับต้นทุน Spread ที่ 1.0 pip:
Spread ต่อเดือน   = 100 x 1.0 x $10 = $1,000
Slippage ต่อเดือน =                    $500

Slippage คิดเป็น 50% เพิ่มเติมจากต้นทุน Spread
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผล Backtest อาจต่างจากการเทรดจริง

หากแบบจำลองไม่ได้รวม Slippage หรือสภาพการดำเนินคำสั่งที่สมจริง ผลทดสอบอาจดีเกินจริง แต่ไม่ได้หมายความว่า Backtest ทุกระบบละเลยสิ่งนี้ หรือทุกคำสั่งจริงต้องมี Slippage

เรื่องนี้จะกลับมาอีกครั้งใน บทเรียนเรื่อง Backtesting

วิธีลดผลกระทบจาก Slippage

  1. ตรวจ Deviation หน่วย points และโหมดที่รองรับก่อนตั้ง ไม่ใช่เพดานราคาสำหรับ Market Execution หรือ Stop ทุกชนิด
  2. พิจารณาหลีกเลี่ยงการเข้าออเดอร์ขณะประกาศข่าว — ประเมินราคา สเปรด และสภาพคล่องอีกครั้งก่อนส่งคำสั่ง
  3. เทรดคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูง โดยเฉพาะช่วงที่เริ่มต้น
  4. เลือกชนิด Pending Order ให้ตรงกับข้อจำกัดราคาที่ต้องการ Limit ควบคุมราคาที่รับได้แต่เสี่ยงไม่ได้รับการดำเนินการ ส่วน Stop อาจมี Slippage และ Stop Limit ก็อาจไม่ได้รับการดำเนินการ
  5. พิจารณาผลของ Timeframe และระยะ SL ต่อแผน — ระยะ SL กว้างขึ้นทำให้ส่วนต่างเดิมเป็นสัดส่วนน้อยลง แต่ต้องปรับ Lot ให้ความเสี่ยงเป็นเงินยังอยู่ในแผน ไม่ใช่ขยาย SL อย่างเดียว
  6. บันทึก Slippage ทุกไม้ใน Journal เพื่อประเมินคุณภาพการส่งคำสั่งของโบรกเกอร์
ตัวอย่างผลของ Slippage เมื่อระยะ Stop Loss ต่างกัน

Slippage 1 pip บนกลยุทธ์ที่ SL 5 pips = 20% ของระยะ SL เดิม
Slippage 1 pip บนกลยุทธ์ที่ SL 50 pips = 2% ของระยะ SL เดิม

เมื่อ Lot เท่ากัน ต้นทุนเป็นเงินเท่ากัน แต่สัดส่วนต่อระยะ SL ต่างกัน 10 เท่า — อ่านพื้นฐานกราฟและ Timeframe ในบทที่ 3

เมื่อไรที่ Slippage ผิดปกติ

Slippage เป็นเรื่องปกติของตลาด แต่มีรูปแบบที่ควรบันทึกและตั้งคำถาม

  • เกิดทางลบอย่างเดียวเสมอ ไม่เคยมีทางบวกเลยตลอดหลายสิบไม้
  • เกิดในช่วงที่ตลาดปกติและสภาพคล่องสูง โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
  • รุนแรงผิดปกติเฉพาะกับคำสั่งปิดที่มีกำไร แต่ไม่เกิดกับคำสั่งอื่น
  • ขนาด Slippage ไม่สัมพันธ์กับความผันผวนของตลาดในขณะนั้น

สิ่งที่ควรทำคือ บันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ พร้อมเวลาและราคาที่คาดหวังเทียบกับที่ได้จริง แล้วนำไปเทียบกับข้อมูลราคาจากแหล่งอื่น — ข้อมูลที่บันทึกไว้มีน้ำหนักกว่าความรู้สึกเมื่อต้องร้องเรียน

คำถามที่พบบ่อย

Slippage เป็นความผิดของโบรกเกอร์ไหม?
ไม่เสมอไป Slippage เป็นผลจากธรรมชาติของตลาดที่ราคาเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงข่าวหรือสภาพคล่องต่ำ แต่รูปแบบที่ไม่สมมาตรอย่างเป็นระบบเป็นเรื่องที่ควรตั้งคำถาม

มีวิธีทำให้ Slippage เป็นศูนย์ไหม?
ไม่สามารถรับประกัน Slippage เป็นศูนย์สำหรับทุกคำสั่งในทุกสภาพตลาด บางคำสั่งอาจได้ตรงราคา โบรกเกอร์บางรายเสนอ Guaranteed Stop Loss ที่รับประกันราคาปิด แต่มีค่าธรรมเนียมและอาจมีข้อจำกัดด้านสินทรัพย์และช่วงเวลา

Slippage กับ Spread ต่างกันอย่างไร?
Spread เป็นส่วนต่าง Bid/Ask ณ ขณะหนึ่ง ซึ่งอาจเปลี่ยนก่อนคำสั่งสำเร็จ ส่วน Slippage คือส่วนต่างระหว่างราคาอ้างอิงของคำสั่งกับราคาที่ดำเนินการจริง อาจเกิดจากราคาที่เปลี่ยนหรือปริมาณที่ต้องดำเนินการหลายระดับราคา ต้องกำหนดราคาอ้างอิงให้ชัดก่อนเปรียบเทียบ

บัญชี ECN มี Slippage น้อยกว่าไหม?
สรุปจากชื่อ ECN ไม่ได้ ต้องตรวจโหมด Execution เงื่อนไขคำสั่ง สภาพคล่อง และสถิติในบริบทเดียวกัน ชื่อบัญชีไม่รับประกัน Spread หรือ Slippage

สรุป

1. Slippage จริงรู้หลังดำเนินคำสั่ง แต่ประมาณหลายสถานการณ์เพื่อทดสอบแผนได้

2. เกิดได้ทั้งทางบวกและทางลบ ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน — ถ้าเจอแต่ทางลบ ให้บันทึกไว้และตั้งคำถาม

3. Stop Loss ปกติอาจมี Slippage เพราะไม่รับประกันราคาปิด

4. ยิ่ง SL แคบ ผลกระทบยิ่งใหญ่ — Slippage 1 pip เท่ากับ 20% ของระยะ SL เดิมที่ 5 pips เมื่อใช้ Lot เท่าเดิม

5. ต้องใส่ไว้ในการทดสอบกลยุทธ์เสมอ ไม่ใช่สมมติว่าไม่มี

อ่านต่อ

📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทเรียนที่ 2: Forex Broker และ Trading Platform

คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกราย ตัวเลขที่ใช้ในบทความเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้ เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน

แหล่งอ้างอิง

บทถัดไปอธิบาย Requote ซึ่งเป็นการเสนอราคาใหม่ให้พิจารณา และวิธีรับมือเมื่อคำสั่งยังไม่สำเร็จ

Share This Story, Choose Your Platform!

โฆษณาพันธมิตร: จำนวน $30 ในภาพไม่ยืนยันสิทธิ์ของทุกบัญชี ตรวจข้อเสนอที่แสดงสำหรับคุณและเงื่อนไขถอนกำไรก่อนสมัคร ดูวิธีตรวจสิทธิ์

ตรวจสิทธิ์ก่อนรับโบนัส

โบนัสและเงื่อนไขอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และช่วงเวลา ตรวจข้อเสนอที่แสดงในบัญชีของคุณ พร้อมเงื่อนไขการใช้เครดิตและการถอนกำไรก่อนตัดสินใจ

ดูวิธีตรวจสิทธิ์โบนัส

ศึกษาผู้ให้บริการก่อนเปิดบัญชี

เลือกโบรกเกอร์จากข้อมูลที่เทียบกันได้

ทำความเข้าใจประเภทบัญชี ต้นทุนการเทรด ช่องทางฝากถอน และบริษัทที่ให้บริการ ก่อนเลือกเงื่อนไขให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

รู้จักแต่ละโบรกเกอร์

อ่านรีวิว ข้อจำกัด และคู่มือใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการที่สนใจ

ดูรีวิวโบรกเกอร์ →

เปรียบเทียบบนเงื่อนไขเดียวกัน

เทียบประเภทบัญชี ต้นทุน และเงื่อนไขสำคัญของหลายโบรกเกอร์ ก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ →